น้ำท่วมภาคใต้ กระทบสวนยางกว่า 4.1 ล้านไร่ สูญกว่า 2 พันล้านบาท

ดร.เพิก เลิศวังพง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ทางภาคใต้ได้รับผล กระทบ 9 จังหวัด อาทิ จังหวัดนครศรีธรรมราช,พัทลุง,ชุมพร,สุราษฎร์ธานี และสงขลา เป็นต้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่การเกษตรอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกยางพารา กยท. คาดการณ์ผลกระทบด้านยางพารา จากสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องและอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ในระยะ 10 วันที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 18-27 พ.ย. 68)  มีพื้นที่สวนยางเปิดกรีด ได้รับผลกระทบรวมกว่า 4.1 ล้านไร่ คาดผลผลิตของยางพาราหายไปจากระบบ เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนยางไม่สามารถกรีดยาง และเก็บเกี่ยวผลผลิตยางได้ รวมกว่า 43,000 ตันคิดเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดีหลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ กยท. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายสวนยางที่ประสบภัยและประเมินระดับความเสียหายของต้นยาง พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างใกล้ชิดเพื่อฟื้นฟูสภาพสวนยางหลังน้ำลด ลดความเสียหายในระยะยาว ตลอดจนมาตรการเยียวยาตามสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง มาตรา 49 (5) แห่งพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558

โดยกรณีที่สวนยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ประสบภัยจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนี้ กยท. ยังมีเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงสวนยาง ที่อยู่อาศัย เครื่องมือ รักษาพยาบาลตนเอง ตลอดจนเป็นทุนในการประกอบอาชีพเสริมต่อไป

ผบ.กองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ชายแดนแม่สอดหลังเมียนมาเปิดศึกปะทะกันรุนแรง

ผบ.กองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย – เมียนมา อ.แม่สอด จังหวัดตาก และมอบของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568. พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ และผู้นำหมู่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนไทย–เมียนมา บริเวณ ท่าข้าม บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่

หลังเกิดเหตุการปะทะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ บ้านนิลละป่าน ฝั่งประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน และจากสถานการณ์ ยกระดับการกวาดล้าง กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ (สแกมเมอร์) บริเวณอาคารนิลละป่าน จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่หวาดกลัวต่อสถานการณ์ จำนวนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการหลบหนีข้ามแม่น้ำเมย เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงปักหลักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ประเทศเมียนมา

โดยในครั้งนี้ พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เตรียมการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement หากมีการละเมิดการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และยังประสาน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิด ชาวต่างชาติ หลบหนีมายังฝั่งไทย เพื่อคัดกรอง และ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ลอดจนการลงพื้นที่ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากวิถีกระสุน จากการสู้รบของฝั่งประเทศเมียนมา ตามแนวชายแดน

 ซึ่งปัจจุบัน กองกำลังนเรศวรยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ

.

ชาวซีพีเอฟ ระดมสรรพกำลัง ฝ่าน้ำช่วยพี่น้องชาวใต้

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ทวีความรุนแรง ซีพีเอฟรุดให้ความช่วยเหลือจาก “อาหาร” สู่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเชิงรุก

กองเรือและหน่วยเคลื่อนที่เร็วของซีพีเอฟ นำเรือท้องแบน 3 ลำ พร้อมทีมเจ็ตสกีภูเก็ต ของเครือซีพี ลงพื้นที่หาดใหญ่ ร่วมภารกิจกับทหาร ตำรวจ และทีมกู้ภัยทางน้ำ เร่งอพยพผู้คนที่ติดค้างในบ้าน พร้อมส่งมอบอาหารและน้ำดื่มให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

ทีมจิตอาสา ร่วมกันแพ็ค “ถุงกำลังใจ” บรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ไฟแช็ก เทียน ยากันยุง และของใช้จำเป็น เพื่อกระจายไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ทุกถุงจัดเตรียมอย่างเร่งด่วน เพราะทุกความเดือดร้อนรอไม่ได้

เสียงจากผู้ได้รับความช่วยเหลือสะท้อนความเดือดร้อน “ขอบคุณที่มาช่วย… หลายบ้านติดอยู่ 5-6 วัน บางคนเพิ่งได้กินมื้ออิ่มที่สุดเป็นครั้งแรกในหลายวัน” ข้อความสั้น ๆ นี้ย้ำว่าอาหารและการอพยพออกจากพื้นที่เป็นเรื่องเร่งด่วนเพียงใด

นอกจากช่วยคนแล้ว ซีพีเอฟยังไม่ทิ้งเพื่อนสี่ขา บริษัทมอบอาหารสุนัข ‘เจอร์ไฮ’ และอาหารแมว ‘จินนี่’ รวม 3.2 ตัน ผ่านกรมปศุสัตว์ เพื่อช่วยสัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาอาหารขาดแคลนในพื้นที่ด้วย

ซีพีเอฟ ยืนหยัด “เคียงข้างทุกวิกฤต” โดยร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม มูลนิธิ และชุมชนต่างๆ ทั้งในจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เพื่อความช่วยเหลือครอบคลุม จนกว่าวิกฤตจะผ่านพ้น

.

งามไส้!จับเจ้าหน้าที่คาสนง.สรรพากรตบทรัพย์บริษัทเลี่ยงเก็บภาษีเข้ารัฐ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก , พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. , พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ,นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ, นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผอ.กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่

ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายชิตพลฯ อายุ 33 ปี ตำแหน่ง นักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 8 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 104/2568 ลงวันที่ 25 พ.ย.68
โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการ อย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทําการหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่”

สถานที่จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา  สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซ.วัดลาดปลาเค้า 78 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
 
พฤติการณ์  สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2568 บริษัทของผู้กล่าวหาซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ บก.ปปป. กรณีถูก นายชิตพลฯ นักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าตรวจสอบภาษีประจำปี และเรียกเก็บค่าภาษีของปี 2566-2568 กับทาง บริษัทฯ โดยมีการคำนวณภาษี ที่ บริษัทฯ ต้องจ่ายให้แก่รัฐจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย ค่าธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.40) กรณีให้บริษัทกู้เงินลงทุน ต้องมีการคิดดอกเบี้ยเงินได้ในอัตราร้อย 7 เปอร์เซ็นต่อปี รวมเป็นเงิน จำนวน 93,320.92 บาท , ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) จำนวน 288,220.50 บาท และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) บวกกับภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกส่วนหนึ่งจำนวน 5,269,921.24 บาท รวมค่าภาษีที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้กับ สำนักงานสรรพากร จำนวนทั้งสิ้น 5,651,462.65 บาท (ห้าล้านหกแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบสองจุดหกห้าบาท)

แต่ นายชิตพลฯ ได้เสนอกับทาง บริษัทฯ ว่าหากไม่ต้องการจ่ายเงินยอดค่าภาษีที่ บริษัทฯ ค้างชำระดังกล่าว ก็ให้หาเงินมาจ่ายเงินกับตน จำนวน 100,000 บาท แล้วจะยุติค่าเสียภาษีประจำปีให้ ซึ่ง บริษัทฯ ผู้ขอความเป็นธรรมได้ขอต่อรองจน นายชิตพลฯ ยอมลดจำนวนเงินที่เรียกรับสินบนเหลือ จำนวน 50,000 บาท โดยทางบริษัทฯ ได้มีการจ่ายเงินบางส่วนไปแล้ว จำนวน 40,000 บาท คงเหลือค้างจ่ายเงินสินบนอยู่จำนวน 10,000 บาท และต่อมา    ผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย จนกระทั่งวันนี้ (27 พ.ย.68) บก.ปปป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. เข้าจับกุมผู้ต้องหาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

รพ.สมิติเวช ผนึก 5 พันธมิตรยกระดับสุขภาพสู่ Expert Care for Every Dimension of Life ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

โรงพยาบาลสมิติเวช สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการสุขภาพ ด้วยการเปิดตัวแนวคิด “Expert Care for Every Dimension of Life”  ยกระดับให้การมาโรงพยาบาล เป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับในทุกมิติ  ผสานการแพทย์ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เพื่อดูแลสุขภาพของคนรุ่นใหม่และครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการมากกว่าแค่ “การรักษา” แต่คือ “คุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ”

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวว่า “วันนี้สมิติเวชไม่ได้มองว่าผู้รับบริการของเราทั้งหมดคือผู้ป่วย แต่คือคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เราเชื่อว่าการแพทย์ต้องพัฒนาให้เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้งในมุมของสุขภาพกาย ใจ ความงาม และความสุข เราต้องการเติมเต็มประสบการณ์ในทุกมิติ”เพื่อตอบโจทย์นี้ สมิติเวชได้จับมือกับ 5 พันธมิตรระดับพรีเมียม ที่ร่วมกันออกแบบบริการจาก “โจทย์จริงของผู้รับบริการ”

⦁ Jubilee Diamond แบรนด์เครื่องประดับเพชรแท้อันดับหนึ่งของไทย สร้าง “ของขวัญแห่งชีวิต” สำหรับคุณแม่ที่มาคลอดบุตร ณ โรงพยาบาลสมิติเวช ด้วยจี้เพชร Year of the Horse พร้อมเทคโนโลยีสุดพิเศษอย่าง Jubilee iMoment ให้เป็นของขวัญชิ้นแรกแห่งชีวิตที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเก็บโมเมนต์แห่งความสุขของครอบครัวไว้ตลอดกาล

⦁ เชฟวิลเมนท์ ลีออง เชฟชื่อดังระดับประเทศ  ร่วมออกแบบเมนู “Food is Care” เพื่อให้มื้ออาหารในโรงพยาบาลช่วยทั้งฟื้นฟูร่างกายและสร้างความสุขจากรสชาติ

⦁ POEM แบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ ออกแบบ “ชุดตรวจสุขภาพและชุดคุณแม่หลังคลอด” ที่ผสานความงาม ความสบาย และฟังก์ชัน เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดี

⦁ Copper Beyond Buffet ร้านบุฟเฟต์นานาชาติพรีเมียม จัดเมนูทางเลือกสุขภาพ “Recommended by Samitivej” ที่ผ่านการรับรองโดยนักโภชนาการของโรงพยาบาล และ Special Menu เพื่อให้ทุกมื้ออร่อยและดีต่อสุขภาพ และแพ็กเกจสุดพิเศษที่รวมมื้ออร่อยจาก Copper เข้ากับโปรแกรมตรวจสุขภาพจากสมิติเวช

⦁ La Bella รองเท้าเพื่อสุขภาพ เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ เพื่อความสบายของผู้ตั้งครรภ์ ภายใต้แนวคิด “การดูแลสุขภาพเริ่มจากก้าวแรก” พร้อมการทำ Workshop ร่วมกัน

“ทุกพันธมิตรในโครงการนี้ ไม่ได้มาร่วมกันเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรูหรา แต่เพราะเราเห็น ‘Pain Points’ เดียวกัน — คนรุ่นใหม่อยากดูแลสุขภาพ แต่ไม่อยากรู้สึกเหมือนคนป่วย สมิติเวชจึงเชื่อมทุกมิติของชีวิตเข้าไว้ในที่เดียว” — นพ.ชัยรัตน์ กล่าวเสริม

5 พันธมิตรระดับพรีเมียม ร่วมกับสมิติเวช ยกระดับประสบการณ์สุขภาพทุกมิติ

Jubilee – ของขวัญแห่งชีวิตครอบครัวปีม้า ที่เก็บทุกความทรงจำอันล้ำค่าไว้ในหนึ่งเดียว

คุณอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“การคลอดบุตรคือหนึ่งในช่วงเวลาที่งดงามและทรงคุณค่าที่สุดของชีวิต Jubilee เข้าใจดีถึงความรู้สึกนั้น สมิติเวชเองก็ให้ความสำคัญกับการดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของคุณแม่ Jubilee จึงร่วมต่อยอดเฉลิมฉลองประสบการณ์แห่งความรักนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่าน จี้เพชร Year of the Horse พร้อมเทคโนโลยีสุดพิเศษอย่าง Jubilee iMoment  เพื่อเก็บทุกโมเมนต์ของชีวิตให้คงอยู่เหนือกาลเวลา”ของขวัญชิ้นพิเศษนี้จะมอบให้คุณแม่ที่คลอดบุตร ณ โรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อแทนความรัก ความทรงจำ และพลังแห่งชีวิตใหม่ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการดูแลที่ใส่ใจความรู้สึกและเรื่องราวของทุกครอบครัวอย่างแท้จริง

เชฟวิลเมนท์ ลีออง – Food is Care เมื่ออาหารคือส่วนหนึ่งของการรักษา 

เชฟวิลเมนท์ ลีออง ผู้อำนวยการภาคพื้นทวีปเอเชีย และกรรมการบริหารสมาคมเชฟโลก กล่าวว่า “หลายคนยังมองว่าอาหารในโรงพยาบาลคือสิ่งที่ ‘ต้องกิน’ แต่เราอยากเปลี่ยนให้เป็นสิ่งที่ ‘อยากกิน’ และมีคุณค่าต่อการฟื้นฟูร่างกายจริง ๆ” เชฟวิลเมนท์ จึงร่วมกับทีมโภชนาการสมิติเวช พัฒนาเมนูที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละกลุ่มผู้ป่วย ตั้งแต่คุณแม่หลังคลอดจนถึงผู้สูงอายุ โดยเน้นรสชาติที่ดี ควบคู่กับสารอาหารครบถ้วน เพื่อให้มื้ออาหารกลายเป็นอีกหนึ่งพลังในการฟื้นฟูสุขภาพ และยกระดับประสบการณ์การพักรักษาในโรงพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น

POEM – ดีไซน์ประสบการณ์ตรวจสุขภาพที่ Timeless, Functional และ Stylish              

คุณฌอน-ชวนล ไคสิริ Creative Director แบรนด์ POEM กล่าวว่า “เราพบว่าผู้มารับบริการตรวจสุขภาพจำนวนมากรู้สึกว่าการมาโรงพยาบาลทำให้ตัวเองดูเป็น ‘คนป่วย’ ทั้งที่จริงแล้ว นี่คือการใส่ใจสุขภาพของคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า” POEM จึงออกแบบชุดตรวจสุขภาพและชุดสำหรับคุณแม่หลังคลอดให้ผสานความสบาย ความงาม และฟังก์ชันเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนมุมมองการมารับบริการให้เป็นประสบการณ์ที่รู้สึกดีและมีสไตล์ สะท้อนแนวคิดใหม่ของสมิติเวชที่มองสุขภาพเป็นเรื่องของ “การใช้ชีวิต” มากกว่า “การรักษา”

Copper Beyond Buffet – เมื่อความอร่อยและสุขภาพไปด้วยกันได้

คุณพจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร Copper Beyond Buffet กล่าวว่า “ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น และมองว่าอาหาร คือส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพ Copper จึงร่วมกับสมิติเวช ออกแบบเมนูที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพจริง”

Copper ได้นำเมนูยอดนิยมมาจัดเป็นเมนูทางเลือกสุขภาพ ภายใต้ตราสัญลักษณ์ “Recommended by Samitivej” ที่ผ่านการรับรองจากนักโภชนาการ พร้อม Special Menu ที่รังสรรค์ร่วมกับเชฟวิลเมนท์และคุณหมอผิง พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เพื่อให้ทุกมื้อของผู้รับบริการเต็มไปด้วยคุณค่าและความอร่อยที่มั่นใจได้ 

นอกจากนี้ เรายังรังสรรค์แพ็กเกจสุดพิเศษที่รวมมื้ออร่อยจาก Copper เข้ากับโปรแกรมตรวจสุขภาพจากสมิติเวช เพื่อเติมเต็มทั้งรสชาติและสุขภาพในเวลาเดียวกัน

ทั้งหมดนี้เป็น Exclusive Collaboration พบได้ที่ Copper Beyond Buffet สาขา Gaysorn Amarin เท่านั้น

La Bella – ก้าวแรกของสุขภาพที่ดี เริ่มจากการเดินอย่างมั่นคง

ดร.บรินดา แฮนเซ่น ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ แบรนด์ La Bella – Soft Shoes กล่าวว่า “คนไข้จำนวนมากมีปัญหาสุขภาพจากการเดินหรือยืนผิดท่า รวมทั้งอาการเท้าบวมของคนท้อง สมิติเวชจึงร่วมกับเราเพื่อให้ความรู้และเครื่องมือในการดูแลสุขภาพเท้าอย่างถูกวิธี”

La Bella ร่วมสร้าง Pop-up Store และ Workshop เพื่อสุขภาพแบบครบวงจร พร้อมกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง BioAge โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก และยังมอบรองเท้าเพื่อสุขภาพให้กับคุณแม่หลังคลอดและผู้พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายอย่างสมบูรณ์

การร่วมมือของทั้ง 5 แบรนด์ในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางใหม่ของสมิติเวช ที่เชื่อว่าการดูแลสุขภาพไม่ควรจำกัดอยู่แค่ “การรักษาโรค” แต่คือการเข้าใจผู้คนในทุกมิติ ทั้งกาย ใจ และไลฟ์สไตล์  เพื่อยกระดับให้การมาโรงพยาบาล เป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับในทุกมิติ

.

เปิดฉากยิ่งใหญ่!นักวิ่งปอดเหล็กแห่ร่วม”มินิมาราธอน 2025″กระตุ้นท่องเที่ยว-ศก.ชัยภูมิ

คึกคัก! สมาคมกีฬาฯชัยภูมิ จัด”มินิมาราธอน 2025″ เปิดฉากยิ่งใหญ่! ลั่นระฆังปล่อยตัว นักวิ่งแห่ร่วมทะลุเป้า ดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

ชัยภูมิ – เมื่อเร็วนี้ บรรยากาศบริเวณสนามกีฬากลาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและพลังของนักวิ่งหลายพันคน ในพิธีเปิดการแข่งขัน “ชัยภูมิมินิมาราธอน 2025” กิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำปีของจังหวัด

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายบรรยงค์ เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ เดินทางมาเป็น ประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดชัยภูมิที่มาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาอย่างคับคั่ง

ไฮไลต์สำคัญคือการเข้าร่วมของ นายวรวุฒิ จอดนอก นายกสมาคมแห่งกีฬาจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาฯ ผู้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งได้เดินทางมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อร่วมต้อนรับและให้กำลังใจนักวิ่งในทุกช่วงอายุ สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกีฬาของจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

“การแข่งขัน ‘ชัยภูมิมินิมาราธอน’ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะการแสดงศักยภาพด้านการจัดงานกีฬาระดับมาตรฐาน ซึ่งเราได้รับความสนใจจากนักวิ่งจากทั่วประเทศ” นายกฯ บรรยงค์ กล่าว

การเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “ชัยภูมิมินิมาราธอน 2025” นับเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างกระแสการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต พร้อมทั้งยกระดับจังหวัดชัยภูมิให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของงานวิ่งระดับประเทศต่อไป

มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่ข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ร.ล. จักรีนฤเบศร เปิดโรงครัวพระราชทานลอยน้ำ ปรุงอาหาร 3,000 ชุด ส่ง‘ฮ.’ช่วย สงขลา

เรือหลวง (ร.ล.) จักรีนฤเบศร เปิดโรงครัวพระราชทานลอยน้ำ ปรุงอาหาร 3,000 ชุด ส่ง‘ฮ.’ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสงขลา

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า หลังจากเรือหลวง (ร.ล.) จักรีนฤเบศรได้ทอดสมอบริเวณชายฝั่งจังหวัดสงขลาเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา โดยโรงครัวพระราชทานบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เช้ามืด

ทั้งนี้ กำลังพลประจำโรงครัวได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุกและน้ำดื่ม จำนวน 3,000 ชุด เพื่อส่งมอบให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยในหลายจุดที่การสัญจรทางบกยังเข้าถึงได้ยาก โดยได้จัดอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือทำการลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ดังกล่าวขึ้นบินในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว

โดยกองทัพเรือจะเดินหน้าทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด และจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

อากาศหนาวเย็นทำสัตว์เลี้ยงอ่อนแอ!ชัยภูมิลุยฉีดวัคซีนกัน “ปากและเท้าเปื่อย”แพร่ระบาด

ชัยภูมิ – สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เร่งดำเนินการตามแผนป้องกันโรคระบาดสัตว์อย่างเข้มข้น ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ย. 68) ได้เปิดปฏิบัติการ “Kick Off ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย” พร้อมทำลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน

นายพีรศักดิ์ ไชยนะแสง ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ สพ.ญ. ทับทอง สัตวแพทย์ประจำสำนักงานฯ นำทีมงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ณ บ้านโนนเสาเล้า หมู่ที่ 1 ตำบลโนนแดง อำเภอบ้านเขว้า โดยมีเกษตรกรนำโคเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกว่า 100 ตัว การรณรงค์นี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและพร้อมเพรียงในทุกอำเภอของจังหวัดชัยภูมิไปจนถึงเดือนมกราคม 2569

หวั่นอากาศเปลี่ยนเป็นปัจจัยเสี่ยง

การเร่งดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่กำลังปรับเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนแตกต่างกันมาก รวมถึงบางพื้นที่ยังมีฝนตกและน้ำท่วมขัง สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันโรคลดลง และมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะ โรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยง โค กระบือ แพะ และแกะ

สพ.ญ. ทับทอง สัตวแพทย์ประจำสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดชัยภูมิ ยังไม่มีรายงานการเกิดโรค แต่ด้วยอากาศที่หนาวเย็นทำให้เชื้อโรคอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น ประกอบกับอยู่ในช่วงรอยต่อของรอบการฉีดวัคซีน ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันในสัตว์ลดต่ำลงและมีโอกาสเสี่ยงที่โรคจะระบาดในวงกว้างได้

เน้นย้ำฉีดวัคซีนทุก 6 เดือน คือเกราะป้องกันสำคัญ

สพ.ญ. ทับทอง ให้ข้อมูลว่า โรคปากและเท้าเปื่อยเกิดจากเชื้อไวรัส และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สัตว์ป่วยจะมีอาการไข้สูง มีแผลหรือตุ่มพองบริเวณลิ้น ช่องปาก เต้านม และกีบเท้า ทำให้สัตว์กินอาหารไม่ได้และเดินกะเผลก

“โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน” สพ.ญ. ทับทอง กล่าวย้ำ เกษตรกรควรเริ่มฉีดเมื่อลูกสัตว์อายุ 4 เดือนขึ้นไป และฉีดกระตุ้นอีกครั้งในเดือนถัดไป ซึ่งวัคซีนจะสร้างความคุ้มโรคได้นาน 6 เดือน

ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงอยู่เสมอ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยหรือตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือและควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 044-812-334 ต่อ 13 หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่

มัฆวาน  วรรณกุล – อารยา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ลมหนาวมาเยือน!เที่ยวผาสุดแผ่นดินชัยภูมิ 12 องศา สูดโอโซนบริสุทธิ์ เติมสุขให้เต็มปอด

ชัยภูมิหนาวแล้ว! เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปสูดโอโซนบริสุทธิ์ 12 องศา เติมสุขให้เต็มปอด ณ ผาสุดแผ่นดิน เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวสุดฟิน

เมื่อวันที่27 พฤศจิกายน 2568  จังหวัดชัยภูมิ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวรับลมหนาวที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งปี! ในเช้าวันนี้ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ได้รายงานอุณหภูมิสุดขั้วที่ลดต่ำลงถึง 12 องศาเซลเซียส ถือเป็นการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศบริเวณ “ผาสุดแผ่นดิน” เต็มไปด้วยความสดชื่นจาก โอโซนบริสุทธิ์ ที่โอบล้อมระเบียงชมวิว ลานกางเต็นท์ และพื้นที่โดยรอบ ผู้มาเยือนต่างตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพยามเช้าอันน่าอัศจรรย์ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้าเหนือ ทะเลหมอกจาง ๆ ที่ปกคลุมทิวเขา

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการพิชิต “บันไดสวรรค์” เพื่อขึ้นไปชมวิวสุดแผ่นดิน เป็นจุดเช็กอินที่การันตีความประทับใจและความคุ้มค่าของการเดินทาง

“การมาเยือนป่าหินงามในฤดูหนาวนี้ ไม่เพียงแต่จะได้รับชมความงามตามธรรมชาติอันน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมพลังกายและใจด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุด” เจ้าหน้าที่อุทยานฯ กล่าว “เราขอเชิญทุกท่านที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ที่ให้บรรยากาศหนาวจริง หนาวถึงใจ มาร่วมสัมผัสความฟินที่ชัยภูมิ”

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านให้มาสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และเก็บภาพความประทับใจในอ้อมกอดของลมหนาวตลอดช่วงฤดูกาลนี้ นายสมศักดิ์ กาญนคช หัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม กล้าวทิ้งท้าย…

มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

.

มวลน้ำมหึมาจากยะลาทะลักลงแม่น้ำปัตตานีเอ่อท่วมชุมชนริมคลองสูง1-2เมตร

น้ำท่วมปัตตานีวิกฤตต่อเนื่อง มวลน้ำมหาศาลจากยะลาไหลทะลักลงสมทบแม่น้ำปัตตานีส่งผลให้ชุมชนริมคลองจมน้ำสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานียังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังมวลน้ำจำนวนมหาศาลจากจังหวัดยะลายังคงไหลสมทบลงในแม่น้ำปัตตานีไม่ขาดสาย ส่งผลให้หลายพื้นที่ริมแม่น้ำได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง

ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใน บ้านชั้นเดียว ต้องเร่งอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของแต่ละอำเภอ เนื่องจากน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ขณะเดียวกันถนนหลายสายถูกน้ำตัดขาด ทำให้หลายชุมชนต้องใช้ เรือเป็นยานพาหนะเพียงชนิดเดียว สำหรับการเข้าออกหมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังประสบปัญหาด้านอาหาร เนื่องจากเสบียงที่กักตุนไว้ก่อนหน้านี้เริ่มหมดลง ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน

โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนริมคลอง ตำบลจะบังติกกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีและตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำปัตตานี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงถึง 1-2 เมตร ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด อีกทั้งกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้การเดินทางเข้าออกเป็นไปด้วยความลำบากอย่างมาก บ้านเรือนที่เป็นบ้านชั้นเดียวไม่สามารถอยู่อาศัยได้ 

ชาวบ้านจำนวนมากต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติหรือย้ายขึ้นที่สูง เหลือเพียงทรัพย์สินบางส่วนที่ยังคงอยู่ในบ้านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวนมากถูกน้ำท่วมจนหมดสภาพ โดยการท่วมครั้งนี้ถือว่า หนักกว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนริมคลองมีครัวเรือนทั้งหมด 553 ครัวเรือน ประชากร 1,688 คน ต่างได้รับผลกระทบแทบทุกครอบครัว

โดยชาวบ้านจำเป็นต้องรอการเข้าช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องเรือรับ-ส่ง การจัดเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค

ขณะทีเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและประเมินความต้องการเร่งด่วนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระดับน้ำยังไม่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากยังคงมีมวลน้ำจากตอนเหนือไหลสมทบเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง

นายอลงกรณ์ คลังขล้อง ปลัดอำเภอยะหริ่ง และเป็นชาวชุมชนริมคลองซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ภายในบ้านของผมชั้นล่างถูกน้ำท่วมจนถึงระดับหัวเข่า ส่วนบริเวณหน้าบ้านระดับน้ำสูงถึงเอว แต่ยังพออาศัยอยู่ชั้นบนได้เนื่องจากเป็นบ้านสองชั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีบ้านของชาวบ้านอีกหลายหลังที่เป็นบ้านชั้นเดียว จำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ เพราะห้องน้ำไม่สามารถใช้การได้ และหากน้ำประปาหยุดไหลก็จะเกิดความเดือดร้อนมากขึ้น

นายอลงกรณ์ เผยตอนท้ายว่า ขณะนี้ยังรู้สึกกังวลว่าระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอีก แม้ว่าทางจังหวัดจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่องก็ตาม หลังน้ำลดเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการเยียวยาตามขั้นตอน

ตอนนี้หน่วยงานภาครัฐได้ลงพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือแล้ว โดยเฉพาะการนำถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้ประชาชนในจุดต่างๆ ถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้มาก