
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบขนสัตว์ป่าข้ามชาติ รวบ 2 ผู้ต้องหาชาวไต้หวันคาสนามบินดอนเมือง หลังพบพฤติการณ์สุดพิสดาร ซุกสัตว์ป่าของกลางไว้ในเป้ากางเกงหวังตบตาเจ้าหน้าที่
ภายใต้การอำนวยการของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำโดย กก.1 บก.ปทส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานดอนเมือง ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ไต้หวัน) จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายเฉิน (Mr. CHEN) อายุ 25 ปี และ นายอู๋ (Mr. WU) อายุ 32 ปี พร้อมของกลางเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหายาก ได้แก่ นากเล็กเล็บสั้น 2 ตัว และ ลิงลมหรือนางอาย 1 ตัว การจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกนอกประเทศมุ่งหน้าสู่เมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน

พฤติการณ์ของคดีเริ่มขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. ได้รับสายลับรายงานว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติสัญชาติไต้หวันเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่เป็น “มดงาน” ในการติดต่อซื้อขายสัตว์ป่าจากตลาดมืด เพื่อนำไปขายต่อในราคาสูงที่ประเทศไต้หวัน เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้เดินทางมาที่สนามบินดอนเมืองตามที่สายลับระบุ ในวันจับกุม เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ โดย นายอู๋ (ผู้ต้องหาที่ 2) ได้ทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทาง เดินล่วงหน้าเข้าไปในจุดตรวจเครื่องเอกซเรย์ก่อนเพื่อสังเกตการณ์ว่ามีเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มงวดเพียงใด ก่อนจะส่งสัญญาณให้ นายเฉิน (ผู้ต้องหาที่ 1) เดินตามเข้าไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่วางกำลังไว้รอบบริเวณโถงผู้โดยสารได้แสดงตัวเข้าขอตรวจค้นนายเฉินอย่างละเอียด ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าบริเวณเป้ากางเกงด้านหน้าของนายเฉินมีลักษณะบวมพองผิดปกติ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการซุกซ่อนสัตว์ป่าของกลางไว้ในถุงน่องและยัดไว้ในกางเกงชั้นในเพื่ออำพรางสายตาและป้องกันเสียงร้องของสัตว์
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเฉิน ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่ารับจ้างขนสัตว์ป่าดังกล่าวไปขายต่อจริง ส่วนนายอู๋ ผู้ต้องหาที่ 2 ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลทั้งสองในฐานความผิดหลายกระทง ดังนี้

– พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562: ฐานครอบครองและพยายามส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
– พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560: ฐานพยายามส่งออกของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร
– พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558: ฐานพยายามส่งสัตว์ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนสัตว์ป่าของกลางเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับไปดูแลรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายก่อนดำเนินการตามระเบียบต่อไป