
DSI สนธิกำลังตรวจคนเข้าเมืองจับอดีตผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องจักรและปลอมเอกสารหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ขณะเตรียมหลบหนีที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ จับกุมตัวนายภูษณ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4488/2568 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นกรรมการไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต

และกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ความผิดฐานเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ความผิดฐานจัดทำหรือยินยอมให้มีการจัดทำบัญชีไม่ถูกต้องเพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา” โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่บริเวณ สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้น ได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 230/2565 ของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน โดยนายภูษณฯ เป็นอดีตกรรมการและผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับบุคคลสัญชาติสิงคโปร์ และนิติบุคคลซึ่งตั้งอยู่ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กระทำการโดยทุจริตจัดซื้อเครื่องจักรผลิตเม็ดพลาสติกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในราคาสูงเกินจริง เป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

.