
อากาศร้อนจัดและภัยแล้งเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในตลาดซ้ำเติมผู้บริโภค โดยเฉพาะมะนาวพุ่งลูกละ 7 บาท พ่อค้าแม่ค้าผวาน้ำมันขึ้นดันสินค้าพุ่งทั้งตลาด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ราคาผักและอาหารทะเลภายใน ตลาดจอแจ ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังพบว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา สภาพอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน ประกอบกับภาวะแล้ง ส่งผลให้ผักหลายชนิดเหี่ยวเฉา เสียหาย และให้ผลผลิตลดลง จนเริ่มมีบางชนิดขาดตลาด ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ “มะนาว” ที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ บรรยากาศการค้าขายในตลาดยังเต็มไปด้วยความกังวลของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า หลังสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ซึ่งหากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น ย่อมกระทบต่อค่าขนส่ง ค่าแรงงาน และราคาสินค้าในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลไทยจะพยายามตรึงราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาภาระประชาชนก็ตาม


นางแป้น แฟนพิมาย อายุ 60 ปี แม่ค้าขายผักในตลาดจอแจ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผักส่วนใหญ่ยังขายในราคาปกติ แต่ที่เห็นชัดคือ “มะนาว” ที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยตนรับมาจากแหล่งขายส่งในราคาลูกละประมาณ 4–5 บาท และต้องนำมาขายลูกละ 5–7 บาท เพื่อให้พอมีกำไรเล็กน้อย
“ลูกใหญ่ ๆ ที่ตอนนี้ขายลูกละ 5 บาท แต่ก่อนขายแค่ลูกละ 3 บาทเท่านั้น ไม่รู้ว่าขึ้นเพราะอะไรแน่ อาจจะเพราะอากาศร้อนหรือค่าขนส่งแพงขึ้น เวลาขายก็ต้องบวกกำไรนิดเดียว ถ้าขายแพงเกินไปลูกค้าก็ไม่ซื้อ เดี๋ยวของก็เน่าเสียหมด” นางแป้นกล่าว


ด้านนายวัฒนชัย กันยะวงหา อายุ 37 ปี พ่อค้าขายอาหารทะเลในตลาด เปิดเผยว่า อาหารทะเลที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่สั่งมาจาก จังหวัดสมุทรสาคร โดยบางครั้งเดินทางไปซื้อเอง และบางครั้งให้ผู้ค้าส่งจัดส่งมาให้ ซึ่งขณะนี้ราคาค่าขนส่งยังไม่ปรับเพิ่ม ทำให้ราคาขายยังคงเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม นายวัฒนชัย ยอมรับว่า หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับขึ้นในระยะต่อไป ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาสินค้าจะต้องขยับตามต้นทุน
ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา


“ตอนนี้ยังไม่ขึ้นราคา เพราะอยากช่วยลูกค้า แต่ถ้าน้ำมันขึ้นจริง ๆ ก็คงต้องปรับตามต้นทุน อยากให้รัฐบาลช่วยตรึงราคาเอาไว้ให้นานที่สุด เพราะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดี ลูกค้ากำลังซื้อน้อย ขายของลำบากมาก” นายวัฒนชัยกล่าว
ทั้งนี้ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างจับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพราะหากต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดท้องถิ่นทยอยปรับตัวสูงขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ต้องแบกรับภาระก็คือประชาชนผู้บริโภคโดยตรง

