
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้เปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ หลังขยายผลจากคดีกลุ่มผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูก “โค้ช” ชื่อดังหลอกให้ลงทุนในโปรเจกต์ M3 DAO ก่อนจะเชิดเงินหนีและปิดระบบถอนเงิน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย
– น.ส.มณฑิรา (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 301/2569 ถูกตั้งข้อหาหนัก ทั้งฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
– นายชินวัตร (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 303/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดของกลางสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง, โน้ตบุ๊ก, สมุดบัญชีธนาคาร รวมถึง “กระดานนำเสนอแผนการลงทุน” และคูปองส่วนลดสมาชิก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันพฤติการณ์การชักชวนเหยื่อเปิดกลยุทธ์ “M3 DAO” การันตีกำไร 5 เท่า-ปันผลรายวัน
พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้เริ่มสร้างความเสียหายตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยใช้แพลตฟอร์มเว็บไซต์ https://m3mars.io เป็นฉากหน้า น.ส.มณฑิรา ซึ่งสวมบทบาทเป็น “โค้ช” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน ได้ใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ และเดินสายจัดสัมมนาอบรมตามจังหวัดต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้สนใจให้เข้ามาลงทุนในโปรเจกต์เหรียญคริปโต M3 โดยเสนอแผนการลงทุนที่ล่อใจ ดังนี้ ลงทุน 100 USD รับผลตอบแทนสูงถึง 5 เท่า,ลงทุน 5,000 USD รับผลตอบแทน 4 เท่า,เงินปันผลรายวัน สัญญาว่าจะจ่ายปันผล 0.5 – 2% ต่อวัน,ค่าแนะนำ หากสมาชิกสามารถชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนได้ ก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นตามลักษณะของแชร์ลูกโซ่

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มผู้ต้องหา เงินเหล่านั้นจะถูกนำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลทันที และมีการโอนต่อไปยังบัญชีม้าหรือผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพื่อ “ฟอกเงิน” และอำพรางเส้นทางการเงิน จนกระทั่งในที่สุดแพลตฟอร์มได้ปิดระบบถอนเงิน ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถนำทั้งเงินต้นและกำไรออกมาได้ รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 30 ล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.มณฑิรา ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าตนเองได้ลงทุนในแพลตฟอร์มดังกล่าวจริง และได้ชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนด้วยเพราะเชื่อในโปรเจกต์ แต่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหรือเจ้าของแพลตฟอร์ม

ขณะที่ นายชินวัตร ผู้ต้องหาวัย 22 ปี ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน และไม่ได้เป็นคนชักชวนใคร เพียงแต่ถูกนำบัญชีธนาคารไปใช้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างชัดเจน
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป โดยผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณี M3 DAO สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ บก.ปอศ. หรือสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