ข่าวเด่น » คอมมานโดบุกกรุงเก่า! รวบ “แมน บัญชีม้า”พบประวัติหนีคดียา-การพนัน-ฉ้อโกง

คอมมานโดบุกกรุงเก่า! รวบ “แมน บัญชีม้า”พบประวัติหนีคดียา-การพนัน-ฉ้อโกง

4 เมษายน 2026
36   0

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “คอมมานโด” สนธิกำลังกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างหนัก ล่าสุดสามารถติดตามจับกุมตัวเอเย่นต์บัญชีม้าและนักฉ้อโกงออนไลน์รายสำคัญที่มีหมายจับติดตัวหลายคดี
.
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ปพ. ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวหลังได้รับรายงานว่า นายวิจิตร์ หรือ “แมน” สุรินทร์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม และศาลจังหวัดสุรินทร์ ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนและกำลังเฝ้าจนกระทั่งพบชายที่มีลักษณะรูปพรรณสัณฐานตรงตามหมายจับ ปรากฏตัวบริเวณ หน้าสถานีรถไฟอยุธยา ต.หอรัตนไชย จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมโชว์บัตรประจำตัวข้าราชการเข้าขอตรวจสอบ จากการตรวจสอบบัตรประชาชนยืนยันได้ว่าคือ นายวิจิตร์ จริง เจ้าหน้าที่จึงทำการแจ้งสิทธิ์และจับกุมตัวทันที
.
คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2566 นายวิจิตร์ได้สร้างเครือข่ายหลอกลวงบนโลกออนไลน์อย่างเป็นระบบ โดยใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ปลายฟ้า” โพสต์ประกาศรับสมัครคนทำงานที่บ้าน ประเภทงานบรรจุสบู่ใส่กล่อง (แพ็คสบู่) เพื่อดึงดูดใจผู้ที่กำลังหางานทำหรือต้องการรายได้เสริม เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จะพบกับโปรไฟล์ในชื่อ “บริษัทสบู่มิกซ์มิลล์” ซึ่งนายวิจิตร์ได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการใช้บัญชีที่มีผู้ติดตามหรือเพื่อนกว่า 2,150 คน มีการตั้งค่าระบบตอบกลับอัตโนมัติ และโพสต์ภาพรีวิวสินค้า รวมถึงภาพตัวอย่างการส่งงานของสมาชิกคนอื่น (ซึ่งล้วนเป็นภาพปลอม) เพื่อตบตาเหยื่อ โดนกลโกงสำคัญคือ มิจฉาชีพจะแจ้งเงื่อนไขว่าผู้สมัครต้องโอนเงิน “ค่ามัดจำสินค้า” หรือ “ค่าประกันอุปกรณ์” เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี นายวิจิตร์ สุรินทร์ โดยอ้างว่าเมื่อทำงานเสร็จและส่งคืนจะได้รับเงินมัดจำคืนพร้อมค่าจ้าง แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลับไม่มีการส่งสินค้ามาจริงตามที่ตกลง และถูกบล็อกการติดต่อในที่สุด

จากการตรวจสอบฐานประวัติข้อมูลอาชญากรรมพบว่า นายวิจิตร์ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียว แต่มีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่อย่างน้อย 5 คดี นอกจากหลอกแพ็คสบู่แล้ว ยังพบพฤติการณ์หลอกขายสินค้าออนไลน์ประเภทอื่นๆ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมาก ที่น่าตกใจไปกว่านั้น เมื่อเช็กประวัติย้อนหลังพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีเส้นทางอาชญากรรมที่โชกโชน ทั้งเคยถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด, การพนัน และการรับจ้าง เปิดบัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพรายอื่น ถือเป็นบุคคลอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจออนไลน์
.
ในชั้นจับกุม นายวิจิตร์ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ก่อนจะประสานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
.
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า “งานง่าย รายได้ดี ไม่มีอยู่จริง” โดยเฉพาะงานที่ต้องโอนเงินมัดจำก่อนล่วงหน้า ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และควรตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคารก่อนโอนเงินทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น