ข่าวเด่น » เร่งล่าพรานป่า-ลุยทำลายกับดักมรณะป้องสัตว์ป่าสังเวยบ่วงสลิงซ้ำรอยกระทิงทับลานตาย

เร่งล่าพรานป่า-ลุยทำลายกับดักมรณะป้องสัตว์ป่าสังเวยบ่วงสลิงซ้ำรอยกระทิงทับลานตาย

1 เมษายน 2026
37   0

ปราจีนบุรี  –   สุดยื้อ! กระทิงทับลานมรกดโลกสังเวยบ่วงสลิงพรานป่า อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งกวาดล้างกับดักมรณะ-ล่าตัวคนผิดลงโทษขั้นเด็ดขาด

เมื่อเวลา 13.50 น.วันที่ 1 เมษายน 2569   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้รับรายงานความสูญเสียสัตว์ป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังพบกระทิงเพศเมียติดบ่วงสลิงดักสัตว์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ทีมสัตวแพทย์จะระดมกำลังยื้อชีวิตตลอดทั้งคืนแต่ไม่เป็นผล ล่าสุดสั่งการให้ตรวจค้นพื้นที่รอยต่อเขตป่าเพื่อรื้อถอนกับดักทั้งหมด และเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ระบุว่า นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก(ในพื้นที่รอยต่อ2 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา)  รายงานเหตุการณ์เมื่อเวลา 22.38 น. ของวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าฯ ใช้โดรนออกสำรวจพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจพบกระทิงเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม นอนอยู่ในลักษณะผิดปกติบริเวณป่าท้องที่ตำบลสระตะเคียน อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจเขตการจัดการอุทยานฯ ที่ 4 (ลำปลายมาศ) เข้าตรวจสอบทันที

ในที่เกิดเหตุบริเวณพิกัด 48P 233624E 1585063N พบกระทิงถูกบ่วงสลิงแบบดีดรัดเข้าที่ขาหน้าด้านซ้ายอย่างรุนแรง และถูกพันติดอยู่กับต้นไม้จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นายคทาวุธ กันยามา หัวหน้าเขตจัดการอุทยานฯ ที่ 4 จึงประสานคณะสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) เข้าให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ทีมสัตวแพทย์เดินทางถึงจุดเกิดเหตุเวลา 02.30 น. ของวันที่ 1 เมษายน ดำเนินการยิงยาสลบเพื่อปลดบ่วงสลิง พร้อมให้ยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะรักษาบาดแผล โดยมีเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ทว่าแม้กระทิงจะเริ่มรู้สึกตัวในช่วงเช้ามืดแต่กลับอยู่ในสภาวะอ่อนแรงอย่างหนักและไม่สามารถลุกยืนได้ จนกระทั่งเวลา 08.30 น. กระทิงตัวดังกล่าวได้สิ้นใจลงในที่สุด

ประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก

นายยศวัฒน์ เน้นย้ำถึงอันตรายของบ่วงดักสัตว์ว่าเป็น “ภัยเงียบ” ที่ทารุณและทำลายชีวิตสัตว์ป่าโดยไม่เลือกประเภท ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุและบริเวณข้างเคียง รวมถึงพื้นที่ถือครองตามมาตรา 64 อย่างละเอียด เพื่อเก็บกู้และทำลายกับดักที่อาจหลงเหลืออยู่ และสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนซากกระทิงจะดำเนินการตามหลักวิชาการและระเบียบของกรมอุทยานฯ ต่อไป

โดย… มานิตย์  สนับบุญ  /ปราจีนบุรี###