ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง!ผู้ว่าฯอำนาจเจริญลงพื้นมอบสิ่งของช่วยเหลือเหยื่อวาตภัยอำเภอชานุมาน

ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอชานุมาน หลังพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนเสียหายกว่า 27 ครัวเรือน

นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายให้ นางผุสณีย์ ส้มเขียวหวาน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัย โดยมี นายธวัชชัย ตระการกสิกิจ นายอำเภอชานุมาน ว่าที่ร้อยตรี มนต์สง่า ลีลาศสง่างาม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ

พร้อมด้วย คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยฆ้อง หมู่ที่ 5 ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 13.30 – 13.50 น. ได้เกิดเหตุวาตภัยจากพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่อำเภอชานุมาน ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าก่อ จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยฆ้อง หมู่ที่ 5 และบ้านทองศิลา หมู่ที่ 9 รวมทั้งสิ้น 27 ครัวเรือน แบ่งเป็น บ้านเรือนที่อยู่อาศัยประจำ จำนวน 25 ครัวเรือน และโรงเรือนเก็บพืชผลทางการเกษตรหรือคอกสัตว์ จำนวน 2 ครัวเรือน

ในการนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญและคณะได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบวาตภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ทางอำเภอชานุมาน พร้อมด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นและเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

โดย…ทิพกร  หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำเจริญ

.

ยกระดับความสัมพันธ์ท้องถิ่น ไทย-เมียนมา ถก TBC ลุยแก้ปัญหา 5 อำเภอชายแดนตาก

ไทย-เมียนมา ประชุมคณะกรรมการชายแดน TBC (แม่สอด-เมียวดี) เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ ระดับท้องถิ่น แก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569. พ.อ.ชนกานต์ แสงศร “ผู้การจ๊อด”  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ผบ.ฉก.ราชมนู) ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทยเมียนมา (แม่สอด-เมียวดี) TBC (Township Border Committee) ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดน ส่วนท้องถิ่น กับฝ่ายเมียนมา

นำโดย Lt.Col.Zaw Han Oo  ผู้บังคับกองพันทหารราบ มี่ 275 (พัน.ร.275) ในฐานะประธาน TBC ฝ่ายเมียนมา และคณะ TBC แม่สอด=เมียวดี ณ.หน่วนเฉพาะกิจราชมนู ที่ตั้ง อ.แม่สอด จ.ตาก ทั้งนี้เพื่อประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน 5 อำเภอชายแดนจังหวัดให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีความสัมพันธุ์ที่ดีต่อกันทั้ง 2 ประเทศต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคณะกรรมการ TBC (Township Border Committee) หรือ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น คือกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับพื้นที่ระหว่างฝ่ายทหารไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น ไทย-เมียนมา) มีหน้าที่แก้ไขปัญหาชายแดน ประสานความร่วมมือ และรักษาความสัมพันธ์อันดีในระดับท้องถิ่น ต่อไป

.

ไม่ต้องไปไกล!กางเต้นท์-เล่นน้ำ “อ่างหุบอีเก้ง”คลายร้อนรับธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการท่องเที่ยวคลายร้อนที่อ่างเก็บน้ำชฎา หรือ อ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง ต.ตลุกดู่ จ.อุทัยธานี เป็นไปอย่างคึกคัก หลังประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากพาบุตรหลานเดินทาง มาเล่นน้ำคลายร้อน กางเต็นท์ ชมวิวสายน้ำจากธรรมชาติ ที่มีน้ำใส ชุ่มเย็น มีโขดหินสวยใกล้ชายหาด โดยเฉพาะช่วงเย็นใกล้ค่ำ จะมีประชาชนเดินทางมาเยอะ

นายดอกรัก พ่อค้าที่ตั้งร้านค้าขาย เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวในพื้นที่ และนอกพื้นที่ รวมถึงต่างจังหวัด เดินทางพาบุตรหลานมาเล่นน้ำคลายร้อน ชมวิวน้ำ ที่มีความสวย สร้างบรรยากาศอันคึกคัก เหมาะกับบรรยากาศช่วงนี้ ทั้งนี้ทางจนท.ได้ติดตั้งป้ายเตือนระดับน้ำลึก ในจุดเสี่ยง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจตราอย่างใกล้ชิด

.

อิหร่านบนระเบียบโลก เพื่อแห่งการยืนหยัด

การถึงแก่อสัญกรรม (ชะฮีด) ของ อายะตุลลอฮ์ อัลอุซมา ซัยยิด อาลี คอเมเนอี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอิหร่าน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาติ แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางในการนิยามใหม่ของอำนาจ ความเป็นเอกภาพ และยุทธศาสตร์ของสาธารณรัฐอิสลามอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางภูมิภาคที่ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สูงสุด และสัญญาณของการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างอิหร่านกับแกนอเมริกา อิสราเอลก็ปรากฏอย่างชัดเจน

เมื่อข่าวการถึงแก่อสัญกรรมเผยแพร่ออกไป สังคมอิหร่านจมอยู่ในความตกตะลึงอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่นาน ความตกใจนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสามัคคีของชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อน การเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยอย่างล้นหลาม และการให้สัตยาบันต่ออุดมการณ์ของการปฏิวัติอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างทางการเมืองของอิหร่านไม่ได้ยึดโยงอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว แต่ตั้งอยู่บนระบบความคิดและสถาบันที่มั่นคง

ในช่วงเวลาที่อ่อนไหวนี้ สภาผู้ชำนาญการ ได้ดำเนินกระบวนการคัดเลือกผู้นำใหม่อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยแต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจตะบา คอเมเนอี เป็นผู้นำคนใหม่ การตัดสินใจนี้ไม่เพียงมีมิติทางกฎหมาย แต่ยังส่งสารชัดเจนถึงความต่อเนื่อง เสถียรภาพ และความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของการต่อต้าน

ผู้นำคนใหม่ได้เน้นย้ำในจุดยืนแรกของตนถึง “การเดินตามรอยผู้พลีชีพ” “การรักษาความเป็นเอกภาพภายใน” และ “การตอบโต้การรุกรานอย่างเด็ดขาด” ซึ่งกลายเป็นกรอบยุทธศาสตร์ของประเทศในภาวะสงคราม

การโจมตีโดยตรงจากสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ต่อดินแดนอิหร่าน ซึ่งครอบคลุมทั้งเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ได้เปลี่ยนลักษณะของสงครามจากแบบดั้งเดิมไปสู่ “สงครามผสมผสานหลายมิติ” กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามและกองทัพอิหร่านตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและประสานกัน สามารถควบคุมคลื่นการโจมตีระลอกแรก และค่อย ๆ ชิงความได้เปรียบกลับมา พร้อมสร้างต้นทุนมหาศาลให้ฝ่ายตรงข้าม

หนึ่งในเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและเปิดโปงความโหดร้ายของสงครามครั้งนี้ คือการโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งทำให้เด็กบริสุทธิ์ 168 คนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้สะเทือนใจทั้งสังคมอิหร่านและประชาคมโลก กลายเป็นสัญลักษณ์ของสงครามที่ไร้ความปรานี ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่เพียงละเมิดเส้นแบ่งทางทหาร แต่ยังละเลยหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน

นอกจากนั้น ยังมีการโจมตีโรงพยาบาล ขบวนช่วยเหลือ และเป้าหมายพลเรือนอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าศัตรูไม่ยึดถือเส้นแดงใด ๆ ในการรักษาชีวิตผู้บริสุทธิ์ และพยายามใช้ความหวาดกลัวเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายเจตจำนงของประชาชน
อีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่ถูกนำมาใช้ คือการลอบสังหารบุคคลสำคัญของประเทศ รวมถึงบุคคลอย่างอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รัฐมนตรีสำคัญ เช่น รัฐมนตรีข่าวกรองและกลาโหม ตลอดจนผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังต่าง ๆ เป้าหมายของการกระทำเหล่านี้คือการสร้างสุญญากาศทางการบริหารและทำลายโครงสร้างการตัดสินใจของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า แรงกระแทกเหล่านี้ไม่ได้นำไปสู่การล่มสลาย แต่กลับส่งผลให้เกิดการฟื้นตัวของกำลังคนและเสริมสร้างความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น โครงสร้างของรัฐและกองทัพสามารถเติมเต็มช่องว่างได้อย่างรวดเร็ว และเดินหน้าต่อด้วยแรงจูงใจที่เข้มแข็งกว่าเดิม

ในสนามปฏิบัติการ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านสามารถใช้อำนาจควบคุมเชิงยุทธศาสตร์ เปลี่ยนเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกให้กลายเป็นเครื่องมือทางอำนาจ พร้อมส่งสัญญาณไปยังมหาอำนาจว่า ความไม่มั่นคงต่ออิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม

ในด้านการทหาร หนึ่งในความสำเร็จสำคัญคือระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถรับมือกับเทคโนโลยีขั้นสูงของฝ่ายตรงข้ามได้ รวมถึงการยิงเครื่องบินรบ F-35 ตก ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความเหนือชั้นทางเทคโนโลยีของตะวันตก เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนสมดุลทางทหาร แต่ยังส่งผลต่อสมดุลทางจิตวิทยาของสงคราม

เมื่อเวลาผ่านไป อิหร่านได้ก้าวข้ามจากระยะป้องกันเข้าสู่การโจมตีเชิงรุกอย่างแม่นยำ โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ สามารถโจมตีเป้าหมายสำคัญของฝ่ายตรงข้าม และยึดความได้เปรียบในสนามรบ

ในกระบวนการนี้ บทบาทของผู้นำใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารทั้งสนามรบและเวทีการทูต อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจตะบา คอเมเนอี ใช้แนวทางที่ผสมผสานระหว่างความเด็ดขาดและเหตุผล นำพาประเทศผ่านวิกฤตที่ซับซ้อน พร้อมควบคุมไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวเกินขอบเขต

สถานการณ์ปัจจุบันของสงครามสามารถเรียกได้ว่าเป็นช่วง “การตรึงความได้เปรียบและบริหารวิกฤต” ซึ่งการแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปในมิติไซเบอร์ ข่าวกรอง และเศรษฐกิจ

ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชาติหนึ่งสามารถนิยามเส้นทางของตนใหม่ได้ท่ามกลางภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุด ที่ซึ่งการสูญเสียผู้นำ การลอบสังหาร และโศกนาฏกรรมอย่างมินาบ กลับกลายเป็นพลังในการหล่อหลอมเจตจำนงของชาติ และนำพาอิหร่านเข้าสู่ระยะใหม่แห่งอำนาจและการยับยั้ง

มะห์ดี ซาเร่อ์

Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok) สตูดิโอ Wellness – Circus Movement แห่งแรกใจกลางกรุงฯ

Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok) สตูดิโอ Wellness – Circus Movement แห่งแรกใจกลางกรุงฯ   ผสานศาสตร์การเคลื่อนไหวและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมเปิดตัวโปรแกรม International Wellness Retreat

วงการสุขภาพและการออกกำลังกายในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการดูแลสุขภาวะ เมื่อ “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” สตูดิโอด้าน Circus Movement และ Holistic Wellness ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ผสานศาสตร์การเคลื่อนไหว ศิลปะการแสดง และการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ  สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของร่างกาย ควบคู่กับการดูแลสมดุลของจิตใจในรูปแบบสากล

สตูดิโอแห่งนี้ก่อตั้งโดย คุณจิลมิกา เฉลิมสุข (ฟ้า) ผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์ในวงการกีฬาและศิลปะการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันของ International Pole Sports Federation และคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน Asia Airstars Competition รวมถึงได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น  ที่ได้จับมือก่อตั้งร่วมกับ คุณสมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ ผู้จัดการศิลปินชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในวงการบันเทิงมายาวนาน

แนวคิดของ “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” คือการนำศาสตร์ Circus-ed Movement & Wellness Experience มาผสมผสานกับแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) โดยเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นศิลปะที่ช่วยปลดปล่อยพลัง สร้างสมาธิ และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย จิตใจ และอารมณ์  

ภายในสตูดิโอมีการเปิดสอนและจัดกิจกรรมด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งศาสตร์การแสดงและการออกกำลังกายเชิงฟื้นฟู อาทิ
• Contortion (การดัดตัวแบบนักกายกรรม)
• Aerial Silk/ hoop/hammock/aerial pole/strap 
• Pole Sport/ exotic pole 
• Pilates 
• water rehabilitation in the pool
• Yoga/yoga fly
• Sound Bath Therapy
• Mindfulness & Meditation
• การให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะกายและใจ
• นวดไทย และนวดสปอร์ต
• Weight Training & rehabilitation• Weight Training  

พร้อมยกระดับประสบการณ์ Wellness ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว “FIT WITH FAH” คลีนฟู้ดคอนเซ็ปต์พิเศษภายในสตูดิโอ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ โดยเมนูทั้งหมดปรุงสดใหม่ภายใต้แนวคิด “กินคลีนอย่างแท้จริง” ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใช้น้ำมัน ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใช้สารกันบูด เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน สอดรับกับโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของสตูดิโออย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ภายในสตูดิโอฯ ยังยกเอาคาเฟ่ชื่อดัง “Round Cafe” จาก Washinton DC  ที่มี Positioning คือ From Farm to Cup – Crafted with Intention คาเฟ่ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากเริ่มจากต้นทางจริงๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟ

แต่เป็นผู้ที่ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ -ปลูกกาแฟเอง- คั่วเอง – ไปจนถึงการออกแบบเครื่องดื่มในแต่ละแก้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ สาขาแรกได้เปิดที่ Washington DC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจมาตรฐานของ coffee culture ระดับโลก และนำมาพัฒนาเป็นแนวทางของ Round Café และอีกจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ Thai Beverages on Global Stage เพราะต้องการยกระดับเครื่องดื่มไทยให้ไปไกลในระดับโลกไม่ว่าจะเป็นชาไทย หรือรสชาติแบบ local เรานำมาพัฒนาให้มีความ refined และ contemporary มากขึ้น โดยสาขาสองก็ได้มาเปิดให้บริการลูกค้าใน Dancing in the Moonlight ฯ  

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาเป็น ศูนย์ฝึก Contortion แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่มีหลักสูตร Teacher Training Program สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาเป็นครูผู้สอนในระดับสากล รวมถึงหลักสูตรฝึกครู Pilates และ Yoga โดยครูผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และ พิเศษสุด ในวันที่ 8-9 พฤษภาคม นี้  สตูดิโอฯ ยังได้ครูโยคะชื่อดังระดับโลกอย่าง Saurabh singh Rajput ที่จะมาเปิดคลาสพิเศษที่ Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)  เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

ภายในงาน Serchmaa Byamba (ชาวมองโกเลีย) โค้ชและนักแสดง Mongolian Contortion ระดับโลกจากคณะ Cirque du Soleil จากลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับศิลปะการดัดตัวระดับมืออาชีพ พร้อมร่วมออกแบบการแสดง Contortion และเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  โดยการฝึกดัดตัว (Contortion) ภายในโปรแกรม ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากเทคนิคเฉพาะของ Serchmaa ซึ่งเป็นแนวทางการฝึกระดับมืออาชีพระดับโลก นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัด Contortion Workshop ในรูปแบบ Retreat ใจกลางกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจาก Nicolas Montes de Oca (ชาวเม็กซิโก) ศิลปินจากคณะละครสัตว์ชื่อดัง Cirque du Soleil ผู้เชี่ยวชาญด้าน Handstand และเจ้าของสถิติ Guinness World Records ด้านการยืนมือ( Handstand) ซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งนักแสดงและเทรนเนอร์ระดับนานาชาติ ได้มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมกันนี้ยังมีศิลปินชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี  ที่เข้าร่วมกิจกรรมโยคะกับครูผู้สอนจากประเทศอินเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะการเคลื่อนไหวที่ผสานศาสตร์สุขภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อพัฒนาให้สตูดิโอแห่งนี้เป็น International Retreat Space

สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และค้นหาความสมดุลของชีวิต ผ่านโปรแกรม Private Wellness Retreat ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มขนาดเล็ก  โปรแกรมรีทรีตได้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างครบมิติ ทั้งฝึกการเคลื่อนไหว การทำสมาธิ การบำบัดด้วยเสียง การนวดแผนไทย รวมถึงการดูแลด้านโภชนาการผ่านเมนูคลีนจาก “FIT WITH FAH”  ที่ช่วยเสริมพลังงานและการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Dancing in the Moonlightฯ ได้จัดแพ็กเกจรีทรีต ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ โปรแกรมครึ่งวัน (Half-Day Urban Reset) ไปจนถึงโปรแกรมหลายวัน เช่น 2 วัน 1 คืน, 3 วัน 2 คืน และ 6 วัน 5 คืน Signature Cultural & Wellness Retreat ที่ผสานกิจกรรมสุขภาพเข้ากับประสบการณ์วัฒนธรรมไทย อาทิ การเยี่ยมชมวัดสำคัญ การสวมชุดไทยถ่ายภาพ ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ จ.อยุธยา
        
ด้วยแนวคิดของโปรแกรม คือการสร้างประสบการณ์ “Private • Intentional • Transformational” หรือการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว มีเป้าหมายชัดเจน และช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสุขภาวะของผู้เข้าร่วม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพระดับนานาชาติคอยดูแลอย่างใกล้ชิด   ผสานศิลปะการแสดงเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)”  จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการ Wellness ในประเทศไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกรุงเทพฯ ในการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และศิลปะการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ

For more information, please contact :
Tel: +66 97 149 2656
LINE: @moonlightpoleyoga
IG : dancing.in.the.moonlight.bkk

พิษค่าธรรมเนียม!รถน้ำมันแห่ข้ามโขงแน่นด่านมุกดาหารติดค้างข้ามสัปดาห์

บรรยากาศบริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากจอดต่อคิวรอข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว อย่างหนาแน่นผิดปกติ โดยมีรถสะสมรวมกว่า 40 คัน

ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากรถบรรทุกจำนวนหนึ่งหลีกเลี่ยงการขนส่งในช่วงวันเสาร์–อาทิตย์ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งฝั่งไทยและลาว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเลือกชะลอการเดินทาง และมารวมตัวกันเพื่อข้ามแดนในช่วงเช้าวันจันทร์แทน ทำให้เกิดภาพรถหนาแน่นบริเวณหน้าด่าน

แหล่งข่าวระบุว่า โดยปกติในช่วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จะมีรถบรรทุกน้ำมันข้ามแดนไปยัง สปป.ลาว เฉลี่ยวันละประมาณ 10 กว่าคันเท่านั้น แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและการบริหารเวลาในการขนส่ง

ขณะที่คนขับรถบรรทุกน้ำมันรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เดิมทีสามารถวิ่งขนส่งได้เฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 2 เที่ยว แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1 เที่ยวเท่านั้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากเดินทางมาถึงจังหวัดมุกดาหารในวันศุกร์ ก็จำเป็นต้องจอดรอข้ามแดนในเช้าวันจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในช่วงวันหยุด

“รายได้ลดลงชัดเจน แต่น้ำมันยังต้องส่งเหมือนเดิม เราต้องเลือกวิธีที่ต้นทุนน้อยที่สุด” คนขับรายเดิมกล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมต้นทุนพลังงานและการขนส่งในภูมิภาค ทำให้ผู้ประกอบการและคนขับรถต้องปรับตัวอย่างหนัก ท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน

ผู้เกี่ยวข้องเสนอว่า ควรมีการทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่ายและมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งข้ามแดน เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบโลจิสติกส์ รวมถึงช่วยประคับประคองรายได้ของแรงงานในภาคขนส่งที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในขณะนี้

รวบแล้ว!หนุ่มลาวหึงโหดฆ่าหั่นศพขณะเตรียมหนีกลับประเทศคาด่านหนองคาย

ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย จับได้แล้วหนุ่มลาวก่อเหตุสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาติเดียวกันในห้องพักอพาร์ตเมนท์ ย่านหลักสี่ ขณะจะหลบหนีออกนอกประเทศกลับบ้านเกิดที่ด่านพรมแดนหนองคาย ลงมือฆ่าแล้วหั่นศพยัดถุงดำ 8 ถุง ทิ้งขยะ

จากกรณีที่ ช่วงเวลาประมาณ 01.49 น. วันที่ 24 มี.ค.69 มีนายเดช อายุ 26 ปี ชาวลาว เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ว่านางสาวแรม อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นน้องสาว หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ โดยก่อนที่น้องสาวจะหายตัวไป ในวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นางสาวแรม ถูกนายต้อม ชาวลาวด้วยกันและเป็นแฟนของนางสาวแรม ตามตัวกลับมาจาก จชลบุรี

หลังจากนั้นวันที่ 22 มี.ค.69 เวลาประมาณ 18.30 น. นางสาวแรมใช้โทรศัพท์มือถือของนายต้อม โทรมาหานายเดชเพื่อขอความช่วยเหลือ ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.69 เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ นายเดชได้มาตามหาน้องสาวที่อพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่งของนายต้อม ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่ แต่กลับไม่พบตัวน้องสาว พบเพียงนายต้อมสวมกางเกงขาสั้นเดียว อ้างว่าน้องสาวหนีไปแล้ว และไม่สามารถติดต่อนางสาวแรมได้

หลังจากนั้นนายเดชจึงได้เข้าแจ้งความ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของนายต้อมไม่ปรากฏว่านางสาวแรมออกมาจากห้องของนายต้อม พบเพียงนายต้อมเดินถือถุงดำออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตัว

จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 24 มีนาคม พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผกก.ตม.หนองคาย, พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ได้จับกุมตัวนายต้อม อายุ 26 ปี ชาวลาวได้ ขณะจะเดินทางออกนอกประเทศไปยัง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจึงได้คุมตัวมาสอบสวน

เบื้องต้น นายต้อม ให้การว่าคบหากับนางสาวแรม ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงทะเลาะกัน ตนไปตามนางสาวแรมกลับจากพัทยา แล้วทะเลาะกันอีกจากการหึงหวง แรมได้ใช้มีดแทงตัวเอง ก่อนที่ตนจะใช้มีดปลายแหลมชำแหละร่างนางสาวแรมในห้องน้ำ โดยหั่นชิ้นส่วนร่างกายใส่ถุงดำทั้งหมด 8 ถุง นำไปทิ้ง หลังก่อเหตุก็ไปทำงานตามปกติ เพิ่งมีวันนี้ที่ตัดสินใจไม่ไปทำงานเดินทางมายังด่านพรมแดนที่หนองคายกำลังจะเดินทางข้ามแดน ก็ถูกจับกุมตัวเสียก่อน.

กกล.บูรพา สนธิกำลังกสทช.ทลายจุดติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณเถื่อนเกลื่อนชายแดนสระแก้ว

กกล.บูรพา สนธิกำลังกสทช.,ภ.จว.สระแก้ว ลุยตรวจเสาสัญญาณชายแดนอรัญประเทศ ทลายจุดติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณเถื่อน หวั่นเอื้อประโยชน์มิจฉาชีพ

กองกำลังบูรพา โดย หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 2 , ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, สภ.คลองลึก และ อบต.ท่าข้าม อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ กสทช. นำโดย นายวีระพันธ์ ศรีนวล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. ภาค 1 ในปฏิบัติการปูพรมสำรวจและตรวจสอบการลักลอบปล่อยสัญญาณโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตตามแนวชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ภายในตลาดอินโดจีน ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จำนวน 2 จุดหลัก ได้แก่

1. บริษัท วินเทจกาญจี้แร็ก จำกัด (เลขที่ 555/114)
2. บริษัท อาชวิน (ไทยแลนด์) จำกัด (เลขที่ 555/246)

ผลการตรวจสอบ พบว่าทั้งสองบริษัทมีการขอติดตั้งอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับมีพฤติการณ์ แอบติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Access Point) เพิ่มเติมเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. เพื่อใช้กระจายสัญญาณไวไฟให้กับระบบกล้องวงจรปิดภายในอาคาร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ กสทช. ได้ดำเนินการตรวจยึดและถอดอุปกรณ์กระจายสัญญาณที่ไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าวออกจากพื้นที่ทันที พร้อมชี้แจงระเบียบข้อบังคับให้ผู้ประกอบการทราบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบใช้เครื่องมือสื่อสารที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายบริเวณแนวชายแดนและได้แจ้งความดำเนินคดีต่อไป

191 ทลายโกดังยานรกย่านธัญบุรี! รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 2 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 61 ล้านบาท

ตำรวจสายตรวจ 191 สนองนโยบายเข้มงวดรัฐบาลและ ผบ.ตร. บุกรวบเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านธัญบุรี ขณะลำเลียงยาบ้า 2 ล้านเม็ดซุกกล่องพัสดุเตรียมกระจายลงพื้นที่ พบพฤติกรรมสุดแสบใช้รถยนต์สลับสับเปลี่ยนตบตาเจ้าหน้าที่

บุกรวบคาหมู่บ้านหลังสะกดรอยข้ามจังหวัด

พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) และหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายปูสิทธุ์ อายุ 27 ปี, นายประกิจ อายุ 34 ปี และนายสุระเดช อายุ 32 ปี โดยจับกุมได้ที่บริเวณกลางซอยหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย ดังนี้
– ยาบ้าประมาณ 2,000,000 เม็ด (บรรจุในกล่องพัสดุ 8 กล่อง)
– รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีแดง และ รถยนต์โตโยต้า ยาริส สีดำ
– สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

รวมมูลค่าทรัพย์สินและยาเสพติดกว่า 61,250,000 บาท

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับสายลับรายงานว่า มีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดใช้หมู่บ้านในย่านธัญบุรีเป็นจุดพักยา โดยจะใช้รถยนต์หลายคันสลับสับเปลี่ยนในการขนส่งเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ

จนกระทั่งคืนวันที่ 22 มีนาคมต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 23 มีนาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบรถฮอนด้า ซีวิค สีแดง เป้าหมาย ขับออกจากพื้นที่มุ่งหน้าไปยัง จ.อ่างทอง โดยมีรถโตโยต้า ยาริส สีดำ ขับตามในลักษณะผิดสังเกตคล้ายเป็นรถคุ้มกันและดูต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อรถทั้งสองคันขับกลับเข้ามาในหมู่บ้านที่ ต.บึงสนั่น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นทันที ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด บรรจุอยู่ในลังพัสดุเตรียมพร้อมส่งต่อให้กับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แจ้งข้อหาหนัก-เตรียมขยายผลยึดทรัพย์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการยึดทรัพย์ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป

แฟนหนุ่มหลอนยาคลั่ง “กรีดหน้า-ซ้อมโหด”แฟนสาว 6 ชม.สายตรวจเห็นกลับปล่อยหลบหนี

สาวร้องสายไหมต้องรอด โดนหนุ่มหลอนยาทำร้ายมาราธอน 6 ชั่วโมง ใช้มีดกรีดหน้า – ใช้พัดลมปั่นผม สายตรวจเห็นกลับปล่อยหลบหนี แจ้งความ สน.บางเขน โดนถามกลับ บาดเจ็บสาหัสทำไมไม่รีบดำเนินคดี?
.
น้อง “เมล” อายุ 24 สาวอดีตพนักงานไฟแนนซ์ เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือเพจสายไหมต้องรอด ถ.วัดเกาะ เขตสายไหม โดยเธอเป็นลูกสาวนักดับเพลิง ถูกแฟนหนุ่มเมายาดูดพอตเค จนอาการหลอนหนัก บุกมาทำร้ายร้างกายถึงในแฟลตดับเพลิงนานถึง 6 ชั่วโมง ใช้มีดกรีดหน้า กรีดหัว ซ้ำยังนำพัดลมมาปั่นผม ใช้ไม้ฟาด ก่อนหาโอกาสวิ่งหนีเอาชีวิตรอดลงมาขอความช่วยเหลือจากร้านค้าหน้าแฟลต

เมล เปิดเผยกับทีมข่าวว่า รู้จักกับฝ่ายชาย ชื่อ “บัส” อายุ 23 ปี ทักมาจีบผ่านโซเชียล และแนะนำตัวว่าทำงานเป็นหัวหน้าช่าง ตนจึงพูดคุยด้วย 
.
เมล เล่าต่อว่า ฝ่ายชายเป็นคนพูดจาดี ดูแลเอาใจใส่ จึงได้นัดกันไปกินข้าว หลังจากได้เจอกันก็คุยกันมาเรื่อย ๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ฝ่ายชายชวนไปที่บ้านย่านซอยเพิ่มสิน บอกให้ไปนั่งเล่น แต่พอไปถึง กลับเจอเพื่อนของฝ่ายชายประมาณ 4-5 คนอยู่ในบ้าน ส่วนนายบัสกำลังแจกจ่ายพอตเคให้เพื่อน ทำให้ตัวเองรู้สึกตกใจ จึงตัดสินใจออกมา
.
จากนั้นฝ่ายชายโทรมาแล้วด่าทอตนเองด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย บอกว่ากลุ่มเพื่อนที่อยู่ในบ้านบอกว่าตนเองเป็นคนหลายใจ เคยคุยกับเพื่อนในโรงเรียนเก่า ทำให้มีการทะเลาะกัน 

ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม 2569 ตนเองกลับบ้านที่แฟลตดับเพลิง ไม่นานฝ่ายชายโทรมาขอโทษตนเอง บอกว่าขอโทษ อยากเคลียร์กัน อยากดีกัน ถามว่าอยู่คนเดียวไหม ตนบอกว่าอยู่คนเดียว ฝ่ายชายบอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน 
.
จากนั้นฝ่ายชายเดินทางมาหาตอน 05.00 น. มาขอโทษประมาณครึ่งชั่วโมง ฝ่ายชายมีอาการเหมือนคนเมา ไม่มีสติ มีอาการหลอนยา ก่อนมีอาการคลุ้มคลั่ง ย้อนกลับมาทำลายข้าวของในห้อง ตนพยายามร้องขอให้หยุด แต่นายบัสกลับพุ่งมาทำร้ายร่างกาย แล้วบอกว่าสนุก 
.
จากนั้น ฝ่ายชายคว้าไม้แขวนเสื้อมากรีดหน้าของตนเอง แล้วนำมีดที่พกมากรีดแก้มด้านขวา ตนพยายามร้องขอชีวิต แต่ฝ่ายชายยังไม่หยุด โดยตนเองถูกทำร้ายตั้งแต่ 07.00 – 13.00น. มีการบังคับให้กินบุหรี่ผสมน้ำประปา บังคับทำโทษให้ตนนำหัวทิ่มกับพื้นแล้วเอามือไขว้หลัง 

ระหว่างนั้นก็ถูกฝ่ายชายทั้งถีบทั้งต่อยทั้งเตะอยู่บริเวณหน้าห้อง แต่ไม่มีใครกล้าออกมาช่วย ตนจึงออกกลอุบายบอกกับนายบัสว่า งั้นเราขอลงไปข้างล่างได้ไหม นายบัสถึงยอม ตนจึงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหลบหนีเพื่อขอความช่วยเหลือจากร้านค้า ระหว่างนั้นนายบัสก็พยายามวิ่งตามมาจะทำร้ายร่างกายตนเอง แต่พบกล้องวงจรปิดเสียก่อน ถึงหยุดทำร้าย 
.
ขณะเดียวกันเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเดินทางมาถึง ทำให้นายบัสหลบหนีเข้าไปในห้องนอน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจก็ไม่ได้ตามไปจับกุมตัว และปล่อยให้นายบัสหลบหนีไป ตนจึงเข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน แต่พนักงานสอบสวน สน.บางเขน กลับตั้งคำถามกับตนเองว่า “คุณบาดเจ็บสาหัสเหรอ ทำไมไม่รีบเร่งรัดดำเนินคดี” ตนจึงรู้สึกไม่สบายใจ 
.
รวมถึงในเวลาต่อมาฝ่ายชายก็ยังทักมาข่มขู่ตนเองอีกบอกจะเอาชีวิต พร้อมขู่เผาบ้าน สิ่งที่ตนเองออกมาในวันนี้อยากให้ฝ่ายชายถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และรับผิดชอบทรัพย์สินที่เสียหาย ยืนยันจะไม่กลับไปคืนดีกับฝ่ายชายอีก

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับข้อมูลมาเคสนี้ถือว่าหนักมาก เบื้องต้นตนประสานผู้กำกับ สน.บางเขน ให้ช่วยเร่งรัดดำเนินคดีและเร่งเอาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทาสยาเสพติด และอยากเจ้าหน้าที่ช่วยขยายผลกวาดล้างเรื่องยาเสพติด 
.
ในส่วนของสายตรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น นายเอกภพ มองว่า ควรควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ หรือเชิญตัวไปที่โรงพัก เพื่อตรวจหาสารเสพติดว่ามีหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้บาดเจ็บมีร่องรอยบาดแผลทั่วร่างกาย มีร่องรอยถูกทำร้าย แต่ทำไมสายตรวจถึงปล่อยตัวคนร้ายไป
.
พร้อมฝากถึงพี่น้องประชาชน หากเห็นเหตุการณ์ การทะเลาะกันให้เร่งให้ความช่วยเหลือ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