ทีมชาติไทยU23 อุ่นเครื่อง ม.นอร์ทกรุงเทพ ก่อนลุยชิงแชมป์เอเชีย

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงอุ่นเครื่องทดสอบทีมกับสโมสร มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ทีมในระดับ ไทยลีก 3 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ณ สนามภายใน ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี

สำหรับการอุ่นเครื่องดังกล่าว ไม่ได้เน้นเรื่องผลสกอร์ แต่เป็นการทดสอบคอนเซปต์ของทีมที่ซ้อมกันมา โดยแข่งขันกันทั้งหมด 3 ครึ่ง ครึ่งละ 45 นาที

สำหรับ ทีมชาติไทย U23 จะฝึกซ้อมอีกครั้งที่ไทย ในวันที่ 3 มกราคม 2569 และเดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันดังกล่าว เพื่อเตรียมสำหรับการแข่งขัน โดยโปรแกรมของทีมชาติไทย U23 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีดังนี้

#Matchday1 
วันที่ 8 มกราคม 2569
🇦🇺 ออสเตรเลีย พบ ไทย 🇹🇭
18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

#Matchday2
วันที่ 11 มกราคม 2569
🇹🇭 ไทย พบ อิรัก 🇮🇶
 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม

#Matchday3
วันที่ 14 มกราคม 2569 
🇹🇭 ไทย พบ จีน 🇨🇳
 เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย 
 อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

โดยทุกนัดจะถ่ายทอดสดทาง Youtube : BG Sports

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งนี้ ไม่มีการคัดเลือกไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่อไป แต่จะมีผลต่อการจัดโถสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ในปี 2028 และครั้งดังกล่าวจะมีการหาชาติเป็นตัวแทน ไปแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมโอลิมปิก ที่ นครลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อไป

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทยU23 #AFCU23 #AsianCup2026 #AFCU23AsianCup2026

ต่อยอดความสำเร็ จ”เคาท์ดาวน์กำแพงเพชร” ชูอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสู่สากล

ททท. ร่วมกับจังหวัดกำแพงเพชร  เนรมิต ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน เฉลิมฉลองศักราชใหม่ ในงาน “KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026” ส่งมอบความสุขสุดอลังการ 28 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 นี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดกำแพงเพชร  จัดงาน KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026 เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 นี้ ณ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน จังหวัดกำแพงเพชร

ภายใต้แนวคิด ภาคเหนือ “Season of North สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ชูเสน่ห์       อัตลักษณ์ภาคเหนือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสวัฒนธรรมและเรื่องราววิถีชุมชน และเพื่อเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายชาธิป  รุจนเสรี  ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์  ขัดนาค ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นาย ไผ่ ลิกค์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกำแพงเพชร และนายก สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่ง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดให้เกียรติร่วมงานในครั้งนี้

 ภายในงานได้มีการนำเสนอไฮไลต์การประดับไฟ Lighting ในคอนเซป ลายผ้าไทยทางเหนือ ที่เป็นการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชุมชน ผ่านลายผ้าไทยทางเหนือ ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และสายใยความรักของครอบครัว  ที่ตอนนี้ ถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของเหล่าทหารกล้า  คือ “ผ้าถุงแม่” ที่เป็นมากกว่าเครื่องนุ่งห่ม แต่คือผืนผ้าที่แม่ทอ แม่เลือก และแม่ส่งต่อลวดลายแต่ละเส้น คือความรัก ความห่วงใย  เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมไทยที่มองว่า “ชายผ้าถุงแม่” เป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ ให้ความคุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะทหารไทย หรือผู้ที่ต้องเผชิญอันตราย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักบริสุทธิ์ ความกตัญญู และพลังจากแม่

เป็นการสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน พร้อมสร้างความประทับใจและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนยกระดับจังหวัดกำแพงเพชร สู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างยั่งยืน

แกะกล่องใหม่!!!ช่อง 7HD เผยโฉม”มีเรื่องต้องคุย” ดึง “กาย สวิตต์” นั่งพิธีกร

พร้อมเดินหน้าพุ่งทะยานรับปีม้าทองในปี 2569  ช่อง 7HD ลุยศึกสนามข่าวทันที เปิดปรากฏการณ์ข่าวสุดเข้มข้น ส่งรายการใหม่ “มีเรื่องต้องคุย” เจาะลึกทุกประเด็นร้อนกับ “กาย สวิตต์”  เริ่มจันทร์ที่  5 มกราคม 2569 เข้มข้นทั้งทางหน้าจอและออนไลน์แบบจัดเต็ม

ช่อง 7HD พุ่งทะยานรับปีม้าทอง ชวนแฟนข่าว เปลี่ยนวิธีคิด พลิกโฉมการติดตามรับชม ข่าว 7HD ที่เป็นมากกว่าการรายงานข่าวสารรอบด้าน การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปากท้องชาวบ้าน เรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ มารายงานข่าวส่งตรงจากสนามข่าวพร้อมข้อมูลจริง และยังเปิดพื้นที่หน้าจอให้เป็นพื้นที่ของการสนทนา ตั้งคำถาม หาคำตอบเพื่อสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไข

 ล่าสุดส่งรายการข่าวแนวใหม่ ที่จะเปลี่ยนนิยามของรายการข่าวที่คุ้นเคยให้เปลี่ยนไปใน  “มีเรื่องต้องคุย” เริ่มออกอากาศวันแรก วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 17.20–18.00 น. ทางหน้าจอช่อง 7HD และความพิเศษของ “มีเรื่องต้องคุย” ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอโทรทัศน์ แต่ยังขยายพื้นที่การสนทนาต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Ch7HD News เวลา 18.00–18.30 น. เพื่อให้ทุกประเด็นยังคงเดินหน้าต่ออย่างเข้มข้น ครบถ้วน และทันสถานการณ์

รายการได้ กาย-สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา พิธีกรมากไหวพริบ มารับหน้าที่ดำเนินรายการ ชวนคุยทุกประเด็นร้อน  เจาะลึกทุกแง่มุม เปิดมุมมองที่แตกต่างอย่างรอบด้าน  ถามตรง ตอบชัด  ร่วมหาความจริง หาทางออกที่ชัดเจน กับปมที่สังคมคาใจ เปิดโอกาสเปิดพื้นที่เปลี่ยนจาก “คนดู” ให้เป็น “คนคุย” ที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมไปพร้อม ๆ กัน

โดย “กาย สวิตต์” เปิดใจชวนติดตามว่า “ขอบคุณโอกาสครั้งสำคัญที่มอบหมายด้วยความไว้วางใจ ที่มีให้ผมเสมอมาครับ และในครั้งนี้ก็เช่นกันเตรียมความพร้อมและตั้งใจเต็มที่ครับ ฝากชวนติดตามชมและให้กำลังใจพวกเราชาว “มีเรื่องต้องคุย” และทีมข่าว 7HD ทุกคนนะครับ  พวกเราพร้อมเจาะลึกทุกแง่มุมอย่างชัดเจนให้ทุกคนได้ติดตาม ร่วมหาความจริง หาทางออกที่ชัดเจน กับปมที่สังคมคาใจ อย่าพลาดชมนะครับ”

ห้ามพลาด! รายการ “มีเรื่องต้องคุย”  ทุกปัญหามีทางจบ ทุกความขัดแย้งมีทางเคลียร์   ติดตามชมได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.20-18.00 น. ทางช่อง 7HD  และตามต่อช่องทางออนไลน์ Ch7HD News เวลา 18.00-18.30 น. เริ่มวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569

ถนนมิตรภาพ-M6 รถติดหนึบชาวอีสานแห่กลับเข้ากรุงหลังปีใหม่

บรรยากาศเดินทางกลับหลังเทศกาลปีใหม่ ชาวอีสานทยอยกลับไปทำงานในเมืองกรุง ส่งผลถนนมิตรภาพ และ M6 ช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมา รถติดสะสมยาว เคลื่อนตัวช้า มีเหตุรถเสียหลายจุด คาดการจราจรจะเริ่มคลี่คลายช่วงกลางดึก

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหลังเทศกาลปีใหม่ พบพี่น้อง ประชาชนชาวอีสานทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครและจังหวัดทางภาคกลางกันอย่างเนืองแน่น ส่งผลให้การสัญจรบนเส้นทางหลัก ทางหลวงหมายเลข (ทล.) 2 ถ.มิตรภาพ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข (M 6) บางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงขาล่องผ่านพื้นที่ จ.นครราชสีมา ประตูหน้าด่าน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพการจราจรคับคั่ง รถยนต์เคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่งติดสะสมเป็นแถวยาวช่วงผ่านทางแยก ทางร่วมและชุมชนขนาดใหญ่

ทั้งนี้สถานการณ์ M 6 ทางเข้าช่วงสีคิ้วได้ปิดชั่วคราว เนื่องจากรถติดสะสมจำนวนมากบริเวณทางเข้าด่านเก็บเงิน การเดินทางจาก ทล.201 ถ.สีคิ้ว-ชัยภูมิ ต้องมาขึ้น M 6 ที่ด่านปากช่อง ทำให้รถต้องชะลอตัวและช่วงด่านเก็บเงินขามทะเลสอ รถติดสะสมจำนวนมาก ท้ายแถวอยู่บริเวณทางขึ้น ทล.290 ถ.วงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา นอกจากนี้ตลอดทั้งวันมีการแจ้งขอความช่วยเหลือรถยางแตก เชื้อเพลิงหมดและเครื่องยนต์ขัดข้อง ฯ จำนวนนับ 10 ครั้ง คาดสถานการณ์จะคลี่คลายช่วงกลางดึก

.

ทภ.2จับตาเขมร! เสริมกำลังแนวพระวิหาร-ช่องตาเฒ่า ขนวัสดุสร้างฐานที่มั่น

ทภ.2 เฝ้าระวังพื้นที่อ่อนไหว-จุดยุทธศาสตร์ ชี้สถานการณ์ในระยะสั้นยังสงบ พบทหารกัมพูชาเสริมความแข็งแรงที่ตั้งทหาร แนวพระวิหารไปถึงช่องตาเฒ่า 

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 09.10 น. กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดทั้งวันวานนี้ ( 2 ม.ค.69) พบว่าภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลังและเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี–สุรินทร์–บุรีรัมย์ เงียบสงบในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งบริเวณช่องบกและช่องอานม้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ 

ขณะที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ ครอบคลุมช่องจอม ช่องเปรอ ช่องระยี ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวผิดปกติ

แนวพระวิหารพบการเคลื่อนกำลังระดับเล็ก อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจนที่สุดยังคงเป็นแนวพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ โดยตรวจพบรถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน เคลื่อนที่ไปทางช่องตาเฒ่า คาดว่าเป็นการปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของที่ตั้งทางทหาร

นอกจากนี้ ยังพบรถกระบะสีดำ 1 คัน ส่งกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 8–10 นาย บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่แบกกระสอบและสัมภาระ จากโคปุระที่ 1 ลงไปทางช่องบันไดหัก ขณะเดียวกัน ตรวจพบรถพยาบาล 1 คัน เคลื่อนจากบริเวณหน้าวัดแก้วขึ้นไปบนตัวปราสาทพระวิหาร

สำหรับพื้นที่ภูมะเขือ แนวช่องโดนเอาว์ พลาญยาว และพลาญหินแปดก้อน รวมถึงพื้นที่ช่องสะงำ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวล

สำหรับในพื้นที่ส่วนหลัง คณะผู้บังคับบัญชา ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบของบำรุงขวัญให้กำลังพล ในพื้นที่ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและย้ำความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้นคาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะสงบ แต่ต้องเฝ้าระวังสูงในพื้นที่อ่อนไหวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือการยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น

ตุรกีระทึก!เกิด ‘หลุมยุบ’ นับร้อยแห่ง หลังเผชิญภัยแล้ง-น้ำใต้ดินลดลง

หลุมยุบนับร้อยแห่งผุดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนกลางของตุรกี สืบเนื่องจากปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำใต้ดินที่ลดลง ทำให้เกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มกังวล โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หลุมยุบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี และหัวบีทในคาราปินาร์ จังหวัดคอนยา โดยบางจุดมีหลุมยุบมากกว่า 10 แห่งอยู่ในแปลงเดียวกัน

ในพื้นที่ภูเขา หลุมยุบโบราณขนาดใหญ่ที่เคยมีน้ำอยู่ได้แห้งเหือดไปเกือบหมดแล้ว

อัตราการเกิดหลุมยุบในลุ่มน้ำคอนยาเร่งตัวขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 700 แห่ง ตามข้อมูลของ เฟตุลลาห์ อาริก ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาที่ศึกษาหลุมยุบจากมหาวิทยาลัยเทคนิคคอนยา

“สาเหตุหลักที่จำนวนหลุมยุบเพิ่มขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบทั่วโลกตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา” อาริก กล่าว

“ผลจากภัยแล้งนี้ทำให้ระดับน้ำใต้ดินค่อยๆ ลดลงทุกปี”

อาริก กล่าวว่า ระดับน้ำใต้ดินลดลงอย่างรวดเร็ว 4-5 เมตรต่อปี เทียบกับอัตราครึ่งเมตรต่อปีในช่วงทศวรรษ 2000 ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับภาคเกษตรกรรมที่สำคัญของตุรกี

เมื่อเกิดภัยแล้งและระดับน้ำใต้ดินลดลง เกษตรกรในพื้นที่จึงต้องขุดบ่อน้ำมากขึ้น โดยหลายแห่งไม่มีใบอนุญาต ซึ่งก็ยิ่งทำให้น้ำใต้ดินลดลง และกระตุ้นให้ปัญหารุนแรงขึ้น

อาริก กล่าวว่า “ความต้องการน้ำในลุ่มน้ำ (คอนยา) นี้สูงมาก” พร้อมเสริมว่ามีบ่อน้ำที่ไม่มีใบอนุญาตประมาณ 120,000 บ่อ เทียบกับบ่อน้ำที่มีใบอนุญาตประมาณ 40,000 บ่อ

แม้ว่าหลุมยุบใหม่จะยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่ลักษณะที่ไม่สามารถคาดเดาได้ของมันก็เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่

ตร.พหลโยธิน รวบโจรโฮสหนุ่มย่องฉกทรัพย์สิน “นารา เครปกระเทย”มูลค่าเสียหายกว่า 6 แสน

ตำรวจพหลโยธิน รวบโจรโฮสหนุ่ม ขึ้นบ้าน “มิก เฉลิมศรี” “นารา” จับได้คาหนังคาเขา มูลค่าความเสียหายกว่า 6 แสน

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กชกร ไทรศาศวัต รองผกก.ป.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ท.ครรชิต คงสุวรรณ สวป.สน.พหลโยธิน สั่งการให้ ร.ต.ท.ธีรยุทธ จงศิริ รอง สวป.สน.พหลโยธิน และกำลังสายตรวจ ร่วมกันจับกุมตัวนายณัฐกรณ์ อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง เเหวน 1 วง กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ 1 ใบ โดยจับกุมได้บริเวณชั้น 2 ในซ.ลาดพร้าว 41 แยก 6 – 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 17.00 น ( 2 ม.ค. ) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.พหลโยธิน ว่ามีชายเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์เป็นแหวน ในบ้านหลังหนึ่ง ซ.ลาดพร้าว 41 แยก 6 – 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งมีการคุมตัวไว้แล้ว จึงรีบไปตรวจสอบเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ นายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือนารา เครปกระเทย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยระบุว่า ตนเองพบนายณัฐกรณ์ หรือกล้า ผู้ต้องหาอยู่บริเวณชั้น 2 ภายในห้องของตน

จากการสอบถามว่าเป็นใครมาทำอะไร นายณัฐกรณ์ หรือกล้า ได้บอกว่ามาพบเพื่อนของนารา ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นโฮสที่เพื่อนรู้จัก จากการค้นตัวพบแหวนอยู่ภายในกระเป๋าเป้สีดำ ที่นายณัฐกรณ์ สะพายอยู่ จึงเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการจับกุม ต่อมานายณัฐกรณ์ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้เข้ามาก่อเหตุจริงเพื่อจะนำไปขายต่อ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ และบุกรุกเคหะสถาน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ทางนารา ยังได้ไลฟ์สดโดยระบุว่ากระเป๋า Hermes ที่เก็บไว้ในห้องจำนวน 2 ใบได้หายไป และยังมีเงินที่อยู่ในเซฟจำนวนกว่า 6 แสน หายไปด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล

สายเหนือจราจรผ่านพิจิตรรถติดยาวหลายกิโลเมตรแห่กลับกรุงหลังฉลองปีใหม่

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569  นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลถึงสภาพการจราจรทางหลวง117พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางจากภาคเหนือที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องผ่าน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยเมื่อช่วงเวลา14.00 น. พบว่าการจราจรบนถนนทางหลวง 117 ที่บริเวณสี่แยกปลวกสูงมีรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพหนาแน่นทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569  นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลถึงสภาพการจราจรทางหลวง117พิษณุโลก-พิจิตร-นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางจากภาคเหนือที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งต้องผ่าน อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยเมื่อช่วงเวลา14.00 น. พบว่าการจราจรบนถนนทางหลวง 117 ที่บริเวณสี่แยกปลวกสูงมีรถที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพหนาแน่นทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร

ทั้งนี้เนื่องจากที่บริเวณ กม.86-89 ต.บ้านนา อ.วชิรบารมี ขาล่อง ซึ่งอยู่เลยสี่แยกปลวกสูงไป 3 กม. มีการก่อสร้างขยายถนนรวมถึงบนเส้นททางดังกล่าวช่วงหลัก กม.ที่ 62-65 ต.ทุ่งใหญ่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร และ กม.ที่ 38-40 ซึ่งเป็นเขต จ.นครสวรรค์ ถนน ทล. 117 ก็มีการก่อสร้างขยายถนนทำให้รถติดยาวเป็นช่วงๆ แต่ก็ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ในความเร็วประมาณ 30 – 40 กม./ชม. แต่เนื่องด้วยปริมาณรถที่มีเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดรถติด

โดย นายเชาวลิต  ดีเมฆ  หัวหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี จ.พิจิตร ให้ข้อมูลว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ที่ใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงหมายเลข 117 ขาล่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันนี้อัตราเฉลี่ยมีรถใช้ถนนประมาณชั่วโมงละ 2,500 คัน ในช่วงกลางวันของวันนี้และคาดว่าในช่วงเย็นและค่ำน่าจะมีรถเพิ่มขึ้นถึง 3,000 คัน/ชม. ในภาพรวมไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นบนทางหลวง 117  ในเขตพื้นที่ของ จ.พิจิตร แต่อย่างใด

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/จ.พิจิตร

รวบหนุ่มฉี่ม่วง พร้อมยาบ้า 3,000 เม็ด คาด่านปีใหม่ ตรวจสอบพบประวัติคดีโชกโชน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา  นายปิยะพงษ์  ฯ อายุ 48 ปี  สัญชาติไทย  โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยการขายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, เป็นผู้ขับขี่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย “

พร้อมตรวจยึดของกลาง 
1. ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ( ยาบ้า ) บรรจุห่อกระดาษไขปั๊มตรา 999 ดาว 5 ดวง จำนวน 1 มัด (1 มัด มี 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด) และยาบ้าบรรจุในซองพลาสติกสีดำและสีน้ำเงินแบบกดเปิดปิดประกบคู่มัดด้วยหนังยางจำนวน 5 ถุง (ถุงละ 200 เม็ด) ภายในบรรจุยาบ้าลักษณะเม็ดกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบอีกด้านประทับอักษร wy เม็ดสีส้ม รวมยาบ้า ทั้งหมดประมาณ 3,000 เม็ด    
2. รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CITY สีเทา หมายเลขทะเบียนจังหวัดแพร่ จำนวน 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ OPPO สีดำ พร้อมซิมโทรศัพท์

สถานที่จับกุม ถนน ทล.1 กม.700-701 ใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง 
เมื่อวันที่ 1 ม.ค.69 เวลา 22.20 น. 

พฤติการณ์ 
ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ทำการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่บริเวณ ทล.1 กม.700-701 ใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CITY สีเทา หมายเลขทะเบียนจังหวัดแพร่ ขับผ่านเข้ามายังบริเวณจุดตรวจพบผู้ขับขี่แสดงอาการพิรุธ จึงเรียกเพื่อทำการตรวจสอบ พบว่ามีนายปิยะพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ และภายในรถมีกลิ่นคล้ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญนายปิยะพงษ์ฯ ลงจากรถ และขอทำการตรวจค้นรถอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้า จำนวน 3,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะคนขับ สอบถามนายปิยะพงษ์ฯ ให้การรับสารภาพว่าของกลางยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยซื้อยาบ้าทั้งหมดมาจากนายสมชายฯ ในราคา 19,000 บาท โดยนัดแนะให้นำยาบ้าไปวางไว้ในโพงหญ้า ข้างหลักกิโลเมตรถนนสายแจ้ห่ม และจะนำไปจำหน่ายต่อในราคา เม็ดละ 10 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกายของ นายปิยะพงษ์ฯ ผลการตรวจสอบพบสารเสพติดเจือปนในปัสสาวะ สอบถามนายปิยะพงษ์ฯ รับว่าก่อนหน้านี้ได้เสพยาเสพติด (ยาบ้า) มาจริง จำนวน 4-5 เม็ด

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่ามีประวัติหลายคดี เช่น คดีฆ่าผู้อื่น,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายยาเสพติดฯ และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2566 จึงได้จับกุมและควบคุมตัวนายปิยะพงษ์ฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหาร ฉก.ราชมนูควบคุมชาวต่างชาติ 20 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

ทหาร ฉก.ราชมนู ลาดตระเวณเข้มชายแดน! ควบคุมชาวต่างชาติ 20 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย

บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา  ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร  ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ชายแดนบ้านท่าอาจ หมู่ 3. อ.แม่สอด จ.ตาก ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย ท่าทางมีพิรุธจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

พบเป็นบุคคลสัญชาติเอธิโอเปีย 19 ราย (ชาย.17 คน, หญิง.2 8o) และ สัญชาติอินเดีย 1 ราย (ชาย.1 คน) ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ทหารชุดจับกุม  จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด  จ.ตาก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป