เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงศรีสะเกษกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด

สนง.เกษตรจังหวัดจังหวัดศรีสะเกษ เปิดประชุมคณะทำงานโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง พร้อมสนับสนุนการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด

นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จังหวัดศรีสะเกษ ปีการผลิต 2568/69 (สนับสนุนการกระจายผลผลิตหอมแดงออกนอกแหล่งผลิต) ภายใต้โครงการบริหารจัดการและส่งเสริมการตลาดพืชหัว ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติผู้เข้าร่วมโครงการฯ

ธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

รวมทั้งออกประกาศกำหนดราคา ช่วงเวลา พื้นที่ และปริมาณในการรับซื้อหอมแดงที่มีสิทธิได้รับค่าบริหารจัดการตามโครงการฯ ในการสนับสนุนการกระจายผลผลิตหอมแดงออกนอกแหล่งผลิตภายใต้โครงการบริหารจัดการและส่งเสริมการตลาดพืชหัว ปี 2569 พร้อมทั้งหารือการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ

โดยมี เกษตรจังหวัดศรีสะเกษพาณิชย์จังหวัด และสหกรณ์จังหวัด คลังจังหวัด ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอยางชุมน้อย ผู้แทนนายอำเภอเมืองศรีสะเกษ กันทรารมย์ ราษีไศล วังหิน เมืองจันทร์ พยุห์ ผู้แทนหอการค้าจังหวัด ผู้แทนประธานสภาเกษตรกรจังหวัด ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง คณะทำงานฯ และผู้เกี่ยวข้องร่วมการประชุม

นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษกล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ปลูกหอมแดงประมาณ 23,000-32000 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศไทย มีเกษตรกรปลูกกว่า 10,000 ราย โดยเฉพาะในอำเภอยางชุมน้อยราษีไศลกันทรารมย์ และวังหิน หอมแดงศรีสะเกษได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI (Geographical lndication) เนื่องจากมีกลิ่นฉุนและรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้รายได้จากหอมแดงแตกต่างกันมากแต่เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อไร่ต่อปีขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่นกันดูแลราคาขายการขายสดแห้งและการทำแปลงใหญ่โดยอาจมีรายได้ต่อไร่ในช่วง 1114 บาทก.ก 2-2.5ตัน/ไร่และอาจขายต้นหอมได้อีก 2,000 บาทถึง 30000 บาทต่อไร่หรือบางรายทำรายได้หลักล้านบาทต่อปีจากการปลูกหอมยกแปลงใหญ่

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

วันนี้ที่รอคอย “เอพริล” คว้าตั๋วลุยศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026”

เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2026 National Qualifiers คว้าตั๋วลุยศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026

การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ Honda LPGA Thailand 2026 National Qualifiers ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 7–8 มกราคม 2569 ปิดฉากลงอย่างเข้มข้น โดย เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี นักกอล์ฟวัย 21 ปี จากจังหวัดสระบุรี ลงแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งที่ 4 คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 141 (71-70) จากผู้เข้าแข่งขันมืออาชีพ 25 คน สมัครเล่น 64 คน รวม 89 คน คว้าสิทธิ์ลงแข่งขันในศึกกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา โดยมีนักกอล์ฟระดับโลก 72 คนร่วมชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท)

เอพริล–ชนกนันท์ นักกอล์ฟสตรีมืออันดับ 456 ของโลก กล่าวถึงความรู้สึกหลังคว้าแชมป์ว่า “ปีนี้ทุกคนเล่นได้ดี ส่วนสนามก็ถือว่าท้าทายมากเพราะมีลมค่อนข้างแรง ตั้งแต่เด็ก ๆ เอพริลก็เคยมาเชียร์ที่พัทยาหลายครั้ง วันนี้ได้สิทธิ์ลงแข่งเอง รู้สึกปลื้มใจมาก ๆ เลยค่ะ ต้องขอบคุณครอบครัวที่สนับสนุนมาตลอด และขอบคุณฮอนด้าที่จัดเวทีนี้ให้เด็กไทยได้ก้าวสู่การแข่งขันระดับโลก ต่อจากนี้ต้องซ้อมหนักกว่าเดิม เผื่อว่าจะได้ออกรอบกับนักกอล์ฟในดวงใจทั้งพี่จีโน่ และพี่เม ฝากขอกำลังใจให้เอพริลและพี่ ๆ นักกอล์ฟไทยด้วยนะคะ”

เอพริล-ชนกนันท์ เริ่มเล่นกอล์ฟตั้งแต่อายุ 11 ปี และเทิร์นโปรเมื่ออายุ 16 ปี สร้างผลงานยอดเยี่ยมในการเล่นอาชีพด้วยการคว้ารองแชมป์เลดี้ส์ ยูโรเปี้ยนทัวร์ “เมจิคอล เคนยา เลดี้ส์ โอเพ่น” ประเทศเคนยา เมื่อปี 2023 ได้ลงเล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ ปี 2024, 2025 และเคยทำโฮลอินวันครั้งแรกในการเล่นอาชีพที่หลุม 6 พาร์ 3 ระยะ 154 หลา ในรอบแรกของการแข่งขัน PIF Saudi Ladies International 2025 สนามริยาดห์ กอล์ฟคลับ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เธอมีความฝันสูงสุดในการเล่นกอล์ฟด้วยการขึ้นเป็นมือ 1 ของโลก

นางรัชนี จิรถาวรกุล ผู้จัดการทั่วไปสายงานวางแผนธุรกิจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันรอบคัดเลือก National Qualifiers เป็นเวทีสำคัญที่นักกอล์ฟไทยได้แสดงศักยภาพและเปิดโอกาสในการสร้างดาวดวงใหม่สู่วงการกอล์ฟสตรีไทย ด้านนายนคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เสริมว่า ฮอนด้าเชื่อมั่นในพลังและศักยภาพของเยาวชนไทย และหวังว่าประสบการณ์จาก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ จะช่วยต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคตให้นักกีฬาได้

การแข่งขันรอบคัดเลือก Honda LPGA Thailand National Qualifiers จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 โดยมีสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี (ไทยแอลพีจีเอ) กำกับดูแลการแข่งขัน และถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันนักกอล์ฟสตรีไทยสู่ระดับนานาชาติ ตลอด 7 ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ชนะ ได้แก่ กิฟท์–เบญญาภา นิภัทร์โสภณ (2019), รีน่า ทาเทมัตซึ (2020), พราว–ชเนตตี วรรณแสน (2021–2022), ซิม–ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ (2023), ฮัท–สุวิชยา วินิจฉัยธรรม (2024) และ ฝ้าย–พิมพ์พิศา รับรอง (2025)

การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะนำทัพโดยนักกอล์ฟระดับโลก อาทิ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล มือ 1 ของโลกและ Rolex Player of the Year 2025, แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ปี 2024, เม–เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ปี 2021 และ แองเจิล หยิน แชมป์ปี 2025 จากสหรัฐอเมริกา พร้อมนักกอล์ฟชั้นนำจากทั่วโลก

“อ๋อ พุฒซ้อน” อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ จัดฉลองวันเกิดอย่างอบอุ่น มิตรสหายวงการบันเทิง นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569  ที่ผ่านมา นายอ๋อ พุฒซ้อน อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย จัดงานฉลองวันเกิด อย่างเป็นกันเอง ที่ร้านอาหารวังตะโขง 3 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางเพื่อนพ้อง มิตรสหาย และผู้ร่วมงานจากหลากหลายวงการ ที่พร้อมใจกันมาร่วมอวยพรและแสดงความยินดีอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น

ภายในงานมีบุคคลสำคัญร่วมอวยพรและร่วมฉลองวันเกิดอย่างคับคั่ง อาทิ

นายมนตรี ยมนา นายกเทศมนตรีตำบลบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พลเอก สมโภชนี นนทชัย
นายธนพงษ์ มหิพันธุ์ (อ๊อด) ประธานบริษัท ธนโชติ99 จำกัด
นายชาลี อิ่มใจ สารเพิ่มประสิทธิเทพพืช (ไม้งาม)


นายไพศาล ธรรมทินนา CEO บริษัท โอนิล–จีบี
ซ้อจิ๋ม เจ้าของโรงสี อำเภอเสาไห้
น.ส.น้ำผึ้ง พรพะเยา สื่อมวลชน และ ศิลปิน

งานนี้ไม่เพียงสะท้อนสายสัมพันธ์อันดีในแวดวงสื่อบันเทิง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งมิตรภาพที่น่าประทับใจ

#อ๋อพุฒซ้อน #วันเกิดคนข่าว #สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง #มิตรภาพคนสื่อ #ข่าวบันเทิง #เรื่องเล่าคนวงการ

Meridian Cruise 2 ไอคอนสยาม เรือดินเนอร์สุดหรู อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ

Meridian Cruise 2 ไอคอนสยาม เรือดินเนอร์สุดหรู อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ พร้อม seafood กุ้งแม่น้ำเผา แซลม่อนซาชิมิ หอยแมลงภู่ชิลีอบเนยกระเทียม แบบไม่อั้น วิวแม่น้ำเจ้าพระยาบรรยากาศโรแมนติก ยามค่ำคืน ดนตรีสดเพราะๆ ฟังเพลงเพลินๆขับกล่อมตลอดช่วงเวลาที่ล่องเรือเค้กวันเกิดฟรีสำหรับลูกค้าที่เกิดภายในเดือนที่มาใช้บริการรอบเวลาล่องเรือ

รอบ Sunset เปิดให้บริการทุกวันเวลา 16.30-18.20 น. สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่งได้ที่ :
โทร. 091 599 5553
Facebook: meridiancruise2
IG: meridiancruise2
Line@: meridiancruise2
Line official : https://lin.ee/q20vQeV

MeridianCruise2 #dinnercruise

DinnercruiseBangkok #bestfood #bestdinnercruise

mustdoinbangkok

#iconsiam

theFloatingHappiness

ผลไม้นอกฤดูราคาพุ่ง ตลาดกลางแม่ขรี เปิดราคาทุเรียน 140 บาท-ลองกอง 40 บาท / กก.

“โค้งแรก” เฟส 2 ผลไม้นอกฤดูตลาดกลางแม่ขรี  ทุเรียนนอกฤดู เปิดราคา 140 บาท / กก. ลองกอง 40 บาท / กก.  ส่วนเฟสแรก “มุงคุด” นอกฤดู แรกทำยอดซื้อขาย 40,000 กก.มูลค่าเกือบแตะ 3 ล้านบาท บรรลุเป้หมาย ส่งออกต่างประเทศ ออเดอร์ไม่อั้น ส่งยุโรปตอนกลาง “เยอรมัน” 

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลแม่ขรี ได้เปิดศูนย์กลางตลาดกลางผลไม้แม่ขรี ซึ่งมีล้งผลไม้จาก จ.นครศรีธรรมราช โดยเริ่มในฤดูผลไม้นอกฤดู 2568 -69  ซึ่งขณะนี้มังคุดเริ่มออกผลผลิตและส่งตลาดซึ่งถือว่าเป็นเฟส 1  ส่วนถัดไปจะเป็นเฟส 2 ทั้งลองกองและทุเรียนนอกฤดูจะออกสู่ตลาดตามมา

ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า  ส่วนเฟส 2 เป็นทุเรียนนอกฤดู วันนี้ (5 มค.69) โค้งแรกของตลาดกลางผลไม้แม่ขรี เปิดราคาซื้อขาย โดยเปิดราคาซื้อขายไซซ์เกรด A B ราคา 140 บาท / กก. และไซซ์เกรด C ราคา 85 บาท / กก. สำหรับราคาจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงขอให้ผู้ขายผลไม้จะต้องดูตรวจสอบราคาก่อนที่จะขาย

ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า  ตลาดกลางจะเป็นตลาดราคาชี้นำเพื่อให้เจ้าของสวนได้รับการราคาที่ดีกับกลไกการตลาด ซึ่งเป็นขายตรงจากเจ้าของสวนถึงมือผู้ส่งออกต่างประเทศ แต่การส่งงออกผลผลิตจะต้องได้ขนาดและคุณภาพเกรด A หรือขนาดจับโบ้ ฯลฯ

ราคาเริ่มแรกตลาดกลางผลไม้แม่ขรีได้เปิดตาดมังคุดที่ราคา 120 บาท / กก. ( 15 ธค.68) และถัดมาเปิดราคา 90 บาท 80 70 บาท / กก. และตกเกราด ราคา 20 บาท / กก. ซึ่งจะเปิดราคาเวลา 14.00 น. และเปิดรับซื้อขายเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยเฉลี่ยมังคุดที่เข้าสู่ตลาดกลางประมาณกว่า 1 ตัน / วัน ราคามังคุดนอกฤดูพัทลุงราคาสูงสุดในรอบ 30 ปีโดยภาพรวมมังคุดนอกฤดูที่ซื้อขายได้จนถึงวันนี้ ( 5 มค.69)ประมาณ 40,000 กก. มีมูลค่าถึง 2.8 ล้านบาท ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชน เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

“ราคามังคุดในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน จะมีการเคลื่อนไหวที่ 300 บาท และ 400 บาท / กก.”

ทางตลาดกลางผลไม้แม่ขรี จะมีเปิดเปิดราคาทุกวันเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เจ้าของสวนรับทราบล่วงหน้า อีกทั้งจะเป็นการชี้นำราคาเพื่อให้เกษตรกรได้ราคาที่ดี และในการเปิดตลาดกลางผลไม้แม่ขรี

ดร.สมบัติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  ตลาดกลางผลไม้แม่ขรี เป็นตลาดกลางรับซื้อผลไม้โดยตรงจากเกษตรกร และเป็นผู้ส่งออกตลาดต่างประเทศ จึงมีการหารือกับนายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  
นส.ภรภัทร พันธุ์งอก  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำราญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานภูมิภาคจีน สำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 1 ทางด้านตลาดการส่งออกผลไม้แล้ว ถึงด้านการตลาดในต่างประเทศและโดยเฉพาะในประเทศจีน
“จึงมีการผลักดันให้มีก่อตั้งสมาคมส่งผลไม้ภาคใต้  เพื่อสร้างกำลังต่อการเจรจาทางการค้า

ซึ่งตอนนี้ได้ยื่นเรื่องถึงจังหวัดพัทลุง ในการจดทะเบียนสมาคมแล้ว และถัดไปจะมีการณรรงค์ส่งเสริมเกษตรกร ผู้ค้า ในการปลูกผลไม้ มังคุด ทุเรียน ลองกอง เงาะ ทุเรียน ให้เกิดคุณภาพและพัฒนาเข้าสู่ระบบ GMP  ตามมาตรฐานของตลาดโลกและตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะได้ราคาที่ดีตามความต้องการ” ดร.สมบัติ กล่าว และว่า

สำหรับสมาคมส่งออกผลไม้ภาคใต้ เป็นการยกระดับผู้ค้า เกษตรกร จะได้เป็นผู้ส่งได้โดยตรงเป็นการลดขั้นตอนกลไกการตลาด 1-2-3 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดส่วนต่างกับเกษตรกรเจ้าของสวนโดยตรง และต่อพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นในพื้นที่โดยตรงด้วย
มีความเชื่อมั่นว่าจะเกิดผลสำเร็จในเร็ว ๆ นี้ ทางด้านการตลาดส่งออกต่างประเทศ และการปรับปรุงยกระดับพัฒนาผลไม้ให้ได้คุณภาพตามระบบ GMP  และจากที่ผ่านมาที่ได้ส่งเสริมพืชหมากทางภาคใต้ ได้ประสบความสำเร็จมาแล้วในระยะ 4-5 ปี  ซึ่งปัจจุบันราคาหมากก็เดินไปด้วยดีในตลาดต่างประเทศตามกลไกการตลาด ผลไม้ก็จะมีรูปแบบเดียวกับกลไกตลาดหมาก

ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า  การดำเนินการตลาดกลางผลไม้แม่ขรีเพื่อเป็นการพัฒนายกระดับเรื่องราคาและเรื่องผลผลิตเกษตรกรจะได้สอดรับกับการตลาดที่สามารถส่งออกตลาดต่างประเทศได้และจะเป็นราคาที่ดี.

น้ำท่วมใต้พ่นพิษทุเรียนยืนต้นตายนับแสนต้นสูญกว่า 2 พันล้าน

น้ำท่วมภาคใต้ครั้งใหญ่ปลายปี 2568 ส่งผลทำให้ต้นทุเรียน ยืนต้นตายนับแสนต้น บางราย “ตายยกสวน” มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ระบุ “ทุเรียนนอกฤดู” ราคา 190 บาท / กก.

แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตปุ๋ยและจำหน่ายสนิค้าพืชเกษตร  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักระหว่างวันที่ 21 – 27 พฤศจิกายน 2568 ในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ได้ส่งผลกระทบโดยเฉพาะสวนทุเรียนหนักมากทั้งที่เพิ่งปลูกและอายุระหว่าง 3-5 ปี และในส่วนที่ให้ผลผลิตแล้วบางกลุ่มผลร่วง และบางกลุ่มยืนต้นตาย

โดยเฉพาะสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบหนัก ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช บางส่วน จ.พัทลุง บางส่วน และที่กระหนักหนักสุดคือ จ.สงขลา โดยเฉพาะพื้นที่สวนทุเรียนรอบ ๆ อำเภอหาดใหญ่ ตั้งแต่ อ.นาหม่อม อ.สะเดา อ.นาทวี และ อ.คลองหอยโข่ง ฯลฯ 

“สวนทุเรียบางรายยืนต้นตายหมดยกสวน จำนวน 17 ไร่ ขณะอายุ 5 ปีที่เพิ่งสอนให้ผลผลิต สวนทุเรียนน้ำสูงจมโคนต้นประมาณ 3 วัน น้ำขังในดินซึมโคนรากเน่าผลร่วงหล่นและยืนต้นตาย ทุเรียนเป็นพืชที่ง่ายต่อเกิดโรค โดยภาพรวมทุเรียนตายยืนต้นตายมาก”

สถานการณ์ทุเรียนทางภาคใต้จะอ่อนไหวมาก ทั้งทุเรียนปลูกลาดภูเขาโดนมรสุมพายุแรงต้นโค่นหักดอกร่วงผลร่วง พื้นที่ต่ำราบละลุ่มจมน้ำตาย ส่วนเวลาร้อนจัดยาวขาดน้ำตาย ภาคใต้การปลูกทุเรียนได้เป็นพื้นที่อ่อนไหวมากในปัจจุบันและอนาคต
จากภูมิอากาศปัจจุบันและอนาคตทุเรียนภาคใต้ได้เป็นพื้นที่อ่อนไหวไป เพราะภาวะลานิญาและเอนิโญที่สลับกัน และเฉพาะลานิญาจะคงต่อเนื่องไปถึงปี 2569 มรสุมและน้ำยังมีมาก และถัดไปจะสลับเป็นเอลนิโญในปี 2570 – 2571 จะกลายเป็นร้อยจัดขาดน้ำ

“สำหรับนักลงทุนการเกษตรและเกษตรกร โดยเฉพาะสวนทุเรียนจะต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดและต้องออกแบบวางแผนความอ่อนไหวให้ได้ เพราะการลงทุนปลูกต้องใช้เวลา 5 ปีและ 10 ปีกว่าให้ผลผลิตและจะได้ผลผลิตดี และทุเรียนยังมีต้นทุนที่สูงมาก ระบบน้ำ ระบบประปา ยางรักษาโรค ยาป้องกันโรค และยาบำรุง และเป็นพื้นที่ต้องมีวินัยในการรักษาดูแล”

นายสุรศักดิ์ กุลลาย ประธานเครือข่ายทุเรียนจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางเครือข่ายฯ ได้รับทราบจากเครือข่ายสวนทุเรียนในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด โดยเฉพาะทางด้านสวนทุเรียนพื้นที่บริเวณรอบ ๆ  อ.หาดใหญ่ ตั้งแต่ อ.นาหม่อม สะเดา และ อ.คลองหอยโข่ง  ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกทุเรียนรายใหญ่ โดยบางรายประมาณ 1,000 ต้น กว่า 40 ไร่ และในส่วน จ.พัทลุง ตั้งแต่ อ.ตะโหมด กงหรา ป่าบอน ฯลฯ สำหรับ จ.พัทลุง ได้รับผลกระทบประมาณ 20 % จากพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ ทั้งที่ให้ผลผลิตและยังไม่ให้ผลผลิต ทั้งทุเรียนนอกฤดูที่กำลังให้ผลลิต

“สวนทุเรียนที่ปลอดภัยประเภทน้ำลอดผ่านไม่ท่วมขัง แต่พื้นที่น้ำท่วมขังแช่จะเสียชีวิตยืนต้นตาย สำหรับสวนของตนไม่ได้รับความเสียหายในระยะนี้แต่ต้องดูในระยะยาว”

ในขณะเดียวกันยังมีทุเรียนที่ออกผลผลิตนอกฤดูหรือทุเรียนทวายก็ได้รับความเสียหาย โดยผลผลิตซึ่งจะสามารถออกขายได้ต้อนรับปีใหม่ในบางรุ่น โดยราคาจากล้งทุเรียนรายใหญ่ จ.ชุมพร ราคาซื้อขาย (9 ธค.68) 190 บาท / กก. และมีแนวโน้มแต่ะ 200 บาท / กก.

“ทุเรียนอยู่ระหว่างสำรวจของทางการ แต่ที่รับเบื้องต้นทุเรียนน่าจะได้ 100,000 ต้นจากภาพรวมผลกระทบเกี่ยวกับประสบภัยจากน้ำท่วมจากหลายพื้นที่จำนวนมาก คิดมูลค่าเงินที่เป็นรายได้ผลผลิตในอนาคต 27,000 บาท / ต้น / ฤดู และที่ทุเรียนหายไปหนนี้น้ำท่วมนี้ ประมาณ 2,700 ล้านบาท” นายสุรศักดิ์ 

นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนทุเรียนที่ไม่ได้รับผลกระทบและยืนต้นตายซึ่งหลังน้ำท่วมขอให้เฝ้าระวังดูแลเพราะในระยะหนึ่งอาจจะเห็นผลกระทบได้ อย่างกรณีน้ำท่วมสวนทุเรียน 1.ฉีดล้างคราบดินโคลนออกจากรากให้ได้มากที่สุด เพื่อให้รากกลับมาหายใจได้

2.ฉีดพ่นฮิวมิคิฟูลวิคเพื่อกระตุ้นรากไปพร้อมกับยาฆ่าเชื้อรา เช่น โพรพาโมคาร์บ+เมทาแลคซิลอย่างน้อย2-3ครั้ง และ  3.ห้ามให้ปุ๋ยใดๆ ทุกชนิด

นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากไม่มีคราบดินและโคลนก็ให้ฉีดพ่นฮิวมิคยาราและโรยปูนขาวหรือยิปซั่มเพื่อปรับสภาพดิน และสิงที่ควรทำคือการฉีดพ่นอาหารทางด่วนคือน้ำตาลทางด่วน+ยาราทางใบเพื่อให้ต้นไม่ได้รับอาหารทันที หลังจากที่ไม่มีแสงในการปรุงอาหารมาหลายวัน และช่วงระบบรากไม่สามารถทำงานได้ ฯลฯ.

ผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า จากน้ำท่วมที่ส่งผลผลกระทบต่อพืชผลไม้ ขณะนี้ทางสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา  ดูแลพื้นที่จังหวัดภาคใต้ อยู่ระหว่างการประชุมและการสำรวจผลกระทบที่ได้รับความเสียหาย (วันที่ 11 ธค.68).

กลียุคมาถึงแล้ว เขมรไร้ที่ซุกหัวนอน หลายพันชีวิตแหกด่านเข้าไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาฝั่งตะวันออกกำลังน่าเป็นห่วง มีรายงานว่ากลุ่มคนกัมพูชาพยายามหาทางกลับเข้ามาในพื้นที่ที่เขาอ้างว่าเป็นของเขา ไม่ว่าจะเป็นแถวหนองจาน หรือหนองหญ้าแก้ว โดยพยายามทดสอบแรงต้านของทหารไทย ทั้งการตัดลวดหนาม หรือแม้แต่ปีนตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งขวางไว้เข้ามา

ประเด็นที่น่ากังวลคือ คนกลุ่มนี้อาจไม่ได้เข้ามาแค่เพราะเดือดร้อนเรื่องปากท้อง แต่อาจมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง เช่น การเข้ามาเป็นสายลับ หรือทำลายความมั่นคง ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ทหารกำลังเตรียมรับมืออย่างหนัก ว่าจะใช้มาตรการเด็ดขาดอย่างไรเพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนเหล่านี้ฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้ เพราะลำพังตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งไว้ก็มีระยะทางจำกัด ไม่ได้ยาวตลอดแนวชายแดน ทำให้ยังมีช่องโหว่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้อยู่ดี

ขอบคุณภาพและข่าว – เพจ Chimlang

คนไทยบวงสรวงเซ่นไหว้ปราสาทขอม ทำไม ? วัฒนธรรมตอบที

ปราสาทโดนตวล เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาสูงบนเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณใกล้ชายแดนไทยกัมพูชาประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุมก่อด้วยอิฐซุ้มประตูก่อด้วยศิลาและมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท 
ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกบริเวณหน้าประสาทมีถนนปูด้วยหินขนาดเล็กกว้าง 6 เมตรมีเสาหิน 2 คู่สูง 3 เมตรและอยู่ห่างกันราว 250 เซนติเมตรซุ้มประตูทางเข้าปราสาทมีรูปสิงโตจำรัสตั้งอยู่บนแท่นข้างละ 1 ตัว

ตัวปราสาทประกอบด้วยซุ้มประตูและราง 2 องค์ซุ้มประตูมีจำนวน 3 ประตูต่อด้วยศิลา

ประตูกลางมีขนาดใหญ่ที่สุดกว้าง 1 เมตรสูง 2.5 เมตรประตูเล็กซ้ายขวากว้าง 70 เซนติเมตรสูง 1.8 เมตร รอประตูและศิลาทับหลังไม่ได้จำหลักลวดลาย

อยู่ที่ บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บริเวณช่องตาเฒ่า เป็นประสาทแห่งหนึ่ง ที่เป็นเป้าหมายของทหารเขมร ที่จะมายึดครอง เหมือนปราสาทตาควาย ใต้ลงไปในแดนเขมรเป็น อำเภอจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร ซ้ายเป็นช่องอานม้า ขวาเป็นจังหวัดพระหาร ต่อไปยังเสียมเรียบ เบื้องหน้าเป็า เขาสัตตะโสม

เดี๋ยวก็อดไม่ได้จัดพิธีบวงสรวง เซ่นไหว้ เหมือนทุกปีนะ”กำนันเป๋” ขณะนี้ ปีนี้อยในระหว่างศึกสงคราม คงงดจัดงานประเพณีบวงสรวงเซ่นไหว้ ผีปราสาทขอมเป็นแน่ 
ผมว่างดจัดเซ่นไหว้ไปตลอดก็จะดีไม่ควรจัดไหว้”ผีเขมร”

ปราสาทโดนตวล แปลว่าปราสาททวดอ่อน

โฎน แปลว่า ปู่ย่าตาทวด 
ต๊วน (ออกเสียงสั้นๆ)
แปลว่า อ่อน
โดนตวล จึงแปลว่า ยายทวดอ่อน
ผมเขมรสุรินทร์ แปล

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ชาวไร่ยาสูบทั่วประเทศจับตานโยบายพรรคการเมืองชี้ต้องใส่ใจแก้ปัญหาช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบ

ชาวไร่ยาสูบวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมือง หันมาใส่ใจปัญหาปากท้อง หลังอุตสาหกรรมยาสูบส่อเค้าวิกฤต “บุหรี่เถื่อน-โครงสร้างภาษี” ฉุดซบเซายาวนานนับสิบปี หวังเห็นนโยบายแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนตัดสินใจเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 

นายกิตติทัศน์ ผาทอง เลขาภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ ตัวแทนสมาคมชาวไร่ยาสูบจากภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน เผยว่า ชาวไร่ยาสูบเป็นเกษตรกรกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก มีการปลูกยาสูบในกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ มากกว่า 25,000 ครัวเรือน คิดเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องและพึ่งพาอาชีพนี้มากกว่า 100,000 รายในจังหวัดสำคัญ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ร้อยเอ็ด นครพนม โดยอุตสาหกรรมยาสูบมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ภาษีบุหรี่ให้รัฐปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกต่างประเทศอีกกว่า 500 ล้านบาทต่อปี

“ทุกวันนี้ ชาวไร่ยาสูบต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดฮวบ เพราะผู้บริโภคหันไปสูบบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้รายได้จากการขายใบยาสูบทั่วประเทศทรุดตัว แม้ก่อนหน้านี้จะมีการเสนอแนวทางแก้ไข ทั้งเรื่องการปรับโครงสร้างภาษียาสูบให้มีความเหมาะสม การเปิดทางสินค้าทางเลือกใหม่ หรือการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือชาวไร่และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาสูบ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดเดินหน้าจริงจัง ทำให้ชาวไร่และประเทศต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างน่าเสียดาย” นายกิตติทัศน์ ระบุ

“ที่ผ่านมา ชาวไร่ยาสูบฝากความหวังไว้กับผู้แทนราษฎรในพื้นที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง ผลักดันแก้ไขปัญหาในสภา จนได้รับความช่วยเหลือหลายด้าน เช่น เงินชดเชยรายได้ ปรับราคารับซื้อใบยาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น จึงอยากวิงวอนผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองทุกพรรค ยกระดับปัญหานี้เป็นวาระสำคัญของพรรค เสนอนโยบายช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกยาสูบปี 2568/2569 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวไร่เดินหน้าประกอบอาชีพต่อไปได้”

เชิญชิมเมนูเลื่องชื่อของจีน “เคาหยก” ที่ห้องอาหารจีนหยก

ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนชิมเมนูอันเลื่องชื่อของมณฑลหูหนานและมณฑลกวางตุ้งของจีน ที่คัดสรรมาแนะนำในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2569 ตลอดเดือนมกราคม

โดยเฉพาะด้วย “เคาหยก” ที่ทำมาจากหมูสามชั้น อันมีความหมายถึงการกินดีอยู่ดี อุดมสมบูรณ์  เสิร์ฟพร้อมหมั่นโถว เพื่อความเฟื่องฟู เจริญรุ่งเรือง เพียงที่ละ 690 บาทเท่านั้น จัดบริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นทุกวัน ระหว่างเวลา 11.30 – 14.30 และ 18.00 – 22.00 น.

สำรองโต๊ะล่วงหน้าที่โทร.0-2276-4567 ต่อ 8429 หรือไลน์ @theemeraldhotel และเพจห้องอาหารจีนหยก www.facebook.com/yoktheemerald

.