ขานรับแนวคิด “ศุภจี” เดินหน้าตั้ง “ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม” หวังแก้ราคาตกต่ำ

“อธิบดี​กรมส่งเสริมสหกรณ์”ขานรับแนวคิด”ศุภจี” ตั้ง”ล้งกลางมะพร้าวน้ำหอม”หวังแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ย้ำเครือข่ายสหกรณ์พร้อมทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตส่งล้งกลาง และเดินหน้าพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าตกเกรด​

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่ง​เสริม​สหกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เพื่อบูรณาการการทำงานรับมือผลไม้ภาคตะวันออก ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงกลางเดือนเมษายน รวมทั้งหารือแนวทางแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยมีแนวคิดจัดตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อเป็นศูนย์กลางรับซื้อผลผลิตแทนล้งจีนที่ถูกวิจารณ์ว่า​ กดราคามะพร้าวเหลือลูกละประมาณ 2 บาท

นิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่ง​เสริม​สหกรณ์

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม เพราะสหกรณ์ส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและรวบรวมผลผลิตมากกว่าการทำตลาด จึงพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกต้นน้ำ รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งให้ล้งกลางหรือภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด

“สหกรณ์ถนัดเรื่องการผลิตและรวบรวมผลผลิต ส่วนการทำตลาดเป็นเรื่องปลายน้ำที่ต้องอาศัยมืออาชีพ การลงทุนสร้างล้งเองต้องใช้เงินสูงมาก ดังนั้นหากมีล้งกลาง สหกรณ์ก็พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงผลผลิตจากสมาชิกเข้าสู่ตลาด” นายนิรันดร์กล่าว

พร้อมกันนี้ได้ชี้แจงกรณีมีข้อกล่าวหาว่าสหกรณ์บางแห่งร่วมมือกับล้งจีนในการดำเนินธุรกิจซื้อขายมะพร้าวว่า ไม่น่าจะเป็นความจริง เนื่องจากบทบาทของสหกรณ์คือการรวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อจำหน่ายให้ผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน หากให้ราคาดีก็สามารถขายได้

นายนิรันดร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อทราบว่า​ ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งเข้าไปช่วยเหลือทันที โดยประสานเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศเข้ามารับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร โดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด นำเครือข่ายสหกรณ์ภาคอีสานเข้ามารับซื้อผลผลิตจำนวน 50,000 ลูก ในราคาลูกละ 5 บาท ขณะที่ราคาตลาดในพื้นที่ขณะนั้นอยู่ที่เพียงลูกละ 2 บาท

ต่อมาเครือข่ายสหกรณ์ในหลายจังหวัดได้ร่วมกันรับซื้อมะพร้าวจากแหล่งผลิตในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขยายการรับซื้อมะพร้าวจากจังหวัดสงขลา ปัจจุบันสามารถกระจายผลผลิตผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไปยังตลาดปลายทางได้แล้วกว่า 2.3 ล้านลูก คิดเป็นมูลค่ากว่า 11.86 ล้านบาท ส่งผลให้ราคามะพร้าวในพื้นที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังสนับสนุนให้สหกรณ์เพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูป โดยจัดสรรงบประมาณช่วยจัดซื้ออุปกรณ์การตลาดให้สหกรณ์ผู้ปลูกมะพร้าวหลายแห่งเช่น การสนับสนุนตู้แช่เก็บน้ำช่อดอกมะพร้าวให้สหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ในปีงบประมาณ 2567 เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและนำไปแปรรูปเป็นน้ำตาลมะพร้าว ไซรัปมะพร้าว และผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ด้าน นายสมเกียรติ ประพฤติกิจ​ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรวัดเพลง จำกัด จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดการตั้งล้งกลาง เพราะจะช่วยสร้างความเป็นธรรมด้านราคาให้เกษตรกร ปัจจุบันราคามะพร้าวถูกกำหนดโดยล้งเป็นหลัก

