
คณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภา ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ศรีสะเกษ วันที่ 2 ศึกษาข้อดีข้อเสียกรณีเสนอให้ยกเลิก MOU ปี 2543 และ 2544

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ปี 2543 และ 2544 ของวุฒิสภา ลงพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหาเขตแดนไทย–กัมพูชา ภายหลังการหยุดยิง พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย จ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ และผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปข้อมูล

คณะกรรมาธิการได้เดินทางตรวจเยี่ยมพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดน ได้แก่ ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการผาหลวง ปราสาทโตนตลวน และผามออีแดง เพื่อรับฟังสถานการณ์จากผู้แทนกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมตรวจสอบภูมิประเทศแนวเขตแดน รวมถึงประเด็นพื้นที่ทับซ้อน และกรณีการละเมิดบันทึกความเข้าใจ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาในจังหวัดศรีสะเกษ ตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบข้อเท็จจริงหลายประการ ทั้งการก่อสร้างถนนและสิ่งปลูกสร้างที่ลุกล้ำในพื้นที่ทับซ้อน หรือ No Man’s Land ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ตาม MOU ปี 2543

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร โดยข้อเท็จจริงทั้งหมดจะถูกนำไปประกอบการจัดทำรายงาน เพื่อประเมินสถานการณ์เชิงลึก เสนอในที่ประชุมวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี สำหรับกำหนดท่าทีต่อกรอบความร่วมมือชายแดนไทย–กัมพูชาในระยะต่อไป

ด้าน พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา คณะกรรมาธิการทหาร และความมั่นคงของรัฐ ระบุว่า หากเกิดสถานการณ์สู้รบอีกครั้ง ขอให้ประชาชนมั่นใจในศักยภาพของกองกำลังฝ่ายไทย ที่พร้อมปกป้องเอกราชและอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่

โอกาสเดียวกันนี้ คณะกรรมาธิการยังได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.