
“สตอรี่ใหม่รายวัน” สงครามตะวันออกลาง “รีเซต” โลกใหม่ การทหาร การเงิน เศรษฐกิจใหม่ โลกหลายขั้วสร้างสมดุลลงตัวเป็นธรรม ไม่ใช่ตกอยู่กับมหาอำนาจฝ่ายเดียว
นายวีระศักดิ์ สินธุวงศ์ สำนักคิดพุทธวิทยาศาสตร์ ได้วิเคราะห์ไว้ว่า สงครามตะวันออกกลาง จะ Reset โลกใหม่ ทั้งระบบเศรษฐกิจ การเงิน พลังงาน การทหารความั่นคงเกิดความสมดุลยุติธรรมในระบบโลก ไม่ใช่ตกอยู่กับมหาอำนาจฝ่ายเดียว ซึ่งจะเกิดระบบมหาอำนาจโลกหลายขั้ว
“ซึ่งจะเห็นการ Reset การเงิน ทองคำ น้ำมัน และจะพบเป็นประจักษ์กันทั้งโลกระบบพลังงานน้ำมันขณะนี้ ผมเห็นน้ำมันขารดแคลนตัวผมเองหาถึง 7 ปั้มน้ำมันตลอดทางปรากฎว่าน้ำมันแต่ละปั้มหมด ซึ่งในชีวิตยังไม่เคยปรากฏ ยังไม่รวมถึงทองคำ ตระกูลเงินบางตระกูล เช่น ดอล่าร์ที่ทยอยเป็นเศษกระดาษ”
จากปรากฏการสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล อิหร่านที่โลกได้เกิดโกลาหลพุทธทำนาย และสงครามหนนี้เสมือน Reset โลกทั้งการทหาร การเงิน น้ำมัน ทอง โดยเฉพาะเศรษฐกิจการเงินโลกและขั้วอำนาจใหม่
จึงได้เห็นว่าวันนี้โลกได้เกิดกลุ่มขั้วอำนาจโลกใหม่เกิดขึ้น กลุ่มรัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ และกลุ่ม BRICS แล้วไทยจะเป็นจุดศูนย์กลางโลก ในฐานะเมืองพุทธศาสนา ศาสนา พุทธผู้รูกผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ความว่าง พุทธเมตตาเอื้ออาทร ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมความต้องการของทุกฝ่าย จะเห็นว่ามีประชาชนชาวโลกต่างหลั่งไหลเข้าสู่ไทย และไทยจะเป็นครัวอาหารโลก
“ทั้งนี้ส่วนประเด็นที่มีความกังวลจะเกิดแผ่นดินพันธะสัญญา แผ่นดินพันธสัญญาฝ่ายใดจะเขียนขึ้นมาเองไม่ไม่ได้ ต่างกับกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางที่ได้บิดเบียนขึ้นมาเอง ทุกฝ่ายที่เข้ามาเมืองไทยจะต้องอยู่ภายใต้พันธสัยญากฎหมายไทย”
นายวีระศักดิ์ ระบุว่า มองเป็นสองภาพที่เกิดสงครามระหว่างกันนั้นคือฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายมารฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายพระ และที่ผ่านมาและปัจจุบันฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รุกรานและจะเป็นผู้สร้างกรรมเข่นฆ่าล่าอาณานานิคมปล้นทรัพยากร และมาวันนี้มาน้อมรับสภาพชดใช้กรรม”

เมื่อมามองภาพการกล่าววิเคราะห์ของวีระศักดิ์ สินธุงวศ์ ก็ได้ประจักษ์พยานชัดคือเกิดสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล ในบานะผู้รุกราน ส่วนอิหร่านในฐานะผู้ปกป้องมาตุภูมิ ก็จะวินิจฉัยได้ว่ากลุ่มใดคือผู้รุกรานกลุ่มใดผู้ปกป้องตนเองผู้ปกป้องมาตุภูมิ และมองภาพออกใครคือมารใครคือพระและสงครามระหว่างผู้รุกรานฝ่ายหนึ่งและฝ่ายผู้ปกป้องมาตุภูมิ ฝ่ายหนึ่งคือที่เรียกขานว่าเป็นขั้วมหาอำนาจโลกฝ่ายเดียว
แต่ผู้ปกป้องมาตุภูมิถูกเรียกขานว่าอยู่กับฝ่ายขั้วมหามหาอำนาจโลกหลายขั้วและจะเห็นเป็นพยานทั้งสากลโลกว่าผู้รุกรานจะต้องถอยร่นกองเรือยักษ์ และที่ถูกทำลายลงทั้งฐานทัพทางทหาร ฐานทัพทางเศรษฐกิจ ฐานทัพการเงิน ทางการค้า ทงเทคโนโนโลยี่ ทางโลจิสติกส์ โทรคมนาคม ฯลฯ และเป็นการตอบโต้ตามคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ตาต่อตาฟันต่อฟัน“ซึ่งเป็นความชอบธรรม”
เพราะทั้งหมดจะเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันที่จะต้องจ่ายในฐานะผู้รุกรายทำลายล้างฝ่ายผู้ปกป้องมาตุภูมิที่ฝ่ายผู้รุกรานได้ทำลายล้าง
“เป็นของฟรีไม่มีในโลก ซึ่งเป็นหนี้ต้องจ่าย นั้นเป็นหลักคำสอนอันสิทธิ์ ผู้ศรัทธาจิตวิาญาณ และวิญญูชนทั้งสากลย่อมมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง”
แต่ยังคำบอกเล่ามาก่อนนั้นทางผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาว่ายังมีขั้นตอนต่อไปว่ามีลิสต์บัญชีรายชื่อเป้าหมายทั้งบุคคล ทั้งในส่วนประกอบการ ทางเศรษฐกิจการค้าการเงินการค้าสงครามเพื่อตอบรับตาต่อตาฟันต่อฟันและโดยเฉพาะยังมีบัญชีสำคัญบริษัทระดันนำครองโลกเครือข่ายกลุ่มเครือข่ายอิลิทรัฐลึกถึง 500 บริษัท ซึ่งจะถูกนำเป็นเงื่อนไขที่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และขุมนี้แท้จริงคือต้นน้ำท่อน้ำเลี้ยงใหญ่
“รัฐลึกเงามืดอันทรงอิทธิพลการเมืองการเงินการค้าเศรฐกิจโลก เมื่อถูกตัดต่อท่อน้ำเลี้ยง”
จึงเป็นปมปริศนาออกต่อสากลโลกที่กล่าวถึงสายเคเบิลใต้น้ำ แหล่งอาหาร น้ำจืด โรงไฟฟ้านิวเครียร์ ล้านต่างเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันและทั้งหมดนั้นต่างเป็นกลยุทธรัดคอตายผ่อนส่งอย่างทนทุกข์ทรมาน ทั้งนี้จะดำเนินไปตามหลักคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ตาต่อตาฟันต่อฟันที่ตอบรับซึ่งจะเกิดความชอบธรรม สากลโลกนี้ไม่ปฏิเสธ
ผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา ยังได้วิเคราะห์ถึงว่าศึกสงครามหนนี้ได้บอกถึงลายแทงว่าก้อนหินพูดได้ และจะเกิดกองทัพเดินได้บุกเข้าโรมรันประจันบานจะเกิดโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่พาทหารพาประชาชนไปตายหมู่ในพื้นที่ผู้ปกป้องมาตุภูมิ ที่จะถูกถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์สงครามฉบับใหม่ขึ้นอีก 1 ฉบับ ซึ่งจะเป็นสตอรี่ใหม่
และประวัติศาสตร์ฉบับใหม่ในแผ่นดินผู้ปกป้องมาตุภูมิ ก็จะได้เกิดข้อเปรียบเทียบประวัติศาสตร์เก่าสตอรรี่เก่าระหว่างกลุ่มตอลีบันกลับผู้รุกราน จนในที่สุดผู้รุกรานต้องถอยตัวออกไป และจนถึงวันนี้กลุ่มตอลีบันยังจดจารึกรอวันใหม่ และขณะนี้ตอลีบันอยู่ในรหัส 2020 สร้างกำปั้นเหล็ก แล้วสำเร็จเฟส 4 ก็จะได้เห็นโฉมหน้าเปลี่ยนเข้าระดับท็อบความเป็นอำนาจใหม่แนวหนึ่ง

และหรือผู้รุกรานจะไม่ซ้ำรอยกับประวัติศาสตร์สตอรรี่เก่าที่เปิดสงครามรุกรานกับเวียดกง สหายชาวคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งผู้รุกรานได้โหมกระหน่ำสรรพกำลังทั้งทางบกทางอากาศ แต่ปรากฏชาวเวียดกง กลับไม่แพ้ไม่ตายและกลับฟื้นฟูรุดหน้าติดระดับท๊อปของภูมิภาค
“ว่ากันว่าชาวสหายเวียดกงได้ต่อสู้กับผู้รุกรานที่มีแสนยานุภาพเกรียงไกรทันสมัย ทั้งปืน ทั้งระเบิด รถถัง เครื่องบิน และทั้งเครือบนิ B 52 ส่งให้ชาวสหายเวียตกงได้แปรรูปชีวิตไปนอนซุกกันในผืนดินเสมือนใส้เดือน เสมือนงู แต่แล้วในที่สุด ทั้งใส้เดือนทั้งงูมีฤทธานุภาพดุจเห่า ดุงงูจงอางเข้าตะปบคอ ใช้ของมีคม เช่น ไม้ไผ่เชือดคอผู้รุกรานล้มตายเป็นอย่างสยดสยอง ไม่จำเป็นต้องใช้ปืน ไม่ต้องใช้ ไม่ต้องลงทุนใช้เงิน” อดีตทหารผ่านศึกในประเทศเวียดนามขณะนั้น เล่าระบุ
และแล้วในที่สุดกรุงไซ่งอนแตก ผู้รุกรานต้องถอยในที่สุด เป็นประวัติศาสตร์อีก 1 ฉบับที่จะนำมาศึกษาที่เป็นวิทยาศาตร์สงครามจรยุทธสงครามกองโจร
แต่มาหนนี้ผู้รุกรานจะเข้าจู่โจมขึ้นอีกรอบ และในก็เกิดโศกนาฎกรรมอีกรอบ แต่หนหนนี้ได้เกิดความต่างกันทั้งสภาพชัยสมรภูมิ ทะเลทราย ทะเล ภูเขา โพรงถ้ำ และแสนยานุภาพ ยุทธปัจจัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีจะต่างกันมากเมื่อย้อนหลังไป
“จะได้พบจรยุทธอันวิจิตรเพริดแพร้วพรรณาอยากจะคาดหยั่งถึง จะตายหมู่ตายเดี่ยวจะได้พิสูจน์ทราบ”.
เขายังวิเคราะห์ต่อ ว่ายังมีบทต่อถึงการรอคอยที่ยาวนานคือการรายล้อมเข้าโรมรันภาคพื้นดินต่อผู้รุกรานกลุ่มหนึ่งกลุ่มสำคัญตัวเป็นบงการก่ออาชญากรรมก่อสงครามรุกรานล้างเผ่าพันธุ์ ก่อเหตุไร้กฎเกณฑ์ ซึ่งสากลโลกต่างให้การปฎิเสธและต่างขยะแขยง
“คือการรอคอยที่สุกงอม และวันแห่งใกล้สุกงอมจะเปิดสงครามจรยุทธสงครามกองโจรกลางเมืองฟันต่อฟันตาต่อตา จนก้อนหินจะร้องตะโกนบอกว่ามาหลบซุกอยู่ตรงนี้” ผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา ระบุ
นี้คือเป็นการ Reset โลกที่เป็นรูปธรรมและเป็นการรอคอยเพื่อเกิดความเป็นธรรมกับชาวโลกทั้งมวล และเป็นที่ตรงกันกับการวิเคราะห์ของวีระศักดิ์ สินธุวงศ์ แห่งสำนักพุทธวิทยาศาสตร์.