ข่าวสังคมทั่วไป » มหิดลเปิดตัวแอปฯ “MU BullyGuard” ชูจิตวิทยาเชิงบวกสู้ภัยบูลลี่ในรั้วโรงเรียน

มหิดลเปิดตัวแอปฯ “MU BullyGuard” ชูจิตวิทยาเชิงบวกสู้ภัยบูลลี่ในรั้วโรงเรียน

1 เมษายน 2026
29   0

มหิดลเปิดตัวแอปฯ “MU BullyGuard” ชูจิตวิทยาเชิงบวกสู้ภัยบูลลี่ในรั้วโรงเรียนเผยผลวิจัยสุดอึ้ง! นร. กว่า 80% เคยบูลลี่เพื่อน เร่งสร้างเกราะคุ้มกันทางใจผ่านนวัตกรรมดิจิทัล

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลังคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ National University of Singapore เปิดตัวแอปพลิเคชัน “MU BullyGuard” นวัตกรรมเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ เพื่อรับมือพฤติกรรมการกลั่นแกล้ง (Bullying) ในกลุ่มวัยรุ่น โดยมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ในงานสัมมนา “เรียนรู้-รับมือการบูลลี่ด้วยจิตวิทยาเชิงบวกผ่านแอปพลิเคชัน MU BullyGuard” ณ ห้องเยอบีร่า 2 ชั้น 3 อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2567 ด้านสังคมและความมั่นคง ในกลุ่มประเด็น “สังคมไทยไร้ความรุนแรง”

รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา ทวีสิทธิ์ หัวหน้าโครงการวิจัย จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า “ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นปัญหาสังคมที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน จากการวิจัยพบสถิติที่น่ากังวลว่า นักเรียนกว่า 85% เคยตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ และกว่า 80% ยอมรับว่าเคยมีพฤติกรรมบูลลี่ผู้อื่น รูปแบบที่พบบ่อย ได้แก่ การบูลลี่ทางวาจา การทำลายทรัพย์สิน และการกีดกันทางสังคม ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญมาจากปัญหาสุขภาพจิต ภาวะซึมเศร้า และการรับสื่อที่มีความรุนแรง ทั้งนี้ การบูลลี่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ อาทิ ความโดดเดี่ยว ภาวะนอนไม่หลับ ความรู้สึกด้อยค่า ตลอดจนส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนาการทางสังคมในระยะยาว

แอปพลิเคชัน “MU BullyGuard” ถูกพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยสู่การเป็นนวัตกรรมดิจิทัลในลักษณะ “เกราะคุ้มกันทางใจ” โดยอาศัยหลักจิตวิทยาเชิงบวก (Positive Psychology) ที่คำนึงถึงความหลากหลายของอัตลักษณ์ในกลุ่มวัยรุ่น เนื้อหาประกอบด้วยบทเรียนจำนวน 14 ตอน ใช้เวลาเรียนตอนละ 5–15 นาที ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสุขภาพจิต การฝึกทักษะรับมือสถานการณ์จริง ไปจนถึงการติดตามและประเมินผล โดยผู้ใช้งานจะได้รับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จหลักสูตร

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการบูลลี่อย่างยั่งยืนใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ โดยเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันแอปพลิเคชันดังกล่าวเป็นเครื่องมือมาตรฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา ระดับสถานศึกษา ที่ผู้บริหารและครูควรบูรณาการแอปพลิเคชันเข้ากับกิจกรรมแนะแนวหรือการพัฒนาผู้เรียน และระดับครอบครัว ที่ผู้ปกครองสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสนับสนุนบุตรหลาน 

การพัฒนา “MU BullyGuard” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย และส่งเสริมสังคมไทยให้ก้าวสู่การเป็นสังคมที่ปราศจากความรุนแรงอย่างยั่งยืน

.