คนอีสานแห่กลับทำงานภาคตะวันออกจราจรถนนสาย304ติดบางช่วง

ราจีนบุรี –  การจราจรจากอิสานมุ่งหน้ากลับที่ทำงานสู่ภาคตะวันออก-กลางเย็นจรดดึกแน่นถนนสาย 304 ไม่หวั่นเสี่ยงภัยช่วงลงภูเขามรดกโลก ตร.ทล.จัดทางเดินรถพิเศษช่วงลงภูเขา 3กม.ให้คล่องตัวพร้อมให้ผู้ขับขี่รถบรรทุกโดยสารและรถขนาดใหญ่จอดพักเช็คให้ความเร็วลดเป็น 0 ก่อนลงเขายาวตลอด 6กม. เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ช่วงลงเขาจากจุดสกัดผางาม พบเส้นทาง 348 เขาช่องตะโก (บุรีรัมย์ -สระแก้ว) ที่จะ สู่ถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (สระแก้ว – พนมสารคาม) หรือ สาย 359 นั้น   จากเหตุสู้รบรุนแรงที่ผ่านมาชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เขตชายแดนไทย-กัมพูชาพื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ประชาชนเกรงอันตรายสูง พบการจราจรเบาบางไม่กล้าเสี่ยง

กลางดึกเวลา 22.30น.วันที่ 2 ม.ค.69  ผู้สื่อข่ารายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศการเดินทางกลับสู่ที่ทำงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อิสาน) มุ่งหน้าขาลงสู่ย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก-ภาคกลาง จากฝั่งจังหวัดนครราชสีมา ผ่านสู่ถนนสายเสี่ยงภัยสายสุวินทงศ์ (นครราชสีมา –กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนสาย 304  ช่วงผ่านบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดีสภาพการจราจรพบมีปริมาณรถที่เดินทางขาลงจากภาคอีสานหนาแน่นต่อเนื่องตั้งแต่เย็นต่อเนื่องเป็นสายยาวเหยียดตลอดทั้งสาย

หลังประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่กับญาติพี่น้องช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.นาดี สภ.กบินทร์บุรี สภ.ศรีมหาโพธิ ตำรวจทางหลวงปราจีน-สระแก้ว และ เจ้าหน้าที่แขวงการทางหลวงปราจีนบุรี หน่วยกู้ภัยฯให้อำนวยการด้านจราจร  เปิดสัญญาณไฟเขียว ตามสี่แยกต่างๆให้นานขึ้น เพื่อเร่งระบายรถให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาได้สะดวกและรวดเร็ว

พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ตำรวจทางหลวงปราจีน-สระแก้ว)กล่าวว่า   การเดินทางกลับที่ทำงานของประชาชนผ่านถนนสาย 304 พบปริมาณรถหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงเย็นจรดกลางดึกนี้  แต่สภาพการจราจรคล่องตัวสามารถใช้ความเร็วได้ตามปกติ มีการชะลอตัวบางจุดช่วงแยกสัญญาณไฟแดง

พบปริมาณการจราจรหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นๆ โดยตั้งแต่ช่วงเวลา  22.00 น. พบสภาพกาจราจร-ยวดยานหนาแน่นเพิ่มปริมาณรถต่อเนื่องคาดว่าจะยาวต่อ ถึง 24.00 น.ดึกนี้จะเริ่มเบาบาง  เพื่ออำนวยการจราจรให้คล่องตัวและปลอดภัยไม่สะสม  บนถนนช่วงบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ กม.189 – กม.192 ได้จัดบริการเส้นทางเดินรถพิเศษ 2 เลนสวนทาง เป็นระยะทางกว่า 3 กม.เศษ  โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ผู้เดินทางตลอดทั้งคืนนี้

ส่วนเส้นทาง 348 เขาช่องตะโก (บุรีรัมย์ -สระแก้ว) สู่ ถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (สระแก้ว – พนมสารคาม) หรือ สาย 359 จากเหตุสู้รบรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา  เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เขตชายแดนไทยกัมพูชาพื้นที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว คาดประชาชนยังเกรงอันตราย พบการจราจรเบาบาง    พ.ต.ต.กมลภพกล่าว

ด้านนายสาคร อิทธิมา อายุ 28 ปี กล่าวว่า   ได้เดินทางออกจากบ้านจังหวัดชัยภูมิ  เพื่อที่จะกลับไปทำงานที่ชลบุรี โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09.30 น.ซึ่งขับรถจักรยานยนต์มากับแฟนสาว ตลอดเส้นทางการจราจรติดขัดบ้างในบางช่วงคาดว่าจะไปถึงชลบุรีประมาณ 19:00 น.โดยประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม   จังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะถนนสายเสี่ยงภัยสายสุวินทงศ์ (นครราชสีมา –กบินทร์บุรี ) หรือ ถนนสาย 304  ช่วงผ่านบนภูเขาลงมาตลอดภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก ตั้งแต่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี

ประชาชนที่กำลังเดินทางกลับเข้าทำงานหลังช่วงวันหยุด และ ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถโดยสาร และรถขนาดใหญ่ เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง บริเวณ ช่วงลงเขาถนน  จากจุดสกัดผางาม ถึงจุดปลอดภัย (ตู้ทางหลวงนาดี) ซึ่งเป็นทางลาดยาวประมาณ 6 กิโลเมตร

พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เน้นย้ำให้ผู้ขับขี่หยุดเช็คสภาพรถ หยุดพักความพร้อมของร่างกายและจิตใจความเร็วรถให้เป็น 0   ก่อนลงเขา ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ใช้เกียร์ต่ำ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี ###

หนุ่มช่างไฟหึงโหดจ่อยิงแฟนสาวดับก่อนฆ่าตัวตายตามคาบ้านพัก

ปราจีนบุรี – หลังฉลองส่งท้ายสิ้นปีช่างไฟฟ้าใช้ปืนพกจ่อยิงแฟนสาวดับก่อนยิงตัวเองคาตายตามคาบ้านพักไฟฟ้าฯก่อนเกิดเหตุภรรยาออกจากบ้านเดินไปหาสามีที่บ้านพักการไฟฟ้าร่วมสังสรรค์แล้วขาดการติดต่อแม่จึงให้น้องสาวมาตามพบศพดับคู่คาดปมหึงหวง ตร.เร่งสอบทุกฝ่ายเครียด

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พ.ต.ต.สมบัติ  วังวล สารวัตรเวรฯ(สอบสวน) สภ.ประจันตคามได้รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจ.ปราจีนบุรี มีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต 2 ราย สถานที่เกิดเหตุหมู่บ้านเกาะยางหมู่ 9 ภายในบ้านพักเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอประจันตคาม ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ประจันตคาม , ชุดสืบสวน สภ.ประจันตคาม , เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และ แพทย์เวรฯนิติเวช รพ.ประจันตคามรีบไปตรวจสอบ

ติดถนนสานสุวรรณศร (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี ) เวทีมวยศรีประจันตคามเก่า เป็นบ้านพักอาคาร 2 ชั้น จำนวน 4 หลังของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอประจันตคาม โดยหลังที่เกิดเหตุคือ หลังที่ 4 ซึ่งอยู่สุดท้าย จากการตรวจสอบเบื้องต้น

ที่ชั้นล่างพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายหน้าตาดี สภาพนอนจมกองเลือดนอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้ประตูทางออกทราบชื่อต่อมา  คือ  นางสาว กาญจนี พุทธสอน หรือ น้ำ  อายุ 39 ปี  41 หมู่ 1 ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี  จ.ปราจีนบุรีถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ศรีษะ จำนวน 1 นัด ภายในห้องพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอกกระจายตกเกลื่อนพื้น เลยไปก่อนถึงทางขึ้นชั้น 2 พบแมกกาซีนบรรจุกระสุนปืนตกอยู่ 1 แมก

ตรวจสอบที่บริเวณชั้น 2 ของที่พัก ที่พื้นห้องใกล้โซฟาพบผู้เสียชีวิตเป็น ชาย 1 ราย เสียชีวิตสภาพศพนอนตะแคงซ้ายจมกองเลือดภายในบ้านถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาดเดียวกับรายแรก 2 นัด นัดแรกถากใบหู นัดที่ 2 กระสุเข้าขมับฝั่งขวาทะลุเหนือหูซ้าย 1 นัด ทราบชื่อต่อมาคือ นาย วีรชัย ลิ้มเจริญ  หรือ ช่างต้น  อายุ 36 ปี 199 ม.6 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  รอบ ๆ ใกล้คนตายพบปลอกกระสุน จำนวน 3 ปลอก  และตรวจ พบอาวุธปืน3 กระบอก และกระสุนที่ยังไม่ได้ใช้อีก จำนวนมาก  จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ รอบบริเวณบ้านพักพบ เศษขวดและเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้นคล้ายมีการเลี้ยงสังสรรค์มีร่องรอยยิงปืนจำนวนหลายนัด  โดนเสาบ้าน โดนทีวีเก่า  

สอบสวนเบื้องต้นต่อมาทราบว่า ผู้เสียชีวิตทังคู่เป็นสามีภรรยากันไม่มีบุตร ก่อนเกิดเหตุช่วงส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 มีการเลี้ยงสังสรรค์หรือเคาท์ดาวในกลุ่มเพื่อน 5-6 คน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ภรรยาได้ออกจากบ้านพักที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยทั้ง 2 ซื้อบ้านพักที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ส่วนสามี มีบ้านพักเจ้าหน้าที่อีกหลังที่เกิดเหตุ  

ก่อนเกิดเหตุคนตาย(หญิง)บอกน้องสาวจะมาเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ที่บ้านพักการไฟฟ้าฯของสามี อ.ประจันตคาม และ ภายหลังไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้ จนกระทั่งมาพบเหตุสลดดังกล่าว

คาดเสียชีวิตช่วงเคาท์ดาว ที่มีการจุดพลุ –ยิงปืนโดยรอบ จนไม่สามารถรู้ว่ามีเหตุยิงกันตาย  คาดว่ามาจากปมหึงหวงเนืองจากภรรยาหน้าตาดี หลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตชั้นล่างแล้ว  ทางสามีคงขึ้นไปยิงตัวเองตายบนชั้น 2 หนีความผิด

พ.ต.ต.สมบัติ  วังวล สารวัตรเวรฯ(สอบสวน) สภ.ประจันตคาม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง ตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด และ รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปโดยกำลังทำการสอบสวนผู้ร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มาสอบสวนโดยละเอียด
 
ด้าน นางสาว ยุริดา ภัทรบูชา อายุ 34 ปี น้องสาวของผู้เสียชีวิตที่เป็นหญิง กล่าวว่า    ก่อนเกิดเหตุแม่ตนเองได้บอกให้ไปตามพี่สาว  หลังจากที่พี่สาวออกจากบ้าน เย็นวันที่ 31มกราคม เพื่อมาฉลองปีใหม่ที่บ้านพักของสามีคือ นายวีระชัย ที่บ้านพักที่สำนักงานการไฟฟ้าฯอำเภอประจันตคาม  หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้ วันนี้เข้ามามาหาที่บ้านพบที่ประตูบ้านไม่ได้ล็อก  เปิดออกดูพบศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ขณะ   เพื่อนร่วมงานผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง  เปิดเผยว่า    ได้มาร่วมรับประทานอาหารกับนายต้นผู้เสียชีวิต และแฟนสาวของนายต้นกับเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน   รวม 5 คนโดยตนเองเข้ามาช่วงเวลา 21.30 น.แล้วก็นั่งดื่มกับเพื่อนเพื่อนในระหว่างดื่มก็มีการคุยกันสนุกสนานเฮฮาไม่มีวี่แววว่าจะมีค่าทางเครียดแต่อย่างใด   จนกระทั่ง24.40น. ตนเองได้กลับออกไปเหลือผู้เสียชีวิตทั้งสองคนคือต้นกับน้ำ   นั่งอยู่กับเพื่อนอีก 2 คน  รวมเป็น 4 คน หลังจากนั้นตนก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จนกระทั่งวันนี้ 2 มกราคม 69 จึงทราบเรื่องสลด

พ่อของผู้เสียชีวิต (ชาย) พร้อมมารดา ได้มาที่เกิดเหตุ พร้อมเล่าทั้งน้ำตานองว่า  ปกติบุตรชายเป็นคนเงียบเก็บเรื่องราวตนเองไม่เคยบอก ไม่คาดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เพราะในทุกสิ้นเดือนจะพาพ่อ-แม่ครอบครัวไปกินข้าวด้วยกันตลอด เสียดายที่เล่าเรียนมา 

หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนฯได้ให้หน่วยกู้ภัยนำผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายส่งชันสูตรต่อที่ รพ.ประจันตคามต่อไป

โดย… มานิตย์  สนับบุญ /ปราจีนบุรี  ###

ทีมชาติไทยU23 ลงซ้อมได้นักเตะระดับเอเชีย ชมพัฒน์-พลเอก เตรียมตัวลุยศึกใหญ่

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงทำการฝึกซ้อมต่อเนื่อง  ณ สนามภายใน ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

การฝึกซ้อมครั้งนี้ เน้นไปที่การทบทวนคอนเซปต์ รวมถึงแทคติกต่างๆ ที่จะใช้ในชิงแชมป์เอเชีย ครั้งนี้

ก่อนการฝึกซ้อม ชมพัฒน์ บุญเลิศ ผู้รักษาประตู ทีมชาติไทย U23 กล่าวว่า “สำหรับทีมเราก็เตรียมความพร้อมมีน้องๆใหม่มา ก็ต้องพยายามปรับจูน เข้าหา รายการนี้ ก็ต้องเตรียมตัวให้มากกว่าเดิมทั้งเกมรับ และเกมรุก ที่ต้องเคี่ยวกว่าเดิม เพราะไปเจอระดับเอเชียก็ยากพอสมควร”

“ตอนนี้ในส่วนของแนวรับคิดว่าไม่ส่งผลอะไร ก็ต้องคุยกันให้มากขึ้นและปรับความเข้าใจให้เร็ว ก็จะพยายามปรับเกมรับ เราต้องสื่อสารให้มากกว่าที่ผ่านๆมา เป้าหมายในครั้งนี้ ก็เหมือนที่โค้ชวังพอ คือผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ ฝากแฟนบอลทุกคนคอยเชียร์ทีมชาติไทย U23 เราด้วยนะครับ”

ด้าน พลเอก มณีกร แบ็คซ้ายของทีม กล่าวว่า “ทัวร์นาเมนต์นี้ก็แตกต่างจากที่ผ่านมา มีผู้เล่นมาใหม่เยอะก็ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อปรับจูนเข้าหากัน เราอาจจะต้องปรับรายละเอียดแทคติก เล็กน้อย แต่สิ่งสำคัญคือความฟิตของร่างกาย”

“สำหรับผมทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่ได้มองเป้าหมายไกล เราต้องมองนัดต่อนัด แต่ผมเชื่อว่าน้องๆ และเพื่อนๆทุกคน พร้อมจะทำเต็มที่ ผมเชื่อว่าคนที่มีชื่อเข้ามารอบนี้ทุกคน ต่างก็มีคุณภาพ อาจจะแตกต่าง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากให้แฟนบอลเชียร์เยอะๆ และคอยให้กำลังใจเพื่อนและน้องๆ ทุกคนครับ”

สำหรับ ทีมชาติไทย U23 จะเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศไทยไปจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2569 และเดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ในวันดังกล่าว เพื่อเตรียมสำหรับการแข่งขัน โดยโปรแกรมของทีมชาติไทย U23 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีดังนี้

#Matchday1 
 วันที่ 8 มกราคม 2569
🇦🇺 ออสเตรเลีย พบ ไทย 🇹🇭
 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

#Matchday2
วันที่ 11 มกราคม 2569
🇹🇭 ไทย พบ อิรัก 🇮🇶
21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม

#Matchday3
 วันที่ 14 มกราคม 2569 
🇹🇭 ไทย พบ จีน 🇨🇳
เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย 
อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ครั้งนี้ ไม่มีการคัดเลือกไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่อไป แต่จะมีผลต่อการจัดโถสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก ในปี 2028 และครั้งดังกล่าวจะมีการหาชาติเป็นตัวแทน ไปแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมโอลิมปิก ที่ นครลอส แองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อไป

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทยU23 #AFCU23 #AsianCup2026 #AFCU23AsianCup2026

กทม. ฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐาน 59 พื้นที่ อยู่ระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพมหานคร เผยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 59 พื้นที่

วันนี้ (2 ม.ค.) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร

: ประจำวันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)

: ตรวจวัดได้ 37.4-70.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 59 พื้นที่ คือ
1.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 70.1 มคก./ลบ.ม.
2.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 66.3 มคก./ลบ.ม.
3.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ : มีค่าเท่ากับ 61.4 มคก./ลบ.ม.
4.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 58.6 มคก./ลบ.ม.
5.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 55.3 มคก./ลบ.ม.
6.เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 53.6 มคก./ลบ.ม.
7.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 51.7 มคก./ลบ.ม.
8.เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา : มีค่าเท่ากับ 50.9 มคก./ลบ.ม.
9.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 50.7 มคก./ลบ.ม.
10.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 50.5 มคก./ลบ.ม.
11.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 49.8 มคก./ลบ.ม.
12.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 48.9 มคก./ลบ.ม.
13.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 48.4 มคก./ลบ.ม.
14.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 48.1 มคก./ลบ.ม.
15.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 47.7 มคก./ลบ.ม.
16.เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ : มีค่าเท่ากับ 47.5 มคก./ลบ.ม.
17.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 47.4 มคก./ลบ.ม.
18.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 47.2 มคก./ลบ.ม.
19.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 46.7 มคก./ลบ.ม.
20.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 46.0 มคก./ลบ.ม.
21.เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง : มีค่าเท่ากับ 45.6 มคก./ลบ.ม.
22.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 45.2 มคก./ลบ.ม.
23.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 44.6 มคก./ลบ.ม.
24.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 44.5 มคก./ลบ.ม.

25.เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี : มีค่าเท่ากับ 44.5 มคก./ลบ.ม.
26.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 44.2 มคก./ลบ.ม.
27.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
28.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
29.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ : มีค่าเท่ากับ 44.1 มคก./ลบ.ม.
30.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 43.7 มคก./ลบ.ม.
31.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 43.5 มคก./ลบ.ม.
32.เขตลาดพร้าว ภายในสำนักงานเขตลาดพร้าว : มีค่าเท่ากับ 43.4 มคก./ลบ.ม.
33.เขตจอมทอง ภายในสำนักงานเขตจอมทอง : มีค่าเท่ากับ 43.4 มคก./ลบ.ม.
34.เขตบางแค ภายในสำนักงานเขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 43.3 มคก./ลบ.ม.
35.สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เขตบางคอแหลม : มีค่าเท่ากับ 42.6 มคก./ลบ.ม.
36.เขตทุ่งครุ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.
37.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.
38.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ : มีค่าเท่ากับ 42.1 มคก./ลบ.ม.
39.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 41.7 มคก./ลบ.ม.
40.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 41.6 มคก./ลบ.ม.
41.เขตบางบอน ใกล้ตลาดบางบอน : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม.
42.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 41.2 มคก./ลบ.ม.
43.เขตดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิต : มีค่าเท่ากับ 40.9 มคก./ลบ.ม.
44.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 40.9 มคก./ลบ.ม.
45.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 40.8 มคก./ลบ.ม.
46.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 40.7 มคก./ลบ.ม.
47.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 40.0 มคก./ลบ.ม.
48.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 40.0 มคก./ลบ.ม.
49.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 39.9 มคก./ลบ.ม.
50.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ : มีค่าเท่ากับ 39.6 มคก./ลบ.ม.
51.เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา : มีค่าเท่ากับ 39.3 มคก./ลบ.ม.
52.สวนบางแคภิรมย์ เขตบางแค : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม.
53.สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 39.0 มคก./ลบ.ม.
54.เขตสายไหม ป้ายรถเมล์ด้านหน้าสำนักงานเขตสายไหม : มีค่าเท่ากับ 38.5 มคก./ลบ.ม.
55.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 38.1 มคก./ลบ.ม.
56.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 38.1 มคก./ลบ.ม.
57.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 37.8 มคก./ลบ.ม.
58.เขตดุสิต ริมสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตดุสิต : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม.
59.สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตุจักร : มีค่าเท่ากับ 37.7 มคก./ลบ.ม.

เปิดสนามเลือกตั้งเมืองพญาแล! ปิดยอดผู้สมัคร ส.ส. 7 เขต ทะลุครึ่งร้อย

ชัยภูมิ – นับหนึ่งเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ หลังปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 7 เขตของจังหวัดชัยภูมิ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สมัครจากหลากพรรคการเมืองตบเท้าลงสนามชิงชัยยอดรวมทะลุ 61 คน เตรียมเปิดศึกชิงเก้าอี้ผู้แทนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ว่าที่ร้อยตรี ตะติยาวัฒน์ สุวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ (ผอ.กกต.ชย.) เปิดเผยบทสัมภาษณ์พิเศษถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ขณะนี้ทาง กกต.ชัยภูมิ ได้วางมาตรการเข้มข้นในทุกขั้นตอน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

“การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางของจังหวัดชัยภูมิและประเทศเป็นอย่างมาก ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวชัยภูมิที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ออกมาใช้สิทธิกันอย่างมุ่งมั่น เพื่อสะท้อนเสียงที่แท้จริงของประชาชน”

โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้) และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั่วไป ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.ว่าที่ร้อยตรี ตะติยาวัฒน์ กล่าว

ซึ่งศึกเลือกตั้งชัยภูมิรอบนี้ถือเป็นที่จับตามองอย่างมาก เนื่องจากเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างแชมป์เก่าและผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่ขนกลยุทธ์มามัดใจชาวพญาแล การปิดรับสมัครในครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันที่คาดว่าจะทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันลงคะแนนต่อไป

มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

.

ตร.ปราจีนบุรีเร่งล่า ทาสยาบ้าคลั่งฆ่าปาดคอ-แทง18แผล “จ่าทหาร”ดับคาบ้านพัก

ปราจีนบุรี– บรรยากาศงานศพ  -ทาสยาบ้าฉลองปีใหม่จนเพี๊ยนฆ่าปาดคอ-แทง18แผลจ่าทหารก่อนเผ่นหนี ตร.เร่งหาสาเหตุ-ไล่ล่าแค้นคิดว่าคนตายแจ้งความจับถูกดำเนินคดีล่าสุดตำรวจออกหมายจับเร่งล่า

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ร.ต.ท.รัฐพล เครืออ้นรองสารวัตรเวรฯ(สอบสวน)  สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกแทงเสียชีวิต 1 ราย  สถานที่เกิดเหตุบริเวณหมู่บ้านหนองชะอม หมู่ 7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมืองปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี , เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน,แพทย์เวรฯนิติเวช รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร รีบไปตรวจสอบ

ในซอยบ้านหนองชะอม พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ใส่กางเกงวอร์มสีดำ เสื้อยืดแขนยาว รองเท้าผ้าใบสีขาว นอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณข้างทาง ใกล้กันพบรถจักรยานสามล้อปั่น จากการตรวจสอบตามร่างกาย พบบาดแผลบริเวณตามร่างกาย 18 แผล ที่บริเวณลำคอถูกมีดบาดเกือบขาด จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิต คือ จ.ส.อ.อำนาจ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่การเงินทหารเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์  หมู่ 7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง

ต่อมาลูกชายผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นนายสิบ ยศสิบเอก ตำแหน่งพลขับเหล่าทหารราบประจำราชการกองกำลังบูรพา(กกล.บูรพา)ชายแดน จ.สระแก้ว ทราบข่าวการเสียชีวิตของพ่อ จึงได้รีบเดินทางกลับมาดูที่เกิดเหตุ  ก่อนเดินทางไปยังในบ้านพักพบกับผู้เป็นแม่ ซึ่งกล่าวว่า “แม่เสียใจที่ช่วยพ่อไม่ได้” หลังจากทางแพทย์ชันสูตรร่างผู้เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว ได้มอบให้หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

ทราบชื่อ ผู้ก่อเหตุต่อมา คือ นายภาณุวัฒน์ อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 6 ต.โคกไม้ลาย ซึ่งมีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุได้เดินออกไปปากซอย แล้วขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังติดตามจับกุมตัว โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพที่เกิดเหตุไว้ได้

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานไปออกกำลังกายด้านนอก และกำลังจะขี่รถจักรยานกลับเข้าบ้าน ปรากฏว่านายภาณุวัฒน์ ได้เดินมาดัก และกล่าวต่อว่า ก่อนใช้มีดปาดคอ และแทงตามร่างกายหลายแผลรวม 18 แผล  จนทำให้ จ.ส.อ.อำนาจ ล้มลงจากรถจักรยาน เสียชีวิต

ส่วนนายภาณุวัฒน์ เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด อารมณ์รุนแรง เคยถูกจับแล้วหลายครั้ง แต่กลับออกมา ญาติๆที่อยู่บ้านเดียวกันทนพฤติกรรมไม่ได้ กลัวเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต จึงย้ายออกมาพักอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง ปล่อยให้นายภาณุวัฒน์ อยู่บ้านเพียงลำพัง

ด้านนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี พี่สาวผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอย่างไร ได้ยินแต่เสียง เมื่อออกมาดู ก็เห็นแต่คนก่อเหตุเดินถือมีดออกไปแล้ว สาเหตุก็ไม่ทราบรายละเอียด แต่รู้ว่าเขามีปัญหากัน แต่ไม่รู้เรื่องอะไร ตนเคยตักเตือนแล้วว่าอย่าไปยุ่ง แต่น้องชายไม่ฟังใคร

ต่อมาเวลา 17.30 น.ที่อาคารนิติเวช หน้าห้องรอรับศพ  นายแหลมทอง  ทองแถม อายุ 79 ปี พอของผู้ตายนางสมทรง  ทองแถม อายุ 71 ปี แม่ของผู้ตาย พร้อมด้วย ภรรยาผู้ตาย พี่สายผู้ตาย ลูกชายผู้ตายได้เดินทางมารับศพเพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองเข้ ต.โคกไม้ลาย อ.เมืองปราจีนบุรีหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรแล้ว

เวลา18.00 น.นำผู้เสียชีวิตมาทำพิธีรดน้ำศพ โดยมีพันเอก(หญิง) อตินุช  ไชยสมาคม  ผช.ผอ.รพ.ค่ายจักรพงษ์เป็นประธาน กำหนดพิ๊สวดพระอภิธรรมระห่างวันที่1-3มกราคม2569 เวลา 19.00 น.กำหนดพิธีฌาปนกิจศพ วันที่ 4มกราคม2569 เวลา 16.00 น.

นางสมทรง  ทองแถม อายุ 71 ปี แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า  คนก่อเหตุติดยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุกินเหล้าฉลองสิ้นปีกับเพื่อน เมื่อลูกชายตนขี่รถจักรยานมาออกกำลังกาย ไปถูกทำร้ายจนเสียชีวิต  กินหน้านั้นคนก่อเหตุเป็นเพื่อนบ้าน บ้านอยู่ตรงข้ามถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าใจว่าลูกชายตนเป็นคนแจ้ง  เคยเคลียร์กันแต่ไม่เป็นผลจนมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

สำหรับหรับบิดาคนตายเป็นอดีตทหารเหล่าปืนใหญ่ คนตายเป็นทหารเสนารักษ์ จนท.การเงินที่ รพ.ค่ายจักรพงษ์ นิสัยดี ไม่มีปัญหากับใคร และมีลูกชายเป็นทหารประจำการราชการสนามชายแดนกองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) จ.สระแก้วเหล่าทหารราบยศสิบเอก ตำแหน่งพลขับ หน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการรักษาอธิปไตยในขณะนี้  ไม่น่าเกิดเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น นางสมทรง  กล่าว

ล่าสุด เวลา18.20 น.พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรีเปิดเผยว่า ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับกุมผู้ก่อเหตุที่ระหว่างหลบหนี และอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมข้อมูล และเร่งติดตามคนก่อเหตุมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี    ###

ศรีสะเกษพร้อมใจทำบุญตักบาตร 109 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล รับปีม้าทอง

ศรีสะเกษเริ่มศักราชใหม่ ผู้ว่าฯ นำข้าราชการ–ประชาชนทำบุญตักบาตร 109 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล รับปีม้าทองอย่างเป็นสิริมงคล

จังหวัดศรีสะเกษเริ่มต้นศักราชใหม่อย่างเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2569 ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวศรีสะเกษ ต่างพร้อมใจกันนำครอบครัวร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 109 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเสริมสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ตามวิถีพุทธ

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

วานนี้ (1 ม.ค. 69) บริเวณด้านหน้า ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ นาย อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนาง โสภา ธรรมประจำจิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรรับปีใหม่อย่างพร้อมเพรียง

การทำบุญตักบาตรในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี รวมทั้งน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งยังเป็นการทำบุญเสริมสิริมงคลในวันแรกของปีใหม่ รับปีม้าทองอย่างมีความสุขและความเจริญ ตามวิถีพุทธของเมืองคน 4 เผ่า ศรีสะเกษ ได้แก่ เขมร ลาว เยอ และกูย

โดยมีพระ พระวินัยเมธี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ นำพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 109 รูป ออกรับบิณฑบาตร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสร้างกุศลรับปีใหม่ ตามหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงสอนไว้ว่า “อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต” และหมั่นสร้างบุญสร้างกุศลเป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ ตามความเชื่อแต่โบราณ หากวันแรกของการก้าวสู่ปีใหม่ได้ทำบุญร่วมกับครอบครัว จะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ความโชคดี และความสุขความเจริญตลอดทั้งปี

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

55ชีวิตระทึก!รถบัสตกล่องพลิกคว่ำวังน้อยเข้ากทม.เจ็บระนาว

พระนครศรีอยุธยา-อุบัติเหตุหมู่ช่วง 7 วันอันตราย รถบัสจากจังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปยัง จังหวัดสมุทรสาคร ตกล่องพลิกคว่ำกลาถนนพหลโยธิน กม.73 วังน้อย บาดเจ็บ 11 ราย

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถบัสไม่ประจำทางพลิกคว่ำ บนถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงกม.73 ขาเข้า กรุงเทพมหานคร พื้นที่ ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รถบัสคันเกิดเหตุ มีผู้โดยสารทั้งหมด 55 คน เป็นชาย 20 คน หญิง 35 คน โดยเดินทางมาจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งหน้าไปยัง จังหวัดสมุทรสาคร

ตรวจสอบเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย แบ่งเป็นชาย 3 ราย หญิง 8 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพุทไธสวรรย์พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการคัดแยกผู้บาดเจ็บตามระดับอาการ และนำส่งตามโรงพยาบาลใกล้เคียง

– ผู้บาดเจ็บระดับสีเหลือง 9 ราย
นำส่ง โรงพยาบาลบางปะอิน 3 ราย (หญิง)
นำส่ง โรงพยาบาลวังน้อย 6 ราย (ชาย 2 ราย หญิง 4 ราย)
– ผู้บาดเจ็บระดับสีเขียว 2 ราย
นำส่งโรงพยาบาลวังน้อย (ชาย 1 ราย หญิง 1 ราย)

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถบัสคันดังกล่าว พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ภาพ : มูลนิธิพุทไธศวรรย์พระนครศรีอยุธยา
ข่าว : น้าแรม อโยธยา

สายมูนับ 1,000 แห่ขอโชคลาภเลขเด็ดปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา

ปราจีนบุรี – หลังเฉลิมฉลองหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ก่อนกลับไปทำงานเริ่มต้นปี’69 สายมูนับ 1,000 แห่ขอโชคลาภเลขเด็ดปู่ท้าวเวชสุวรรณวัดประทุมบูชา

บรรยากาศหยุดยาวต่อเนื่องต้อนรับปีใหม่ วันหวยออกวันที่ 2ม.ค.2569พบที่วัดประทุมบูชา ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี  พบประชาชนเนืองแน่นตลอดวันมาขอพร โชคลาภตอนรับปีใหม๋โดยเฉพาะโชคลาภจากปู่ท้าวเวชสุวรรณ 

ซึ่งวัดปทุมบูชา เป็นสถานที่ประชาชนศรัทธาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2524 เป็นองค์ท้าวเวชสุวรรณ ที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออก สูง 12 เมตร สร้างเมื่อปีที่ฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ขนาดความกว้าง 3 เมตรสูง 12 เมตร 99 ซม. ซึ่งเป็นงานที่โดยช่างกรมศิลปากรซึ่งเป็นลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสมาเป็นช่างก่อสร้างเป็นงานติดกระจกองค์แรกในประเทศไทย และมีความสูงที่สุดในประเทศไทย

ผู้มาสักการะขอพรใช้น้ำแดง ดอกกุหลาบแดงบูชาขอพร ขอโชคลาภ หน้าที่การงาน สุขภาพ  โดยเฉพาะเลขเด็ด!ในวันนี้เป็นวันหวยออก วันแรกของปี 2569 นี้  พบมีการเสี่ยงเซียมซี การจุดธูปเสี่ยงทาย หรือบางคนล้วงไหจับลูกปิงปองอธิษฐานขอโชคลาภต้อนรับปีใหม่

นอกจากนี้ ที่ข้างพระอุโบสถติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี มีพระใหญ่ปางประทานพร พระพุทธสิรินาถภูวดล องค์ใหญ่ที่สุดใน จ.ปราจีนบุรี  ขนาดหน้าตัก กว้าง 16 เมตรความสูง 30 เมตร ให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการเพื่อเป็นสิริมงคล   พร้อมกันยังทางวัดมีการตั้งโรงทานสำหรับผู้ที่มาไหว้ท้าวเวชสุวรรณ เพื่อให้ญาติโยมทั้งหลายที่มาเดินทางไกล มีอาหารบริการฟรีบริการ พร้อมๆ กับพระโพธิสัตย์หลวงปู่ทวด หลวงปู่โตอีกด้วย

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี  ###

.

นทท.กว่า 3 พันฝ่าลมหนาวทำบุญตักบาตรรับปีใหม่ -รับแสงแรกบนเขาใหญ่

ปราจีนบุรี- นทท. กว่า 3,000 คนพักกางเต็นท์เคาท์ดาวน์ทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ 72 รูปรับแสงแรกบนอุทยานฯเขาใหญ่มรดกโลกท่ามกลางอุณหภูมิ 11 องศาเซลเซียส

เมื่อเวลา 07.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ลานกางเต้นท์ชั่วคราวเขาร่ม หรือ ลานเฮลิคอปเตอร์บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก (ในพื้นที่4จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา) นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์. ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1(ปราจีนบุรี)

พร้อมด้วยนายชัยยา  ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จัดพิธีทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ต้อนรับปีใหม่ 2569ต้อนรับแสงแรกแห่งปีบนมรดกโลก ถวายพระสงฆ์จำนวน72 รูป ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่พักค้างกางเต้นท์บนอุทยานฯ จำพนวนมากกว่า 3,000 คนร่วมทำบุญตักบาตรท่ามกลางอุณหภูมิยามเช้าต่ำสุดที่11 องศาเซลเซียส

โดยก่อนหน้ากลางดึกได้มีพิธีสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธ.ค. ต่อเนื่องถึง วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้อนรับปีใหม่ 2569พร้อมร่วมร้องเพลงชาติไทยบนอุทยานฯรับต้นปีกระหึ่มกึกก้องบนอุทยานฯและตักบาตรในเช้าวันนี้ (1 ม.ค. ) ต้อนรับปีใหม่บนมรดกโลก

นายชัยยา  ห้วยหงส์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า  ใน วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้อนรับปีใหม่ ร่วมกับนักท่องเที่ยว ในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายพระภิกษุสามเณร ต้อนรับปีใหม่ 2569 รวม จำนวน 72 รูปเพื่อเป็นสิริมงคล และ อุทิศส่วนกุศลอุทิศแด่วิญญาณเหล่าทหารกล้าผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย – จนท.ป่าไม้ผู้สละชีพ-เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่

จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบของขวัญปีใหม่ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ สำหรับบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 นั้นพบมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาท่องเที่ยวพักผ่อนมากกว่า  21,958 คน ขึ้นพักกางเต้นท์ เต็มลานกางเต็นท์ลำตะคอง จำนวน 1,050คน ลานกางเต็นท์เขาร่ม 2,000คน

และในวันนี้วันแรกของปี 2569   ได้รับแจ้ง  ที่ปากทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่งด่านเนินหอม ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี  และ ฝั่งด่านศาลเจ้าพ่อ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นมาพักผ่อนท่องเที่ยวตั้งแต่เริ่มเปิดด่าน

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี ###

.