
เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดตราด โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลทุ่งนนทรี อำเภอเขาสมิง ส่งผลให้สวนทุเรียนของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ลูกทุเรียนที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวร่วงหล่นจำนวนมาก บางส่วนต้นโค่นล้ม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

นายเชิดชาย แช่มช้อย อายุ 46 ปี เกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียน เปิดเผยว่า พายุที่เกิดขึ้นมีลมกระหน่ำมาเป็นระลอก โดยช่วงแรกยังไม่รุนแรงมาก แต่ระลอกที่สองลมแรงจัดจนต้นทุเรียนแทบโค่น ซึ่งตนไม่เคยพบพายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน
“ตอนลงมาเห็นลูกทุเรียนร่วง ขาอ่อนเลย ใจมันตกใจมาก ขาสั่นไปหมด ประเมินคร่าวๆ เกือบพันลูก ทั้งที่เป็นพันธุ์กระดุมที่กำลังจะตัดขายวันที่ 20 มีนาคมนี้แล้ว ส่วนหมอนทองก็เสียหายจำนวนมาก แม้จะพยายามโยงลูกและค้ำต้นไว้ แต่ลมแรงจนต้นเหวี่ยงไปมาเอาไม่อยู่” นายเชิดชายกล่าว

ด้าน นายบุญยง ยุเจริญ อายุ 72 ปี ชาวสวนอีกราย เปิดเผยว่า ลูกสาวโทรมาบอกว่าทุเรียนในสวนโค่นล้ม จึงรีบมาดูและพบว่าต้นทุเรียนล้มไปถึง 6 ต้น ซึ่งเป็นต้นที่กำลังให้ผลผลิตและเตรียมตัดขายช่วงปลายเดือนเมษายน
“ความเสียหายครั้งนี้ตีราคาแทบไม่ได้เลย ลูกทุเรียนที่ร่วงตอนนี้ต้องทิ้งอย่างเดียว เนื้อยังไม่ได้ จะเอาไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้ ต้องทิ้งหมด ส่วนต้นที่โค่นก็ต้องตัดขายเป็นไม้ ตั้งแต่ทำสวนมาถือว่าหนักที่สุด คิดว่าน่าจะมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป แม้จะใช้เหล็กค้ำและโยงลวดไว้แล้วก็ยังทนแรงลมไม่ไหว” นายบุญยงกล่าว

ขณะที่ นางอำพา หงส์เงิน อายุ 60 ปี กล่าวว่า พายุเริ่มพัดเข้ามาประมาณช่วงบ่ายสองโมง และมาเป็นสองระลอก โดยระลอกที่สองมีความรุนแรงมาก ตนเองได้เริ่มเตรียมป้องกันโดยการเต้าลูกทุเรียนตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทำได้เพียงครึ่งวัน พายุก็มาถึงก่อน
ส่งผลให้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองร่วงหล่นประมาณ 500 ลูก น้ำหนักรวมกว่า 1 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000-200,000 บาท ทั้งที่ผลผลิตชุดนี้ตั้งเป้าว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์

ด้าน นายอภิชาติ รัตนวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลทุ่งนนทรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 7 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นหลังคาถูกแรงลมพัดพัง นอกจากนี้ยังมีโรงรถและรถยนต์ได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีสวนทุเรียนเสียหายมากกว่า 10 แห่ง ต้นทุเรียนโค่นประมาณ 10 ต้น และมีลูกทุเรียนร่วงหล่นรวมประมาณ 5,000 ถึงเกือบ 10,000 ลูก ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า พายุครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก โดยลมพัดมาเป็นช่วงๆ ถึง 3 ระลอก จึงอยากฝากเตือนชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ยังไม่เจอพายุ ให้รีบเตรียมความพร้อม ทั้งการค้ำต้น โยงกิ่ง และเต้าลูกทุเรียน เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดพายุซ้ำอีก
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันเดียวกัน ได้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในหมู่ 3 และหมู่ 4 ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะหมู่ 4 บ้านเสือดาว มีบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน

นอกจากนี้ สวนทุเรียนในพื้นที่ยังได้รับผลกระทบ โดยลูกทุเรียนขนาดประมาณ 1 กิโลกรัมถูกลมพัดจนร่วงหล่นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีโกดังขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลหนองบอน ความยาวประมาณ 100 เมตร ถูกแรงลมพัดจนโครงสร้างด้านหน้าหักพัง สร้างความเสียหายเบื้องต้นกว่า 200,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

ข่าว/ภาพ : จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตราด