ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”รองอุ๊” นายกอบจ.ปราจีนบุรีลุยปรับปรุงซ่อมแซม-มอบบ้านผู้ยากไร้

ปราจีนบุรี  -“รองอุ๊” นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เพื่อส่งมอบบ้านใน “โครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะกึ่งเฉียบพลัน และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง” 

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งจาก “รองอุ๊”   นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)  พร้อมด้วยคณะฝ่ายบริหาร  ได้ร่วมส่งมอบบ้านให้กับ นายจิตรทิวัส สีพิษ ณ บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 4 ต.สะพานหิน อ.นาดี ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงบ้านให้มั่นคง ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ จำนวน 99,800 บาท เพื่อให้พี่น้องของเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้นำท้องถิ่นและทีมงานในพื้นที่ร่วมต้อนรับและแสดงความยินดี ได้แก่  นายสุรัตน์ ภูมิไถล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สะพานหิน  (อบต. )  นายศิริพรชัย รุ่งดิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4  พร้อมด้วยทีมงาน รพ.สต. และ ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่

โดยมี สจ.ศิริพร บุญประเสริฐ (สจ.เขต 1 อำเภอนาดี) เป็นผู้ประสานงานและดูแลพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด

###  มานิตย์  สนับบุญ 081-5583238/ปราจีนบุรี  ###

ยกย่องตำรวจทล.ปราจีนบุรีใจงามช่วยเหลือสาวขับเก๋งน้ำมันหมดกลางทาง

ปราจีนบุรี – สาวขับเก๋งน้ำมันหมดกลางทาง ตำรวจทางหลวง ไม่รอช้าให้ความช่วยเหลือด่วน บริเวณแยกสระขวัญ โดยได้นำน้ำมันมาช่วยเติม เพื่อให้รถสามารถเดินทางต่อไปได้

เมื่อเวลา17.17น.วันที่27มีนาคม2569   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 จังหวัดปราจีนบุรี (ปราจีน-สระแก้ว)   เปิดเผยว่า  ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. (หน่วยบริการฯสระแก้ว)

ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือน้ำมันหมด  แจ้งผ่านทางโทรศัพท์มาที่สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 จังหวัดปราจีนบุรี (ปราจีน-สระแก้ว)   มีหญิงสาวขับขี่รถ เกํงฮอนด้าแจส ทะเบียนจษ-2144 ชลบุรีเกิดเหตุน้ำมันหมด  บริเวณ แยกสระขวัญ  บนถนนสายสุวรรณศร (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33)  จุดตัดของถนนสุวรรณศร (ทล.33) กับทางหลวงหมายเลข 317 (มุ่งหน้าเขาฉกรรจ์/จันทบุรี)ใกล้เคียงบริเวณใกล้ซอยเทศบาล 2 และ  สถานีสูบน้ำบ้านพระเพลิง ในเขตตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

เจ้าหน้าที่ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. (หน่วยบริการฯสระแก้ว)จึงได้รีบออก ให้การช่วยเหลือ   นำน้ำมันเบนซิล แก๊สโซฮอล์91 มาเติมให้เรียบร้อยเวลา17.56 น.สามารถเดินทางต่อไปได้ ทั้งนี้ทราบว่าผู้เดินทางเดินทางมาจากต้นทาง  จ.ปราจีนบุรีปลายทางสู่ จ.สระแก้ว

โดย…มานิตย์ สนับบุญ  / ปรามจีนบุรี ###

ยก “ขุขันธ์”เมืองต้นแบบ ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานพระราชดำริสร้างรายได้ชุมชน

อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เดินหน้าขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างต้นแบบการพัฒนาเกษตรผสมผสาน สู่ความมั่นคงและยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่

สุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอขุขันธ์

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอขุขันธ์ ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการตรวจประเมินผลงานศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับจังหวัด ณ ศูนย์เรียนรู้อ่างหนองโคตร บ้านอาวอย หมู่ที่ 21 ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

การตรวจประเมินครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขยายผลศูนย์เรียนรู้ฯ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบในการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชน สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และการส่งเสริมให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ภายในกิจกรรม คณะกรรมการได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงสาธิตการปลูกพืช และแปลงเกษตรผสมผสานของเกษตรกรต้นแบบ จำนวน 3 ราย ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้และความมั่นคงในชีวิต ได้แก่ นายกิตติพล ไชยโพธิ์ นายสะใหว ปราบสกุล และนางอรกัญญา ขุขันธิน

ทั้งนี้ ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ถือเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน ช่วยให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิต เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

มีโอกาสขึ้นอีกแน่!นายกฯอนุทิน แจงน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาท ตามกลไกลตลาดโลก ยืนยันไม่ขาดแคลน

นายกฯอนุทิน ยันขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทตามราคาตลาดโลก อุ้มต่อไม่ไหว งบร่อยหรอ ยอมรับมีโอกาสขยับขึ้นอีก เหตุสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่จบ ขอ ปชช.มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลนแน่นอน

เมื่อเวลา 19.22 น.วันที่ 27 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร ว่า ราคาเป็นไปตามกลไก เราพยายามทำให้อย่างน้อยความมั่นคงทางการมีน้ำมันในประเทศมีมาก ราคาถ้าอุ้มมากงบประมาณที่เอามาใช้ก็ร่อยหรอไปทุกวัน และที่สำคัญถ้าราคาต่ำกว่า โอกาสที่จะรั่วไหลไปประเทศเพื่อนบ้าน การกักตุนก็เพิ่มมากขึ้น ก็พยายามให้อยู่ในราคาตลาดโลก ทุกประเทศก็ต้องรับในราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนเองไทยอยู่ในลำดับท้ายๆ ที่ราคาน้ำมันไม่สูงเท่าประเทศอื่น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ผลิตน้ำมันได้เองราคาน้ำมันเขาก็ยังสูงกว่าเรา

เมื่อถามว่าราคาน้ำมันจะขยับขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีโอกาส เพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคุกรุ่นอยู่ เมื่อสักครู่มีรายงานว่าเขาประกาศปิดช่องแคปอีกแล้ว ตนก็ต้องถามว่าตรงนี้ไทยได้รับผลกระทบหรือเปล่า สถานการณ์เปลี่ยนทุกวัน แต่สิ่งที่เราทำได้เรียบร้อยสำเร็จแล้วคือประเทศไทยไม่ขาดน้ำมัน เรายังสามารถใช้ศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบเข้ามา เมื่อสักครู่มีการประชุมได้ให้ ปตท.จัดหาน้ำมันที่กลั่นแล้ว ดีเซลในส่วนที่เอาไปขายประเทศลาว ขอให้เราใช้น้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาแล้วขายไปที่ลาวเลย เก็บน้ำมันที่กลั่นโดยปตท.ไว้ในประเทศไทย 

นี่เป็นการสร้างความมั่นใจเพิ่มให้ประชาชน ตอนที่เราขายไปลาวก็ไม่มีปัญหาอะไรวันละ 5 ล้านลิตร แต่เพื่อให้ความมั่นใจขึ้นมาอีก เพราะสถานการณ์อาจดูยืดเยื้อไปอีก ส่วนของโรงกลั่นที่ไม่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจะไปเจรจากับเขาว่าสั่งดีเซลจากต่างประเทศเข้ามา แล้วทรานชิปเม้นท์ส่งไปลาว ซึ่งเราพูดคุยตกลงราคาแล้วว่าสู้ได้ในราคาไหน เราไม่ได้เอากำไรเขามากมาย แต่ที่สำคัญน้ำมันที่กลั่นโดยโรงกลั่นในประเทศไทยก็เก็บรักษาในเมืองไทยมากที่สุด ก็เพิ่มจำนวนน้ำมันดีเซลในประเทศมากขึ้น

เมื่อถามว่า วันนี้ประชาชนมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าเราจะมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแน่นอน นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้มั่นใจได้เลย เรื่องราคาที่ตอนแรกเราพยายามอุ้ม 15 วัน แล้วที่มีคนบอกว่าไม่ควรไปอุ้มเลย ตนเห็นควรว่าควรพยุง 15 วันแรก เพราะรัฐบาลต้องไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม ซึ่งประชาชนก็เห็นแล้วว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ดีขึ้นเลย โอกาสที่ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นก็มี แต่จะให้เราพยุงราคาน้ำมันไปตลอดที่มีความขัดแย้งก็ไม่ได้

แฉอดีตผัวโหด! แอบถ่ายคลิปสวาท-ชีวิตส่วนตัวขายแอปมืดขู่บีบส่งคลิปแลกเงิน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอัครพล อายุ 26 ปี อดีตสามี หลังถูกกล่าวหาว่า แอบบันทึกภาพและวิดีโอส่วนตัวขณะใช้ชีวิตคู่ ก่อนนำไปเผยแพร่และจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันลับเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

น.ส.เอ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนและอดีตสามีคบหากันมานานกว่า 4 ปี และทำงานในสถานที่เดียวกัน ระหว่างที่ยังอยู่กินฉันสามีภรรยา อดีตสามีได้บันทึกภาพและวิดีโอในหลายอิริยาบถ ทั้งช่วงเวลาส่วนตัวภายในบ้านโดยที่ตนไม่ทันระวังตัว

ต่อมาฝ่ายชายได้กดดันให้ตนส่งไฟล์ดังกล่าว เพื่อนำไปเผยแพร่ในแอปพลิเคชันใต้ดินเพื่อหารายได้ โดยอ้างเหตุผลด้านการเงิน พร้อมทั้งใช้วิธีข่มขู่สารพัด ทั้งการไม่ให้เงินใช้ รวมถึงอ้างถึงบุคคลใกล้ชิดที่มีตำแหน่งและอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้ตนในขณะนั้นซึ่งไม่มีรายได้ ต้องยอมจำใจส่งไฟล์ไป

“ตอนนั้นไม่มีงาน ไม่มีเงิน และถูกกดดันหนักมาก จึงต้องยอมส่งไป ทั้งที่ไม่เต็มใจเลย” ผู้เสียหายกล่าว

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังระบุว่า ปัจจุบันยังรู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากต้องเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับอดีตสามี และมีโอกาสพบเจอกันอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังกังวลเรื่องอิทธิพลของฝ่ายชายที่อ้างว่ามีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ รวมถึงรู้จักทนายชื่อดังหลายราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความไว้ และแจ้งว่าสามารถดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องได้ ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะไม่ยอมความ หากมีการติดต่อขอไกล่เกลี่ย

ผู้เสียหายยังฝากถึงอดีตสามีว่า การกระทำดังกล่าวสร้างบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรง และไม่ควรเกิดขึ้นกับใครอีกในสังคม

คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

.

191 บุกค้นบ้านกลางกรุง! รวบหนุ่ม 36 ค้ายาไอซ์ ซุกห้องนอน หนีตำรวจพลาดตกกำแพงเจ็บ

ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านหทัยราษฎร์ สามารถจับกุมชายวัย 36 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์และอุปกรณ์การจำหน่ายจำนวนหนึ่ง หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านสายด่วน 191

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 ร.ต.อ.เปรมินทร์ ทรงชัยกุล  รอง สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชวิศ ชูช่วย รอง สว.งานสายตรวจ 1 บก.สปพ.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ กองกำกับการ1 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ได้นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ซอยหทัยราษฎร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริเวณห้องนอนชั้น 2 ของบ้าน พบผู้ต้องหา คือ นายธวัชชัย ถาพินนา อายุ 36 ปี แสดงอาการมีพิรุธและพยายามหลบหนีโดยเปิดหน้าต่างกระโดดออกจากตัวบ้าน แต่เกิดพลาดพลัดตกจากกำแพง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้าย ก่อนถูกควบคุมตัวได้ในที่สุด

จากการตรวจค้นภายในห้อง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) บรรจุในถุงซิปใสหลายรายการ รวมทั้งหมดน้ำหนักประมาณ 1.71 กรัม นอกจากนี้ยังพบเครื่องชั่งดิจิทัล และถุงซิปสำหรับแบ่งบรรจุยาเสพติด ซึ่งเข้าข่ายมีไว้เพื่อจำหน่าย

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” และภายหลังผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหาเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้สั่งซื้อยาไอซ์ผ่านแชตเฟซบุ๊กจากหญิงรายหนึ่ง โดยรับของในลักษณะวางทิ้งไว้ตามจุดนัดหมาย ก่อนนำมาแบ่งจำหน่ายต่อในราคาที่สูงขึ้น

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการหลบหนี พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สน.นิมิตรใหม่ และอยู่ระหว่างการขยายผลถึงเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ตำรวจบุกทลายเครือข่าย ACME “เทพคริปโตฯ” ลวงลงทุนเหยื่อสูญกว่า 1.3 พันล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ.

เปิดปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลงทุน “1000x.live” และ “Wowbit” รวบผู้ต้องหา 3 ราย ยึดทรัพย์สินหรูเพียบ มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท

จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ประกอบด้วย

1. น.ส.จุฑามาศ สงวนนามสกุล จับกุมได้ที่ อาคารลูคัส ซอยนาคนิวาส 7 เขตลาดพร้าว กทม. (ขณะกำลังจะเดินทางไปสนามบิน)

2. นายอติชาต สงวนนามสกุล จับกุมได้ขณะกำลังขึ้นเครื่องบิน ที่ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง กทม.

• ข้อหา: “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”

 3. นายศักดินา สงวนนามสกุล จับกุมได้ที่ บ้านพักหมู่บ้าน The Connect 37 เขตดอนเมือง กทม.

• ข้อหา: “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”

 ตรวจค้น 5 เป้าหมาย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 5 แห่ง ได้แก่ คอนโดและบ้านพักในซอยนาคนิวาส 7, 26, 41 (เขตลาดพร้าว), บ้านพักในหมู่บ้าน The Connect 37 (เขตดอนเมือง) และ บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ซอยนาคนิวาส 16 พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญ ได้แก่

• รถยนต์หรู 4 คัน: Bentley, Mercedes-Benz ,Toyota Hiace Majesty และ Toyota Fortuner มูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านบาท

• สินค้าแบรนด์เนมกว่า 42 รายการ: กระเป๋า Louis Vuitton (18), Hermes (14 รวมถึงอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง), Chanel (5), Dior (5) และเครื่องประดับกว่า 60 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

• อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์: โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ควบคุมระบบ NVR รวมกว่า 21 เครื่อง

• เอกสารสำคัญทางคดี: โฉนดที่ดิน (จำนวน 2 โฉนด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายวรวัฒน์ และ น.ส.ณัฐชา ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน โดยซื้อมาจากเจ้าของเดิม ในราคา 30 ล้านบาท เมื่อเดือน มิถุนายน 2565) สมุดบัญชีธนาคาร เอกสาร KYC คู่มือปฏิบัติงาน และแผนงานโปรเจกต์เหรียญ ACT

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อเดือนมีนาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษ นายวรวัฒน์ฯ และแพลตฟอร์ม 1000X ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. ต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับนายวรวัฒน์ฯ ในข้อหา “ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้สืบสวน 1000x.live จากคำให้การของผู้เสียหาย จำนวน 29 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท พบว่าแพลตฟอร์มดังกล่าว ตามที่ กลต.กล่าวโทษนั้น เป็นเครือข่ายหลอกลวงลงทุนเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์ม 1000x.live นำโดย นายวรวัฒน์ หรือ “แอ็คมี่” (เจ้าของเพจ “Acme Traderist” และฉายา “วาฬบิทคอยน์” ของไทย) ซึ่งได้ชักชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ภารกิจทำ 3,000 ให้กลายเป็น 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ” อ้างกำไรสูงถึงร้อยละ 200 โดยใช้วิธีไลฟ์สดโชว์ผลกำไรและให้ผู้เสียหายซื้อขายตาม (Follow Trade) แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้ จนนำไปสู่การออกหมายจับนายวรวัฒน์ กับพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และร่วมกันฟอกเงิน ตามลำดับ

ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีผู้เสียหาย จำนวน 64 ราย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์คดีหลอกลงทุนโครงการ “Wowbit” มูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท ทาง กก.4 บก.ปอศ. จึงสืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่า หลังจากกลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนผ่าน แพลตฟอร์ม 1000x.live ตามที่กล่าวมาแล้ว ได้ออกกลอุยายในการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ผ่าน “Wowbit” โดยนายวรวัฒน์ได้ชักชวนให้ลงทุนโปรเจกต์เหรียญ “ACT Coin” และฝากสินทรัพย์รับผลตอบแทนสูง (Earn) พบนายศักดินา (ซึ่งเป็นพนักงาน) เปิดบัญชีรับโอนเงินจากเหยื่อ ซึ่งพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 549 ล้านบาท เมื่อได้รับเงินโอนแล้ว ขบวนการนี้จะใช้วิธี “เดินสายถอนเงินสด” กระจายหลายสาขาในวันเดียวกัน เพื่อนำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และฟอกเงินผ่านระบบ DeFi ปิดบังเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังพบการทำธุรกรรมเชื่อมโยงกับ บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ขอ งนายวรวัฒน์ อีกด้วย

ซึ่งจากการสืบสวนทั้ง 2 กรณี (1000x.live และ Wowbit) ชี้ชัดว่า นายวรวัฒน์ เป็นตัวการหลัก ในการก่อเหตุของขบวนการนี้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันปฏิบัติการในครั้งนี้

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธและภาคเสธ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน เช็คให้ชัวร์ก่อนโอน ในยุคที่ใครก็อ้างว่าเป็น “กูรู” หรือ “วาฬบิทคอยน์” การลงทุนผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียมีความเสี่ยงสูงมาก หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ ให้พึงระวังไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่ หรือ เสี่ยงโดนหลอกลงทุนออนไลน์

1. อ้างกำไรสูงผิดปกติ หรือได้ผลตอบแทนแน่นอนทุกเดือน

2. โชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ใช้ภาพลักษณ์รวยทางลัด ขับรถซูเปอร์คาร์ โชว์พอร์ตกำไรหลักล้าน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นความโลภ

3. มีระบบ Copy Trade หรือพอร์ตลีดเดอร์ เพื่อให้เราโอนเงินไปให้เทรดแทน หรือทำตามโดยอ้างความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล

4. สร้างเหรียญเอง (Token) ชักชวนให้ซื้อเหรียญที่ไม่มีมูลค่ารองรับชัดเจน โดยอ้างว่าราคาจะพุ่งไปดวงจันทร์ แต่สุดท้ายกลับเทขายทิ้ง (Rug Pull)

5. เร่งรัดให้ตัดสินใจ มักจะบอกว่า “โอกาสสุดท้าย” หรือ “สิทธิพิเศษจำนวนจำกัด” เพื่อไม่ให้เรามีเวลาหาข้อมูลตรวจสอบ

สลดใจ!พบศพชาย-หญิงถูกมัดติดกัน ลอยติดใต้โป๊ะสะพานพระราม 8

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 สน.บวรมงคล รับแจ้งเหตุสลดพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะเข้าไปติดอยู่บริเวณใต้โป๊ะเรือโดยสารสะพานพระราม 8 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือพระราม 8 ฝั่งธนบุรี เจ้าหน้าที่พบภาพสุดสลด เป็นศพชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ในสภาพถูกมัดติดกันลอยค้างอยู่ใต้โป๊ะเรือ ท่ามกลางกระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเชี่ยวแรง ทำให้การกู้ร่างเป็นไปด้วยความลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องประสานชุดประดาน้ำเข้าดำเนินการเพื่อนำศพขึ้นมาตรวจสอบด้านบน

ชาวบ้านในชุมชนใต้สะพานพระราม 8 ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก ๆ เล่าว่า ได้รับแจ้งจากคนในชุมชนว่าเห็นวัตถุคล้ายร่างมนุษย์ลอยน้ำมา เมื่อมาดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่าเป็นศพชายและหญิงถูกพันธนาการติดกันอย่างมีเงื่อนงำ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ รวมถึงยังไม่สรุปว่าเป็นการฆาตกรรมหรือเหตุสลดในรูปแบบใด โดยได้ส่งร่างทั้งสองไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมสั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามริมน้ำ และเช็กประวัติการแจ้งความคนหายในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป

วิกฤติราคาน้ำมัน–ศึกสหรัฐฯ–อิหร่าน: คลื่นกระแทกใหม่ต่อท่องเที่ยวไทย

ในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังค่อย ๆ ประคองตัวออกจากเงาของวิกฤติเดิม ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน กลับปะทุขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานไม่ต่างจากเปลวไฟในตะวันออกกลาง

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ มิได้หยุดอยู่แค่ตลาดพลังงาน หากแต่แผ่ขยายไปยังระบบเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง และหนึ่งในภาคส่วนที่รับแรงกระแทกก่อนใคร คือ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ของ ประเทศไทย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัว

คำถามที่ต้องถามให้ชัดคือ…นี่เป็นเพียงแรงสะดุดชั่วคราว หรือกำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดการท่องเที่ยวไทยให้ชะงักงันอีกครั้ง

ราคาน้ำมัน: ตัวแปรเล็กที่เขย่าโลก

ทุกครั้งที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง “น้ำมัน” มักกลายเป็นตัวแปรแรกที่ตอบสนอง และครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในกระดานซื้อขาย แต่คือ “ต้นทุนพื้นฐาน” ของเศรษฐกิจโลก เมื่อมันขยับ ทุกอย่างย่อมขยับตาม

และสำหรับการท่องเที่ยว…อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยการเคลื่อนที่ของผู้คน ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ย่อมแปลตรงตัวว่า “การเดินทางแพงขึ้น”

ตั๋วแพง เที่ยวลด: สมการง่าย ๆ ที่กระทบทั้งระบบ

สายการบินทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในโครงสร้างต้นทุนของสายการบิน “น้ำมัน” กินสัดส่วนสูงถึงเกือบครึ่ง

เมื่อแบกรับไม่ไหว สิ่งที่ตามมาคือ ตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น เส้นทางบินที่หดตัว และความถี่เที่ยวบินที่ลดลง

นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกา เริ่ม “คิดหนัก” กับการเดินทางระยะไกล

คำถามง่าย ๆ ที่เกิดขึ้นในใจผู้บริโภคทั่วโลกคือ

“จำเป็นต้องไปไกลขนาดนั้นหรือไม่?”

และคำถามนี้เอง ที่กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อการท่องเที่ยวไทย

เมื่อโลกชะลอ ไทยย่อมสะเทือน

วิกฤติราคาน้ำมันไม่ได้หยุดอยู่ที่ค่าเดินทาง แต่ยังลุกลามไปถึงกำลังซื้อของผู้คนทั่วโลก

เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่แพงขึ้น ทำให้ “การท่องเที่ยว” ซึ่งเคยเป็นรางวัลของชีวิต กลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกเลื่อนออกไปก่อน

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจึงเกิดขึ้นสองชั้น

ชั้นแรก จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

ชั้นที่สอง นักท่องเที่ยวที่มา ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ภาพของนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายเต็มที่ อาจค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยพฤติกรรม “ประหยัดและคัดเลือก”

ผู้ประกอบการไทย: อยู่กลางแรงบีบสองด้าน

ในขณะที่รายได้มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โรงแรมต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้น

ร้านอาหารต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบและการขนส่ง

บริษัททัวร์ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นในทุกเส้นทาง

ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

จะขึ้นราคา ก็เสี่ยงเสียลูกค้า

จะตรึงราคา ก็เสี่ยงขาดทุน

นี่คือ “กับดักต้นทุน” ที่กำลังก่อตัวเงียบ ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

เที่ยวไทย: ความหวังที่ยังไม่เต็มศักยภาพ

ในภาวะที่การเดินทางระหว่างประเทศชะลอตัว หลายฝ่ายคาดหวังว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศจะเข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์

แต่ความเป็นจริงกลับซับซ้อนกว่านั้น

เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ค่าเดินทางภายในประเทศก็เพิ่มขึ้นตาม
ทริปใกล้ ๆ ที่เคยตัดสินใจง่าย อาจกลายเป็นภาระที่ต้องคิดซ้ำ

ผลลัพธ์คือ การท่องเที่ยวในประเทศเติบโต “ไม่เต็มแรง” อย่างที่ควรจะเป็น

ไม่ล่ม…แต่ไม่เหมือนเดิม

หากประเมินอย่างเป็นธรรม วิกฤติครั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย “ล่มสลาย”

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจน คือการฟื้นตัวที่ “สะดุด”

การเติบโตที่เคยคาดหวัง อาจต้องปรับลดแผนการขยายธุรกิจ อาจต้องชะลอและความไม่แน่นอน จะกลายเป็นตัวแปรหลักที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญ

ทางรอด: ปรับตัวก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน

ในทุกวิกฤติ ย่อมมีช่องว่างของโอกาส

การท่องเที่ยวไทยอาจต้องหันกลับมาทบทวนโครงสร้างของตัวเองอีกครั้ง

จากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ”

จากการพึ่งพาตลาดระยะไกล ไปสู่การสร้างฐานนักท่องเที่ยวระยะใกล้

จากการใช้พลังงานแบบเดิม ไปสู่ทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น

บทส่งท้าย

วิกฤติราคาน้ำมันจากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ อาจดูเหมือนเรื่องไกลตัว

แต่ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบแน่น แรงสั่นสะเทือนจากตะวันออกกลาง สามารถเดินทางมาถึงชายหาดไทยได้อย่างรวดเร็ว

คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่”แต่คือ “ไทยจะปรับตัวทันหรือไม่” ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่

และคำตอบของคำถามนี้ อาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในทศวรรษข้างหน้า

บทความโดย…ดร.วันเฉลิม จันทรากุล    เลขาธิการ สมาคมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง

กระบี่ลุยคัดกรองพาร์กินสันเชิงรุกเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Check PD สแกนหาความเสี่ยง

เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ คัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคพาร์กินสัน พร้อมเปิดตัวแอปฯCheck PD ตรวจโรคพาร์กินสันเสริมระบบสุขภาพเชิงรุก

อังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย เพื่อสำรวจประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคพาร์กินสัน ด้วยแอปพลิเคชั่น Check PD

ศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่

ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพที่พัฒนาโดย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันเชิงรุกในระดับชุมชน  ณ ห้องประชุมสุดมงคล ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาด สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงาน

นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นตามแนวทางของสภากาชาดไทยส่วนกลางที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพประชาชนเชิงรุก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี Check PD มาใช้คัดกรองประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคพาร์กินสันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสร้างเครือข่ายดูแลสุขภาพในระดับชุมชนให้เข้มแข็ง

สำหรับ โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ อาการสำคัญ ได้แก่ มือสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หากตรวจพบเร็วจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกับสภากาชาดไทยส่วนกลางในครั้งนี้ เป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยคัดกรองและติดตามผล ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้รวดเร็วและทั่วถึง โดยโครงการดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดเครือข่ายการคัดกรองโรคพาร์กินสันในจังหวัดกระบี่ และขยายผลสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของสภากาชาดไทยในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน

.