ข่าวต่างประเทศ » เซ่นพิษศก.ทรุด-สงครามอิหร่าน!คะแนนนิยม “ทรัมป์” ดิ่งเหวเหลือ 36% ต่ำสุดในเทอมสอง

เซ่นพิษศก.ทรุด-สงครามอิหร่าน!คะแนนนิยม “ทรัมป์” ดิ่งเหวเหลือ 36% ต่ำสุดในเทอมสอง

26 มีนาคม 2026
47   0

US President Donald Trump speaks during a swearing in ceremony for new Homeland Security Secretary Markwayne Mullin in the Oval Office of the White House in Washington, DC, on March 24, 2026. The US Senate on Monday confirmed Mullin as the new chief of the Department of Homeland Security (DHS), the agency reeling from a partial government shutdown as it works to enforce President Donald Trump’s immigration crackdown. (Photo by Jim WATSON / AFP)

ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอส ระบุว่า คะแนนความนิยมของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งที่ทำเนียบขาว โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่พอใจของประชาชนต่อการทำสงครามกับอิหร่าน

ทั้งนี้จากผลสำรวจซึ่งจัดทำเป็นเวลา 4 วันและสิ้นสุดในวันจันทร์ พบว่า ชาวอเมริกันเพียง 36% เห็นชอบต่อการทำงานของทรัมป์ ลดลงจาก 40% จากผลสำรวจเมื่อสัปดาห์ก่อน สะท้อนแนวโน้มความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ในด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ มุมมองของประชาชนต่อทรัมป์ย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

ผลสำรวจยังระบุว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 25% ที่เห็นชอบต่อการบริหารจัดการปัญหาค่าครองชีพของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2024 ขณะที่มีเพียง 29% ที่เห็นชอบต่อการบริหารเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐบาลทรัมป์ทั้งสองสมัย และยังต่ำกว่าคะแนนด้านเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดี Joe Biden

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความกังวลด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางคะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐฯ และเคยมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สถานะของทรัมป์ในฐานะผู้นำพรรครีพับลิกันยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเพียงประมาณ 1 ใน 5 ของผู้สนับสนุนพรรคที่แสดงความไม่พอใจต่อผลงานโดยรวม ขณะที่สัดส่วนผู้ไม่พอใจด้านการจัดการค่าครองชีพในกลุ่มรีพับลิกันเพิ่มขึ้นเป็น 34% จาก 27% เมื่อสัปดาห์ก่อน

ก่อนหน้านี้ คะแนนนิยมโดยรวมของทรัมป์เคยอยู่ที่ประมาณ 47% ในช่วงต้นของการดำรงตำแหน่ง และทรงตัวราว 40% ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งยังสูงกว่าจุดต่ำสุดในสมัยแรกที่ 33% และสูงกว่าจุดต่ำสุดของรัฐบาลไบเดนเล็กน้อยที่ 35%

ขณะเดียวกัน ประเด็นความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันภาพลักษณ์ของผู้นำสหรัฐฯ โดยผลสำรวจพบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 35% ที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ลดลงจาก 37% ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นเป็น 61% จาก 59%