เขากล่าวว่า สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างสมาชิกกับล้ง โดยเมื่อสมาชิกแจ้งว่า​ จะตัดมะพร้าวในวันใด สหกรณ์จะแจ้งไปยังล้งเพื่อส่งทีมมาตัดและคัดเกรด จากนั้นล้งจะโอนเงินผ่านสหกรณ์ก่อนส่งต่อให้สมาชิก เพื่อป้องกันปัญหาการค้างจ่าย

ปัจจุบันสหกรณ์วัดเพลงส่งมะพร้าวให้ล้งเฉลี่ยวันละ 20,000 – 30,000 ลูก ในราคาประมาณลูกละ 5 – 6 บาท โดยคัดเฉพาะลูกที่ได้ขนาดตามความต้องการตลาด ส่วนมะพร้าวที่ตกเกรดจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมะพร้าวบรรจุขวดจำหน่ายเพิ่มมูลค่า

ขณะที่ นายจำรูญ นิลเต่า ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอก จำกัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดล้งกลางเช่นกัน แต่ยอมรับว่าการดำเนินการต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และยังมีความท้าทายด้านตลาด เนื่องจากปัจจุบันผลผลิตมะพร้าวส่วนใหญ่ส่งออกผ่านเครือข่ายล้งจีน

นายจำรูญ กล่าวว่า ในพื้นที่ดำเนินสะดวกมีล้งจีนมากกว่า 230 แห่ง ปัจจุบันราคามะพร้าวคละเกรดอยู่ที่ประมาณลูกละ 4 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่อยู่ราว 5 – 6 บาท แต่เกษตรกรส่วนใหญ่มีรถบรรทุกของตนเอง ทำให้ล้งจ่ายค่าขนส่งและค่าแรงเพิ่ม เมื่อรวมรายได้ทั้งหมดแล้วเกษตรกรจะได้รับประมาณลูกละ 7 – 8 บาท พร้อมยอมรับว่า​ ทุกวันนี้ชาวสวนจำนวนมากยังต้องพึ่งพาล้งจีน เพราะมีการซื้อขายกันมายาวนานกว่า 10 – 20 ปีแล้ว

น้ำมันแพง ต้นทุนพุ่ง “แม่ค้าหมูย่าง”บุรีรัมย์ กระอักยอดขายวูบ กำไรหดหาย

แม่ค้าคอหมู่ย่างบ่นอุบ ทั้งวัตถุดิบทั้งเนื้อหมู และเครื่องปรุงปรับพาเรดปรับราคาแต่จำเป็นต้องขายราคาเดิม เกรงว่าลูกค้าจะหายวอนรัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

สถานการณ์สินค้าราคาแพงยังคงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยมีปัจจัยจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน ก่อนจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด ทั้งเนื้อหมู ไข่ไก่ และวัตถุดิบต่างๆ ที่ทยอยปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง

น.ส.วาสนา อายุ 46 ปี แม่ค้าขายคอหมูย่างริมทาง บริเวณถนนสาย อ.เมืองบุรีรัมย์–แยกหนองม่วง ต.ชุมเห็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ร้านได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหมู ซึ่งปรับราคาขึ้นแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นคอหมู ลิ้น หู และเนื้อหมูทั่วไป เพิ่มขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 8 บาท นอกจากนี้ วัตถุดิบทำน้ำจิ้มและอุปกรณ์ต่างๆ ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่ผงชูรส ถุงใส่น้ำจิ้ม ไปจนถึงหนังยาง ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ทางร้านยังคงตรึงราคาขายไว้เท่าเดิม เนื่องจากเกรงว่าหากปรับราคาขึ้นจะยิ่งทำให้ลูกค้าลดลง โดยปัจจุบันยอดขายลดลงไปกว่าครึ่ง จากเดิมขายได้เกือบ 30 กิโลกรัมต่อวัน เหลือเพียงประมาณ 14 กิโลกรัมต่อวัน สะท้อนกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

