
เกิดเหตุไฟไหม้บ้านของชาวบ้านซึ่งอยู่กลางชุมชนจังหวัดยโสธรส่งผลให้ชาวบ้านแตกตื่นตกใจกลัวว่าเปลวเพลิงจะลุกลามไปบ้านข้างเคียงจึงต้องระดมรถดับเพลิงจำนวน 4 คัน เข้าช่วยฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงอย่างโกลาหนส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 12 มี.ค.69 ศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดยโสธรได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้บ้านชาวบ้านที่บ้านค้อเหนือ ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงแจ้งให้ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองยโสธร ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้งพร้อมกับได้ประสานรถน้ำดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเข้าไปช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ

โดยในที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูนหลังคามุงสังกะสีสภาพเก่าพบเปลวเพลิงกำลังลุกท่วมตัวบ้านทั้งหลังอย่างรุนแรงท่ามกลางความแตกตื่นตกใจกลัวของชาวบ้านที่เกรงว่าเปลวเพลิงอาจจะลุกลามไปติดบ้านข้างเคียงอีก เนื่องจากบ้านต้นเพลิงอยู่กลางชุมชนและมีบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกอยู่ติดกันเป็นจำนวนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงได้ช่วยกันหาถึงน้ำตักน้ำเท่าที่จะทำได้ไปช่วยดับไฟแต่ก็ไม่เป็นผลเนื่องจากเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนไหม้บ้านทั้งหลังก่อนที่รถน้ำดับเพลิง จำนวน 4 คัน เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุจึงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงเพื่อควบคุมเปลวเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้แต่ก็ส่งผลให้บ้านถูกไฟไหม้จนได้รับความเสียหายทั้งหลัง ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากสภาพสายไฟฟ้าภายในบ้านเก่ามีอายุใช้งานมานาน
นางสาวอุลัย (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ในหมู่ 1 บ้านค้อเหนือ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีเพียงแม่ของตนอายุ 84 ปี ที่อยู่ในบ้านตามลำพังส่วนตนกับพี่ชายออกไปทำธุระนอกบ้านจนกระทั่งตนกลับเข้าบ้านพบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้บ้านซึ่งต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณห้องนอนพี่ชายของตนซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้านก่อนจะลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วตนจึงรีบเข้าไปอุ้มพาแม่ที่อยู่ในบ้านออกจากตัวบ้านหนีตายได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกท่วมตัวบ้านทั้งหลังโดยที่ไม่สามารถจะหยิบทรัพย์สินต่างๆภายในบ้านออกมาได้แม้แต่ชิ้นเดียวเพราะเปลวเพลิงลุกลามเร็วมาก ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากที่ห้องนอนพี่ชายมักจะเสียบปลั๊กพัดลมทิ้งไว้ตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง