
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ.
เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลงทุน “1000x.live” และ “Wowbit” รวบผู้ต้องหา 3 ราย ยึดทรัพย์สินหรูเพียบ มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท
จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ประกอบด้วย

1. น.ส.จุฑามาศ สงวนนามสกุล จับกุมได้ที่ อาคารลูคัส ซอยนาคนิวาส 7 เขตลาดพร้าว กทม. (ขณะกำลังจะเดินทางไปสนามบิน)
2. นายอติชาต สงวนนามสกุล จับกุมได้ขณะกำลังขึ้นเครื่องบิน ที่ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง กทม.
• ข้อหา: “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
3. นายศักดินา สงวนนามสกุล จับกุมได้ที่ บ้านพักหมู่บ้าน The Connect 37 เขตดอนเมือง กทม.
• ข้อหา: “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”

ตรวจค้น 5 เป้าหมาย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 5 แห่ง ได้แก่ คอนโดและบ้านพักในซอยนาคนิวาส 7, 26, 41 (เขตลาดพร้าว), บ้านพักในหมู่บ้าน The Connect 37 (เขตดอนเมือง) และ บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ซอยนาคนิวาส 16 พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญ ได้แก่
• รถยนต์หรู 4 คัน: Bentley, Mercedes-Benz ,Toyota Hiace Majesty และ Toyota Fortuner มูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านบาท
• สินค้าแบรนด์เนมกว่า 42 รายการ: กระเป๋า Louis Vuitton (18), Hermes (14 รวมถึงอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง), Chanel (5), Dior (5) และเครื่องประดับกว่า 60 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
• อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์: โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ควบคุมระบบ NVR รวมกว่า 21 เครื่อง
• เอกสารสำคัญทางคดี: โฉนดที่ดิน (จำนวน 2 โฉนด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายวรวัฒน์ และ น.ส.ณัฐชา ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โดยซื้อมาจากเจ้าของเดิม ในราคา 30 ล้านบาท เมื่อเดือน มิถุนายน 2565) สมุดบัญชีธนาคาร เอกสาร KYC คู่มือปฏิบัติงาน และแผนงานโปรเจกต์เหรียญ ACT

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อเดือนมีนาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษ นายวรวัฒน์ฯ และแพลตฟอร์ม 1000X ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับนายวรวัฒน์ฯ ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้สืบสวน 1000x.live จากคำให้การของผู้เสียหาย จำนวน 29 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท พบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าว ตามที่ กลต.กล่าวโทษนั้น เป็นเครือข่ายหลอกลวงลงทุนเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์ม 1000x.live นำโดย นายวรวัฒน์ หรือ “แอ็คมี่” (เจ้าของเพจ “Acme Traderist” และฉายา “วาฬบิทคอยน์” ของไทย) ซึ่งได้ชักชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ภารกิจทำ 3,000 ให้กลายเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ” อ้างกำไรสูงถึงร้อยละ 200 โดยใช้วิธีไลฟ์สดโชว์ผลกำไรและให้ผู้เสียหายซื้อขายตาม (Follow Trade) แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ จนนำไปสู่การออกหมายจับนายวรวัฒน์ กับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และร่วมกันฟอกเงิน ตามลำดับ

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีผู้เสียหาย จำนวน 64 ราย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์คดีหลอกลงทุนโครงการ “Wowbit” มูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท ทาง กก.4 บก.ปอศ. จึงสืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่า หลังจากกลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนผ่าน แพลตฟอร์ม 1000x.live ตามที่กล่าวมาแล้ว ได้ออกกลอุยายในการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ผ่าน “Wowbit” โดยนายวรวัฒน์ได้ชักชวนให้ลงทุนโปรเจกต์เหรียญ “ACT Coin” และฝากสินทรัพย์รับผลตอบแทนสูง (Earn) พบนายศักดินา (ซึ่งเป็นพนักงาน) เปิดบัญชีรับโอนเงินจากเหยื่อ ซึ่งพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 549 ล้านบาท เมื่อได้รับเงินโอนแล้ว ขบวนการนี้จะใช้วิธี “เดินสายถอนเงินสด” กระจายหลายสาขาในวันเดียวกัน เพื่อนำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และฟอกเงินผ่านระบบ DeFi ปิดบังเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังพบการทำธุรกรรมเชื่อมโยงกับ บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ขอ งนายวรวัฒน์ อีกด้วย

ซึ่งจากการสืบสวนทั้ง 2 กรณี (1000x.live และ Wowbit) ชี้ชัดว่า นายวรวัฒน์ เป็นตัวการหลัก ในการก่อเหตุของขบวนการนี้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันปฏิบัติการในครั้งนี้
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธและภาคเสธ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน เช็คให้ชัวร์ก่อนโอน ในยุคที่ใครก็อ้างว่าเป็น “กูรู” หรือ “วาฬบิทคอยน์” การลงทุนผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียมีความเสี่ยงสูงมาก หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ ให้พึงระวังไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่ หรือ เสี่ยงโดนหลอกลงทุนออนไลน์
1. อ้างกำไรสูงผิดปกติ หรือได้ผลตอบแทนแน่นอนทุกเดือน
2. โชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ใช้ภาพลักษณ์รวยทางลัด ขับรถซูเปอร์คาร์ โชว์พอร์ตกำไรหลักล้าน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นความโลภ

3. มีระบบ Copy Trade หรือพอร์ตลีดเดอร์ เพื่อให้เราโอนเงินไปให้เทรดแทน หรือทำตามโดยอ้างความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล
4. สร้างเหรียญเอง (Token) ชักชวนให้ซื้อเหรียญที่ไม่มีมูลค่ารองรับชัดเจน โดยอ้างว่าราคาจะพุ่งไปดวงจันทร์ แต่สุดท้ายกลับเทขายทิ้ง (Rug Pull)
5. เร่งรัดให้ตัดสินใจ มักจะบอกว่า “โอกาสสุดท้าย” หรือ “สิทธิพิเศษจำนวนจำกัด” เพื่อไม่ให้เรามีเวลาหาข้อมูลตรวจสอบ