เชียงใหม่วิกฤตดีเซลขาดแคลนหนัก ขับรถแห่ต่อคิวเติมน้ำมันยาวทุกปั๊ม

สถานการณ์น้ำมันในพื้นที่เชียงใหม่ยังคงขาดแคลน โดยเฉพาะ “ดีเซล” ที่เริ่มขาดแคลนหนัก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องแห่ไปต่อคิวรอเติมน้ำมันตามปั๊มต่าง ๆ หลายจุดพบว่ารถแน่นล้นปั๊ม ถนนรอบบริเวณติดยาว บางคนต้องรอนานเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เติม

ขณะที่บางรายยอมลางาน เข้างานสาย เพื่อมาต่อคิวตั้งแต่เช้า หวังให้มีน้ำมันใช้ในการเดินทาง บรรยากาศโดยรวม ปั๊มน้ำมันแทบทุกแห่ง “แน่นทุกหัวจ่าย” คิวยาวล้นออกมาถึงถนนหลัก

บางปั๊มเริ่มจำกัดปริมาณการเติม ประชาชนกังวลสถานการณ์จะยืดเยื้อ สถานการณ์นี้กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งการเดินทาง การขนส่ง และการทำงานของคนในพื้นที่

.

สีสันร่วมสมัยสะดุดตา “นุ่งยีนส์ห่มสไบ” ฟ้อนม่วนสะเทือนเมือง แห่พระเวสสันดรเข้าเมืองชัยภูมิ

ชัยภูมิ – “นุ่งยีนส์ห่มสไบ” ฟ้อนม่วนสะเทือนเมือง! แห่พระเวสสันดรเข้าเมือง สีสันร่วมสมัยสะดุดตา สืบสานพุทธประเพณีสำคัญของชาวอีสาน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานบุญเทศมหาชาติ “ขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง” ณ วัดศาลาลอย เขตเทศบาลตำบลบ้านเขว้า อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพระอธิการพงศ์ศักดิ์ อาภสสโร เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่จัดขึ้น เพื่อสืบสานพุทธประเพณีสำคัญของชาวอีสาน

ภายในงานมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ นำโดยขบวนพระเวสสันดรและนางมัทรี นั่งเกวียนอย่างสง่างาม ตามด้วยขบวนตามหาชาลี เคลื่อนผ่านถนนสายหลักของอำเภอบ้านเขว้า ท่ามกลางประชาชนออกมาร่วมชมจำนวนมาก

ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนหญิงสาวกว่า 30 คน พร้อมใจ “นุ่งกางเกงยีนส์ห่มสไบ” ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมพื้นถิ่นกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ออกลีลาฟ้อนรำอย่างสนุกสนานตามจังหวะเพลง “คิดถึงทุ่งลุยลาย” สร้างสีสันและรอยยิ้มตลอดเส้นทาง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “บุญเทศมหาชาติ” ที่ชาวอีสานจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระเวสสันดรชาดก อันเป็นชาติสุดท้ายก่อนการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า สะท้อนคุณค่าการให้ทาน ความเสียสละ และความสามัคคีของชุมชน

งานสิ้นสุดที่วัดศาลาลอย โดยประชาชนร่วมทำบุญ ฟังเทศน์ และร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป

.

หมอลำระส่ำ! ดีเซลพุ่ง-ของขาดตลาดวิ่งเติมทุกปั๊มประคองคณะกว่า 100 ชีวิตเสี่ยงล้มทั้งคณะ

วิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง กำลังลุกลามสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงวงการศิลปะพื้นบ้านไทย โดยเฉพาะ “หมอลำ” ที่ต้องพึ่งพาการเดินทางเป็นหัวใจหลักของการแสดง

นายมานิต โทแสง อายุ 42 ปี เจ้าของวง “คณะหมอลำอีสานนครศิลป์” เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะของตนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นและเริ่มขาดแคลน โดยการออกแสดงแต่ละครั้งต้องใช้รถบรรทุกเวที เครื่องเสียง ระบบไฟ รวมถึงรถรับส่งศิลปินและแด๊นเซอร์รวมกว่า 20 คัน ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

ายมานิต โทแสง อายุ 42 ปี เจ้าของวง “คณะหมอลำอีสานนครศิลป์”

“ปัญหาคือเรารับงานแบบเซ็นสัญญาข้ามปี ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้างได้ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้ต้องพยายามประคองให้คณะเดินต่อให้ได้” นายมานิตกล่าว

เจ้าของคณะหมอลำรายนี้ยอมรับว่า ต้องปรับแผนการเดินทางอย่างหนัก ทั้งการให้ทีมงานขับรถล่วงหน้าเพื่อหาปั๊มน้ำมัน รวมถึงแวะเติมทุกแห่งที่พบ แม้บางปั๊มจะจำกัดยอดเติมไม่เกิน 500 บาท ก็จำเป็นต้องเติมสะสมไว้เพื่อให้เพียงพอต่อการเดินทางไปยังสถานที่แสดงถัดไป

แม้จะยังพอประคองได้ เนื่องจากคิวงานช่วงนี้อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ต้องเดินทางไกล แต่ก็ต้องแลกกับการ “เติมน้ำมันแทบทุกปั๊ม” เพื่อความอยู่รอดของคณะ

นายมานิตยังแสดงความกังวลว่า หากราคาน้ำมันยังคงปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จะยิ่งซ้ำเติมต้นทุนของวงการหมอลำ ซึ่งปัจจุบันค่าจ้างการแสดงถือว่าแตะระดับสูงสุดแล้ว ไม่สามารถปรับเพิ่มได้อีก ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายยังต้องดูแลสมาชิกในคณะกว่า 100 ชีวิต

“เราทำได้แค่ลดต้นทุนให้มากที่สุด แต่ต้องไม่กระทบลูกทีม เพราะทุกคนมีครอบครัวต้องดูแล” เขากล่าว

พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนเสียงไปยังภาครัฐ ขอให้ช่วยดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท และจัดสรรให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้รายวัน

“ถ้าน้ำมันยังขึ้นต่อไป คนหาเช้ากินค่ำ รวมถึงวงการหมอลำ อาจไปไม่รอด” นายมานิตกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

กัมพูชาวิกฤตพลังงาน! ก๊าซ LPG ขาดแคลนหนัก ระงับการขาย 1 เม.ย.ทั่วประเทศ

ผู้จำหน่ายพลังงานรายใหญ่ในกัมพูชาประกาศว่าจะหยุดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง

สำนักข่าว เอเอฟพี รายงาน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่า ผู้จำหน่ายพลังงานรายใหญ่ของกัมพูชาประกาศว่าจะหยุดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง

บริษัทโซกิเม็กซ์(Sokimex) อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป ผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงคุณภาพสูงสำหรับปรุงอาหารและเผาไหม้ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ประกาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า “จะระงับการจัดส่ง LPG ชั่วคราว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน”

เนื่องจากความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง บริษัทกล่าวว่า “ไม่สามารถนำเข้าก๊าซหุงต้ม (LPG) ได้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2026 และด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถจัดหาก๊าซหุงต้มให้แก่ลูกค้าตามความต้องการของตลาดได้”

สำหรับบริษัทโซกิเม็กซ์ฯ ดำเนินธุรกิจด้านพลังงาน โดยจัดหาน้ำมันเบนซิน, ดีเซล และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ให้แก่ภาครัฐและเอกชน และมีสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัท

เกียว โรตนาค รัฐมนตรีพลังงานของกัมพูชา กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ว่า โซกิเม็กซ์มีส่วนแบ่งในตลาดก๊าซหุงต้มของกัมพูชาเพียงประมาณ 3% เท่านั้น และขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเนื่องจากยังมีบริษัทอีก 6 แห่งที่สามารถจัดหาก๊าซหุงต้มในประเทศได้

เขายังเรียกร้องให้ประชาชนหันมาใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าและเตาไฟฟ้าเพื่อประหยัดก๊าซหุงต้ม พร้อมเสริมว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการติดต่อแหล่งจัดหาใหม่

สุดสลด!มอ’ไซค์คว่ำร่างไถล แท็กซี่ชนบซ้ำดับสยอง 2 กลางถนนประชานิเวศน์

ชาย-หญิง ขี่มอ’ไซค์เสียหลักคว่ำร่างไถลกับพื้นถนน แท็กซี่ขับมาพอดีเบรกไม่ทัน ชนเสียชีวิตทั้ง 2 ศพ กลางถนนย่านประชานิเวศน์

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69  เวลา 01.20 น. ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถแท็กซี่มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเทศบาลสงเคราะห์ ฝั่งตรงข้ามตลาดประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.พระมงกุฎเกล้า และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเพศชายและหญิง (ไม่มีเอกสารระบุชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพทั้ง 2 มีบาดแผลกระโหลกศีรษะแตก นอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง สภาพหน้ารถขวามีรอยพุ่งชนพังยับเยิน

ที่เกิดเหตุใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเพศชายและหญิง (ไม่มีเอกสารระบุชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพทั้ง 2 มีบาดแผลกระโหลกศีรษะแตก นอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง สภาพหน้ารถขวามีรอยพุ่งชนพังยับเยิน

สอบถาม นายอ่อนศรี อายุ 49 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ให้การว่า ขับแท็กซี่มาปกติในช่องทางคู่ขนาน เมื่อมาถึงใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ ได้มีรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนรถจะเสียหลักล้มคว่ำไถล ทำให้ผู้ชายคนขี่และหญิงนั่งซ้ายท้ายร่างกระเด็น ขณะที่ตนขับแท็กซี่วิ่งผ่านมาเบรกไม่ทัน ทำให้รถพุ่งชนร่างชายหญิงทั้ง 2 รายเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม โดยนำคนขับแท็กซี่และเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมทั้งตรวจภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย นำส่งแผนกนิติเวช รพ.พระมงกุฎเกล้า เพื่อรอญาติรับศพต่อไป.

ตำรวจเร่งล่ากลุ่มโจ๋ไล่ยำ-ปืนกระหน่ำแทงอริดับหน้าร้านอาหารอีสานย่านดอนเมือง

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 23:10 น. ร.ต.อ.อดุลเดช จินตศิริกูล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าจุดบริการน้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ ถนนช่างอากาศอุทิศ ใกล้แยกศิริสุข แขวงและเขตดอนเมือง จึงรุดไปตรวจสอบนำโดย พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญ

ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านดื่มหยอดน้ำ เจ้าหน้าที่พบศพ นายธนวินท์ สอนคลัง อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด ตรวจสอบเบื้องต้นพบพบบาดแผลฉกรรจ์ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ บริเวณหน้าอก 1 แผล และ กลางหลังอีก 1 แผล หลักฐานที่ตกในที่เกิดเหตุ อาวุธมีดสั้นสีดำ จำนวน 1 เล่ม อาวุธปืนปลอม (ปืนสิ่งเทียม) จำนวน 1 กระบอก

จากการสอบสวนพยานแวดล้อมและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังนั่งเล่นสนุกเกอร์อยู่ที่ร้านใกล้เคียง ก่อนจะบังเอิญเจอเข้ากับกลุ่มคู่อริจนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ฝ่ายคู่อริได้ชักอาวุธมีดไล่แทงผู้ตายออกมาจากร้านสนุกเกอร์ จังหวะนั้นผู้ตายได้ ควักอาวุธปืนปลอมออกมาเล็งข่มขู่ เพื่อหวังให้กลุ่มผู้ก่อเหตุล่าถอย แต่กลุ่มคู่อริกลับไม่เกรงกลัวและพยายามรุมทำร้ายสู้ตาย ผู้ตายจึงตัดสินใจวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือที่ร้านอาหารอีสานใกล้เคียง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ล้มฟุบลงเสียชีวิตที่หน้าตู้กดน้ำในเวลาต่อมา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และมอบให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อนำตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

.

วิกฤตสงคราม-ปิดด่านชายแดน ส่งออกเดี้ยง ฉุดปลานิลปราจีนบุรีตกต่ำ

นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.จ.ปราจีนบุรี เขต 1 ได้โพสต์ภาพ การประชุมของหน่วยงาน ฝ่ายต่าง ๆ  เกี่ยวกับวิกฤติสถานการณ์ราคาปลานิลที่ตกต่ำ  จากวิกฤติปลาน้ำจืด อ.บ้านสร้างแหล่งผลิตใหญ่ที่สุด-แพปลา-กุ้งมากที่สุดในภาคตะวันออก  ราคาตกต่ำสูงสุด หลังกระทบภาวะสงครามตะวันออกกลาง-ปัญหาการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา   พร้อมระบุข้อความว่า  

…    วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ร่วมประชุมกับ กลุ่มผู้เลี้ยงปลา ในอำเภอบ้านสร้าง เพื่อ ก่อตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงปลา จังหวัดปราจีนบุรี ในการประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 มีประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ดังนี้ครับ

1. สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม     สถานการณ์วิกฤต    เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลกำลังเผชิญปัญหาปลาล้นตลาด  และราคาตกต่ำอย่างหนัก   เนื่องจากปัญหาการปิดด่านชายแดน     ทำให้ส่งออกไม่ได้ รวมถึงมีปลาจากต่างประเทศนำเข้ามาตีตลาด    ต้นทุนการผลิตสูง   ต้นทุนหลักกว่า 70% มาจากค่าอาหารปลา ซึ่งประเทศไทยมีภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูง ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับต่างประเทศ

มาตรฐาน GAP: เป็นสิ่งจำเป็นมากในการยกระดับคุณภาพเพื่อการส่งออกและการขายเข้าสู่โรงงานแปรรูปหรือห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) แต่ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับมาตรฐานนี้      โอกาสในตลาดโลก มีการพูดถึงโอกาสในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาแทนที่ปลาจากจีน   เนื่องจากสงครามการค้าที่ทำให้จีนโดนภาษีนำเข้าสูงกว่าไทย

2. มติที่ประชุม    การจัดตั้งองค์กร    ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้รวมกลุ่มเป็นนิติบุคคลในชื่อ “กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดปราจีนบุรี”   เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ       คณะกรรมการบริหารกลุ่ม      ประธานกลุ่ม คุณสมชาย ระวังเหตุ    รองประธาน กำนันบุญส่ง, ป๋าหยัด  นายทะเบียน: ผู้ใหญ่ยุทธนา ปิ่นกุล  เลขานุการ: คุณนัชชา วงศ์แวว   กรรมการอื่นๆ รวมทั้งหมด 12 ท่าน

3. สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ (Action Items)   การจัดทำฐานข้อมูล     ให้สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ลงทะเบียนผ่านระบบ QR Code เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้เลี้ยง ปริมาณปลา และสถานะมาตรฐานฟาร์ม

มาตรการระยะสั้น   เร่งกระจายปลาที่ล้นตลาดผ่านโครงการของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)   (เริ่มจำหน่าย 24 มีนาคม) และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาล และโรงเรียน เพื่อช่วยรับซื้อปลา   เจรจาลดต้นทุนค่าขนส่ง (ค่าขี้ไก่) กับกลุ่มผู้รับจ้างขนส่ง

มาตรการระยะยาว    ผลักดันการทำมาตรฐาน GAP และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)   ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปในจังหวัด   เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและสร้างมูลค่าเพิ่ม (เช่น การทำน้ำมันปลา หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม)ประสานงานผ่านหอการค้า  เพื่อหาตลาดต่างประเทศและเจรจาเรื่องภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์

โดย…  มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี  ###

.

ไม่ยอมเข็ดหลาบ!จับกุม 2 ตำรวจเก๊ ชักปืนข่มขู่ชาวบ้านบนถนน ประวัติโชกโชน

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถตู้ต้องสงสัยบนถนนพระราม 2 หลังรับแจ้งชักปืนขู่ประชาชน ตรวจสอบพบเป็นตำรวจปลอม สวมบัตร ร.ต.ต. สังกัดสืบสวน ภาค 2 ค้นรถเจอทั้งปืน ยาไอซ์ เสื้อเกราะ และโดรนสอดแนม พบประวัติเคยก่อเหตุอ้างชื่อกองปราบรีดเงินนักธุรกิจจีนนาทีสกัดจับ “ร้อยตำรวจตรีตัวปลอม”

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (มหาชัย) ได้รับการประสานจากศูนย์วิทยุ 191 ให้สกัดจับรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กทม. หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทางบริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตรที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ได้วางกำลังดักรอจนพบรถเป้าหมาย จึงเรียกตรวจค้นที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย คนขับรถทราบชื่อคือ นายประกายเพ็ชร (อายุ 51 ปี) ได้แสดงบัตรข้าราชการตำรวจ ระบุชื่อ ร้อยตำรวจตรี สมบูรณ์ รุ่งโรจน์ ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 ภาค 2 เพื่อขอละเว้นการตรวจค้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบกลับพบว่าเป็น “บัตรปลอม” จึงทำการควบคุมตัวทันทีพร้อมผู้โดยสารอีกคนคือ นายอุทัย (อายุ 43 ปี)

จากการตรวจค้นภายในรถตู้ เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แบบครบวงจร ได้แก่

– อาวุธปืน ปืน Sig Sauer P365 (9 มม.) พร้อมกระสุน 25 นัด และปืนแบลงค์กันอีก 1 กระบอก

– ชุดเครื่องแบบเสื้อเกราะกันกระสุนสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว, เสื้อคลุมตำรวจไซเบอร์ (สอท.), เสื้อกั๊กหน่วยสืบสวน และป้ายแขวนคอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอุปกรณ์สอดแนม: โดรน DJI Mini 4 Pro และวิทยุสื่อสารมากถึง 8 เครื่อง

– ยาเสพติด ยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

ทะเบียนรถปลอม: พบป้ายทะเบียนสำรองอีกหลายชุดที่เตรียมไว้สลับเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม

เปิดประวัติอาชญากร “มืออาชีพ”

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง:

นายประกายเพ็ชร: มีคดีติดตัวทั้งกรรโชกทรัพย์และปลอมเอกสารราชการ โดยเคยอ้างเป็น “ตำรวจกองปราบ” เข้าข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนที่สัตหีบ เรียกเงิน 20,000 บาท แลกกับการไม่ถูกตรวจสอบ ก่อนจะถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ทราบต่อมานายอุทัยมีประวัติคดียาเสพติดหลายคดี และคดีพกพาอาวุธมีด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งเรื่องการปลอมเอกสารราชการ, ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติด (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องวิทยุคมนาคม (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

Prolight + Sound Bangkok 2026 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแสง สี เสียง และอุตสาหกรรมบันเทิงของอาเซียน

งานแถลงข่าวเปิดตัว Prolight + Sound Bangkok 2026 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ Elysium Immersive Club, Bravo Bangkok ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำ ผู้แทนภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกในด้านอุตสาหกรรมบันเทิง อีเวนต์ และเทคโนโลยีแสง สี เสียง

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยการสาธิตเทคโนโลยี Immersive จาก Elysium Immersive Club ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านภาพ แสง และเสียงในรูปแบบใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงกล่าวเปิดงานโดย มิสเตอร์ ริชาร์ด ลี (Mr. Richard Li) กรรมการบริหาร (Executive Director), Messe Frankfurt (HK) Ltd ซึ่งได้กล่าวถึงการขยายแบรนด์ Prolight + Sound สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะประตูสู่ตลาดอาเซียน ต่อเนื่องด้วย นางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองประธานสายงานธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ที่ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของงาน โดยชี้ให้เห็นถึงโอกาสของตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี Professional AV และอีเวนต์ระดับภูมิภาค

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้นำในอุตสาหกรรมเข้าร่วม ได้แก่ มิสเตอร์ เรด เคอ (Mr. Red Ke) Messe Frankfurt (Shanghai), คุณรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด, ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), คุณทวีเดช ทองอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณรชต ธันยาวุฒิ ONE Asia Ventures, คุณธันฐภัทร์ ชมภูผล XPM และ PM Center, คุณณภัทร สืบสาย Elysium Immersive Club และ คุณแดเนียล ชู         กรรมการผู้จัดการ CRÈME Academy

“นี่ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า แต่คือโอกาสของทั้งอุตสาหกรรม” Prolight + Sound Bangkok 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้เล่นในอุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิต เทคโนโลยี ผู้จัดงาน ไปจนถึงผู้ใช้งานจริง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในภูมิภาค

ภายในงานมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “Advancing the Professional Entertainment Industry in ASEAN: Technology, Live Experience & Regional Competitiveness” สะท้อนมุมมองร่วมกันว่า อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบการณ์ Immersive และการผลิตงานขนาดใหญ่ โดยประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และศักยภาพของตลาดในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