แม่ค้ารายนี้ยังระบุว่า ขณะนี้ต้องพยายามปรับตัวด้วยการนำสินค้าอื่นมาจำหน่ายเพิ่มเติม เช่น ปลาย่างจากจังหวัดอุทัยธานี เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้มาชดเชย แต่ก็ยังไม่สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด พร้อมกันนี้ อยากฝากถึงภาครัฐให้เร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสินค้าราคาแพง ซึ่งกำลังเผชิญกับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง

ระทึก!ไฟป่าลุกลามประชิด “บ้านช้างตระกูลแสน” ระดมกำลังสกัดวุ่น ก่อนคุมเพลิงได้กลางดึก

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดเหตุไฟป่าลุกลามเข้าประชิดพื้นที่ “บ้านช้างตระกูลแสน” อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยเปลวไฟอยู่ห่างจากพื้นที่เลี้ยงช้างเพียงไม่กี่ร้อยเมตร สร้างความตื่นตระหนกให้กับควาญช้างและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เนื่องจากแนวกันไฟที่มีอยู่ไม่สามารถต้านทานการลุกลามได้

ทันทีที่เกิดเหตุ พระครูอ๊อด วัดเจดีย์หลวง พร้อมควาญช้างของ “บ้านช้างตระกูลแสน” และเจ้าหน้าที่จาก มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ได้เร่งระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางสภาพอากาศแห้งและลมกระโชกที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้ไฟป่ามีแนวโน้มขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ใช้ทั้งวิธีทำแนวกันไฟเพิ่มเติม และฉีดน้ำสกัดแนวเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ช้าง ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากมีช้างอยู่จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จ และประกาศยุติภารกิจในเบื้องต้น ท่ามกลางความโล่งใจของทุกฝ่าย

ภายหลังการควบคุมเพลิง ยังคงมีการจัดกำลังควาญช้างและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่ไฟอาจปะทุขึ้นซ้ำได้ทุกเมื่อ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือช่วงฤดูแล้ง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปกป้องทั้งผืนป่าและชีวิตสัตว์ป่า

“เป๊ป”สร้างสถิติใหม่!แมนฯ ซิตี้ เชือด “อาร์เซนอล” ผงาดแชมป์ “คาราบาว คัพ” 5 สมัย

การแข่งขันฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างสองทีมจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ “เรือใบสีฟ้า”แมนฯ ซิตี้ ปะทะ”ปืนใหญ่” อาร์เซนอล

เปิดเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างเปิดเกมรุกใส่กันอย่างสูสี แต่สุดท้ายยังไม่มีทีมไหนยิงประตูกันได้ ทำให้ จบ 45 นาทีแรก เสมอกัน 0-0

เปิดเกมครึ่งหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะผิดพลาดของ “เกปา” ที่รับบอลลูกเปิดของ “แชร์กี” หลุดมือ บอลมาเข้าทาง “นิโก โอไรลีย์” ยิงเข้าไปแบบจ่อ ๆ ในนาที 60

หลังจากนั้นอีก 4 นาที ต่อมา ทีมเรือใบสีฟ้าได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ “มาเธอุส นูเนส” เปิดบอลจากฝั่งขวา และเป็น “นิโก โอไรลีย์” วิ่งเข้ามาโหม่งเข้าไป ในนาที 64

ช่วงที่เหลือไม่มีทีมไหนยิงเพิ่มได้ จบเกม แมนฯ ซิตี้ ชนะ อาร์เซนอล 2-0 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ และเป็นแชมป์สมัยที่ 9 ของสโมสรแห่งนี้

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ ส่งผลให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กลายเป็นกุนซือคนแรกที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึง 5 สมัย โดยก่อนหน้านี้เขาพาทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์ถ้วยนี้มาแล้ว 4 ซีซันรวด ตั้งแต่ฤดูกาล 2017-18, 2018-19, 2019-20

