หลังสู้รบ! ชาวสวนยาง อ.บ้านกรวด จำใจขายยางถูก ต้องใช้เงินช่วงปีใหม่

เกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่เพิ่งได้กลับเข้ามาในพื้นที่ ต่างเร่งนำยางพารามาขาย โดยพบว่าหลายราย เพิ่งได้แกะยางมาขายเป็นครั้งแรก หลังกรีดทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ ในขณะที่ราคารับซื้อยางพาราลดลง จำเป็นต้องขายเพื่อนำเงินไว้ใช้จ่ายช่วงปีใหม่ และไว้ใช้ในครอบครัว รวมถึงเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ไม่ปกติขึ้นอีก ส่วนที่ราคาถูกคาดเกิดจากโรงงานยางพาราปิดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์อ ได้มีเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิก และเป็นสมาชิกของสหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ ต.จันทบเพชร ต.สายตะกู ต.โคกกระชาย ต.ปราสาท และอีกหลายตำบลของ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้เร่งทยอยนำยางพารา มาจำหน่ายกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน หลังจากที่กองทัพภาคที่ 2 ได้อนุญาตให้ประชาชน เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้ โดยในวันนี้ (30ธ.ค.) ถือเป็นวันแรกและเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่สหกรณ์ฯ จะปิดทำการในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.68 ถึงวันที่ 1 ม.ค.69 และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค.69

ทั้งนี้มีเกษตรกรนำยางพารามาจำหน่ายให้กับ สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด ไปแล้วกว่า 30 ตัน ในขณะที่ราคารับซื้อยางพาราในช่วงนี้กลับพบว่า มีราคาถูกลงกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์สู้รบ โดยปัจจุบันที่สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด รับซื้อยางเครป ที่ราคากิโลกรัมละ 30 บาท จากก่อนหน้านี้รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัม 30-32 บาท ส่วนยางก้อนถ้วยปัจจุบันรับซื้อที่กิโลกรัมละ 25 บาท จากก่อนหน้านี้ยางก้อนถ้วยรับซื้อที่กิโลกรัมละ 24-26 บาท ส่วนน้ำยางสดรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท จากก่อนหน้านี้รับซื้ออยู่ที่ 53-54 บาทต่อกิโลกรัม

นายกฤษณะ เพลียสันเทียะ ประธานสหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด เปิดเผยว่าวันแรกที่เปิดรับซื้อยางพาราได้มีเกษตรกรชาวสวนยางพารา ทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิกฯทยอยนำยางพารามาจำหน่ายให้กับทางสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ได้ลงมือกรีดยางไว้ตั้งแต่ก่อนรเกิดสถานการณ์สู้รบ และเพิ่งได้เข้ามาเก็บยางนำมาจำหน่าย ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกและวันสุดท้ายของการรับซื้อ ก่อนที่จะปิดทำการในช่วงเทศกาลปีใหม่ และจะเปิดรับซื้ออีกครั้งในวันที่ 2 ม.ค.69 ซึ่งตลอดทั้งวันมีเกษตรกรนำยางพารมาจำหน่ายแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ตัน

โดยที่ สหกรณ์กองทุนสวนยางนิคมบ้านกรวด จำกัด จะรับซื้อยางพารา ทั้งยางก้อนแปรรูปเป็นเครปยาง ยางก้อนถ้วย และน้ำยางพาราสดเพื่อนำมาทำเป็นยางแผ่นรมควัน ซึ่งราคารับซื้อยางพาราในช่วงนี้ถือว่ามีราคาถูกกว่าช่วงปกติก่อนหน้านี้ เนื่องจากว่าอยู่ในช่วงที่โรงงานยางพาราจะหยุดทำการในช่วงเทศกาลใหม่ ซึ่งคาดว่าหลังจากช่วงปลายเดือน ม.ค.68 เป็นต้นไปนี้ราคารับซื้อยางพาราน่าจะดีขึ้นตามลำดับ

ด้าน นายกิติยากร พ่วงขำ อายุ 47 ปี ชาวสวนยาง อ.บ้านกรวด ที่นำยางมาขาย บอกว่าเพิ่งได้แกะเอายางพาราที่ได้กรีดทิ้งไว้ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบวันที่ 7 ธ.ค.68 นำออกมาขายเป็นครั้งแรก และต้องรีบนำมาขายเพราะเกรงจะเกิดสถานการณ์ขึ้นอีก และจำเป็นต้องรีบนำมาขายเพื่อนำเงินไว้ใช้จ่าย เพราะช่วงที่อพยพไปทำให้ขาดรายได้ โดยตนเองได้ทำสวนยางพาราไว้จำนวน 28 ไร่ ต่อครั้งจะสามารถจำหน่ายยางพาราได้ประมาณ 20,000 บาท

นายพงษ์พัน สวายประโคน อายุ 66 ปี ที่ได้กรีดยางทิ้งไวตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์สู้รบ และเพิ่งได้เข้ามาเก็บยางพาราและนำมาจำหน่าย เนื่องจากต้องอพยพหนีการสู้รบไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว บอกว่าตั้งใจจะนำยางพาราที่กรีดมาขายเป็นเครปยาง แต่ทางสหกรณ์ฯบอกว่าไม่สามาถขายเป็นเครปยางได้ เพราะยางถูกกรีดทิ้งเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องขายเป็นยางก้อนถ้วยทั่วไป ซึ่งมีราคาถูกกว่ายางเครป ดีกว่าไม่ได้ขาย

EOD ตำรวจศรีสะเกษเร่งเก็บกู้กระสุนปืนใหญ่เขมรยิงมั่วตกชุมชนกว่า 200 ลูก

ชุด EOD ตำรวจศรีสะเกษ เร่งเก็บกู้กระสุนปืนใหญ่เขมรยิงมั่วตกชุมชนตำบลเสาธงชัยนับร้อยลูก เพื่อสร้างความปลอดภัย ก่อนประชาชนเสาธงชัยทยอยกลับบ้าน

ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ระดมชุดปฏิบัติการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ E.O.D. ลงพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ตรวจสอบและทำลายกระสุนปืนใหญ่ที่ตกค้างในพื้นที่พลเรือนซึ่งเขมรยิงมั่วตกในพื้นที่ชุมชนกว่า 200 ลูก เพื่อสร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าภูมิลำเนา หลังสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน

การปฏิบัติการครั้งนี้ อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรี ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ โดยมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชากองกำกับการสืบสวน นำกำลังเจ้าหน้าที่และชุด E.O.D. ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงในตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ อย่างเร่งด่วน

ผลการตรวจสอบพบจุดต้องสงสัยรวม 3 จุดสำคัญ จุดแรก บนถนนสาธารณะบ้านหนองเม็กน้อย หมู่ที่ 11 พบเพียงร่องรอยกระสุนปืนใหญ่ตกแฉลบ ไม่พบวัตถุระเบิดตกค้าง  จุดที่สอง ในพื้นที่บ้านหนองเม็กน้อย หมู่ที่ 11 ตรวจพบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทำลาย ณ จุดตรวจพบอย่างปลอดภัย และจุดที่สาม บริเวณบ้านเสาธงชัย หมู่ที่ 1 พบกระสุนปืนใหญ่ขนาดเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำลายเรียบร้อย ไม่มีอันตรายหลงเหลือ

ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ย้ำว่า การปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อขจัดความเสี่ยงในพื้นที่ชุมชน สร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัย ห้ามเข้าใกล้หรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน นี่คืออีกหนึ่งภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ ที่เดินหน้าเคียงข้างประชาชน ดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ส.ฟุตบอลจับมือ 3 หน่วยงาน จัดกิจกรรม Grassroots Festival ที่เชียงใหม่วางรากฐานเยาวชนสู่อนาคต

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมมือกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดกิจกรรม Grassroots Festival ณ สนามฟุตบอลสนาม 2 สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ภายในกิจรรมดังกล่าวมี “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ร่วมสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดประสบการณ์แก่เด็ก และเยาวชน พร้อมฝาก แนวคิดดีๆ ให้กับน้องๆ อย่างใกล้ชิด ถือเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาฟุตบอลระดับรากฐาน เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชนไทยในอนาคต

สำหรับ กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงมอบทักษะพื้นฐาน แต่ยังจุดประกายความเชื่อมั่นให้เด็กๆ กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และกล้าที่จะเดินตามเส้นทางที่รัก ด้วยคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ตรง ช่วยเติมแรงใจให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อวันหนึ่งจะได้สวมเสื้อทีมชาติไทยและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศบนเวทีระดับนานาชาติต่อไป  

อนึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Thai Domestic Power โครงการส่งเสริมที่มีศักยภาพอย่างเต็มระบบครบวงจร เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาไทยอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งใช้ “กีฬา”เป็นกลไกในการพัฒนา “คน” สร้างโอกาส และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

โดยโครงการพัฒนาฟุตบอลยุวชนและเยาวชน ได้แก่ FA Grassroots (ยุวชนรากหญ้า) ระดับอายุ 6–12 ปี และ Youth Football Tournament ในระดับเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี, 15 ปี และ 17 ปี ซึ่งดำเนินการโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีเป้าหมายในการ ค้นหา พัฒนา และ ต่อยอด นักฟุตบอลเยาวชนให้ได้รับการฝึกฝนตามมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับปรัชญา ฟุตบอลทีมชาติไทย เพื่อสร้างรากฐานนักเตะคุณภาพสู่ทีมชาติในระยะยาว

โครงการ TDP Youth Football Tournament มุ่งพัฒนาเยาวชนในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี, 15ปี และ 17 ปี ผ่านระบบการแข่งขันและการฝึกซ้อมที่เป็นมาตรฐาน โดยผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ครอบคลุมทั้งด้านเทคนิค แท็กติก สมรรถภาพร่างกาย วินัย และทัศนคตินักกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ทีมชาติชุดเยาวชน ระบบอคาเดมี และสโมสรอาชีพในอนาคต

#FAThailand #TDPYouthFootballTournament2025 #ThaiDomesticPower #FootballIsPower #fathailandgrassroots #grassrootsfestival #gdiploma #พลังเยาวชนไทย #กีฬาสร้างชีวิต

สว.อุทัยธานี-สว.กทม.เป็นประธานเปิดพิธีผูกพัทธสีมา–ฝังลูกนิมิต วัดบ่อชุมแสง อ.สว่างอารมณ์

เมื่อเร็วๆ นี้  นายจรุณ กลิ่นตลบ  สว.อุทัยธานี พร้อมด้วยนายเดชา นุตาลัย สว.กรุงเทพมหานคร เป็นประธาน นำคณะเดินทางไป พร้อมคณะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนา คุณธรรม จริยธรรม วุฒิสภา พร้อมด้วย สภาวัฒนธรรมวังทองหลาง  และ สภาประชาคมวังทองหลาง  เข้าร่วม

 สว.อุย พร้อม สว.กทม.

พิธีเปิดงานมทำบุญงานผูกพัทธสีมา ปิดทอง ฝังลูกนิมิต ณ วัดบ่อชุมแสง ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ..

โดยมีนายอำเภอ สว่างอารมณ์ จ. อุทัยธานี มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และ พิธีสงฆ์โดยเจ้าอาวาสวัดบ่อชุมแสง เป็นประธาน

.

พระราชทานเพลิงศพ “พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม” วีรบุรุษผู้กล้าสละชีพ

อำนาจเจริญ-พลเอกอัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม ทหารกล้าผู้พลีชีพที่สมรภูมิบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว โดยมีข้าราชการ ประชาชนร่วมพิธีและเป็นกำลังใจกับครอบครัวพลเยี่ยมเป็นจำนวนมาก

วันนี้ (30 ธ.ค.68) เวลา 16.00 น.พลเอกอัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่วัดหนองแมงดาราษฎร์บำรุง ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งพลทหารทิวตะวัน เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยที่สมรภูมิบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยมีพลตรี สุชิน ตรงดี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากำลังพล กรมกำลังพลทหารบก นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายไพฑูรย์ พรหมสอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีจำนวนมาก ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องเกียรติยศประกอบศพ,หีบเชิงชาย,ผ้าไตร,และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิแก่ศพทหารกล้า

นอกจากนี้ กองทัพบก ได้ปูนบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พร้อมมอบเงินพระราชทาน,เงินสินไหมทดแทนภัยสงคราม,ประกันชีวิต,เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอด ให้แก่ทายาทของวีรชนผู้กล้า / พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2546 ที่ บ้านเลขที่ 14 หมู่ 13 บ้านนาห้วยทราย ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 2 คน ของคุณพ่อพลอย พลเยี่ยม และคุณแม่โสมไสว ดวงมณี

พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม  เข้าเป็นทหารเกณฑ์ผลัดที่ 1 / 2567 ตำแหน่งพลปืนเล็ก สังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้มีใจรุกรบ กล้าหาญ โดยได้เข้าร่วมการปฏิบัติหน้าที่อย่างองอาจ ด้วยการบุกเข้าปะทะกับกองกำลังจากนอกประเทศ บริเวณบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กระทั่งถูกระเบิดวิถีโค้งฝ่ายตรงข้ามยิงถล่ม และพลีชีพในสมรภูมิ สิริอายุรวม 22 ปี 5 เดือน 21 วัน.

ภาพข่าว/ทิพกร   หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ

.

เขมรรัวยิงBM21ถล่มพื้นที่ต.เสาธงชัยนับร้อยลูกคาดเก็บกู้ทำลายไม่ต่ำกว่า1เดือน

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเยี่ยมให้กำลังใจหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) พร้อมประสานฝ่ายท้องที่ร่วมชี้จุดเพื่อความสะดวกและปลอดภัย

วันนี้ (30 ธ.ค.68) นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่กระสุนปืนใหญ่ BM21 จากฝั่งกัมพูชายิงเข้าตกใส่มากที่สุด โดยเฉพาะแถวหมู่บ้านภูมิซรอลและใกล้เคียง

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น คาดว่า จะมีกระสุนปืนใหญ่ยิงเข้ามาตกในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 200 นัด  มีทั้งที่ระเบิดแล้ว และ ยังไม่ระเบิด แต่กระจัดกระจายในเขตหมู่บ้าน ชุมชนและไร่นาของชาวบ้าน

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ         
          
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ จึงกำชับให้นายอำเภอประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนที่พบเห็นวัตถุแปลกปลอม หรือ ไม่ทราบชนิดว่าเป็นอะไรกันแน่ ขอให้ออกห่างและไม่ควรไปแตะต้องใดๆ อย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นวัตถุระเบิดหรือเป็นวัตถุอันตราย ขอให้แจ้งทางอำเภอเพื่อประสานกับหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ทั้งหน่วยงานทหาร ตำรวจ และ ทุกหน่วย ที่มีหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ซึ่งในเบื้องต้น คาดว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและเก็บกู้หรือทำลายไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

สำหรับความเสียหายของบ้านเรือประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบนายอำเภอกันทรลักษ์และกิ่งกาชาดอำเภอกันทรลักษ์ เร่งให้ความช่วยเหลือด้านข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพก่อน  ขณะที่การตรวจสอบความเสียหายและการประเมินมูลค่าความเสียหาย ขอให้ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้เร่งตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมใช้ฐานข้อมูลเดิมในรอบแรกเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 เป็นบรรทัดฐาน

โดยประสานทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด หรือ ช่าง อบต. ได้ช่วยตรวจสอบความเสียหายของสภาพบ้านเรือนพร้อมมีการออกแบบสร้างบ้านใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือจากทางราชการเกิดความรวดเร็วและถูกต้องตามระเบียบทางราชการ

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

.

“นางพญาเสือโคร่ง” ภูลมโล บานสะพรั่งสีชมพูอวดโฉมนักท่องเที่ยวรับปีใหม่

อช. ภูหินร่องกล้า เผยภาพล่าสุดของดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล ที่ตอนนี้ฟูลบลูมบานเต็มที่สุดตระการตา กลายเป็นสีชมพูทั้งหุบเขาแล้ว

เฟซบุ๊กเพจ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า – Phu Hin Rong Kla National Park” โพสต์ภาพของต้นนางพญาเสือโคร่ง พร้อมข้อความอัพเดตว่าตอนนี้บานสะพรั่งเต็มที่หรือที่เรียกกันว่า Full Bloom (ฟูลบลูม) แล้วนั่นเอง 

สถานการณ์ต้นนางพญาเสือโคร่ง ที่ “ภูลมโล”ตอนนี้ออกดอกบานสะพรั่งสวยงามอลังการทั่วดอยมองเห็นหุบเขาเป็นสีชมพูภูแล้วน๊า..นอกจากได้ชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งแล้ว ยังสามารถชมวิว 360 องศา และรับแสงแรกของวัน ณ จุดชมวิว “ฟ้าสางที่ภูลมโล” ในยามเช้าตรู่อีกด้วย

ภูลมโล ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลยเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก

ชื่อของภูลมโลมีที่มา 2 ทางด้วยกัน คือ ทางชาวบ้านกกสะทอน(ทางฝั่งเลย) ให้ข้อมูลว่า ภูลมโล เป็นภาษาถิ่น หมายถึงภู(ยอดเขา)ที่มีลมพัดผ่านเยอะ พัดผ่านมาก โดยคำว่า “โล” ในภาษาถิ่น หมายถึง มาก หรือ เยอะ ซึ่งหากจะพูดรวมๆให้ฟังเข้าใจง่ายก็คือ “ภูลมโล เป็นภูที่มีลมแรงพัดผ่านอยู่ตลอด”(ทั้งปี)

ปัจจุบันภูลมโลถือเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยมีเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ มีต้นนางพญาเสือโคร่งมากมายนับหลายหมื่นต้น ย้อมหุบเขาแห่งนี้ให้กลายเป็นสีชมพู จนได้รับฉายาว่า“ภูลมโล หุบเขาสีชมพู”

สำหรับนางพญาเสือโคร่งเป็นต้นไม้ในวงศ์เดียวกับต้นซากุระของประเทศญี่ปุ่น ยามเมื่อมันออกดอกจะดูคล้ายดอกซากุระของญี่ปุ่น หลาย ๆ คน จึงนิยมเรียกดอกนางพญาเสือโคร่งว่า “ซากุระเมืองไทย” ขณะที่ชื่อภาษาถิ่นนั้นจะเรียกกันว่า “ซากุระดอย”

บนภูลมโลมีจุดชมซากุระเมืองไทยเบ่งบาน อยู่ 3 แปลงหลัก ๆ ได้แก่

จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลนั้น มีอยู่ 3 แปลงหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่

-“แปลงภูลมโล” แปลงนี้มีไฮไลท์สำคัญอยู่บริเวณ “คอกวัว” เพราะมีคอกวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้อยู่ในบริเวณนี้ ที่แปลงภูลมโลเราสามารถมองเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างงดงามทั่วเนินเขา

-“แปลงก้อนหินใหญ่” ที่มีทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมกันควบคู่ไปกับก้อนหินใหญ่ 2 จุดเป็นพร็อพถ่ายรูปที่มีคนแวะเวียนไปโพสต์ท่าถ่ายรูปคู่กันระหว่างก้อนหินกับฉากสีชมพูของทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งกันไม่ได้ขาด

-“แปลงภูขี้เถ้า” ซึ่งส่วนใหญ่แล้วดอกนางพญาเสือโคร่งที่แปลงที่ภูขี้เถ้าจะบานทีหลังสุด

ปกติทุก ๆ ปีในช่วงกลางฤดูหนาวราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ต้นนางพญาเสือโคร่งทั่วเมืองไทยจะพร้อมใจกันออกดอกเบ่งบานชมพูสะพรั่งไล่เลี่ยกันไป แต่ก็มีบางปีที่บานก่อนหรือหลัง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศปีนั้น ๆ

ในส่วนดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล ตามปกติจะบานไล่เรียงแปลงไป แต่บางปีก็ต่างพากันออกดอกบานพร้อมกันทั้ง 3 แปลง ย้อมทั้งหุบเขาเป็นสีชมพูกว้างใหญ่ดูสวยงามยิ่งนัก

นอกจากจะเป็นแหล่งชมนางพญาเสือโคร่งที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยแล้ว พื้นที่ภูลมโลยังมีจุดชมวิวเลาะเลียบผาที่น่าสนใจในหลายจุดด้วยกัน นำโดย “ผาดรรชนี” ที่เป็นยอดสูงสุดของภูลมโล ตั้งอยู่บนความสูง 1,664 เมตร จากระดับน้ำทะเล ระยะทางเดิน 650 เมตร ด้านบนจะมีชะง่อนหินเป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วย

.

ตื่นตาตื่นใจ! ฝูงโลมาโผล่ว่ายน้ำอวดโฉมใกล้ชิดนักท่องเที่ยวรับเทศกาลปีใหม่

ตรัง – นักท่องเที่ยวสุดตื่นเต้นและกรีดร้องดีใจ เมื่อได้พบเจอกับฝูงโลมา ที่โผล่ขึ้นมาว่ายน้ำอวดโฉมให้เห็นแบบใกล้ชิด ขณะล่องเรือใกล้เกาะกระดาน จ.ตรัง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง กำลังล่องเรือไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ในทะเลตรัง อย่างมีความสุข เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จนกระทั่งเมื่อใกล้มาถึงเกาะกระดาน ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวทุกคนต่างก็ต้องตกตะลึง และส่งเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจ เมื่อได้พบเจอกับฝูงโลมา ประมาณ 3-4 ตัว ที่โผล่ขึ้นมาว่ายน้ำอวดโฉมให้เห็นแบบใกล้ชิด

ทั้งนี้ ไม่ว่าเรือของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเดินทางไปทางไหน ฝูงโลมาก็จะสลับกันว่ายน้ำเข้ามาใกล้ๆ ท่ามกลางบรรยากาศในท้องทะเลตรังที่สดใสอย่างยิ่ง จนมองเห็นทั้งน้ำทะเลและท้องฟ้าเป็นสีฟ้าใส โดยบางช่วงฝูงโลมาจะว่ายน้ำขึ้นนำหน้าเรือ และบางช่วยจะว่ายน้ำตามเรือ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยพบเจอฝูงโลมาเป็นๆ แบบใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน ต่างรีบบันทึกภาพและคลิปไว้เป็นที่ระลึกกันใหญ่

โดย…เมธี เมืองแก้ว ผู้สื่อข่าวจังหวัดตรัง

DAD ดันองค์กรนวัตกรรม คว้าผลงาน “Co-Working System Platform” ชนะ Innovation Awards 2025

DAD Asset Development จัดงานมอบรางวัล Innovation Awards 2025 และเวที KM ขับเคลื่อนองค์กรสู่วัฒนธรรมการเรียนรู้และนวัตกรรม พร้อมต่อยอดโครงการอัจฉริยะตั้งแต่ระบบจองพื้นที่จนถึงลานจอดรถ เพื่อยกระดับบริการศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะสู่มาตรฐานใหม่

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Innovation Awards 2025” และกิจกรรมส่งเสริมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้ โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงการ Innovation Awards 2025 ได้แก่ ผลงาน “Co-Working System Platform” ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพื้นที่ Co-Working space ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานยุคใหม่ และสอดคล้องกับแนวคิด “Service Design Zone C”

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศที่จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดร่วมกับระบบงานของ DAD ได้แก่ ผลงาน “DAD Smart Space (จอง จ่าย จบ)” ระบบจองพื้นที่อัจฉริยะ และผลงาน “Next Parking C” ระบบบริหารลานจอดรถอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้อาคาร ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

ภายในงานยังมีการมอบรางวัลโครงการ DAD Start-up ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้เสนอไอเดียความคิดสร้างสรรค์ โดยรางวัลชนะเลิศในปี 2568 ได้แก่ผลงาน “ลดน้ำหนัก ลดโรค ลดค่ารักษา” และรางวัลชนะเลิศในปี 2567 ได้แก่ผลงาน “ดัชนีอาคารยั่งยืน”

นอกจากนี้ยังมีรางวัลกิจกรรมส่งเสริมการจัดการความรู้ (KM) เพื่อส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ ได้แก่ โครงการ KM&INNO Newsletter รางวัลบทความทรงคุณค่า และ โครงการ Share and Learn เวทีแห่งการแบ่งปันความรู้เพื่อแก้ปัญหาหน้างานจริง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ DAD ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมและการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม อาคารธนพิพัฒน์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

.

เชียงคานแตก!นทท.นับหมื่นทะลักถนนคนเดินริมโขงสัมผัสลมหนาว

ช่วงวันหยุดยาว ก่อนปีใหม่ ถนนคนเดินเชียงคาน จ.เลย คึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว บรรยากาศถนนคนเดินเชียงคาน จ.เลย มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวและพักผ่อนประมาณ 15,000-20,000 คน ในเขตเทศบาลเมืองเชียงคาน สภ.เชียงคาน ได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจโบราณ ออกดูแลรักษาความปลอดภัยให้ท่องเที่ยว

อำเภอเชียงคาน เป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แห่งนี้ เป็นที่สนใจ ของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ภาพบ้านเก่า ๆ ที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่น ต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่

บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็ก ๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24 แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่าง ชื่อซอยเหมือนกัน ถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง คือ ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ มากมาย ซึ่งที่ถนนในเส้นนี้ จะเรียกว่า “ถนนชายโขง” หรือถนนคนเดิน ซึ่ง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยว นิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศ ถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า

ทั้งนี้ ในช่วงกลางคืนจะมีนักท่องเที่ยว จำนวนมากที่เดินทางมาท่องเที่ยว จนแน่นถนนคนเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทางเดินคนแน่นมาก สวนกันไม่ค่อยได้ รถติดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ เชียงคาน ต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเร่งระบายรถและป้องกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว

.