มิสเตอร์ ริชาร์ด ลี กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นประตูสำคัญในการขยายแบรนด์ Prolight + Sound สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก งานนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกกับความต้องการของตลาดอาเซียน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้ซื้อคุณภาพสร้างเครือข่ายธุรกิจในระยะยาว”

ด้าน นางสาวปนัดดา ก๋งม้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prolight + Sound Bangkok 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกของแพลตฟอร์มระดับโลกนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผสานความแข็งแกร่งของ Messe Frankfurt และ VNU Asia Pacific เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับตลาดอาเซียน ท่ามกลางการเติบโตของคอนเสิร์ต เฟสติวัล และประสบการณ์ Immersive งานนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม MICE เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระดับภูมิภาค”

แพลตฟอร์มระดับภูมิภาค สู่โอกาสธุรกิจระดับโลก

Prolight + Sound Bangkok 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค โดยคาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้านานาชาติมากกว่า 150 ราย และผู้เข้าชมงานกว่า 5,000 รายจากทั่วเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์ม B2B ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้ซื้อในอุตสาหกรรม ภายในงานจะครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Professional Audio, Lighting, Stage, LED และ AV Systems อย่างครบวงจร พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ การสาธิตระบบเสียงทั้ง Indoor และ Outdoor รวมถึง Line Array ขนาดใหญ่ การแสดงเทคโนโลยี Immersive และการใช้งานจริงในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลก

โซน Musical Instruments & Gear เวทีสัมมนาและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ งานยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สถาบันวิศวกรรมสังคีต สจล. สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) สมาคมระบบแสง สี เสียง ระดับมืออาชีพ (TLAV) และ AVLIAS จากประเทศสิงคโปร์ สะท้อนถึงความร่วมมือของทั้ง ecosystem ในการยกระดับอุตสาหกรรมสู่เวทีนานาชาติ ข้อมูลเพิ่มเติม: www.prolightsound-bangkok.net

ปั๊มชัยภูมิใจถึง! สำรองน้ำมันฉุกเฉิน เติมเต็มถังรถกู้ชีพ-รพ. สู้วิกฤตดีเซลขาดแคลน

ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนทั่วประเทศต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ทั้งภาคเกษตร หน่วยงานรัฐ และระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะรถกู้ชีพ-กู้ภัย และรถพยาบาล ที่เสี่ยงขาดเชื้อเพลิงในการปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตประชาชน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก “ชัยภูมิวัฒนา” ริมถนนสายชัยภูมิ–บ้านเขว้า ตรงข้ามโรงเรียนเมืองพญาแลวิทยา แม้น้ำมันดีเซลสำหรับประชาชนทั่วไปจะหมดเกือบทั้งหมด แต่ทางปั๊มได้กันหัวจ่ายพิเศษ พร้อมตั้งตู้สำรองน้ำมันฉุกเฉินไว้สำหรับ “รถกู้ชีพ รถกู้ภัย และรถพยาบาล” โดยเฉพาะ

นางสุธัญญา เบญจวัฒนานนท์ เจ้าของปั๊ม เปิดเผยว่า รถฉุกเฉินถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องไม่สะดุด จึงตัดสินใจสำรองน้ำมันไว้เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้สามารถเติมได้เต็มถังทันทีเมื่อเข้ามาใช้บริการ ลดความเสี่ยงในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

“ผู้ป่วยรอไม่ได้ รถต้องพร้อม น้ำมันต้องมี เราเลยกันส่วนนี้ไว้โดยเฉพาะ” เจ้าของปั๊มกล่าว

ขณะเดียวกัน บรรยากาศปั๊มน้ำมันอื่นในพื้นที่ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะปั๊ม PT ถนนเวสรรัตน์ ขาออกเมืองชัยภูมิ พบรถประชาชนและเกษตรกรต่อคิวยาวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางรายต้องรอนานกว่า 10 ชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมัน

ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า ออกจากบ้านมาตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อจองคิว แต่ต้องรอจนถึงบ่ายกว่าน้ำมันจะเข้าปั๊ม สะท้อนความเดือดร้อนที่กระทบต่อการทำมาหากินโดยตรง

ทั้งนี้ วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังท้าทายการบริหารจัดการพลังงานในภาวะฉุกเฉิน โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตอีกด้วย

โดย…มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค