ข่าวเด่น » สืบนครบาล 1 ทลายเซฟเฮ้าส์ “ยานรก” ลพบุรี-สระบุรี ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 4.29 ล้านเม็ด

สืบนครบาล 1 ทลายเซฟเฮ้าส์ “ยานรก” ลพบุรี-สระบุรี ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 4.29 ล้านเม็ด

16 มีนาคม 2026
33   0

บช.น. แถลงผลงานชิ้นโบแดง หลังชุดสืบสวนนครบาล 1 สะกดรอยตามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ขยายผลจากลพบุรีสู่สระบุรี รวบ 4 ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้ากว่า 4.2 ล้านเม็ด เผยรับงานผ่านไลน์ แลกค่าจ้างครั้งละแสน

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ที่สั่งการให้เร่งรัดกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดสู่ชุมชน ล่าสุด กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ประสบความสำเร็จในการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 ได้นำกำลังชุดสืบสวนเฝ้าติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่รอบนอกเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน

เจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยตามรถยนต์เป้าหมายตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม จนกระทั่งพบว่ามีการนำยาเสพติดไปพักไว้ที่บ้านเช่าใน ต.บางขันหมาก อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงเข้าแสดงตัวเข้าจับกุม นายพีรพล (จูน) อายุ 28 ปี ขณะขับรถออกจากบ้านพัก และขยายผลจับกุม นายเฉลิมพล (เม่น) อายุ 28 ปี ผู้ดูแลเซฟเฮ้าส์ พร้อมของกลางยาบ้าในจุดแรกจำนวน 1,880,000 เม็ด

จากการสอบสวนขยายผล นายพีรพลยอมรับสารภาพว่ากำลังจะเดินทางไปรับยาเสพติดอีกล็อตใหญ่ในพื้นที่ จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบยังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี จนสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 2 ราย คือ นายวิชัย อายุ 49 ปี และ นายนิพล อายุ 59 ปี พร้อมตรวจยึดยาบ้าได้เพิ่มอีก 2,410,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าในปฏิบัติการครั้งนี้ทั้งสิ้น 4,290,000 เม็ด

กลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับงานจากผู้ว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยจะทำหน้าที่ขนย้ายและเฝ้ายาเสพติดเพื่อรอส่งกระจายให้ลูกค้าตามจุดนัดหมาย ได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 100,000 บาท นำมาแบ่งกัน โดยทำมาแล้วประมาณ 1 เดือน รวม 2 ครั้งก่อนจะถูกจับกุม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา: “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์ 4 คัน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลยึดทรัพย์ขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป