ข่าวเด่น » ถอดบทเรียน 2 เดือนแห่งความพ่ายแพ้ ‘เพื่อไทย’ ปรับทัพใหญ่ดึง ‘อุ๊งอิ๊งค์-ดร.เชน’ ร่วมวง

ถอดบทเรียน 2 เดือนแห่งความพ่ายแพ้ ‘เพื่อไทย’ ปรับทัพใหญ่ดึง ‘อุ๊งอิ๊งค์-ดร.เชน’ ร่วมวง

24 เมษายน 2026
44   0

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่เลขานุการการประชุม และนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค ร่วมดำเนินการประชุม มีแกนนำพรรคเข้าร่วม อาทิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย  นางมนพร เจริญศรี นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค สส. และ สมาชิกพรรค ร่วมประชุม มีผู้ลงชื่อเข้าร่วมประชุมเป็นองค์ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 พรรคเพื่อไทย รวมจำนวน 264 คน ครบถ้วนตามที่กฎหมายและข้อบังคับพรรคกำหนด

มีรายงานนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลาประชุมไปผ่าตัดต้อหิน และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ติดภารกิจ ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วย

การประชุมเริ่ม เวลา 09.30 น. โดยมีระเบียบวาระ เรื่อง ประธานแจ้งที่ประชุมทราบ เรื่อง รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2569 พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เรื่อง พิจารณางบการเงิน ปี  2568 และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต, พิจารณารายงานการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรค ในรอบปี 2568, เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง, เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่าง และเพิ่มเติม

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า วันนี้ขอเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยสรุปผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นลง เราได้หารือในประเด็นสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนพรรค โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมให้ครบ 29 คนตามข้อบังคับ เพื่อปรับโครงสร้างพรรครองรับการเติบโตอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเตรียมความพร้อมตามกฎหมายสำหรับกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

​นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เรามีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ความชัดเจนในวันนี้คือการเดินหน้าเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกตรวจการบ้านโดยประชาชนสม่ำเสมอ และการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ที่สุดคือการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เรายังสามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่ได้ถึง 74 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอจะขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอยืนยันว่า ด้วยจำนวน สส. และองคาพยพทั้งหมดที่เรามี ทั้งสมาชิกและผู้สมัครที่ยังคงใกล้ชิดพื้นที่ เราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มีต่อไป

ทั้งนี้ตราบใดที่ประชาชนยังต้องการการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และสังคม พรรคเพื่อไทยยังต้องดำรงอยู่เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนนั้น เราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป การปรับตัวครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงเป็นเวลาแห่งการถอดบทเรียน รับฟังเสียงของตนเอง และรับฟังสังคม ทั้งจากแฟนคลับ สมาชิกพรรค และผู้เห็นต่าง