สุดสลด!มอ’ไซค์คว่ำร่างไถล แท็กซี่ชนบซ้ำดับสยอง 2 กลางถนนประชานิเวศน์

ชาย-หญิง ขี่มอ’ไซค์เสียหลักคว่ำร่างไถลกับพื้นถนน แท็กซี่ขับมาพอดีเบรกไม่ทัน ชนเสียชีวิตทั้ง 2 ศพ กลางถนนย่านประชานิเวศน์

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69  เวลา 01.20 น. ร.ต.อ.นพดล หอมสมบัติ รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถแท็กซี่มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเทศบาลสงเคราะห์ ฝั่งตรงข้ามตลาดประชานิเวศน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.พระมงกุฎเกล้า และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเพศชายและหญิง (ไม่มีเอกสารระบุชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพทั้ง 2 มีบาดแผลกระโหลกศีรษะแตก นอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง สภาพหน้ารถขวามีรอยพุ่งชนพังยับเยิน

ที่เกิดเหตุใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ บริเวณกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิตเพศชายและหญิง (ไม่มีเอกสารระบุชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพทั้ง 2 มีบาดแผลกระโหลกศีรษะแตก นอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง สภาพหน้ารถขวามีรอยพุ่งชนพังยับเยิน

สอบถาม นายอ่อนศรี อายุ 49 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ให้การว่า ขับแท็กซี่มาปกติในช่องทางคู่ขนาน เมื่อมาถึงใกล้ปากซอยเทศบาลรังรักษ์ใต้ ได้มีรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนรถจะเสียหลักล้มคว่ำไถล ทำให้ผู้ชายคนขี่และหญิงนั่งซ้ายท้ายร่างกระเด็น ขณะที่ตนขับแท็กซี่วิ่งผ่านมาเบรกไม่ทัน ทำให้รถพุ่งชนร่างชายหญิงทั้ง 2 รายเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม โดยนำคนขับแท็กซี่และเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมทั้งตรวจภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย นำส่งแผนกนิติเวช รพ.พระมงกุฎเกล้า เพื่อรอญาติรับศพต่อไป.

ตำรวจเร่งล่ากลุ่มโจ๋ไล่ยำ-ปืนกระหน่ำแทงอริดับหน้าร้านอาหารอีสานย่านดอนเมือง

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 23:10 น. ร.ต.อ.อดุลเดช จินตศิริกูล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าจุดบริการน้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติ ถนนช่างอากาศอุทิศ ใกล้แยกศิริสุข แขวงและเขตดอนเมือง จึงรุดไปตรวจสอบนำโดย พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.ดอนเมือง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญ

ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านดื่มหยอดน้ำ เจ้าหน้าที่พบศพ นายธนวินท์ สอนคลัง อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด ตรวจสอบเบื้องต้นพบพบบาดแผลฉกรรจ์ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ บริเวณหน้าอก 1 แผล และ กลางหลังอีก 1 แผล หลักฐานที่ตกในที่เกิดเหตุ อาวุธมีดสั้นสีดำ จำนวน 1 เล่ม อาวุธปืนปลอม (ปืนสิ่งเทียม) จำนวน 1 กระบอก

จากการสอบสวนพยานแวดล้อมและชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังนั่งเล่นสนุกเกอร์อยู่ที่ร้านใกล้เคียง ก่อนจะบังเอิญเจอเข้ากับกลุ่มคู่อริจนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง ฝ่ายคู่อริได้ชักอาวุธมีดไล่แทงผู้ตายออกมาจากร้านสนุกเกอร์ จังหวะนั้นผู้ตายได้ ควักอาวุธปืนปลอมออกมาเล็งข่มขู่ เพื่อหวังให้กลุ่มผู้ก่อเหตุล่าถอย แต่กลุ่มคู่อริกลับไม่เกรงกลัวและพยายามรุมทำร้ายสู้ตาย ผู้ตายจึงตัดสินใจวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือที่ร้านอาหารอีสานใกล้เคียง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ล้มฟุบลงเสียชีวิตที่หน้าตู้กดน้ำในเวลาต่อมา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และมอบให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อนำตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

.

วิกฤตสงคราม-ปิดด่านชายแดน ส่งออกเดี้ยง ฉุดปลานิลปราจีนบุรีตกต่ำ

นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.จ.ปราจีนบุรี เขต 1 ได้โพสต์ภาพ การประชุมของหน่วยงาน ฝ่ายต่าง ๆ  เกี่ยวกับวิกฤติสถานการณ์ราคาปลานิลที่ตกต่ำ  จากวิกฤติปลาน้ำจืด อ.บ้านสร้างแหล่งผลิตใหญ่ที่สุด-แพปลา-กุ้งมากที่สุดในภาคตะวันออก  ราคาตกต่ำสูงสุด หลังกระทบภาวะสงครามตะวันออกกลาง-ปัญหาการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา   พร้อมระบุข้อความว่า  

…    วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ร่วมประชุมกับ กลุ่มผู้เลี้ยงปลา ในอำเภอบ้านสร้าง เพื่อ ก่อตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงปลา จังหวัดปราจีนบุรี ในการประชุมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 มีประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ดังนี้ครับ

1. สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม     สถานการณ์วิกฤต    เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลกำลังเผชิญปัญหาปลาล้นตลาด  และราคาตกต่ำอย่างหนัก   เนื่องจากปัญหาการปิดด่านชายแดน     ทำให้ส่งออกไม่ได้ รวมถึงมีปลาจากต่างประเทศนำเข้ามาตีตลาด    ต้นทุนการผลิตสูง   ต้นทุนหลักกว่า 70% มาจากค่าอาหารปลา ซึ่งประเทศไทยมีภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูง ทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับต่างประเทศ

มาตรฐาน GAP: เป็นสิ่งจำเป็นมากในการยกระดับคุณภาพเพื่อการส่งออกและการขายเข้าสู่โรงงานแปรรูปหรือห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) แต่ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับมาตรฐานนี้      โอกาสในตลาดโลก มีการพูดถึงโอกาสในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาแทนที่ปลาจากจีน   เนื่องจากสงครามการค้าที่ทำให้จีนโดนภาษีนำเข้าสูงกว่าไทย

2. มติที่ประชุม    การจัดตั้งองค์กร    ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้รวมกลุ่มเป็นนิติบุคคลในชื่อ “กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดปราจีนบุรี”   เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ       คณะกรรมการบริหารกลุ่ม      ประธานกลุ่ม คุณสมชาย ระวังเหตุ    รองประธาน กำนันบุญส่ง, ป๋าหยัด  นายทะเบียน: ผู้ใหญ่ยุทธนา ปิ่นกุล  เลขานุการ: คุณนัชชา วงศ์แวว   กรรมการอื่นๆ รวมทั้งหมด 12 ท่าน

3. สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อ (Action Items)   การจัดทำฐานข้อมูล     ให้สมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ลงทะเบียนผ่านระบบ QR Code เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้เลี้ยง ปริมาณปลา และสถานะมาตรฐานฟาร์ม

มาตรการระยะสั้น   เร่งกระจายปลาที่ล้นตลาดผ่านโครงการของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)   (เริ่มจำหน่าย 24 มีนาคม) และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมราชทัณฑ์ โรงพยาบาล และโรงเรียน เพื่อช่วยรับซื้อปลา   เจรจาลดต้นทุนค่าขนส่ง (ค่าขี้ไก่) กับกลุ่มผู้รับจ้างขนส่ง

มาตรการระยะยาว    ผลักดันการทำมาตรฐาน GAP และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)   ส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปในจังหวัด   เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและสร้างมูลค่าเพิ่ม (เช่น การทำน้ำมันปลา หรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม)ประสานงานผ่านหอการค้า  เพื่อหาตลาดต่างประเทศและเจรจาเรื่องภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์

โดย…  มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี  ###

.

ไม่ยอมเข็ดหลาบ!จับกุม 2 ตำรวจเก๊ ชักปืนข่มขู่ชาวบ้านบนถนน ประวัติโชกโชน

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถตู้ต้องสงสัยบนถนนพระราม 2 หลังรับแจ้งชักปืนขู่ประชาชน ตรวจสอบพบเป็นตำรวจปลอม สวมบัตร ร.ต.ต. สังกัดสืบสวน ภาค 2 ค้นรถเจอทั้งปืน ยาไอซ์ เสื้อเกราะ และโดรนสอดแนม พบประวัติเคยก่อเหตุอ้างชื่อกองปราบรีดเงินนักธุรกิจจีนนาทีสกัดจับ “ร้อยตำรวจตรีตัวปลอม”

ต่อมา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (มหาชัย) ได้รับการประสานจากศูนย์วิทยุ 191 ให้สกัดจับรถตู้สีขาว ทะเบียน ฮอ 2167 กทม. หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เพื่อนร่วมทางบริเวณด่านชั่งพระราม 2 กิโลเมตรที่ 53 ขาเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม

นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ได้วางกำลังดักรอจนพบรถเป้าหมาย จึงเรียกตรวจค้นที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงมหาชัย คนขับรถทราบชื่อคือ นายประกายเพ็ชร (อายุ 51 ปี) ได้แสดงบัตรข้าราชการตำรวจ ระบุชื่อ ร้อยตำรวจตรี สมบูรณ์ รุ่งโรจน์ ตำแหน่งรองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน 1 ภาค 2 เพื่อขอละเว้นการตรวจค้น แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบกลับพบว่าเป็น “บัตรปลอม” จึงทำการควบคุมตัวทันทีพร้อมผู้โดยสารอีกคนคือ นายอุทัย (อายุ 43 ปี)

จากการตรวจค้นภายในรถตู้ เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แบบครบวงจร ได้แก่

– อาวุธปืน ปืน Sig Sauer P365 (9 มม.) พร้อมกระสุน 25 นัด และปืนแบลงค์กันอีก 1 กระบอก

– ชุดเครื่องแบบเสื้อเกราะกันกระสุนสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว, เสื้อคลุมตำรวจไซเบอร์ (สอท.), เสื้อกั๊กหน่วยสืบสวน และป้ายแขวนคอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอุปกรณ์สอดแนม: โดรน DJI Mini 4 Pro และวิทยุสื่อสารมากถึง 8 เครื่อง

– ยาเสพติด ยาไอซ์ 1 ถุงเล็ก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ

ทะเบียนรถปลอม: พบป้ายทะเบียนสำรองอีกหลายชุดที่เตรียมไว้สลับเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม

เปิดประวัติอาชญากร “มืออาชีพ”

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง:

นายประกายเพ็ชร: มีคดีติดตัวทั้งกรรโชกทรัพย์และปลอมเอกสารราชการ โดยเคยอ้างเป็น “ตำรวจกองปราบ” เข้าข่มขู่นักธุรกิจชาวจีนที่สัตหีบ เรียกเงิน 20,000 บาท แลกกับการไม่ถูกตรวจสอบ ก่อนจะถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง ทราบต่อมานายอุทัยมีประวัติคดียาเสพติดหลายคดี และคดีพกพาอาวุธมีด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งเรื่องการปลอมเอกสารราชการ, ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติด (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง, ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องวิทยุคมนาคม (โดรน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป

Prolight + Sound Bangkok 2026 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแสง สี เสียง และอุตสาหกรรมบันเทิงของอาเซียน

งานแถลงข่าวเปิดตัว Prolight + Sound Bangkok 2026 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ Elysium Immersive Club, Bravo Bangkok ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำ ผู้แทนภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกในด้านอุตสาหกรรมบันเทิง อีเวนต์ และเทคโนโลยีแสง สี เสียง

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยการสาธิตเทคโนโลยี Immersive จาก Elysium Immersive Club ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านภาพ แสง และเสียงในรูปแบบใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงกล่าวเปิดงานโดย มิสเตอร์ ริชาร์ด ลี (Mr. Richard Li) กรรมการบริหาร (Executive Director), Messe Frankfurt (HK) Ltd ซึ่งได้กล่าวถึงการขยายแบรนด์ Prolight + Sound สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะประตูสู่ตลาดอาเซียน ต่อเนื่องด้วย นางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองประธานสายงานธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ที่ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของงาน โดยชี้ให้เห็นถึงโอกาสของตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี Professional AV และอีเวนต์ระดับภูมิภาค

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้นำในอุตสาหกรรมเข้าร่วม ได้แก่ มิสเตอร์ เรด เคอ (Mr. Red Ke) Messe Frankfurt (Shanghai), คุณรุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด, ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), คุณทวีเดช ทองอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณรชต ธันยาวุฒิ ONE Asia Ventures, คุณธันฐภัทร์ ชมภูผล XPM และ PM Center, คุณณภัทร สืบสาย Elysium Immersive Club และ คุณแดเนียล ชู         กรรมการผู้จัดการ CRÈME Academy

“นี่ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า แต่คือโอกาสของทั้งอุตสาหกรรม” Prolight + Sound Bangkok 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงผู้เล่นในอุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ผลิต เทคโนโลยี ผู้จัดงาน ไปจนถึงผู้ใช้งานจริง เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในภูมิภาค

ภายในงานมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “Advancing the Professional Entertainment Industry in ASEAN: Technology, Live Experience & Regional Competitiveness” สะท้อนมุมมองร่วมกันว่า อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ประสบการณ์ Immersive และการผลิตงานขนาดใหญ่ โดยประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และศักยภาพของตลาดในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

มิสเตอร์ ริชาร์ด ลี กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นประตูสำคัญในการขยายแบรนด์ Prolight + Sound สู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก งานนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกกับความต้องการของตลาดอาเซียน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงผู้ซื้อคุณภาพสร้างเครือข่ายธุรกิจในระยะยาว”

ด้าน นางสาวปนัดดา ก๋งม้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prolight + Sound Bangkok 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวครั้งแรกของแพลตฟอร์มระดับโลกนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผสานความแข็งแกร่งของ Messe Frankfurt และ VNU Asia Pacific เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับตลาดอาเซียน ท่ามกลางการเติบโตของคอนเสิร์ต เฟสติวัล และประสบการณ์ Immersive งานนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม MICE เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในระดับภูมิภาค”

แพลตฟอร์มระดับภูมิภาค สู่โอกาสธุรกิจระดับโลก

Prolight + Sound Bangkok 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ไบเทค โดยคาดว่าจะมีผู้แสดงสินค้านานาชาติมากกว่า 150 ราย และผู้เข้าชมงานกว่า 5,000 รายจากทั่วเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของงานในฐานะแพลตฟอร์ม B2B ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้ซื้อในอุตสาหกรรม ภายในงานจะครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Professional Audio, Lighting, Stage, LED และ AV Systems อย่างครบวงจร พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ การสาธิตระบบเสียงทั้ง Indoor และ Outdoor รวมถึง Line Array ขนาดใหญ่ การแสดงเทคโนโลยี Immersive และการใช้งานจริงในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลก

โซน Musical Instruments & Gear เวทีสัมมนาและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ งานยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สถาบันวิศวกรรมสังคีต สจล. สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) (TEA) สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) สมาคมระบบแสง สี เสียง ระดับมืออาชีพ (TLAV) และ AVLIAS จากประเทศสิงคโปร์ สะท้อนถึงความร่วมมือของทั้ง ecosystem ในการยกระดับอุตสาหกรรมสู่เวทีนานาชาติ ข้อมูลเพิ่มเติม: www.prolightsound-bangkok.net

ปั๊มชัยภูมิใจถึง! สำรองน้ำมันฉุกเฉิน เติมเต็มถังรถกู้ชีพ-รพ. สู้วิกฤตดีเซลขาดแคลน

ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนทั่วประเทศต่อเนื่องเกือบ 2 สัปดาห์ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ทั้งภาคเกษตร หน่วยงานรัฐ และระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะรถกู้ชีพ-กู้ภัย และรถพยาบาล ที่เสี่ยงขาดเชื้อเพลิงในการปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตประชาชน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก “ชัยภูมิวัฒนา” ริมถนนสายชัยภูมิ–บ้านเขว้า ตรงข้ามโรงเรียนเมืองพญาแลวิทยา แม้น้ำมันดีเซลสำหรับประชาชนทั่วไปจะหมดเกือบทั้งหมด แต่ทางปั๊มได้กันหัวจ่ายพิเศษ พร้อมตั้งตู้สำรองน้ำมันฉุกเฉินไว้สำหรับ “รถกู้ชีพ รถกู้ภัย และรถพยาบาล” โดยเฉพาะ

นางสุธัญญา เบญจวัฒนานนท์ เจ้าของปั๊ม เปิดเผยว่า รถฉุกเฉินถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องไม่สะดุด จึงตัดสินใจสำรองน้ำมันไว้เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้สามารถเติมได้เต็มถังทันทีเมื่อเข้ามาใช้บริการ ลดความเสี่ยงในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน

“ผู้ป่วยรอไม่ได้ รถต้องพร้อม น้ำมันต้องมี เราเลยกันส่วนนี้ไว้โดยเฉพาะ” เจ้าของปั๊มกล่าว

ขณะเดียวกัน บรรยากาศปั๊มน้ำมันอื่นในพื้นที่ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะปั๊ม PT ถนนเวสรรัตน์ ขาออกเมืองชัยภูมิ พบรถประชาชนและเกษตรกรต่อคิวยาวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางรายต้องรอนานกว่า 10 ชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมัน

ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า ออกจากบ้านมาตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อจองคิว แต่ต้องรอจนถึงบ่ายกว่าน้ำมันจะเข้าปั๊ม สะท้อนความเดือดร้อนที่กระทบต่อการทำมาหากินโดยตรง

ทั้งนี้ วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังท้าทายการบริหารจัดการพลังงานในภาวะฉุกเฉิน โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคตอีกด้วย

โดย…มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

วิจารณ์สนั่น! เพจแฉ นายกอบจ.ปราจีน ตั้งหนุ่มนักธุรกิจจีน ที่ปรึกษาพิเศษ เผยผวจ.เคยตั้ง ก่อนยกเลิกกะทันหัน

ปราจีนบุรี- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)แต่งตั้งชาวจีนเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน อ้างให้คำแนะนำและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการบริหารราชการ ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้สำเร็จลุล่วงตามที่ได้แถลงนโยบายในการบริหารต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี … ระบุเป็นชาวจีนคนเดียวกับที่ ผู้ว่าฯปราจีนฯเคยแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษามาก่อนหน้าจนเกิดดราม่าและต่อมาได้ลงนามยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งทั้งหมด และทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อขออภัยในความผิดพลาดดังกล่าวมาแล้ว การแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวจันของ อบจ.ปราจีนบุรีนี้หลังจาก “รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ฯได้รับการแต่งตั้งหลังรับรองการเลือกตั้งเพียงเดือนเศษ

เมื่อวันที่   23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เฟชบุ๊คโดยผู้ใช้ชื่อ บุษบงก์ ชาวกัณหา (อนุกรรมาธิการทรัพยากรน้ำรัฐสภา) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า … นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ท้าทาย … คนปราจีนบุรีหรือไร?? …

พร้อมกับได้แนบ คำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 393/2569 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

มี  ข้อความในคำสั่ง   ระบุว่า … เพื่อให้การบริหารราชการตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีประสิทธิภาพ และ มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ตลอดจนมีที่ปรึกษาให้คำแนะนำและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการบริหารราชการ ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้สำเร็จลุล่วงตามที่ได้แถลงนโยบายในการบริหารต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

จึงแต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นที่ปรึกษาพิเศษของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี 1. นายสุเทพ จำนง ที่ปรึกษาพิเศษด้านการเมืองและการบริหารท้องถิ่น 2. Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569 (นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์) …

และ ยังแนบข้อมูลก่อนหน้านี้ ที่นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผวจ.ปราจีนบุรี ได้เคยแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวจีน Mr.Juncheng Zhu เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเป็นบุคคลชาวจีนคนเดียวกันกับ ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี โดย“รองอุ๊” หรือ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)ได้ทำการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกาพิเศษล่าสุด ในการเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเห็นชัดเจน มีข้อความว่า …

… ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี (นายวีระพันธ์ ดีอ่อน) ลงนามยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง Mr.Juncheng Zhu นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ แล้ว หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักในโซเชียล เรื่องความเหมาะสม โดยผู้ว่าฯ ยอมรับว่าพลาดเองและได้เซ็นยกเลิกที่ปรึกษาทั้งหมด 5 คน รวมถึงคนจีนคนดังกล่าว เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สรุปเหตุการณ์แต่งตั้งคนจีนเป็นที่ปรึกษาปราจีนบุรี ที่มามีการเผยแพร่เอกสารคำสั่งลงนามโดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี แต่งตั้งนักธุรกิจชาวจีน (Mr. Juncheng Zhu) (จู จวินเฉิง) เป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาและสานความสัมพันธ์ กระแสตีกลับ เกิดดราม่าถล่มทลายในโซเชียลมีเดียและเพจดังแฉถึงความไม่เหมาะสม โดยตั้งคำถามถึงความสามารถของคนไทย …

สำหรับ “รองอุ๊” หรือ กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 แทน สจ.จอย – ณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยา สจ.โต้ง ที่ถูกสั่งให้พ้นจากสมาชิกภาพ จากกรณีถือหุ้นสื่อ และต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง ผลการเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569ที่ผ่านมา

ประวัติส่วนตัว นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ ชื่อเล่น อุ๊ หรือ รองอุ๊ อายุ 51 ปี “รองอุ๊” อดีตมือทำงานบ้านใหญ่ นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ “โกทร” อดีต รมช.สาธารณสุข และอดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี

การศึกษาเตรียมทหารรุ่นที่ 35 และ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 51 (นรต.51) โดยสหายร่วมรบมักเรียกว่า “ผู้กองอุ๊” รองอุ๊ การทำงานและเส้นทางการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ปราจีนบุรี กฤษฎิ์ กษมพันธุ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)ก่อน จากนั้นได้รับแต่งตั้งเป็น รองนายก อบจ.ปราจีนบุรี สมัย นายสุนทร วิลาวัลย์ หรือโกทร เป็น นายก อบจ.ปราจีนบุรี ทำให้ชาวบ้านรู้จัก กฤษฎิ์ ในชื่อ รองอุ๊

รายงานต่อไปว่า ด้านทาง Mr. Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เคยได้รับการแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาผู้ว่าฯปราจีนฯ จากกรณี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี แต่งตั้งชายชาวจีนเป็นที่ปรึกษา ก่อนมีคำสั่งฟ้าผ่ายกเลิกคำสั่งแต่งตั้งทันทีนั้น

ชายชาวจีน Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เคยเข้าอบรมในหลักสูตรผู้บริหารหลักสูตรหนึ่ง โดยมีชื่อและรูปแนะนำตัวว่ามาจาก บริษัท ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด (แต่ไม่ได้บอกว่าตำแหน่งอะไร)

เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งว่า บริษัทดังกล่าวมีการเปลี่ยนชื่อนิติบุคคลมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกจดทะเบียน 24 กรกฎาคม 2558 ในชื่อ “ตี้ไท้ รับเบอร์ จำกัด” / ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น ”ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด “ เมื่อ 21 มกราคม 2561 / และปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “ฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด” เมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567

ซึ่งปัจจุบันประกอบธุรกิจประเภทการผลิตและจำหน่วยชุดเครื่องนอนเพื่อสุขภาพที่ทำจากยางพาราทุกชนิด ทุนจดทะเบียนสูงถึง 125 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่เลขที่ 612/19 หมู่ที่ 9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเมื่อมาดูรายชื่อกรรมการบริษัทฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด คือ นางสาว ”จิ้ง เหวิน“ โดยไม่ปรากฏชื่อ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) เป็นกรรมการบริษัท

ส่วน ประวัติของ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) – นายจู จวินเฉิง อายุ 37 ปี จบการศึกษา Central South Uhiversity Of Human (คณะวิศวกรรมศาสตร์) เมื่อปี 2016 มีการลงทุนและก่อสร้าง บริษัท ปราจีน ลาเท็กซ์ จำกัด ได้มีการเริ่มประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่าย หมอน,ที่นอน,ชุดชั้นใน ยางพารา วัตถุดิบน้ำยาง ได้มีการนำสินค้าจัดส่งออกไปยังประเทศจีน ประกอบกิจการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี

จนถึงปี 2024 มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท ปราจีน ลาเท็ก จำกัด เป็น บริษัท ฮอตเชน เทคโนโลยี จำกัด จนถึงปัจจุบัน และนายจู จวินเฉิง ยังเคยเป็นสจ.อยู่เมืองหูหนานด้วย  นอกจากนี้ยังพบว่า นายจู จวินเฉิง เคยเรียนหลักสูตรหลักสูตร THE MASTER “นักบริหารยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก”ของสถาบันISAB อีกด้วย

สำหรับ Mr.Juncheng Zhu (จู จวินเฉิง) – นายจู จวินเฉิง นั้น     เคยมีคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ที่๑๔/๕๖๔ เรื่อง ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตามคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ที่๑๓๒๙/๕๖๘ ลงวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๘ เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยแต่งตั้งชาวต่างชาติร่วมเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นั้น พบว่ามีความไม่เหมาะสม อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการได้ จึงยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ  / ปราจีนบุรี

เปิดเคล็ดลับ”ลุงสังวาล” เมืองปทุมฯ “กราดน้ำไก่ชน” สูตรโบราณ เสริมพลังไก่แข็งแรงพร้อมชน

ไก่ชน หรือ ไก่พื้นเมือง คงน่าจะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความสนใจของคนไทย เพราะจะเห็นได้จากทุกภูมิภาคมีการเลี้ยงกันอย่างกว้าง ซึ่งผู้ที่สนใจในการเลี้ยงไก่ชนบางรายเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม แต่เมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ และได้ทำในสิ่งที่รัก ทำให้สามารถขยับขยายการเลี้ยงจนทำเป็นอาชีพหลักเกิดรายได้อย่างดี

นายสังวาล พึ่งถนอม อายุ 78 ปี เจ้าของมงคลชัยฟาร์มและสนามไก่ชน มงคลชัย ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี  เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงไก่ชนมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ไก่ชนเป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาชื่นชอบและอยู่ในสายเลือด

ลุงสังวาล เล่าให้ฟังว่าทุกวันตอนเช้าๆ ตนเองจะอุ้มไก่มากราดน้ำทุกวัน วันละ 6-10 ตัว การกราดน้ำไก่หรืออาบน้ำไก่มีสองอย่าง คือ อาบน้ำธรรมดาและอาบน้ำอุ่นหรือน้ำต้มสมุนไพร ช่วงแรกๆก็เริ่มฝึกไก่ การอาบน้ำจะต้องค่อยหัดทำ เพราะธรรมชาติของไก่เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยชอบน้ำ

เวลาที่ควรอาบน้ำ คือ ตั้งแต่เช้าเวลา 8.00-9.00 น. ก่อนซ้อมปล้ำหรือหลังจากออกกำลังกายมาแล้วเริ่มจากให้ไก่กินยา (เช่น วิตามิน ยาบำรุง)เพื่อให้ไก่สดชื่นแข็งแรง ตามด้วยการหยอดยาที่ตาไก่ เพื่อให้ไก่สายตาดี

ก่อนจะกราดน้ำ นำเอาถุงพลาสติกมาสวมที่ปีกทั้งสองข้างเพื่อป้องกันน้ำเปียกปีกไก่ ถ้าน้ำเปียกปีกไก่ชนจะทำให้ใยปีกไม่แตกเมื่อใยปีกไม่แตกไก่จะบินไม่ดี เพราะปีกไม่กินลมหรือกินลมน้อยลงจึงทำให้บินไม่สูง  จากนั้นใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าขาวบางชุบน้ำ

แล้วนำไปลูบถูตามตัวไก่เบา ๆ ให้เปียกชุ่มทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณที่จุดต้องนวด เช่นลำคอ หน้า หัว กล้ามเนื้อที่ขา ใต้ปีก และหน้าอก นำไก่ที่เช็ดด้วยผ้าแห้ง(พอหมาดๆ) ไปนาบกับกระเบื้อง การนาบกระเบื้อง จะทำให้หนังไก่หนาและเหนียวมากยิ่งขึ้น

โดยนำกระเบื้องมาเผาไฟให้ร้อน(สมัยนี้ใช้กระเบื้องที่ทำขายทั่วไปของร้ายขาย อุปกรณ์ไก่ชน) หลังจากนั้นนำผ้ากราดน้ำไปชุบน้ำแล้วบีบน้ำออกไปนำคลึงลงบนแผ่นกระเบื้องที่ ร้อนนำมาทดลองกับขาของเราดูก่อนว่าร้อนเกินไปหรือไม่ ถ้าพอดีแล้วก็นาบลงบนหน้าไก่ คอ ปีก ปั้นขา จนทั่วทั้งตัว

ทำอย่างนี้ทุกครั้งที่กราดน้ำจะทำให้หนังไก่หนาและเหนียวขึ้น ต่อจากนั้นใช้แปรงสีฟันจุ่มขมิ้นที่ผสมกับปูน แล้วแปรงไปตามหัวหน้าและขนไก่ชน จากนั้นถอดถุงพลาสติกออกนำไก่ชนไปใส่สุ่มตากแดดพร้อมกินข้าวเปลือกที่เตรียมไว้ ให้จนอิ่มเป็นการเสร็จสิ้นการกราดน้ำไก่ชน

การกราดน้ำไก่ เป็นการดูแลสุขภาพไก่ชนที่สำคัญมาก ช่วยให้ไก่สดชื่น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมถึงช่วยไล่ไร พาราไซต์ และป้องกันโรคที่เกิดจากความชื้น ทำให้ไก่กระฉับกระเฉงพร้อมชน และที่สำคัญยังเป็นการออกกำลังกายในตอนเช้าทุกวันของคนสูงอายุอย่างตนเองด้วย ลุงสังวาลกล่าวทิ้งท้าย

.

“สหรัฐฯ-อิสราเอล”หนาว!คลังแสนยานุภาพ “อิหร่าน”ต่อกรลากยาว 24 เดือน

สงครามตะวันออกกลาง “อิหร่าน” แสนยานุภาพเสถียร 24 เดือน พร้อมถอดแบบวิศวะกรรมย้อนกลับ ปรับแสนยานุภาพรุ่น 1 สู่รุ่น 2-3-5-6 สำรองสะสมต่อเนื่อง ระบุ ระดับผู้นำสูงสุด ผู้บัญชาการ ผู้บังคับบัญชา วาง 7 ชั้นรองรับสืบทอดอุดมการณ์จิตวิญญาณ ขณะนี้เข้าสู่คนรุ่นใหม่ “มันสมอง-เหยี่ยว” ชี้ที่ทำลายล้างหลักทรัพย์ผู้รุกราน บัญชีอยู่ในเป้าหมาย “ตาต่อตาฟันต่อฟัน” เครือข่ายยางปาล์ม ชม “อิหร่านโมเดล” ต่อสู่เพื่อปกป้องมาตุภูมิ 

ผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา จ.พัทลุง วิเคราะห์ถึงสถานการณ์สงครามในประเทศตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐ อิสราเอล อิหร่านว่า จะมีความรุนแรงยาวนานเป็นไปตามลายแทงจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ธรณีสูบ จากต้นเหตุแห่งความวิบัติเพราะมาจากผู้รุกราน และสำหรับผู้ปกป้องมาตุภูมิเป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ต่อสู้ปกป้องมาตุภูมิศาสนา

 ผู้ปกป้องมาตุภูมิและศาสนาต่อสู้ด้วยอุมดมการณ์ด้วยจิตวิญญาณ และพวกรับทราบแล้วว่าผู้รุกรานจะต้องเกิดเหตุการณ์วันนี้และไม่อาจจะหลีกเลี่ยงเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ไปได้  จึงได้เตรียมการวางแผนรองรับไว้ กว่า 40 ปี และสำหรับผู้ปกป้องมาตุภูมิได้เตรียมผืนแผ่นดิน ใต้ดิน ใต้ภูเขา ภูเขา ทะเล เป็นชัยสมรภูมิ เป็นสมรภูมิที่ธรรมชาติเอื้ออำนวยทั้งภูเขา ทะเล ทะเลทราย จึงได้มีการออกแบบและผลิตอาวุธ ยุทธปัจจัย เทคโนโลยี สะสมมาร่วม 40 ปีจนถึง และขณะทำสงครามอาวุธยุทธปัจจัย ยังรองรับการใช้ตามรูปแบบที่เหมาะสมกับภาวะสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังสามารถร่วม 24 เดือน

สำหรับอาวุธผู้ปกป้องมาตุภูมิเพียงการต่อสู้กันในระยะประมาณยังไม่ถึง 1 เดือน ก็ได้ใช้เพื่อตอบโต้ปกป้องมาตุภูมิตามจำนวนสภาพเหตุการณ์ที่ทรงพลังไม่ให้สูญเปล่า และยังมีการเสริมอย่างต่อเนื่องยังฐานลับใต้หุบเขาอุตสาหกรรมทางทหาร บุคลากร วิศวะกร หญิงชายมีการผลิตที่ต่อเนื่องสำรองที่ขาดหาย ประกอบกับมีการเสริมความแข็งแกร่งปรับแสนยานุภาพอาวุธ ขีปนาวุธเพิ่จากรุ่น 1 สู่รุ่น  2 รุ่น 3 รุ่น 4 ฯลฯ  สอดรับกับศิลปเทคนิคสงครามสมัยใหม่ผสมผสานสมัยเก่าผู้ไม่เคยแพ้รองรับรุกสงครามที่เปลี่ยนแปลง

ผู้ปกป้องมาตุภูมิ ในการจัดตั้งผู้นำใหม่ภายหลังจากการสูญเสียไว้ 7 ชั้น มีตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับใต้บังคับบัญชา และเป็นบุคลากรที่ถูกเฟ้นอุดมการณ์จิตวิญญาณ ขณะนี้ผู้ที่ได้รับการสืบทอดต่างเข้าสู่ยุคของคนหนุ่มและสายเหยี่ยว และพวกเขาต่างเป็นผ่านสมรภูมิสงคราม 8 ปียุคซันดัม อิรัก  ซึ่งสงคราม 8 ปี ผู้ปกป้องมาตุภูมิมีปืน 1 กระบอก ต้องสลับหมุนเวียนกันใช้ถึง 3 คน ยังสามารถปกป้องมาตุภูมิได้

“แต่วันนี้ยุทธปัจจัยมีความต่างกัน และผู้รุกรานที่เป็นมหาอำนาจล่าอาณานิคม ก็ต่างกันกับ 100 ปีที่แล้ว โลกมันจะทันกันคนมันจะทันกันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมันมันจะทันกัน”

 ผู้ปก้องมาตุภูมิไม่ได้กังวลขลาดกลัวความตายเป็นความตายรับรางวัลจากพระผู้เป็นเจ้า เพราะพวกเขาเป็นกองทัพของพระเจ้า พวกเขามีหน้าอันศักดิ์ปกป้องมาตุภูมิและศาสนา

“สงครามระหว่างผู้รุกรานกับผู้ปกป้องมาตุภูมิไม่ต่างไปจากลายแทงที่จะเกิดเหตุการณ์ธรณีสูบ” 

 ผู้ปกป้องมาตุภูมิจำต้องทำลายล้างต่างเป็นทรัพย์สินของผู้รุกราน ทั้งฐานทางทหาร  ฐานทัพทางเศรษฐกิจ โรงงานอุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมก๊าซ อุตสาหกรรมการทหาร อุตสาหกรรมเทคโนโลยี และศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การเงินการธนาคาร ฯลฯ

“ทรัพย์สินต่างเป็นเศรษฐกิจมีมูลค่ามหาศาลต่างอยู่ในบัญชีที่จะต้องชำระคืนไม่ต่างกับบัญชีบุคคล เป็นหนี้ต้องจ่าย และน่าจะยังมีการขึ้นบัญชีสำคัญบริษัททางเศรษฐกิจระดับท๊อปของโลกอีก 500 บริษัทของกลุ่มผู้รุกรานอีก”

อุตสาหกรรมทางเศรษฐกิจการค้าแทบทุกประเภทต่างเป็นของผู้รุกรานถึงสัดส่วน 70 %  และสัดส่วน 30 % เป็นเจ้าของพื้นที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพราะกลุ่มประเทศประเทศตะวันออกกลางไม่ต่างกับผู้กินหัวคิว ซึ่งเป็นที่เข้าใจตรงกันเพราะว่ากลุ่มประเทศตะวันออกถูกผู้รุกรานและพวกข่มขู่ข่มเหงจึงต้องจำนน

“ผู้ปกป้องมาตุภูมิจึงมีความชอบทำที่จะต้องตอบโต้ตามคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ตาต่อตาฟันต่อฟัน เป็นหนี้ต้องจ่าย”

ผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนา ระบุว่า ฟัตวาห้ามการมีอาวุธนิเครียร์แต่มีนิวเครียร์สันติ ฯลฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลง ณ ปัจจุบันจึงเกิดนามจัดตั้งเรียกขา มีเหมือนไม่มี ไม่มีเหมือนมี 

“พวกเขาไม่จำนน เพราะการจำนนนั้นจะต้องยอมตายเสียดีกว่า พวกเขาจึงทรงพลังแห่งศรัทธาและพลังแห่งการต่อสู้ปกป้องมาตุภูมิ ศาสนา จิตวิญญาณเข้มข้น”

ต่อสถานการณ์คำกล่าวที่ว่าผู้ปกป้องมาตุภูมิมีลายแทงเข้ายึดพื้นที่ ในขณะกลุ่มผู้รุกรานก็จะเปิดปฏิบัติการรุกเข้าสู่สมรภูมิภาคพื้นดิน ในขณะที่ผู้ปกป้องมาตุภูมิก็ได้มีความพร้อมปฏิบัติการเชิงรุกรับพร้อมด้วยกำลังพลทางทหารประจำการ และมหากองทัพผสมทหารอาสาบ้านจิตอาสาจิตวิญญาณพลีชีพ ต่างได้เข้าร่วมหลัก 10 ล้านคน

“พวกเขาทั้งมวลผู้ปกป้องมาตุภูมิปกป้องศาสนาเพราะเป็นกองทัพของพระเจ้า จึงมีสัญญาณคลื่นลมกระเพื่อมแรงของรหัสปลาหมึกยักษ์ที่สยายหนวด จะได้เห็นฉากทัศน์การเคลื่อนกำลังพลจรยุทธวินาศกรรมซุ่มยิม ซ่อสุมรอคอย จู่โจมเร็วรุกถอย ทั้งยิงทั้งวินาศกรรม ทั้งระเบิดพลีชีพ  อุปกรณ์พลีชีพ  สงครามกองโจรกลางเมืองยืดเยื้อยาวนาน”

นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย (คยปท.) กล่าวว่า ภาวะสงครามในประเทศตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐ อิสราเอล อินหร่านขอชื่นชมว่าอิหร่าน  อิหร่านโมเดล อิหร่านให้สากลโลกได้ศึกษา เพราะการปกป้องมาตุภูมิจากผู้รุกราน คือความชอบธรรม

“ขาดที่ผู้รุกรานสูบเอาทรัพยากรของผู้อื่น ๆ ที่ขาดความชอบธรรมสร้างผลสะเทือนให้กับประชาชนประเทศเป็นอย่างมาก”

นายทศพล กล่าวว่าอย่างในประเทศไทยซึ่งมีน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมากสามารถใช้ในประเทศได้ซึ่งจะไม่ถึงกับขาดแคลนและราคาก็จะไม่สูงมาก  แต่ทำไมประเทศไทยจึงจำต้องใช้น้ำมันราคาสูง

“เรื่องพลังงานไทยในกลุ่มเครือข่ายปฎิรูปพลังงานไทย ซึ่งได้เคลื่อนไหวต่อสู้มาตลอด  และโดยเฉพาะได้ให้มีการติดตั้งเครื่องมิเตอร์วัดการสูบน้ำมันจากไทยเพื่อจะได้เกิดความชอบธรรม เพราะเป็นช่องทางหนึ่งแห่งความชอบธรรมเพื่อรักษา ทรัพยากรของประเทศ ไม่ต่างกับมิเตอร์ เครื่องตวงวัน ฯลฯ โดยทั่วไป”.

บางจากเดินเครื่องจักรพุ่ง 110% ผลิตดีเซลได้ 19 ล้านลิตร/วัน ยังไม่พอความต้องการ ทำบางปั๊มปิดชั่วคราว

จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ทั้งด้านการจัดหา การกลั่น และการกระจายน้ำมัน โดยเพิ่มระดับการกลั่นน้ำมันอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการกลั่นรวมประมาณ 290,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 110% ของกำลังการผลิตติดตั้ง หรือคิดเป็นน้ำมันดีเซลประมาณ 19 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันในภาพรวมของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยอดจำหน่ายในบางช่วงสูงกว่าระดับการผลิต บริษัทฯ จึงเร่งนำน้ำมันออกจากโรงกลั่นและกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญต่อการจัดส่งไปยังสถานีบริการเป็นลำดับแรก พร้อมมีการรายงานปริมาณการผลิตและปริมาณน้ำมันสำรองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ดี จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 ส่งผลให้สถานีบริการบางแห่งอาจไม่สามารถรับและหมุนเวียนน้ำมันได้ทันในบางช่วงเวลา แต่จากมาตรการของภาครัฐที่ผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขนส่งและเงื่อนไขการสำรองน้ำมัน ทำให้การกระจายน้ำมันสามารถดำเนินการได้คล่องตัวมากขึ้น และช่วยให้สถานการณ์ทยอยคลี่คลาย ซึ่งบริษัทฯ จะยังคงดำเนินการผลิตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ตื่นตระหนกกักตุนน้ำมัน แต่ให้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

จากข้อมูลในเดือนมีนาคม 2569 พบว่ายอดจำหน่ายมีความผันผวนและเพิ่มสูงกว่าระดับการผลิตในหลายช่วง โดยเริ่มเห็นสัญญาณตั้งแต่ช่วงต้นเดือน และเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางเดือน สะท้อนว่าความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น โดยมีสถานีบริการบางส่วนต้องปิดให้บริการชั่วคราวในบางช่วงเวลา คิดเป็นประมาณร้อยละ 10-20 ของสถานีบริการทั้งหมด ส่งผลให้การรับและหมุนเวียนน้ำมันในบางพื้นที่ไม่ทันต่อความต้องการ

หลังจากการกระจายน้ำมันสามารถดำเนินการได้ดีขึ้น สถานการณ์เริ่มคลี่คลายตามลำดับ โดยจำนวนสถานีบริการที่ได้รับผลกระทบมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง สถานีบริการส่วนใหญ่สามารถกลับมาให้บริการได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง บริษัทฯ มีการบริหารจัดการการจัดส่งน้ำมันให้เหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์ และยังคงจัดส่งน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

“การที่สถานีบริการบางแห่งต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เป็นผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบางช่วง และข้อจำกัดด้านการขนส่งและการกระจายในแต่ละพื้นที่ ไม่ได้เกิดจากการลดการจ่ายน้ำมันจากโรงกลั่น โดยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลให้การกระจายน้ำมันครอบคลุมทุกพื้นที่”

บริษัทฯ พร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และบริหารจัดการน้ำมันเพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะยังคงดำเนินการผลิตในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป