ข่าวเด่น » สะเทือนทั้งประเทศ!พรุ่งนี้น้ำมันดีเซล-เบนซินโซฮอล์ขึ้นพรวด 6 บาท/ลิตร กบน.อ้างกองทุนแบกไม่ไหว

สะเทือนทั้งประเทศ!พรุ่งนี้น้ำมันดีเซล-เบนซินโซฮอล์ขึ้นพรวด 6 บาท/ลิตร กบน.อ้างกองทุนแบกไม่ไหว

25 มีนาคม 2026
73   0

กบน.ลดการอุดหนุนน้ำมัน ส่งผลให้ราคาดีเซลและกลุ่มเบนซินพุ่งพรวด 6 บาท/ลิตร ตั้งแต่พรุ่งนี้ แจงวิกฤตสงครามตึงเครียด ทำให้ กบน.เร่งเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังประมาณการฐานะกองทุนติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท หากยังชดเชยในอัตราปัจจุบันต้องแบกเพิ่มอีก 8 หมื่นล้านต่อเดือน

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันพรุ่งนี้ (26 มีนาคม 2569) จะปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับราคาเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จาก 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 23 มีนาคม 2569 พุ่งสูงถึง 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในวันที่ 23 มีนาคม 2569 อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 2,592 ล้านบาท หรือประมาณ 80,344 ล้านบาทต่อเดือน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดภาระเพื่อให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องในการรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้

นอกจากปัจจัยด้านต้นทุนแล้ว การปรับขึ้นราคายังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลราคาในภูมิภาค เนื่องจากปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจาก 32.40 บาทต่อลิตร (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) ขึ้นไปแตะระดับ 39.54 บาทต่อลิตรแล้ว การคงราคาในประเทศให้ต่ำเกินไปจะกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศและการกักตุนเพื่อเก็งกำไร ซึ่งการขยับราคาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวและป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของประเทศรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ 

อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับราคาน้ำมันในวันนี้ ทางรัฐบาลได้เตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนให้น้อยที่สุด อาทิเช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มชาวประมง และกลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และบริการ เป็นต้น

“ในช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน กบน. จึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน โปรดเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ และร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จำเป็นและประหยัดที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรงในกระเป๋าของท่านเองแล้ว ยังถือเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป”