อนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทยเพิ่มรายได้เกษตรกรไทย

อนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย”

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เตรียมจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการจัดงานครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย

กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 – 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์

เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน 

ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “คน” กับ “ควาย” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น

กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น
1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน
11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน
13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน
15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน
16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย
1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล
2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล
3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล
โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

“กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของ
กรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

อลังการ!พราว กรุ๊ป เนรมิตค่ำคืนเคานต์ดาวน์ ด้วยพลุ Candy Collection ส่งท้ายปีที่หัวหินและภูเก็ต

พราว กรุ๊ป ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดงาน “Chang Countdown present Hua Hin Beach Countdown 2026” ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย), โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, ไทยประกันชีวิต รวมถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ริมชายหาดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมส่งมอบความสุขให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาก ณ หัวหินและภูเก็ต

ไฮไลท์สำคัญของปีนี้ คือ โชว์พลุดอกไม้ไฟคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Candy Collection” ที่ถ่ายทอดความสดใสและความแกลมแบบร่วมสมัย ผ่านโทนสีลูกกวาดหวานละมุน อาทิ ชมพู ฟ้า ม่วง เหลือง และพาสเทลหลากสีสาดแสงบนฟากฟ้าเหนือน่านน้ำทะเลอย่างตระการตา สวยงามโดดเด่นกว่าทุกปี ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 นาที พร้อมการจุดพลุรวมกว่า 2,000 นัด ประกอบแสง สี เสียง สร้างโมเมนต์นับถอยหลังสู่ปีใหม่ 2026 ที่น่าประทับใจและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สำหรับ หัวหิน บริเวณริมชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง พร้อมโซนอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมสร้างสีสันตลอดค่ำคืน

ขณะที่ จังหวัดภูเก็ต ณ หาดกมลา ก็สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยโชว์พลุดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาเที่ยงคืน พร้อมกิจกรรมถ่ายภาพกับประติมากรรมร่วมสมัย ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติให้ร่วมเก็บภาพความทรงจำส่งท้ายปี

การจัดงานในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ พราว กรุ๊ป ในการร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย สร้างแลนด์มาร์กการเฉลิมฉลองระดับประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมต้อนรับศักราชใหม่อย่างสดใส สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

.

“น้ำตกวังหินลาด”เมืองตรัง แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตต้อนรับปีใหม่ ’69

น้ำตกวังหินลาด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 1 บ้านยูงงาม ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ถือเป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดยาว เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 โดยเฉพาะการไปเล่นน้ำเพื่อคลายร้อน การไปนั่งรับประทานอาหารใต้ต้นไม้น้อยใหญ่ เล่นชิงช้า หรือถ่ายรูป

ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่น แถมยังมีลมพัดโชยมาเบาๆ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดูแลเรื่องความสะอาด และความปลอดภัยกันอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะการจัดระบบการจอดรถ เดินป่า เล่นน้ำ จำหน่ายอาหาร และจัดเก็บขยะ

 ทั้งนี้ น้ำตกวังหินลาด ตั้งอยู่ริมเทือกเขาบรรทัด รอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง กับจังหวัดพัทลุง โดยมี “โตนน้อย” ที่มีลักษณะเป็นสายน้ำที่ไหลแรงลดหลั่นลงมาตามโขดหิน ลงสู่เบื้องล่างเป็นระยะทางประมาณ 400 เมตร ท่ามกลางป่าไม้น้อยนานาพันธุ์ที่ร่มรื่นปกคลุมอยู่ทั้งสองข้าง ก่อนไหลมาสู่ “วังหินลาด”

ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ที่ช้างจะมาพักและอาบน้ำ จนทำให้หินบริเวณนี้มีลักษณะเป็นพื้นราบเรียบ ดังนั้น จึงเป็นจุดที่บรรดานักท่องเที่ยวจะนิยมชักชวนครอบครัว ญาติมิตร หรือเพื่อนฝูง มาเล่นน้ำกัน รวมทั้งชิมอาหารพื้นบ้าน และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น

โดย….ทวี เก้า เก้า

พลิกผืนดินเนรมิตรสวนผักเพื่อสุขภาพ-แหล่งเรียนรู้ต่อยอดเชิงพาณิชย์

อุทัยธานี – สาวลานสักพลิกพื้นที่ดิน!!ให้เป็นบ้านสวนเปิดชมฟรี สวนทานตะวัน ชมผักเพื่อสุขภาพหลายสายพันธุ์ หากนำไปต่อยอดขายให้เพียงต้นละ20 บาท

ที่สวนบ้านชา ณ ลานสัก พบกับเจ้าของสวนชื่อนางสาวสุดารัตน์ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 353/21 ม.1 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ได้เปิดมาเพียง3-4 เดือนโดยพลิกพื้นที่บ้าน แบ่งส่วนพื้นที่เปิดเป็นสวนดอกทานตะวันให้เที่ยวชมฟรีพร้อมกับมีสวนผักปลูกเพื่อสุขภาพ ปลูกไว้หลายชนิดหลายสายพันธุ์ มีทั้งกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค เรดคลอรัล และอีกหลายสายพันธุ์ ไว้ให้ชมฟรี ปลอดสารพิษ พร้อมกับเปิดความรู้วิธีทำในการเพาะปลูกให้กับผู้ที่มาเที่ยวชม

ทั้งนี้ ผักที่ปลูกเป็นผักที่มีประโยชน์ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ นำไปทานคู่กับน้ำสลัดครีมหรือสอดไส้กับแฮมเบอร์เกอร์ หรือทานคู่กับบาร์บีคิวย่าง เมี่ยงคำ และยังสามารถนำไปทานคู่กับน้ำพริกได้ พร้อมกับทางสวน หากสนใจผักที่สวน ทางเจ้าของสวนก็ขายให้เพียงต้นละ 20 บาท หากซื้อเป็นกิโลกรัม ขายเพียงกิโลกรัมเพียง 100 บาท

.

อร่อยโดนใจ!ของฝากญาติมิตรสุดฮิต“หม่ำพก” ห้าแยกชัยภูมิขายดีจนทำไม่ทัน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 – บรรยากาศวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2569 ในจังหวัดชัยภูมิเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) ชัยภูมิ มีประชาชนมารอต่อแถวซื้อตั๋วโดยสารเพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ขอนแก่น และนครราชสีมาอย่างเนืองแน่น จนทาง บขส. ต้องสั่งจัดรถเสริมกว่าเท่าตัวเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่หอบหิ้วเสบียงอาหารแห้งและข้าวสารกลับไปสู้งานต่อ

ขณะที่ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่บริเวณ “ห้าแยกโนนไฮ” ประตูขาออกเมืองชัยภูมิ มุ่งหน้าสู่ภาคกลาง พบว่าการจราจรหนาแน่นเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ขับรถส่วนตัวเดินทางเลี่ยงถนนมิตรภาพ ต่างแวะจอดซื้อของฝากยอดฮิตอย่าง “หม่ำพก” และ “ไส้กรอกชัยภูมิ” สินค้าโอทอป (OTOP) ระดับตำนาน

จากการสำรวจร้านค้ากว่า 10 แห่ง พบว่ายอดขายพุ่งสูงกว่าช่วงปกติถึง 3 เท่าตัว โดยเฉลี่ยแต่ละร้านสร้างรายได้วันละ 60,000 – 70,000 บาท (จากเดิมวันละประมาณ 20,000 บาท) ส่งผลให้ในช่วง 5 วันของเทศกาลปีใหม่ มีเงินหมุนเวียนเฉพาะกลุ่มร้านของฝากห้าแยกโนนไฮ รวมกว่า 3 ล้านบาท

สำหรับ “หม่ำพก” ของดีชัยภูมิ มีเรื่องเล่าขานถึงตำนานแห่งความรักบนเทือกเขาภูแลนคา เมื่อนายพรานล่าสัตว์ได้แล้วเกรงว่าเนื้อจะเน่าเสีย จึงสับเนื้อผสมเครื่องเทศยัดใส่ใน “พก” หรือกระเพาะปัสสาวะวัวเพื่อนำกลับไปฝากภรรยาที่บ้าน จนกลายเป็นภูมิปัญญารถชาติเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยราคาจำหน่ายในปีนี้ หม่ำหมูอยู่ที่ กิโลกรัมละ 350 บาท หม่ำเนื้อกิโลกรัมละ 440 บาท และไส้กรอกหมูกิโลกรัมละ 240 บาท ซึ่งทุกร้านมีบริการปิ้งย่าง อบสุก พร้อมรับประทานได้ทันที

นายสังข์ เที่ยวจันทร์ทึก อายุ 56 ปี ชาวบ้านท่ามะไฟหวาน หนึ่งในผู้โดยสารที่กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า “ทุกครั้งที่กลับบ้านต้องแวะซื้อหม่ำและไส้กรอกชัยภูมิกลับไปกินที่ทำงาน เพราะรสชาติที่นี่เป็นเอกลักษณ์ กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่บ้านเรา”

โดย…มัฆวาน  วรรณกุล – อารยา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

.

ศาลหลักเมืองเนืองแน่น สายมูแห่สักการะเสาร์แรกแห่งปีเสริมศิริมงคลชีวิต

ปราจีนบุรี –  แม้กลางดึกพระจันทร์เต็มดวงครั้งแรก! สายมูเฮไม่ถอย!ในวันเสาร์แรก-วันพระแรก-ของปี69 แห่ไหว้สักการะศาลพระหลักเมืองตลอดวันยาวจรดกลางดึกไม่ถอย เสริมสิริมงคลชีวิตครอบครัวขอพรให้รุ่งเรืองบ้านเมืองสงบสุขและขาดไม่ได้โชคลาภ แผงหวยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เมื่อเวลา 23.20 น.วันที่ 3 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ศาลพระหลักเมือง จ.ปราจีนบุรี ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ถนนราษฎรดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศการไหว้ศาลหลักเมือง  แม้กลางดึก  ในช่วงพระจันทร์เต็มดวงครั้งแรก -“เสาร์แรกของปี” พร้อมตรงกับ “วันพระแรก” ของปี 2569   ที่ถือเป็นฤกษ์มงคล แม้กลางดึก

พบว่าสายมูเตลูทั่วทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดปราจีนบุรี ยังคงหลั่งไหลเนืองแน่นมาไหว้สักการะขอพร ขอโชคลาภเนืองแน่น ตลอดทั้งวัน คาดว่าจะต่อเนื่องยาวถึงเที่ยงคืนวันนี้

ตามความเชื่อสืบต่อกันมาเป็นการ “ตั้งเสาหลักชีวิต” ให้มั่นคงตลอดปี เสริมความเจริญก้าวหน้า การงานราบรื่น และโชคลาภไหลมาเทมา โดยเฉพาะบ้านเมืองสงบสุขเหนืออริราชศัตรู  พบยวดยานมุ่งตรงสู่ศาลพระหลักเมือง จ.ปราจีนบุรี ถนนถนนราษฎรดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรียาวเหยียดทั้งสายตลอดทั้งวันจรดกลางดึกนี้

พบทั้งวันนี้  แม่ค้าจำหน่ายเครื่องบูชาตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรีและหน้าศาลพระหลักเมืองต่างขายพวงมาลัยดอกไม้สดส่วนใหญ่เป็นดอกดาวเรืองให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทุก ๆ ด้าน ธูปเทียนผ้าแพร 3 สี และผลไม้และ โดยแผงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลขายดีเป็นเทน้ำเทท่าหลายเท่าตัวสร้างเศรษฐกิจกระเตื้องชั่วข้ามวัน

โดยผู้มาสักการะพากัน ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และเทพยดาที่สถิต ณ ศาลหลักเมือง ขอให้ชีวิตมั่นคง การงานก้าวหน้า โชคลาภไหลมาเทมาก่อนบูชาถวายด้วยเครื่องสักการะที่เตรียมมา

และ ปิดทองเสาพระหลักเมือง จากนั้นแตะฐานเสาหลักเมืองขอสุขภาพและชีวิตมั่นคง หรือพบบางคนแตะลำเสาขอความรักและครอบครัว หรือ แตะเหนือมือขอการงานการเงิน แต่ที่ขาดไม่ได้คือก่อนกลับคือการตีฆ้องชัยเพื่อให้เกิดชัยชนะ จากนั้นขากลับลงมาเสี่ยงดวงโชคลาภซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีมาจำหน่ายถึงที่รวม 3 แผงลุ้นรวยเป็นเศรษฐีรับต้นปี 2569 นี้

นางวาสนา ชาวบ้านหนองชะอม ต.ไม้เค็ด อ.เมืองปราจีนบุรี  กล่าวว่า   เดินทางมาไหว้ศาลพระหลักเมือง เพราะว่า  เป็นเสาแรกแล้วก็เป็นวันพระ  มีความเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นหลักชัยแห่งชีวิต ปกปกษ์รักษาครอบครัว ชนะภัยต่าง ๆ  โดยเฉพาะในยามประเทศมีภัยเช่นตอนนี้ นางวาสนากล่าว

ครอบครัวน้องโยเกิร์ต  กล่าวว่า  เดินทางมากับครอบครัว 3 คน   แล้วขอพรปีใหม่ศาลพระหลักเมืองเป็นหลักชัยชีวิต-ครอบครัว  บูชาด้วยผ้าสามสี น้ำมันพืชจุดตะเกียงให้รุ่งโรจน์สว่างสว่างมีพลัง  พร้อมน้ำแดง  พวงมาลัยดอกไม้สดดอกดาวเรืองให้ความเจริญงอกงามทุก ๆ ด้านทั้งทางโลกทางธรรม

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี ###

ระทึก!รถซิ่งกระบะชนสนั่นปิกอัพ4ประตูตกถนนต่อหน้าแม่ค้าขายข้าวโพดริมทาง

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  พ.ต.ท.ฐิรวัฒน์ เยี่ยมอ่อน สารวัตรเวรสอบสวนสภ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบริเวณริมถนนสายสุวินทวงศ์ (ศรีมหาโพธิ –กบินทร์บุรี) หรือ ถนนสาย304 มุ่งหน้าสี่แยกไฟแดงสามทหาร บริเวณปากทางเข้าบ้านนางเลง ม.5 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและไปตรวจสอบ

เป็นช่วงขาขึ้นมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ตัวอำเภอกบินทร์บุรี พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ isuzu สีขาวหมายเลขทะเบียนบพ934 ปราจีนบุรีจอดอยู่ในที่เกิดเหตุติดกับป้ายบอกทางตกลงริมถนนหันหน้าขึ้น บริเวณไฟท้ายด้านซ้ายแต่เสียหายโดยมีนายชินกร เหมือนสี คนขับยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันครบรถยนต์ 4 ประตูสีขาวยี่ห้อ isuzu หมายเลขทะเบียน กต 2661 อ่างทอง ด้านหน้าซ้ายมีรอยถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายเสียหลักตกริมถนน

นายชินกร กล่าวว่า ขณะที่ตนเองขับรถคันดังกล่าวออกมาจากโรงน้ำแข็งซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตรเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังจะเลี้ยวลงเข้าซอยระหว่างนั้นได้ยินเสียงดังโครงด้านหลังทำให้รถเสียหลักชนป้ายข้างทางได้รับความเสียหาย เมื่อลงมาดูก็พบว่ามีรถยนต์กระบะคันนึงวิ่งมาชนท้ายจนเสียหลักชนป้ายข้างทางตกริมถนนได้รับความเสียหาย

จากการสอบถามนางประภัสสร วิชาตา กล่าวว่าเดินทางออกจากที่ทำงานจังหวัดระยองจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดมหาสารคาม หลังปีใหม่  สามีเป็นคนขับซึ่งสามีตกใจมากพูดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้ชนท้ายรถคู่กรณีโดยที่รถคู่กรณีกำลังจะออกมาจากซอยสามีจึงชนท้ายจนได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์รถชนกันมีแม่ค้าขายข้าวโพดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเห็นเหตุการณ์

นางสาวธิติกานต์ สามเดือน แม่ค้าขายข้าวโพดกล่าวว่า ขณะที่กำลังนั่งขายข้าวโพดต้มอยู่ริมถนนโดยหันหน้าไปทางรถยนต์ทั้ง 2 คันที่กำลังวิ่งตามกันมาในระยะ 30 เมตร และได้เห็นรถกระบะกำลังจะเลี้ยวลงเข้าซอยเสี้ยววินาทีนั้นรถ 4 ประตูวิ่งเข้ามาชนเสียงดังโครม ขนาดนั้นยังคิดว่ารถต้องพุ่งเข้ามาชนแผงขายข้าวโพดต้มเต็มๆแต่รถทั้งสองคันเสียหลักลงข้างทาง

โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี###

ชื่นชม!หนุ่มใหญ่เก็บเงินสด26,200 บาท -ทองคำหนัก 2บาท ส่งคืนเจ้าของ

ปราจีนบุรี –   หนุ่มใหญ่ส่งนมเปรี๊ยวเก็บเงินสด26,200 บาท -ทองคำหนัก 2บาท ส่งคืนเจ้าของทำหล่นหายปากทาเข้าหมู่บ้าน หลังกดเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือจะนำไปใช้จ่าย-ค่าเทอมที่ค้าง รร.ไว้ให้ลูกไปเรียนหนังสือหลังหยุดยาวและปลดเปลื้องภาระระบุได้คืนกลับมาเหมือนตายแล้วเกิดใหม่รับปีใหม่ 2569 

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.โสภณ พรามณี ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ  เปิดเผยว่า  ได้มีหนุ่มใหญ่พลเมืองดีทราบชื่อต่อมาคือ นายเกรียงไกร แพรกสมุทร อายุ 53 ปี พนักงานจำหน่ายนมเปรี้ยวยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง  ได้มาแจ้งให้ช่วยตามหาเจ้าของเงินสด และ สร้อยทองคำรูปพรรณหนัก 2 สลึง มูลค่ารวมกันกว่า ครึ่งแสนบาท โดยหนุ่มใหญ่พลเมืองดีได้แจ้งว่า ระหว่างขับขี่รถ จยย.ไปส่งนมเปรี๊ยวให้ลูกค้าเส้นทางเข้าหมู่บ้านเดอะไพรวี่ข้าง รพ.เกษมราษฎร์  ม.10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  พบกระเป๋าถือตกอยู่ข้างทาง

ตรวจสอบ ภายในมีกระเป๋าสตางค์มี เงินสด จำนวน 26,200 บาท , ซองแดง ภายในมี ทองคำ จำนวน 2 สลึง(มูลค่า 33,000 บาท) และ เอกสารส่วนตัว ตกอยู่บริเวณเส้นทางดังกล่าว    ได้รีบนำมามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ    เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังเจ้าของทรัพย์สิน  ได้มาแสดงตัวเป็นเจ้าของ  และรับทรัพย์สินคืนไป ครบถ้วน

เจ้าของเงิน/ทองได้กล่าวทั้งน้ำตา ว่า  หลังจากเดินทางกลับภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัดส่งท้ายสิ้นปีไปปทำบุญเสร็จแล้ว  วันนี้เดินทางกลับบ้านพักเพื่อเตรียมเข้าทำงาน หลังพักผ่อนแล้วได้ออกจากบ้านพักไปกดเงินสดที่เหลืออยู่ก้อนสุดท้าย  หลังจากได้ใช้จ่ายช่วงปีใหม่แล้ว  เพื่อเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายภาระในครอบครัว และ เตรียมให้ลูกไปเป็นค่าเทอมโรงเรียนที่ค้างอยู่หลังหยุดยาวต่อเนื่องกระเป๋าได้ล่วงหายไปไม่รู้จุดไหนหาจากกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านแล้วไม่พบ

  ต่อมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพักศรีมหาโพธิ มีพลเมืองดีเก็บได้ดังกล่าว นับเป็นโชคดีต้อนรับปีใหม่ 2569นี้ ที่มีคนดีพบ เงินก้อนสุดท้ายนี้เหมือนได้เกิดใหม่ ได้ตอบแทนนำใจแก่พลเมืองดีเป็นสินน้ำใจ จำนวน 1,000 บาท

โดย… มานิตย์  สนับบุญ-ข่าว/ชัชวาล  ศิริปิ่น – ภาพ / ปราจีนบุรี  ###

สลด!รถประสานงาที่ร้อยเอ็ดอาจารย์ม.ขอนแก่นเสียชีวิต

ร้อยเอ็ด -เกิดอุบัติเหตุรถยนต์อเนกประสงค์ชนประสานงา บนถนนปัทมานนท์ สายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย 1 ในนั้นเป็น รศ.อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย ตำรวจ สภ.จังหาร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

ร.ต.อ.ธีพล เกื้อกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.จังหาร ได้รับแจ้งเมื่อเวลา 16.35 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2569 ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์อเนกประสงค์ชนประสานงา บนถนนปัทมานนท์ สายร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ บริเวณทางโค้งบ้านแซงแหลม ตำบลแสนชาติ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้บาดเจ็บหลายรายติดภายในรถ จึงรุดออกตรวจสอบพร้อม กู้ชีพ อบต.ดงสิงห์ กู้ภัยเมตตาธรรมจังหาร หน่วยกู้ชีพ รพ.จังหาร กู้ภัยทางหลวงร้อยเอ็ด กู้ภัยอโสกร่องคำ

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้ง บนถนน 4 ช่องจราจร ไม่มีเกาะกลางถนนพบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กต 5110 ร้อยเอ็ด มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณหน้ารถด้านซ้ายยุบพังเสียหาย พบคนขับเป็นชาย ทราบชื่อ นายถนัด กรมรินทร์ อายุประมาณ 42 ปี เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล นำส่งโรงพยาบาลจังหาร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ใกล้กันพบ รถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน กฉ 6590 กาฬสินธุ์ มีรอยเฉี่ยวชนบริเวณด้านหน้ารถฝั่งซ้าย ยุบพังเสียหายถึงห้องโดยสาร ตรวจสอบภายในรถ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 4 ราย และหญิง 1 ราย ติดภายในเบาะนั่งข้างคนขับ เป็นหญิงอายุ 51 ปี หมดสติ ไม่มีชีพจร อาสาสมัครกู้ภัยจึงเร่งให้การช่วยเหลือนำเครื่องตัดถ่าง นำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถ ก่อนให้การช่วยเหลือ CPR และใช้เครื่อง AED เพื่อกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา คือ รองศาสตราจารย์ ดร.นรากร คณาศรี อายุ 51 ปี อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สอบถามพลเมืองดี นางสาวสุรีภรณ์ แก้วขอนแก่น เจ้าพนักงานฉุกเฉินทางการแพทย์ โรงพยาบาลเสลภูมิ พลเมืองดีที่ลงให้การช่วยเหลือ เล่าว่า ตนขับรถมาถึงก็พบว่ารถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันแล้ว โดยพบว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย ด้วยความที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านนี้อยู่แล้ว จึงได้กลับรถมาเพื่อลงให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพื่อจะได้เร่งนำส่งโรงพยาบาล

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเวร ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อบันทึกภาพหลักฐานลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้จะได้สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ และประจักษ์พยานที่อยู่ในรถ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงเย็นที่ผ่านมา รศ. ดร.นรากร คณาศรี กำลังพาครอบครัวเดินทางกลับไปทำงานที่ จ.ขอนแก่น กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

“ทรัมป์”เผยบริษัทสหรัฐฯ เตรียมเข้าสูบน้ำมันเวเนฯ หลังจับกุมโค่นอำนาจ”ปธน.มาดูโร”

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า บรรดาบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกา เตรียมเข้าสู่เวเนซุเอลาและลงทุนฟื้นฟูกำลังการผลิตในประเทศแห่งนี้ หลัง นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา ถูกจับกุมและโค่นอำนาจโดยกองกำลังสหรัฐฯ

เชฟรอน เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่สัญชาติอเมริกาเพียงแห่งเดียวที่ปัจจุบันปฏิบัติการในเวเนซุเอลา ส่วน เอ็กซอน โมบิล และ โคโนโคฟิลลิปส์ เช่นเดียวกับอื่นๆ เคยมีเรื่องราวในประเทศแห่งนี้ ทั้งนี้ทางสถาบันการปิโตรเลียมอเมริกา กลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ระบุในวันเสาร์(3ม.ค.) ว่าพวกเขากำลังจับตาสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

เชฟรอน ซึ่งส่งออกจากน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาราว 150,000 บาร์เรลต่อวัน ไปยังชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขามุ่งเน้นไปที่สวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงาน นอกเหนือจากความปลอดภัยของทรัพย์สิน “เราจะเดินหน้าปฏิบัติการด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้ออย่างเต็มที่” โฆษกเชฟรอนระบุในถ้อยแถลง