2020-21 โดยก่อนหน้านี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ โชเซ มูรินโญ ที่เคยคว้าแชมป์ถ้วยนี้ 4 สมัย

เชิดชู “สมเจตน์ รุจิรารังสรรค์” เศรษฐีใจบุญชาวกันทรลักษ์มอบที่ดิน 8 ไร่ พัฒนาชายแดน

ผู้ว่าราชการศรีสะเกษ เข้าเยี่ยม มอบกำลังใจ สุขภาพจิตตาวัย 78 ปี เศรษฐีใจบุญสุนทาน ภายหลังมอบที่ดิน 8 ไร่ มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท หนุนงานรัฐพัฒนาชายแดน ขณะที่ชาวบ้านพากันยกย่องผู้เสียสละ เตรียมขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติ ในลำดับต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานมาเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 เวลา 13.30 น. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย จ่าเอก สมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ นพ.พงศนาถ หาญเจริญพิพัฒน์ ผอ.รพ.กันทรลักษ์  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจ นายสมเจตน์ รุจิรารังสรรค์ อายุ 78 ปี พร้อมด้วย นางสาวอุทัยวรรณ กานา ภรรยา คหบดีผู้ใจบุญ ชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ

หลังมีจิตอันเป็นกุศลบริจาคที่ดินโฉนดเลขที่ 31998 เนื้อที่รวม 8 ไร่ มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท ในเขตเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยแบ่งมอบให้กับ สภ.กันทรลักษ์ จำนวน 4 ไร่ และรพ.กันทรลักษ์ จำนวน 4 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาและขยายการให้บริการประชาชนในพื้นที่ชายแดน ตอบแทนคุณแผ่นดิน

สมเจตน์ รุจิรารังสรรค์ เศรษฐีใจบุญ

นายสมเจตน์ เปิดเผยด้วยความปลื้มใจว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ผู้ว่าฯศรีสะเกษ เดินทางมาเยี่ยมถึงบ้าน และการมอบที่ดินครั้งนี้ ตั้งใจให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่

ขณะที่ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การบริจาคที่ดินครั้งนี้นับเป็นการสร้างประโยชน์อย่างยิ่งต่อหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ โดยทางจังหวัดฯ จะดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นการเชิดชูเกียรติ และดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้มอบให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การบริจาคที่ดินดังกล่าว นับเป็นแบบอย่างของการเสียสละเพื่อสังคม และเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป.

เสนาะ วรรักษ/รายงาน

สร้างประวัติศาสตร์!”เอฟ นครนายก”กด “รอนนี่” 10-7 เฟรม คว้าแชมป์ “เวิลด์ โอเพ่น”20226

“เอฟ นครนายก” เทพไชย อุ่นหนู นักสนุ้กเกอร์ชาวไทยโชว์สอยคิวอย่างร้อนแรง แถมมีกดแม็กซิมัมเบรกก่อนเชือดรอนนีผงาดแชมป์เวิลด์ โอเพ่น 2026
.
การแข่งขันสนุ้กเกอร์อาชีพโลก เวิลด์ โอเพ่น 2026 ชิงเงินรางวัล 825,000 ปอนด์ หรือราว 36 ล้านบาท ที่ประเทศจีน เมื่อ 22 มี.ค. รอบชิงชนะเลิศ “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู ขวัญใจชาวไทย เจองานสุดหินเมื่อต้องดวลกับ รอนนี โอซุลลิแวน มือ 12 ของโลก และแชมป์โลก 7 สมัยจากอังกฤษ ในระบบ 10 ใน 19 เฟรม

