มหัศจรรย์แสงอาทิตย์ 15 ช่องประตูปลุกตำนานพันปี “พนมรุ้ง” ขอมโบราณคืนชีวิต

มรดกพันปีแห่งอีสานใต้กำลังจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อจังหวัดบุรีรัมย์ประกาศความพร้อมจัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ท่ามกลางความคาดหวังของนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ

นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ปีนี้จัดเต็มทั้งพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และการแสดงทางวัฒนธรรมโบราณ เพื่อสืบสานอารยธรรมขอมที่ฝังรากลึกบนยอดเขาพนมรุ้ง ให้กลับมาสะกดสายตาผู้มาเยือนอีกครั้ง

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ “ปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู” หนึ่งในความมหัศจรรย์ระดับโลก ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3-5 เมษายน โดยแสงแรกของวันจะพาดผ่านแนวประตูหินโบราณเรียงตัวอย่างสมบูรณ์ สร้างภาพงดงามราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่ง เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวและสายมูไม่ควรพลาด เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 4 เมษายน ช่วงเช้าจะมีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมรุ้ง ก่อนที่ช่วงเย็นจะเข้าสู่ขบวนแห่ยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดตำนานราชสำนักขอมโบราณอย่างสมจริง ทั้งขบวนอัญเชิญพระศิวะมหาเทพ ขบวนเทพพาหนะผู้พิทักษ์ทั้ง 10 ทิศ และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี พระมารดาของเจ้าชายนเรนทราทิตย์ ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้ง

ความอลังการยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อขบวนนางรำกว่า 800 ชีวิต จะพร้อมใจกันแต่งกายงดงามร่วมร่ายรำถวายในชุด “เหนือศรัทธาวนัมรุง” เสริมด้วยการแสดงระบำอัปสราบุรีรัมย์ ที่สะท้อนความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมขอมได้อย่างวิจิตรตระการตา

ภายในงานยังจัดเต็มด้วย “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ที่รวบรวมสินค้าพื้นบ้าน อาหารท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างใกล้ชิด

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ย้ำว่า งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งไม่ใช่เพียงงานท่องเที่ยว แต่คือ “หัวใจของวัฒนธรรม” ที่ชาวบุรีรัมย์ภาคภูมิใจ และเป็นมรดกที่ต้องส่งต่อสู่คนรุ่นหลัง

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งศรัทธาและความมหัศจรรย์นี้ พร้อมรับแสงแรกที่สาดผ่าน 15 ช่องประตู เพื่อเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิต…เพียงปีละครั้งเท่านั้นบนยอดเขาพนมรุ้ง

.

วิกฤตมะนาวแพง! จากลูกละ 2 บาท พุ่ง 7 บาทร้านส้มตำสะอื้นแม่ค้าครวญต้นทุนพุ่ง

สถานการณ์ราคาผักสดภายในตลาดสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แนวโน้มราคาพืชผักหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “มะนาว” ที่กลายเป็นสินค้าหายากและมีราคาพุ่งแรงในช่วงนี้

จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พบว่า สาเหตุหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่พุ่งและปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง อันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ระบบโลจิสติกส์สะดุด และสินค้าบางชนิดเริ่มขาดช่วง

น.ส.มิน (นามสมมติ) แม่ค้าขายผักสดในตลาด เปิดเผยว่า เดิมมะนาวขายกิโลกรัมละ 40-50 บาท หรือเฉลี่ยลูกละ 2-3 บาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันต้องปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 60-70 บาท หรือเฉลี่ยลูกละ 6-7 บาท เนื่องจากต้นทุนรับสินค้าสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ลูกค้าบ่นกันเยอะ แต่ร้านก็ลำบากเหมือนกัน ต้องขับรถไปรับของเอง ค่าน้ำมันก็แพงขึ้น ถ้าไม่ขึ้นราคา ก็อยู่ไม่ได้” แม่ค้ากล่าว

ขณะที่ผลกระทบได้ลามไปถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านส้มตำ ซึ่งต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหลัก

นางแจง (นามสมมติ) เจ้าของร้าน “ส้มตำน้ำปั่น สะใจ” ริมทางรถไฟ อำเภอสีคิ้ว ระบุว่า เดิมซื้อมะนาว 50 ลูก ใช้เงินเพียง 80 บาท แต่ปัจจุบันต้องจ่ายสูงถึง 200 บาท หรือเฉลี่ยลูกละ 4 บาท แม้ลูกจะมีขนาดเล็กลง

“ต้นทุนเพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่ยังไม่กล้าขึ้นราคา เพราะกลัวลูกค้าหาย ตอนนี้ต้องยอมกำไรน้อยลง” นางแจง กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล

เช่นเดียวกับ นางสังวาล (นามสมมติ) แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งริมถนนสาย 24 สีคิ้ว-บุรีรัมย์ ที่ระบุว่า ปัจจุบันมะนาวมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบอาหารเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ผู้ค้าหลายรายเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและการขนส่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่กำลังกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สถานการณ์ “มะนาวแพง” ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของราคาผัก แต่กำลังสะเทือนถึงปากท้องของทั้งผู้ค้าและผู้บริโภคในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา

บุกรวบ “แอน เมืองนนท์” บัญชีม้าแอปฯ เงินกู้นรก ดอกเบี้ยโหด 3,466% ต่อปี

ตำรวจสอบสวนกลางบุกรวบ “แอน เมืองนนท์” บัญชีม้าแอปฯ เงินกู้นรก ดอกเบี้ยโหด 3,466% ต่อปี เหยื่อรายเดียวสูญนับล้าน ถูกข่มขู่ประจานจนต้องพึ่งตำรวจ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ หลังพบพฤติการณ์ปล่อยกู้ดอกเบี้ยมหาโหดและข่มขู่คุกคามผู้เสียหายจนมียอดความเสียหายทะลุหลักล้านบาท

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เข้าทำการจับกุม นางสาวดารารัตน์ หรือแอน (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่สะเรียง ที่ จ.26/2568 ลงวันที่ 24 เมษายน 2568

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยศรีพรสวรรค์ 7 ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี ขณะที่ผู้ต้องหากำลังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

สืบเนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2565 เมื่อผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Facebook และ YouTube) แล้วพบโฆษณาแอปพลิเคชันเงินกู้ชื่อ “แอปฯ กระเป๋า แฮปปี้ตัง, สินเชื่อฉับไว และสินเชื่อปลอดภัย” ที่อ้างว่ากู้ง่าย ได้เงินเร็ว จึงหลงเชื่อสมัครและให้ข้อมูลส่วนตัวรวมถึงเลขบัญชีธนาคารไป

ระบบการขูดรีดของแอปฯ เหล่านี้ประกอบด้วย:
– เช่น กู้ 3,000 บาท ได้รับเงินจริงเพียง 1,800 บาท แต่ต้องคืนเต็มจำนวน 3,000 บาท ภายใน 7 วัน
– หากชำระไม่ทันภายใน 7 วัน จะถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 1,200 – 2,000 บาท ทันที
– วงเงิน 20,000 บาท ได้เงินจริง 12,000 บาท บีบให้ชำระคืนวันละ 4,000 บาท ให้ครบภายใน 5 วัน
– เมื่อผู้เสียหายเริ่มจ่ายไม่ไหว แอดมินจะแนะนำให้กู้จาก “แอปฯ เครือข่ายอื่น” เพื่อมาโปะหนี้เดิม ทำให้หนี้พอกพูนอย่างรวดเร็ว

จากการคำนวณพบว่าดอกเบี้ยในเคสนี้สูงถึง 3,466% ต่อปี ส่งผลให้ผู้เสียหายรายนี้ต้องโอนเงินชำระหนี้ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 1,056,761.69 บาท และยังคงเหลือยอดค้างชำระอีกกว่า 185,000 บาท จนสุดท้ายถูกแอดมินโทรศัพท์ข่มขู่ว่าจะประจานและขึ้นบัญชีดำ

ในชั้นจับกุม นางสาวดารารัตน์ หรือแอน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองทำสมุดบัญชีธนาคารหายไปตั้งแต่ปี 2565 และได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 แต่ยอมรับว่า “ไม่ได้ทำการอายัดบัญชี” พร้อมยืนยันว่าตนอาศัยอยู่ที่นนทบุรีมาโดยตลอด ไม่เคยข้องเกี่ยวกับแอปฯ เงินกู้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบข้อมูลที่ย้อนแย้งกับคำให้การ เนื่องจาก ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วที่จังหวัดสงขลา และศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษไปแล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงไม่ปักใจเชื่อในคำให้การภาคเสธ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับเป็นทางค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังแอปพลิเคชันเงินกู้ที่โฆษณาเกินจริง และเน้นย้ำว่าการ “เปิดบัญชีม้า” หรือปล่อยให้ผู้อื่นยืมบัญชีไปใช้ แม้จะอ้างว่าบัญชีหายแต่ไม่มีการอายัดอย่างถูกต้อง ก็อาจต้องรับโทษหนักในฐานะผู้ร่วมขบวนการมิจฉาชีพเช่นกัน

ลุ้นนาทีต่อนาที!ปั๊มเล็กอำนาจเจริญเดี้ยงปิดลากยาว 3 วันไร้น้ำมันขาย วอนรัฐแก้ปัญหาด่วน

อำนาจเจริญปิดปััมวันที่ 3 รอลุ้นนาทีต่อนาทีว่าจะมีน้ำมันมาขายอีกเมื่อไรวอนภาครัฐเร่งแก้ปัญหาน้ำมันให้เป็นรูปธรรมเพื่อให้มีน้ำมันขายเพียงพอเสียที

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ ขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ นับวันจะรุนแรงขึ้น ทุกวัน บางปั๊ม ถึงจะปิดกิจการมาได้ 3 วันแล้ว ส่วนปั๊มที่ยังจำหน่ายอยู่ ก็มีราคาสูงขึ้น กว่าเดิม คงเป็นเพราะการปรับตัวราคาน้ำมัน ในช่วงนี้ บางปั๊ม ดีเซลหมด 95 หมด เหลือแต่เบนซินธรรมดา นิดหน่อย วางปั๊มก็เปิดไปถึงแค่ครึ่งวันน้ำมันก็หมดต้องหยุด ปิดกิจการ รอลุ้นน้ำมันวันต่อไปว่าจะมีมาส่งอีกหรือไม่มา ทำเอาประชาชน เดือดร้อนกันไปทั่ว

ทางด้านนายนิยม เจริญรัตน์ หนึ่งในผู้ประกอบการ ปั๊มเชลล์อำนาจเจริญ กล่าวว่า ปั้มของตนปิดมาได้ 3 วันแล้ว ประชาชนเดือดร้อนลำบากไปทั่ว ในปั๊มไม่มี น้ำมันทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น  91,95 และดีเซล Premium และดีเซลธรรมดา ตนฝากถึงผู้รับผิดชอบฝากถึงรัฐบาล ให้ระดม เร่งด่วน มาแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันก่อนอื่น เพราะน้ำมัน เป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต

 ทั้งนี้ไม่ใช่มัวให้สัมภาษณ์แต่ว่า น้ำมันมี ที่ขาดเพราะประชาชน ตื่นตระหนกแห่ไปเติมมากเกินไป จึงทำให้น้ำมันขาดนั้นไม่เป็นความจริง ประชาชนมาเติมตามปกติ แต่ได้รับน้ำมันมาน้อยลงกว่าเดิมในแต่ละวัน จึงทำให้ไม่เพียงพอในการจำหน่าย ไม่ใช่ว่า กักตุน หรือมีคนตื่นตระหนกแห่มาเติม เป็นจำนวนมากแล้วไปกับตุนไว้ที่บ้านอันนี้ไม่เป็นความจริง ตนฝากถึงผู้มีอำนาจ ให้ลงมาแก้ไขปัญหา เรื่องน้ำมัน ก่อนเรื่องอื่นด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ การดำรง ชีพการดำรงชีวิตอยู่ของประชาชน จะขอบพระคุณอย่างยิ่ง

ภาพข่าว-นายทิพกร  หวานอ่อน  ผู้สื่อข่าว จังหวัดอำนาจเจริญ

ดอกไม้หน้าแล้งเบ่งบานสะพรั่งสวยงามทั่วเมืองเชียงใหม่เสียดายนทท.หดหาย

ท่ามกลางบรรยากาศของความสวยงามจากดอกไม้หน้าแล้ง เบ่งบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่  สร้างสีสันสวยงาม ทั้งสีเหลืองสดของดอกเหลืองอินเดีย และเหลืองเชียงราย ขาว-ชมพูจากดอกกัลปพฤกษ์ และม่วงขาวจากดอกของต้นตะแบก หาชมได้หลายจุดทั่วเมืองเชียงใหม่ แต่เสียดายนักท่องเที่ยวหดหายจากวิกฤติน้ำมัน และการสู้รบตะวันออกกลาง พลาดความสวยงามและอากาศที่เป็นใจ

แม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน สภาพอากาศแห้งแล้งแล้ว แต่ที่เชียงใหม่พบว่าปีนี้สภาพอากาศเป็นใจอย่างมากสำหรับการท่องเที่ยว เพราะแม้จะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนเต็มตัว แต่ยังพบว่ามีมวลอากาศเย็นปกคลุมยาวนานที่สุด ทำให้ในช่วงเช้าและช่วงกลางคืน อากาศยังเย็นสบายอยู่ที่ 22-23 องศาเซลเซียสเท่านั้น อีกทั้งปัญหาเรื่องของหมอกควันจากไฟป่า การเผาปีนี้ไม่รุนแรงเท่าหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีมาตรการลดการเผาที่เข้มข้น และฝนที่ตกสลับมาในบางช่วง ทำให้อากาศที่เชียงใหม่มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี มีเพียงบางวันที่แตะขึ้นไปเป็นสีส้มเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในคุณภาพอากาศดี สีเหลือง และเขียว

ขณะที่สภาพอากาศที่แห้งแล้งลง แต่กลับส่งผลดีกับดอกไม้หน้าแล้ง ในช่วงตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าทั่วเมืองเชียงใหม่สวยงามไปด้วยดอกไม้หน้าแล้งที่เบ่งบานสวยงาม ทั้งต้นเหลืองอินเดีย และเหลืองเชียงราย ที่ทำให้ถนนหลายสายกลายเป็นจุดเช็คอินถ่ายภาพของความสวยงามจากดอกไม้สีเหลืองเต็มต้น บางจุดเป็นแนวยาวหลายร้อยเมตร อย่างที่ถนนวงแหวนรอบ 2 ช่วงรวมโชค-ศาลากลาง มีต้นเหลืองอินเดียเบ่งบานทอดยาวเกือบ 100 เมตร สวยงาม ทำให้หลายคนต้องแวะมาถ่ายภาพกัน

ขณะที่ต้นกัลปพฤกษ์ ที่มีดอกเป็นสีขาว และชมพู เบ่งบานสวยงามเป็นพุ่ม มองดูคล้ายกับดอกซากุระของญี่ปุ่น แต่หลายคนยังมองว่าสวยกว่า เพราะพุ่มดอกที่หนาแน่นเต็มกิ่งก้าน สวยงามที่สุดในช่วงนี้ ส่วนสีม่วง ขาว ของต้นตะแบก ถือว่าสวยงามที่สุดอีกชนิดหนึ่งของดอกหน้าแล้ง และในช่วงที่ลมพัดโชยมา กลีบดอกก็จะร่วงหล่นมากับสายลม ทำให้แลดูเหมือนกับเกล็ดหิมะด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นช่วงที่น่าเสียดายกับวิกฤติน้ำมัน และผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเชียงใหม่ลดลง ทั้งในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกับภาระค่าน้ำมัน และน้ำมันที่ขาดแคลน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบกับการเดินทางโดยสายการบินด้วย

หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงกับบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ท่องเที่ยวหลักของเมืองเชียงใหม่ในแต่ละปี อาจจะทำให้ยอดนักท่องเที่ยว และการเดินทางของชาวไทยลดลงไปด้วย หากสถานการณ์สู้รบ และวิกฤติพลังงานยืดเยื้อต่อไป

วันดาวน์ซินโดรมโลก 2569 มหกรรมพลังสังคมเพื่อคนดาวน์ซินโดรม

ประเทศไทยจัดงานครั้งสำคัญระดับประเทศ “วันดาวน์ซินโดรมโลก – Down Syndrome Expo 2026 มหกรรมพลังสังคมเพื่อคนดาวน์ซินโดรม” เนื่องในโอกาส วันที่ 21 มีนาคม วันดาวน์ซินโดรมโลก (World Down Syndrome Day) ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันแห่งการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับบุคคลผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมทั่วโลก งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด
“Social Power x Social Startup for Down Syndrome” พร้อมเชื่อมโยงกับธีมระดับโลกปี 2026
“Together Against Loneliness – รวมพลัง ไม่ทิ้งใครไว้ลำพัง”
เพื่อประกาศให้สังคมไทยเห็นอย่างชัดเจนว่า “การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนดาวน์ซินโดรม คือภารกิจของทั้งสังคม”

มหกรรมครั้งแรกของประเทศไทย ที่รวมพลังทุกภาคส่วน
Down Syndrome Expo 2026 ถือเป็น งานมหกรรมที่ใหญ่ที่สุดและครบถ้วนที่สุดในประเทศไทย
ที่รวมพลังของ
 ภาครัฐ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
 ภาคเอกชนและบริษัทจ้างงานมาตรา 33 และ 35
 ครอบครัวดาวน์ซินโดรมจากทั่วประเทศ
เพื่อร่วมกันสร้าง “โมเดลการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน” ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย

ภายในงานประกอบด้วย 5 โซนหลัก ที่สะท้อนการทำงานร่วมกันของทั้งสังคม ได้แก่

  1. โซนกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
    กลไกสำคัญระดับนโยบาย ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม
  2. โซนบริษัทจ้างงานและองค์กรเอกชน
    แสดงพลังของภาคธุรกิจที่ร่วมสร้างโอกาสการจ้างงานอย่างยั่งยืน
  3. โซน 21/3 Extra STUDIO
    พื้นที่แสดงศักยภาพด้านศิลปะของบุคคลดาวน์ซินโดรมในระดับมืออาชีพ
  4. โซน 21/3 Extra Café
    โมเดล Social Startup ต้นแบบ ที่แสดงให้เห็นว่าคนดาวน์ซินโดรมสามารถทำงานได้จริง
  5. โซนผลิตภัณฑ์จากครอบครัวทั่วประเทศ
    สะท้อนพลังของครอบครัวที่ร่วมสร้างโอกาสและรายได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรมไฮไลต์
 ขบวนพาเหรดดาวน์ซินโดรมกว่า 500 คน สร้างพลังการเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่
 เวทีเสวนาจากภาครัฐ เอกชน และครอบครัว
 การแสดงศิลปะ ดนตรี และความสามารถจากบุคคลดาวน์ซินโดรม

พลังของสังคม เพื่อไม่ให้ใครต้องอยู่ลำพัง งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดนิทรรศการ แต่คือการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะในความเป็นจริงบุคคลผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม ไม่สามารถดำรงชีวิตได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยระบบสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
Down Syndrome Expo 2026 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง
“สังคมที่เข้าใจ ยอมรับ และสร้างโอกาสอย่างแท้จริง”

ขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เท่าเทียม
เพราะ
“การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เริ่มต้นจากการที่เราทุกคนลุกขึ้นมาร่วมกัน”

รายละเอียดการจัดงาน
 วันที่ 19 – 22 มีนาคม 2569
 สถานที่: ลานลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปินเกล้า

.

ชูตลาด “THE MOONLIGHT PAKNAM”แลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ปลูกศก.ชุมชน

นายถนอมศักดิ์ สระแก้ว ประธาน บริษัท เดอะ เฟิรส์ทครีเอชั่น (999) จำกัด ผู้บริหาร The Moonlight Paknam  กล่าวว่า วันนี้ เป็นการรวมตัวของชาว2ล้อ Harley-Davidson ของจังหวัดสมุทรปราการ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่มาเจอกัน และรวมตัวกันที่ตลาด THE MOONLIGHT PAKNAMหน้าห้างโรบินสันสมุทรปราการ ซึ่งจะมีปาร์ตี้เล็กๆ และมี มินิคอนเสิร์ต

 โดยชาว 2 ล้อ ก็จะมีกิจกรรมทำบุญ ทำทาน กันก่อนที่จะจัดกิจกรรม เรามีวันนี้เราก็แบ่งปันกันไป ทุกอย่างที่ทำเราถือสังคมเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้ชาวชาว2ล้อ Harley-Davidson ได้มารวมตัวกัน100-200 คัน  รถสองล้อที่นำมาวิ่งในวันนี้มีตั้งแต่ราคาหลักแสนและหลักหลายล้านให้ทุกคนลองมาสัมผัสดูได้

โดยในวันนี้กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Harley Davidson ได้จัด ขบวนพาเหรด Harley Davidson กว่า 100 – 200 คัน ที่จะรวมตัวกันสร้างปรากฏการณ์ขบวนรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยขบวนจะวิ่งผ่านเส้นทางสำคัญจาก ปั๊มศรีนครินทร์ มุ่งหน้าสู่ Robinson Lifestyle สมุทรปราการ ระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยากในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

นายถนอมศักดิ์ สระแก้ว ประธาน บริษัท เดอะ เฟิรส์ทครีเอชั่น (999) จำกัด ผู้บริหาร The Moonlight Paknam  ยังได้กล่าวอีกว่า “เราต้องการให้ The Moonlight Paknam เป็นพื้นที่ที่รวมคนที่มี Passion เดียวกัน ทั้งสาย Biker ดนตรี และไลฟ์สไตล์ ให้มาเจอกันและสร้าง Community ดี ๆ ในสมุทรปราการ” เพื่อสร้างแลนด์มาร์คไลฟ์สไตล์ใหม่ที่ The Moonlight Paknam สมุทรปราการ ด้วยการจัดงานรวมพลของกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ Harley Davidson ครั้งใหญ่

ภายใต้ชื่อ “Samutprakan Rider’s Soul Meeting Party Under the Moonlight ” เพื่อเปิดตัวพื้นที่กิจกรรมไลฟ์สไตล์ใหม่ The Moonlight Paknam @ Robinson Lifestyle สมุทรปราการ ซึ่งจะเป็นจุดรวมตัวของชุมชนไบค์เกอร์ ดนตรี และวัฒนธรรมวินเทจเพื่อสร้างบรรยากาศและความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาจับจ่ายสินค้าในตลาดอีกด้วย

สมุทรปราการ/ สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์

.

ทลายเครือข่ายยานรกข้ามชาติ “Mugwajang”หนีกบดานวิลล่าหรูภูเก็ต

ตอกย้ำความสำเร็จของการบูรณาการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ภายใต้เจตนารมณ์ของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ไทยสนธิกำลังทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ บุกรวบตัวเอเย่นต์ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับแดงของตำรวจสากล (INTERPOL RED NOTICE) คาบ้านเช่าหรูหรากลางเมืองภูเก็ต พร้อมยึดของกลางยาเสพติด แฉพฤติกรรมใช้ไทยเป็นฐานสั่งการผ่าน Telegram จ้างคนซุกยาข้ามประเทศ

ปฏิบัติการตลบหลังอาชญากรครั้งนี้ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงจากการบูรณาการข่าวกรองระหว่างประเทศ และเป็นผลสำเร็จจากความร่วมมือด้านข้อมูลข่าวกรองขั้นสูงสุดระหว่างทางการไทยและเกาหลีใต้ โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานข้อมูลเชิงลึกจาก 3 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับสูงของสาธารณรัฐเกาหลี ได้แก่  สำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS), สำนักงานอัยการสูงสุดเกาหลี (SPO) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (KNPA) แจ้งเบาะแสสำคัญว่า Mr.Kim นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของศาลแขวงอึยจองบู และมีหมายจับแดงจากตำรวจสากล (INTERPOL) ได้ลักลอบเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งกบดาน

ภายใต้การสั่งการของนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ได้นำข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวมาสืบสวนต่อยอด ก่อนระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดภูเก็ต (นปส.ภูเก็ต) เข้าจับกุม Mr.Kim พร้อมพรรคพวกชาวเกาหลีใต้ ได้ที่บ้านเช่าหรูในจังหวัดภูเก็ต โดยพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวตั้งแต่ 18 ธ.ค. 2566 พร้อมยึดของกลาง ได้แก่ เคตามีน 300 กรัม, ไอซ์ 100 กรัม, คอมพิวเตอร์, เครื่องซีลสูญญากาศ, อุปกรณ์การเสพ รวมไปถึงทรัพย์สินแบรนด์เนมอีกหลายรายการ

จากการสืบสวนพบว่า Mr.Kim ใช้ไทยเป็นฐานที่มั่น นั่งแท่นเป็นแอดมินกลุ่ม Telegram ชื่อ “Mugwajang” เพื่อชักชวน “ผู้รับจ้างขน” โดยออกค่าตั๋วเครื่องบินให้เดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิ และไปรับยาเสพติดที่จ.ภูเก็ตหรือพัทยา ก่อนใช้วิธี “ซุกซ่อนยาเสพติดผูกติดกับอวัยวะเพศ” บินกลับไปยังสนามบินอินชอน ซึ่งพบประวัติการลักลอบขนไอซ์ไปแล้วกว่า 2 กิโลกรัม และเคตามีนกว่า 1.6 กิโลกรัม

โดยความร่วมมือระหว่างประเทศยังครอบคลุมไปถึงการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้ ช่อง YouTube สืบสวนชื่อ “Crimenet” ได้แฉว่าบัญชี Telegram ชื่อ ‘Villian’ คือตัว Mr.Kim แต่มีผู้ส่งอีเมลอ้างเป็นภรรยามาขู่ให้ลบคลิป โดยอ้างว่าสามีจำคุกอยู่ที่เกาหลี

หลังการจับกุม ป.ป.ส. ได้ส่ง “ไฟล์เสียงบันทึกการสอบปากคำเบื้องต้น” ของ Mr.Kim ส่งไปยังห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่เกาหลีใต้ เพื่อตรวจเทียบเคียงกับเสียงของ ‘Villian’ ซึ่งผลตรวจยืนยันชัดเจนว่าเป็น “บุคคลเดียวกัน” สอดคล้องกับTelegram ช่อง “Mugwajang”บัญชี ‘Villian’ ที่หยุดความเคลื่อนไหวลงทันทีที่ Mr.Kim ถูกทางการไทยรวบตัว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไทยได้แจ้งข้อหา Mr.Kim ในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) และประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay 733 วัน)

ทั้งนี้ ทางการไทยและเกาหลีใต้จะยังคงเดินหน้าแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อขยายผลยึดทรัพย์และทลายเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออย่างเด็ดขาดต่อไป

สลด!สาวฟิลิปปินส์หิ้วศพทารกทิ้งในห้องเก็บของ ภายในห้างดังย่านสุขุมวิท

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ แถลงผลการจับกุม นางสาวโจเวลิน คานิโน คาร์ดีเนเต (MISS JOVELYN CANINO CARDIENETE) อายุ 25 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ในข้อหาซ่อนเร้นหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย และกระทำการใดๆ แก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพเปลี่ยนแปลงไปโดยทุจริต ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแกะรอยจนสามารถควบคุมตัวได้ที่สถานีขนส่งกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมหลักฐานสำคัญเป็นร่องรอยคราบเลือดที่ปรากฏบนเครื่องแต่งกายขณะเตรียมหลบหนี

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพบศพทารกถูกทิ้งไว้ภายในห้องน้ำหญิง ชั้น G ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสุขุมวิท 24 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบศพทารกเพศชายบรรจุอยู่ในถุงขยะสีดำวางทิ้งไว้ภายในห้องเก็บของข้างห้องน้ำ โดยพนักงานทำความสะอาดสังเกตพบถุงพลาสติกที่มีน้ำหนักผิดปกติภายในถังขยะ จึงนำออกมาตรวจสอบจนพบร่างทารกและรีบประสานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต่อมาได้มีการกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวนเข้าดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบหญิงชาวต่างชาติต้องสงสัยเข้าใช้บริการห้องน้ำพร้อมสัมภาระจำนวนมาก ก่อนจะเดินทางด้วยรถโดยสารไปยังสถานีขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงติดตามเข้าจับกุมและนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อตรวจวินิจฉัย ซึ่งเบื้องต้นแพทย์ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งผ่านภาวะการคลอดบุตรและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลทันทีเนื่องจากมีบาดแผลจากการคลอด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม รวมถึงผลชันสูตรพลิกศพทารกอย่างละเอียดจากนิติเวช เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มเสพยาคลั่งขับ 6 ล้อแหกด่านเบียด จยย.ตำรวจขณะไล่ล่าพลีชีพ 1 สาหัส 1

ตำรวจตามรวบแล้วโชเฟอร์ 6 ล้อ เสพยาบ้าคลั่ง ซิ่งแหกด่าน เบียด จยย.สายตรวจชนเสาไฟ ส.ต.ท. พลีชีพ-ด.ต. บาดเจ็บสาหัส

พล.ต.ต.ธีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ธัญบุรี และ สภ.ลำลูกกา ร่วมแถลงผลการจับกุมตัว นายสุพจน์ หรือ “เล็ก” อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี หลังก่อเหตุขับรถบรรทุกเบียดรถจักรยานยนต์สายตรวจ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ติดตามรถต้องสงสัย

จากกรณีเกิดเหตุการณ์สลดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. ขณะที่ ด.ต.โกวิทย์ ใจจริง และ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ธัญบุรี กำลังตั้งจุดสกัดบริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ฝั่งตะวันตก
ได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 40-0904 ปทุมธานี ขับเข้ามาด้วยท่าทางมีพิรุธ เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น คนร้ายกลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายจึงขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด

ระหว่างการไล่ล่า คนร้ายได้ใช้วิธี “เบรกกะทันหัน” เพื่อให้รถจักรยานยนต์ชนท้าย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่หลบพ้น คนร้ายได้หักพวงมาลัยขวาเบียดรถจักรยานยนต์อย่างแรง จนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง เป็นเหตุให้ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ (ผู้นั่งซ้อนท้าย) เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วน ด.ต.โกวิทย์ ได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบที่กบดาน และนำกำลังบุกรวบตัวนายสุพจน์ได้ที่บ้านพักคนงานใน ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา แม้ผู้ต้องหาจะพยายามขัดขืนการจับกุมก็ตาม

จากการตรวจค้นภายในรถบรรทุก พบหลักฐานสำคัญคือ กระป๋องแอลกอฮอล์ที่เปิดดื่มแล้ว และ อุปกรณ์การเสพยาเสพติด ซุกซ่อนอยู่บริเวณที่บังแดด ผลการตรวจปัสสาวะยืนยันพบสารเสพติด ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ 2-3 เม็ด และเคยเข้ารับการบำบัดมาแล้ว

ต่อมาแจ้งข้อหาหนัก “ฆ่าเจ้าพนักงาน” เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนักตามหมายจับและข้อหาเพิ่มเติมฆ่าเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อสู้และขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลัง ทำให้เสียทรัพย์ เสพยาเสพติดและดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ

แม้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาจะยังคงให้การปฏิเสธในบางข้อกล่าวหา แต่ทางตำรวจยืนยันมีพยานหลักฐานแน่นหนา และจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและให้เกียรติแก่เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่