สลด! พ่อแม่ลูกขับกระบะบรรทุกผัก ตกร่องถนนซ่อม เพชรเกษม ดับคาซากรถ 3 ศพ

โศกนาฏกรรมกลางดึก พ่อค้าผักพาครอบครัวขับกระบะมุ่งหน้าตลาด เสียหลักพุ่งตกร่องถนนเพชรเกษมที่กำลังซ่อมสร้าง ชนขอบปูนรถพังยับ เสียชีวิตคาที่ 3 ราย กู้ภัยเร่งตัดถ่างนำร่างออก ตำรวจสอบผู้รับเหมาตรวจป้ายเตือน

ร.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุริยวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักตกร่องถนน ซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อมผิวจราจร มีผู้เสียชีวิตติดภายในรถ 3 ราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 35+400 หมู่ 2 ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

ที่เกิดเหตุพบอยู่ในช่วงการก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจร มีการขุดเป็นร่องถนน พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผฉ 4884 นครปฐม สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชนอัดกับขอบปูนถนน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ 3 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างงัดซากรถเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาอย่างทุลักทุเล

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายนพรัตน์ สว่างวงศ์ไว อายุ 48 ปี น.ส.สุจิรัตตา อรชร อายุ 46 ปี และนายเอกสิทธิ์ สว่างวงศ์ไว อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นพ่อ แม่ และลูกชาย จากนั้นได้มอบร่างให้มูลนิธินำส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลนครปฐม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 3 รายมีอาชีพค้าขายผัก กำลังขับรถบรรทุกผักไปจำหน่ายที่ตลาดกระทุ่มแบน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อมสร้างถนน รถได้เสียหลักพุ่งตกร่องที่มีการขุดผิวจราจร ก่อนชนเข้ากับขอบปูนอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมเตรียมสอบปากคำพยานแวดล้อม ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงจะเรียกผู้รับเหมามาสอบสวนถึงมาตรการติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนว่ามีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลจัดใหญ่ “เสน่ห์ปริมณฑล”ของดี 4 จังหวัดเชื่อม “ศรัทธา-ศิลป์-กิน-เที่ยว”หนุนศก.สร้างสรรค์

กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ผนึกกำลังจัดงานใหญ่ “เสน่ห์ปริมณฑล” ชู Soft Power 4 จังหวัด ชวนสัมผัส “ศรัทธา-ศิลป์-กิน-เที่ยว” หนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 2–6 เม.ย.นี้ ณ ฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วย  จังหวัดปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการ จัดงานแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่เตรียมจัดงาน “เสน่ห์ปริมณฑล” ภายใต้แนวคิด “ศรัทธาศิลป์ ถิ่นเจ้าพระยา มรดกภูมิปัญญา สู่คุณค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ณ Zpotlight ชั้น G  ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ จังหวัดปทุมธานี มุ่งเน้นการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นพลัง Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมี นายอมรเทพ เพชรกำแพงแสน ที่ปรึกษาด้านการตลาดศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ให้การต้อนรับ

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และนางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจของโครงการว่า กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะปทุมธานีที่มี “คุณค่า” สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทั้งจากรากวัฒนธรรมมอญ วิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำเจ้าพระยา และพลังแห่งศรัทธาที่หล่อหลอมผู้คน

 “เราตั้งใจนำต้นทุนเหล่านี้มาต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่าน 4 ประสบการณ์สำคัญ คือ สายบุญ สายศิลป์ สายกิน และสายเที่ยว ภายในงานทุกท่านจะได้สัมผัสอาหารขึ้นชื่อ สินค้าวัฒนธรรม และการแสดงจากศิลปินคุณภาพ อาทิ ฉ่อยสามน้า และละครพื้นบ้านแก้วหน้าม้า เพื่อให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสของชุมชนอย่างแท้จริง” นายเอกวิทย์ กล่าว

 ด้านนางอารีรัตน์ สุนทรเสนาะ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ผู้แทนจากจังหวัดสมุทรปราการ เน้นย้ำถึงศักยภาพของจังหวัดที่เป็นเมืองแห่งการหล่อหลอมภูมิปัญญาจาก “วิถีสองน้ำ” (น้ำจืดสู่ทะเล) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอัตลักษณ์ แต่คือศักยภาพที่ต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศ ไฮไลต์สำคัญที่นำมาเสนอ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาอย่าง ปลาสลิดบางบ่อ เพื่อยืนยันว่าสมุทรปราการไม่ใช่เพียงเมืองผ่าน แต่เป็นจุดหมายที่น่าค้นหาอย่างแท้จริง

ขณะที่นางสาววันทะนา เวารัมย์ วัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ผู้แทนจากจังหวัดนนทบุรี ถ่ายทอดเสน่ห์ของจังหวัดที่เน้น ความละเอียดอ่อนและเรียบง่าย ผ่านวิถีชีวิตริมน้ำ สวนผลไม้ และงานหัตถศิลป์ล้ำค่าอย่าง เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด ซึ่งสะท้อนสุนทรียภาพของชีวิตที่ไม่เร่งรีบ โดยในงานนี้ นนทบุรีพร้อมเชิญชวนให้ทุกท่านมาสัมผัสความสุขในจังหวะที่ช้าลง แล้วจะค้นพบว่าความงดงามที่แท้จริงอยู่ใกล้กว่าที่คิด

ด้านนางนภาพรรณ จิตต์กระจ่าง ผู้อํานวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า นครปฐมคือแผ่นดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในไทย แต่เสน่ห์ยังคงมีชีวิตอยู่ในวิถีผู้คนปัจจุบัน ในงานนี้ประชาชนจะได้สัมผัสทั้งพลังแห่งศรัทธาและวิถีชีวิตลุ่มน้ำท่าจีน ควบคู่ไปกับรสชาติระดับตำนานที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวหมูแดง เป็ดพะโล้ และส้มโอนครชัยศรี เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ที่ “อิ่มใจ… และอิ่มรส” ในเวลาเดียวกัน

 งาน “เสน่ห์ปริมณฑล” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ จังหวัดปทุมธานี ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ การแสดงสุดอลังการ:ชุด “วิจิตรศิลป์ ถิ่นเจ้าพระยา” และ “วิถีถิ่น วิจิตรา เสน่ห์ปริมณฑล” ชมกิจกรรมสาธิต: รับชมสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั้ง 4 จังหวัด และพลาดไม่ได้กับการ ช้อป ชิม ชิลล์: เลือกซื้อสินค้าและอาหารขึ้นชื่อ “ของดีปริมณฑล” ตลอดการจัดงาน

“ท้ายที่สุดนี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของศรัทธา ศิลปะ และภูมิปัญญา ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นและกำลังถูกต่อยอดสู่โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ แล้วท่านจะพบว่าความสุขอยู่ใกล้กว่าที่คิด” นายเอกวิทย์ กล่าวปิดท้าย

.

ร้องสายไหมต้องรอด ถูกกลุ่มนักพนันด้วยกันกว่า 50 คน รุมทำร้ายอาการสาหัส

ชายหนุ่มผู้ประสบเหตุจากการพนันได้ร้องขอความเป็นธรรมจากเพจสายไหมต้องรอด หลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 50 คน ทำร้ายร่างกาย โดยแฟนสาวของผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 มีนาคม แฟนของเธอได้เข้าไปเล่นการพนันไฮโลที่บ่อนไก่ชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นบ่อนที่เขาเล่นเป็นประจำมาตลอด 2 ปีแรกเริ่มการเล่นเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งเจ้ามือคนหนึ่งถูกเจ้าของบ่อนทักท้วงให้เปลี่ยนลูกเต๋า เนื่องจากพบว่าเป็นลูกเต๋าที่ดัดแปลง แฟนของเธอจึงอาสาเป็นเจ้ามือแทน โดยใช้ลูกเต๋าที่เจ้าของบ่อนจัดเตรียมไว้ให้

หลังจากนั้น ผู้เล่นคนอื่นได้เข้ามาชกต่อยและใช้ไม้กวาดตี ก่อนที่จะพยายามพาเข้าไปพูดคุยในห้อง ต่อมาคู่กรณีได้โทรเรียกพวกกว่า 20 คน เข้ามารุมทำร้าย โดยใช้อาวุธเป็นท่อนซุง ท่อนไม้ และท่อนเหล็ก รวมไปถึงกรวยรุมตีแฟน ตอนนั้นต้นก็พยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ถูกทำลายเช่นกัน ในขณะเดียวกัน อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าร่วมการพนันในขณะนั้นได้พยายามเข้าช่วยเหลือ แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวควบคุมตัวและยึดอาวุธปืนไป ทำให้ดิฉันฉวยโอกาสนั้นพาแฟนหนุ่มออกมาด้านนอก กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงได้เรียกกำลังเสริมอีกกว่า 20 คนเข้ามารุมทำร้าย แม้ดิฉันจะพยายามร้องขอชีวิตแต่ก็ไม่เป็นผล ดิฉันจึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัย เนื่องจากแฟนหนุ่มของดิฉันมีเลือดท่วมตัวในขณะนั้น

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้คู่กรณีของดิฉันได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีอาการสมองบวม ต้องเย็บบาดแผลบริเวณใบหน้าและศีรษะรวมกว่า 20 เข็ม ไหล่ซ้ายหลุด และมีรอยฟกช้ำตามร่างกายเป็นจำนวนมาก ส่วนตัวดิฉันเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีอาการเส้นเลือดในตาแตก ตาบวม และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย

ภายหลังเกิดเหตุ ดิฉันได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คดีความยังไม่มีความคืบหน้า ดิฉันจึงตัดสินใจติดตามเรื่องที่กองกำกับการสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระบุว่าทราบตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว แต่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดียังไม่มีการดำเนินการใดๆ นอกจากนี้ ดิฉันยังได้พยายามขอภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง แต่ได้รับแจ้งว่าเจ้าของสถานประกอบการได้ทำการลบภาพทั้งหมดแล้ว ซึ่งดิฉันคาดการณ์ว่าเจ้าของสถานประกอบการอาจมีความกังวลว่ากิจการจะได้รับผลกระทบ

ต่อมา หัวหน้ากลุ่มผู้ก่อเหตุได้ติดต่อมาเพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม ดิฉันได้แจ้งไปว่าขอให้คู่กรณีของดิฉันฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บก่อน จึงจะพร้อมพูดคุยเรื่องค่าเสียหายต่อไป ทั้งนี้ ดิฉันขอยืนยันที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอเรียกร้องความเป็นธรรม จึงได้ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอดในวันนี้

ขณะที่ทางด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากนี้ตนจะประสานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้เข้ามาตรวจสอบเพราะก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้มีการประกาศชัดแล้วว่าห้ามมีบ่อนการพนันและคาสิโนภายในประเทศ แล้วเหตุการณ์นี้ก็มีการ ทำร้ายร่างกายการเกิดขึ้นภายในบ่อนการพนัน ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ ส่วนผู้เสียหายตนก็ได้ อธิบายแล้ว ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เพราะลักลอบเล่นการพนัน

ตำรวจไซเบอร์บุกทลายโกดังย่านลาดกระบัง ยึด “โดรนเถื่อน” ไร้มาตรฐาน

ตำรวจไซเบอร์ ผนึกกำลัง กสทช. บุกทลายโกดังย่านลาดกระบัง ยึด “โดรนเถื่อน” ไร้มาตรฐาน จ่อขยายผลกวาดล้างนอมินีทุนต่างชาติ

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังสินค้าเป้าหมายในพื้นที่เขตลาดกระบัง หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบนำเข้าและกักเก็บสินค้าผิดกฎหมาย

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบภายในโกดัง เจ้าหน้าที่พบสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะ “โดรน” (อากาศยานไร้คนขับ) จำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นโดรนที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีเอกสารรับรองจากกรมศุลกากร ไม่มีหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ (Serial Number) และไม่ผ่านมาตรฐานการรับรองใดๆ

ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสภาพน้ำหนักเบาและคุณภาพต่ำ (สินค้าก๊องแก๊ง) การลักลอบนำเข้าและจำหน่ายโดรนลักษณะนี้ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 ประกอบกับมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง เนื่องจากผู้ซื้ออาจนำไปบินโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังเตรียมขยายผลการสืบสวน เพื่อตรวจสอบว่ามีกลุ่มทุนต่างชาติ  ใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าเถื่อนเหล่านี้หรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการปราบปรามและกวาดล้างอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นภัยต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ฝากเตือนไปยังประชาชนผู้บริโภค ให้หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อโดรนหรือสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติและไม่ตรงปก รวมถึงสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เพราะนอกจากจะได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพแล้ว ผู้ครอบครองและนำโดรนเถื่อนไปบินโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

ตำรวจบุกรวบหนุ่มจีนหลบหนีคดีฉ้อโกงซุกไทยเหยื่อสูญกว่า 900 ล้านบาท

ด้วย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้แจ้งข้อมูลคนต่างด้าวสัญชาติจีนราย นายหวัง Mr. WANG (นามสมมุติ) กระทำความผิดฐานระดมเงินฝากจากสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต  ถูกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตฉางอัน เมืองฉือเจียงจวง มณฑลเหอเป่ย ออกหมายจับเมื่อ 2 ก.ย.67 ได้หลบหนีคดีจากประเทศจีนมายังประเทศไทย และซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร สตม. จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายหวัง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ  พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ  รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้  กก.สืบสวน บก.ตม.1  นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด, พ.ต.ท.หญิง โอภา กล้าหาญ ,พ.ต.ท.หญิง สุธิดา อ่านเปรื่อง สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1  พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1  ทำการสืบสวนติดตามตัวคนต่างด้าวรายดังกล่าว

จากการสืบสวนแกะรอยเกี่ยวกับที่พักอาศัย พบว่า นายหวังระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ภายหลังได้ย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้ใช้ความพยามในการสืบสวนจนทราบว่า นายหวัง พักอาศัยอยู่ในคฤหาสถ์หรู  มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ย่านบางนา เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์

จนกระทั่งวันนี้ (26 มี.ค.69) พบเห็นนายหวังโดยสารรถยนต์หรูยี่ห้อหนึ่ง ออกจากหมู่บ้านมุ่งตรงมายังร้านอาหารย่านห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ติดตามมา จนพบตัวนายหวัง ได้แสดงตัวและแจ้งให้นายหวังทราบว่าถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจาก “มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ” ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และเข้าข่ายเป็นพฤติการณ์ที่สมควรถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 36  จากนั้นจึงควบคุมตัวนายหวังส่งตัวไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับประเทศจีนต่อไป

 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า นายหวัง ได้หลอกระดมเงินทุน ในลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่หรือการระดมทุนผิดกฎหมาย โดยดำเนินการผ่านบริษัท โดยสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยสูง (ประมาณ 650–900 หยวน ต่อเงินลงทุน 12,000 หยวน) มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 1,000 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 200 ล้านหยวน หรือประมาณ 900 ล้านบาท   สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนว่า หากประชาชน พบเห็นกลุ่มคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมหรือเข้ามากระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เชียร์ 9 นักกอล์ฟสาวไทย ร่วมล่าแชมป์ “ฟอร์ด แชมเปียนชิพ” ที่แอริโซนา

เชียร์ 9 นักกอล์ฟไทย “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล, “เม” เอรียา จุฑานุกาล, “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “โม” โมรียา จุฑานุกาล และ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม พร้อมลงไล่ล่าแชมป์กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการฟอร์ด แชมเปียนชิพ ที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา 26-29 มี.ค.นี้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 72.8 ล้านบาท ประชันกับยอดโปรสาวระดับโลกอย่างคับคั่ง 

การแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ฟอร์ด แชมเปียนชิพ พรีเซ็นเต็ด บาย ไวลด์ ฮอร์ส พาส” ชิงเงินรางวัลรวม 2.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 72.8 ล้านบาท ที่เวิร์ลวินด์ กอล์ฟ คลับ, แคทเทล คอร์ส ชานเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2569 โดยมี คิม ฮโย-จู โปรสาวจากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งสร้างผลงานผงาดคว้าแชมป์ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ สมัยที่สอง ที่แคลิฟอร์เนีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาป้องกันแชมป์

ขณะที่นักกอล์ฟไทยที่เข้าร่วมแข่งขันในสัปดาห์นี้มี 9 คน ได้แก่ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล, “เม” เอรียา จุฑานุกาล, “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน, “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ, จัสมิน สุวัณณะปุระ, “เปียโน” อาภิชญา ยุบล, “โม” โมรียา จุฑานุกาล และ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ต่างเตรียมพร้อมต่อสู้เพื่อสร้างผลงานให้ดีที่สุด 

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 8 รายการ จะลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากจบอันดับ 4 เมื่อปี 2025 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่นมา 4 รายการ จบอันดับ 7 ร่วม รายการทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนชิพ, คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, จบอันดับ 31 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ และอันดับ 14 ร่วม ฟาวน์เดอร์ส คัพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

“เม” เอรียา จุฑานุกาล แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 12 รายการ รวมทั้งสองแชมป์เมเจอร์ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 3 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่น 2 รายการ จบอันดับ 8 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และอันดับ 18 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ 

“เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากจบอันดับ 45 ร่วม ปี 2024 และอันดับ 56 ร่วม ปีที่แล้ว ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่น 4 รายการ จบอันดับ 18 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, อันดับ 58 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ, ไม่ผ่านตัดตัว บลู เบย์ แอลพีจีเอ และจบอันดับ 19 ร่วม ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ

“พราว” ชเนตตี วรรณแสน แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากจบอันดับ 60 ร่วม ปี 2024 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่น 4 รายการ จบอันดับ 17 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนชิพ, อันดับ 18 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, อันดับ 41 ร่วม เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ และอันดับ 28 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ 

“แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ รวมทั้งแชมป์เมเจอร์ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากจบอันดับ 39 ร่วม เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้จบอันดับ 24 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนชิพ แต่ไม่ผ่านตัดตัว ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ

จัสมิน สุวัณณะปุระ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 3 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากไม่ผ่านตัดตัว ปี 2024 และจบอันดับ 56 ร่วม เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่น 3 รายการ จบอันดับ 15 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนชิพ, อันดับ 39 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ และไม่ผ่านตัดตัว ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ 

“เปียโน” อาภิชญา ยุบล จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากไม่ผ่านตัดตัว ปีที่แล้ว ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้ลงเล่นมาแล้ว 2 รายการ จบอันดับ 73 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ และไม่ผ่านตัดตัว ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ

“โม” โมรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 3 รายการ จะลงเล่นเป็นครั้งที่ 3 หลังจากจบอันดับ 21 ร่วม ปี 2024 และอันดับ 71 เมื่อปีที่แล้ว ส่วนผลงานปีนี้ลงเล่น 4 รายการ จบอันดับ 39 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนชิพ, อันดับ 72 ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และไม่ผ่านตัดตัว 2 รายการล่าสุด ได้แก่ บลู เบย์ แอลพีจีเอ และ ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ  

และ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม รุกกี้ของทัวร์ จะลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งแรก และเป็นรายการที่ 3 ในปีนี้ หลังจากจบอันดับ 67 ร่วม บลู เบย์ แอลพีจีเอ และไม่ผ่านตัดตัว ฟอร์ติเนต ฟาวน์เดอร์ส คัพ

ส่วนนักกอล์ฟระดับชั้นนำคนอื่น ๆ นอกจาก คิม ฮโย-จู ที่จะลงไล่ล่าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน ยังมี เนลลี คอร์ดา แชมป์ปี 2024 รวมถึงนักกอล์ฟดีกรีแชมป์เมเจอร์ อาทิ มิยู ยามาชิตะ, มาโอะ ไซโกะ, อายากะ ฟุรุเอะ และ ยูกะ ซาโสะ จากญี่ปุ่น, คิม เซ-ยอง, คิม อา-ริม, เอมี ยาง และ ชอน อิน-จี จากเกาหลีใต้, เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส, ลีเดีย โค จากนิวซีแลนด์, บรู๊ค เฮนเดอร์สัน จากแคนาดา, หยิน ยัวหนิง จากจีน, มายา สตาร์ก และ อันนา นอร์ดควิสต์ จากสวีเดน รวมถึงนักกอล์ฟอเมริกัน เจนนิเฟอร์ คัพโช, อัลลิเซน คอร์พุซ, ลีเลีย หวู และ เล็กซี ธอมพ์สัน พร้อมด้วย เจิ้ง หยาหนี จากไชนิสไทเป

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images 

ชุด EOD ตชด.22 เดินเครื่องเร่งทำลายทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่องถี่ยิบ เพื่อความปลอดภัยของ จนท.-ปชช.

“ศรีสะเกษ” ยังมีอีกหลาย ! เจ้าหน้าที่ชุด EOD ตชด.22 เดินเครื่องเร่งทำลายทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่องถี่ยิบ เพื่อความปลอดภัยของ จนท.-ปชช.

พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รอง ผกก.ตชด.22 นำทีมชุดเก็บกู้ ลุย..!ทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ร่วมกันทำลายอาวุธสงครามของฝ่ายกัมพูชาที่ยิงเข้ามาตกในประเทศไทย เมื่อช่วงการปะทะชายแดนที่ผ่านมา  ซึ่งการทำลายครั้งนี้ ประกอบด้วย ระเบิดและลูกปืนหลายขนาด อาทิ ระเบิด PG2 และPG7 ลูกปืนยิงมาจากรถถัง ขนาด 125 มม. ลูกปืน ปรส.106 มม.  ปรส.82  RPG 7 และลูกปืนคอ 60 ซึ่งเก็บมาจากเนิน 400 หลังจากยึดมาได้ที่เขาสัตตะโสม การทำลายครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกปืน ปรส. กว่า 10 ลูก ถูกนำมาทำลายใกล้กับอ่างเก็บน้ำบ้านภูมิซรอล โดยแรงระเบิดทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีควันพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน  ซึ่งผู้นำชุมชนได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบก่อนที่จะปฏิบัติการทำลายแล้ว

พ.ต.ท.จารุบุตร เรืองศรี รอง ผกก. ตชด. 22 เปิดเผยว่า ระเบิดที่ฝ่ายตรงข้ามยิงเข้ามาตกในพื้นที่ฝั่งไทยและนำมาทำลายในวันนี้ มีหลายชนิด และต้องทำการจุดระเบิดทำลาย ถึง 4 ครั้ง เพื่อให้ระเบิดสมบูรณ์ ซึ่งระเบิดเหล่านี้ ฝ่ายตรงข้ามยิงมาแล้วระเบิดไม่ทำงาน หรือชนวนทำงานไม่สมบูรณ์ และบางส่วนอยู่ในฐานของทหารกัมพูชาที่ถูกกดดันจนล่าถอย และไม่ทันได้เก็บอาวุธกลับไปด้วย ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า มีระเบิดบางส่วนที่ไม่สามารถนิรภัยหรือเก็บกู้ออกมาจากฐานของทหารกัมพูชาได้ จึงต้องทำลายให้หมดสิ้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน.

เสนาะ วรรักษ์ / รายงาน

“นฤเบศร์ เขียวภักดี” ประธานกรรมการบริษัท บีวายที ฟู๊ด ซัพพลายฯ รับโล่เกียรติยศบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง

ขอแสดงความยินดีกับนายนฤเบศร์ เขียวภักดี ประธานกรรมการบริษัท บีวายที ฟู๊ด ซัพพลาย จำกัด เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับโล่เกียรติยศ ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และให้การสนับสนุนการจัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ ๒๔ จากพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เมื่อวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา จัดโดย สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ ๒๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักสื่อสารมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ ให้ได้รับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม

โดยทางสมาคมฯ ได้นำความขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำ บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ จำนวน ๑๐ คน บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง จำนวน ๕ คน ผู้แทนองค์กรดีเด่น จำนวน ๑๙ คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลเทพทองครั้งที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๖๘ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง และให้การสนับสนุนการจัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ ๒๔ จำนวน ๒๒ คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลและโล่เกียรติยศ

สมาคมฯ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการดังกล่าว ในวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา

แสดงความยินดีกับ นางสาวบุษยาธร เขียวภักดี ประธานกรรมการ บริษัท บุษยาธรพืชผลฯ เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลเทพทองครั้งที่ ๒๔

ขอแสดงความยินดีกับ นางสาวบุษยาธร เขียวภักดี  ประธานกรรมการ บริษัท บุษยาธรพืชผล จำกัด เนื่องในโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลเทพทองครั้งที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๖๘ ประเภผู้แทนองค์กรดีเด่นจากพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์  เมื่อวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ  ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา จัดโดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ ๒๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนักสื่อสารมวลชนที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ  ให้ได้รับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม

โดยทางสมาคมฯ ได้นำความขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำ บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ จำนวน ๑๐ คน บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียง จำนวน ๕ คน ผู้แทนองค์กรดีเด่น จำนวน ๑๙ คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลเทพทองครั้งที่ ๒๔ ประจำปี ๒๕๖๘ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง  และให้การสนับสนุนการจัดงานพระราชทานรางวัลเทพทอง ครั้งที่ ๒๔ จำนวน ๒๒ คน เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัลและโล่เกียรติยศ

สมาคมฯ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการดังกล่าว ในวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ  ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา

.

DSI สนธิปูพรม 35 จุดตรวจเข้มผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ ป้องกันกักตุน – ลักลอบจำหน่าย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค สนธิกำลังร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


                
เมื่อวันที่ 24 – 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย 
ทั้งในกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระ ในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ครอบคลุม 16 จังหวัด รวม 35 จุด 

โดยมีรายละเอียดการปฏิบัติงานที่สำคัญดังนี้
                      
พื้นที่ภาคกลางและตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 และ 2 เข้าตรวจ

คลังน้ำมันรายใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และชลบุรี พบว่าส่วนใหญ่มีการควบคุมสต็อกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบ “คอกรับซื้อน้ำมัน” 3 แห่ง ลักลอบจัดเก็บและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวมกว่า 29,000 ลิตร โดยไม่ได้แจ้งหรือขออนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ตรวจสอบจ็อบเบอร์และโรงงานผลิตเอทานอล เพื่อกำกับดูแลการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและป้องกันการส่งออกนอกราชอาณาจักรในช่วงวิกฤต พบว่าสถานประกอบการมีการดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย มีการแสดงป้ายราคาชัดเจน ระบบการจัดเก็บและขนส่งน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด

พื้นที่ภาคเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และ 6 กระจายกำลังตรวจสอบในจังหวัดเชียงราย ลำปาง พิจิตร กำแพงเพชร และตาก โดยมุ่งเน้นการตรวจวัดปริมาณน้ำมันคงเหลือในถังเก็บน้ำมันเปรียบเทียบกับระบบบัญชี เพื่อป้องกันการกักตุนน้ำมัน และไม่พบพฤติการณ์ผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุนแต่อย่างใด
                   

พื้นที่ภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 8 เขตพื้นที่ 9 และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการในจังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานี และปัตตานี เพื่อติดตามราคาน้ำมันหน้าคลังให้เป็นไปตามประกาศ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในการวางยุทธศาสตร์คลังน้ำมันเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งได้ตรวจสอบทั้งสถานีบริการ คลังจัดเก็บ ระบบปริมาณน้ำมัน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติและการตรวจเชิงลึกควบคู่กัน
       

กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินมาตรการเชิงรุกตรวจสอบและกำกับดูแลการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การกระจายน้ำมันเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส เพื่อป้องกันการกักตุน การลักลอบจำหน่าย และการกระทำความผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

.