โดย 4 เฟรมแรก รอนนีออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะทั้งหมด แต่ว่านักสนุ้กเกอร์ชาวไทยเริ่มผ่อนคลายและแทงได้ดีขึ้น ประกอบกับมีโชคช่วยกลับมาเป็นฝ่ายชนะ 5 เฟรมรวด กลับมาแซง 5-4 เฟรมขึ้นนำเมื่อจบเซสชันแรก ยังมีลุ้นแชมป์จนถึงเซสชันสุดท้าย
.
สำหรับเซสชันสุดท้ายทั้งสองคนต่างเค้นฟอร์มได้อย่างยอดผลัดกันทำคะแนนแซงกันไปมา แต่ว่าเอฟขึ้นแท่นก่อนด้วยการนำ 9-7 ซึ่งในเฟรมที่ 16 ทำแม็กซิมัมเบรก 147 คะแนนด้วย ก่อนจะเป็นฝ่ายเอาชนะ 10-7 เฟรม ผงาดคว้าแชมป์ระดับเวิลด์แรงกิงเป็นครั้งแรก รับเงินรางวัลราว 7.7 ล้านบาท

นอกจากนี้เอฟยังกลายเป็นนักสนุ้กเกอร์ไทยคนที่ 2 ที่ได้แชมป์ระดับเวิลด์แรงกิง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1995 จาก “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”วัฒนา ภู่โอบอ้อม ซึ่งชนะ รอนนี โอซุลลิแวน คว้าแชมป์ไทยแลนด์ โอเพ่น

วิกฤตน้ำมันแพงซ้ำเติมอาชีพรับจ้าง “ตุ๊กตุ๊กหัวกบ–วิน จยย.”ตรัง รายได้หด

อาชีพคนขับรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ สัญลักษณ์เมืองตรัง วินจักรยานยนต์รับจ้างและไรเดอร์ส่งอาหาร ต่างได้รับผลกระทบหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง รายได้ลดฮวบจากเดิมวันละ 200–300 บาท เหลือเพียง 80–100 บาท ขณะที่ค่าน้ำมันต่อวันแตะ 150–200 บาท หลายคนกังวลหากรัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันลอยตัว อาจต้องปรับค่าโดยสาร หรือบางรายถึงขั้นเลิกวิ่ง เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว

นายจำเริญ สมานกุล ( โกซ้าง )  บอกว่า  เดิมรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเคยมีกว่า 600 คัน  ตอนนี้เหลือประมาณ 120 คัน ที่วิ่งรับส่งผู้โดยสารประมาณ 30 คัน เหลือน้อยและยังถูกแย่งลูกค้าจากรถแกร็บที่มีเป็นจำนวนมาก รายได้จากเดิมวันละ 200 -300 บาท ตอนนี้บางวันได้ประมาณ 80 – 100 บาท  ขณะที่ค่าน้ำมันต่อวันตกประมาณ  150-200  บาท เพราะน้ำมันแพงเพราะต้องเติมแก๊สโซฮอล์ 95 หากรัฐปล่อยลอยตัวจะยิ่งกระทบหนัก สั่งที่สงสัยคือ ทำไมน้ำมันมาเลเซียถูกกว่าประเทศไทย ทั้งๆที่ไทยเรามีบ่อน้ำมันหลายบ่อเป็นของตัวเอง เพราะโกงกินกันมากใช่หรือไม่ ไม่มีอะไรจะฝากถึงรัฐบาลเพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ตอนนี้คงต้องตัวใครตัวมันเพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์

ด้านนายธีระพรณ์  ขำยินดี  บอกว่า วิ่งรถมาประมาณกว่า 40 ปีแล้ว ใช้แก๊สโซฮอล์ 95  ถ้าน้ำมันลอยตัวอยู่ในภาวะจำยอม ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้  ตอนนี้เติมวันละ 200 บาท ขณะที่รายได้ไม่แน่นอนบางวัน 80 บาท ถ้าน้ำมันลอยตัวอาจต้องปรับค่าโดยสาร อยากให้รัฐบาลช่วยทำวิธีไหนก็ได้ที่สามารถตรึงราคาน้ำมันต่อเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคให้สามารถอยู่ได้

เช่นเดียวกับคนขับรถตุ๊กตุ๊กหัวกบรายอื่นๆ บอกว่า น้ำมันเคยสูงอยู่ที่ลิตรละ 40 กว่าบาท เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว  หากรัฐปล่อยให้น้ำมันลอยตัวคงต้องขายรถ เพราะสู้น้ำมันไม่ไหว สภาพค่าครองชีพที่แพงปัจจุบันนี้ราคาน้ำมันไม่ควรสูง 30 กว่าบาทต่อลิตร จึงจะอยู่ได้  สิ่งที่สงสัยคือ ทำไมน้ำมันมาเลเซียแพงกว่าไทย เป็นเพราะนักการเมืองมีเอี่ยวกับนายทุนหรือไม่ เพราะพอมาเป็นนักการเมืองก็จะรวย

 ด้านนายสุธน  นุ่นศรี คนขับรถจยย.รับจ้าง บอกว่า ถ้าน้ำมันขึ้นราคาก็ต้องปรับค่าโดยสาร  และเชื่อว่าค่าครองชีพทุกอย่างก็ต้องสูงขึ้นด้วย เตรียมพร้อมตอนนี้คือ ยอมรับในชะตากรรม ก็ต้องกระทบไปหมดแล้วต้องประหยัดอาจจะต้องเดินหรือใช้รถจักรยาน  รายได้ตอนนี้ต่ำมากคนน้อย และมีรถอื่นๆวิ่งแย่งกันด้วย บางคนไม่มีวิน บางคนมาจากแอป ตอนนี้รายได้น้อยมากสูงสุดก็ประมาณ 300 บาทยังไม่หักค่าใช้จ่ายน้ำมันวันหนึ่งเหลือประมาณ  100 กว่าบาท

ขณะที่คนขับรถจักรยานยนต์ส่งอาหารก็บอกว่า หากน้ำมันลอยตัวพวกตนก็เดือดร้อนมากเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้คนสั่งอาหารน้อย ทำให้มีรายได้น้อย

“อิหร่าน”ย้ำช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือทุกลำล่องผ่าน ยกเว้นแต่เรือของฝ่ายศัตรู

อาลี มูซาวี ผู้แทนอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ(IMO) เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวว่า กรุงเตหะราน จะเดินหน้าให้ความร่วมมือกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ สำหรับปรับปรุงความปลอดภัยด้านการเดินเรือและปกป้องนักเดินเรือในอ่าว พร้อมระบุเรือทั้งหลายที่ไม่ได้เป็นของ “ศัตรูของอิหร่าน” สามารถล่องผ่านช่องแคบฮอร์มูชได้ ด้วยการประสานงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยกับเตหะราน

“การทูตยังคงเป็นสิ่งที่อิหร่านให้ความสำคัญลำดับต้นๆ อย่างไรก็ตามการหยุดรุกรานโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความเชื่อมั่นต่อกัน เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า” มูซาวีกล่าว พร้อมระบุปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่เล่นงานอิหร่าน คือ “รากเหง้าของสถานการณ์ในปัจจุบันของช่องแคบฮอร์มุซ”

จลาจลเดือดศูนย์บ้านกรุณาบางพลี เยาวชน 2 กลุ่มเปิดศึกทะเลาะวิวาทบาดเจ็บ 7 ราย

เยาวชนบ้านกรุณาสมุทรปราการก่อเหตุจลาจลในศูนย์ฝึกใช้ช้อนเป็นอาวุธบาดเจ็บ 7 ราย ด้าน ผช.ภ.1 นำกำลังตำรวจหลายสิบนายเข้าควบคุมสถานการณ์

เมื่อเวลา 14.00  น. วันที่ 22 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเยาวชนจำนวนมาก ภายในศูนย์ฝึกเยาวชนบ้านกรุณา ในตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ก่อเหตุจราจลและทำร้ายร่างกายกัน โดยมีผู้บาดเจ็บหลายราย  จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญ

พร้อมด้วยสายตรวจและกำลังตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษ หรือ หน่วย นปภ. นำกำลังไปตรวจสอบและเข้าระงับเหตุ โดยมี ทางด้าน พล.ต.ท. วิชิต บุญชินวุฒิกุล  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินทางลงพื้นที่และควบคุมสถานการณ์ด้วยตัวเอง  โดยตำรวจระดมกำลังกว่า 30 เข้าระงับเหตุ

โดยมีผู้ก่อเหตุประมาณ 70–100 คน เบื้องต้นเป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มเยาวชนจากบ้านมีนบุรี และบ้านปทุมธานี ซึ่งมีปัญหาบาดหมางและเขม่นกันมาก่อน และเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทมาแล้วหลายครั้ง

  จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เรียกรวมแถวตามปกติ แต่ระหว่างนั้น เยาวชนทั้ง 2 ฝ่ายเกิดมีปากเสียง ก่อนจะบานปลายเป็นเหตุทำร้ายร่างกายกัน โดยมีการใช้อุปกรณ์ภายใน เช่น ช้อน และเหล็กแหลม เป็นอาวุธ

เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7  ราย แยกเป็นเยาวชนจากบ้านมีนบุรีได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และบ้านปทุมธานีได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งทยอยลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ นำส่งโรงพยาบาล

ล่าสุด  เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในศูนย์ฯ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุซ้ำต่อไป

จากบ่อดินสู่ตลาดโลก! ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ ติดปีก GI ยกระดับราคาชีวิตชาวประมง

“ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” สินค้าประมงพื้นถิ่นที่เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสายน้ำ กลายเป็นดาวดวงใหม่บนเวทีสินค้าอัตลักษณ์ไทย หลัง กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับมาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และปลุกเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การขึ้นทะเบียนครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “ตรารับรอง” แต่คือการตอกย้ำคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นใน จังหวัดสมุทรปราการ ที่หล่อเลี้ยงปลากะพงให้เติบโตในระบบ “สองน้ำ” อันเป็นเอกลักษณ์

พื้นที่เพาะเลี้ยงหลักในอำเภอบางบ่อ อำเภอเมือง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ล้วนเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจาก แม่น้ำเจ้าพระยา และเครือข่ายลำคลองนับสิบสาย ทำให้เกิดสภาพน้ำจืดสลับน้ำกร่อยตามฤดูกาล กลายเป็นปัจจัยธรรมชาติที่หาไม่ได้ง่าย และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ปลากะพงที่นี่มีรสชาติแตกต่าง

ปลากะพงถูกเลี้ยงในบ่อดินใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ ปล่อยให้ว่ายน้ำอย่างอิสระ ลดความเครียด ส่งผลให้เนื้อปลาแน่น ขาว นุ่ม รสหวาน ไร้กลิ่นโคลน จนกลายเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในรูปแบบสด แช่แข็ง และแปรรูปอย่าง “ปลากะพงแดดเดียว” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม กรอบนอกนุ่มใน

ตัวเลขสะท้อนความสำเร็จชัดเจน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 166 ราย ผลิตปลากะพงกว่า 4,400 ตันต่อปี สร้างรายได้มากกว่า 536 ล้านบาท และเมื่อรวมกับสินค้า GI อื่นของจังหวัด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า และปลาสลิดบางบ่อ ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 850 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม การได้สถานะ GI เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า หลังจากนี้จะมีการควบคุมมาตรฐานการผลิตอย่างเข้มงวด พร้อมผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และปกป้องชื่อเสียงสินค้าไทยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ยังเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านช่องทางออนไลน์ โมเดิร์นเทรด และเวทีแสดงสินค้าระดับนานาชาติ พร้อมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หวังให้ “ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ” ไม่ได้เป็นเพียงอาหารบนจาน แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น การยกระดับสินค้า GI ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มราคา แต่คือการ “เพิ่มคุณค่า” ให้กับชีวิตของชาวประมง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของสมุทรปราการก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคต