ตม.1สนธิกำลัง ป.ป.ส.จับพ่อค้ายาข้ามชาติหนีหมายจับตำรวจสากล

ตม.1ร่วม ป.ป.ส. ปิดเกมพ่อค้ายาข้ามชาติผิวสี หนีหมายจับตำรวจสากล ลอบส่งยาเสพติดเกือบ 20 กิโล ขายในเกาหลีใต้ บุกค้นห้องพบยาเสพติด พ่วงอาวุธปืน 3 กระบอก กระสุนเกือบร้อยนัด อ้างปืนมีเพื่อนคนไทยมาจำนำส่วนยาเสพติดมีเพื่อนมาเสพแล้วลืมเอากลับ

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.   พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน รอง ผบก.ตม.1 ,พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1

มอบหมายชุดปฏิบัติ นำโดยพ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 นายอนุสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ ณ อยุธยา ,น.ส.พิชญา มณีนิล ,น.ส.สุธินี เตชาวงศ์ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

จับกุมนายเอมมานูเอล อายุ40ปี ชาวแคเมอรูนตามหมายจับตำรวจสากล ในฐานะพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลอบส่งยาเสพติดน้ำหนัก 19 กก. ผ่านบริษัทขนส่งไปจำหน่ายในเกาหลีใต้ หลบหนีหมายจับโดยซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครชั้นในมาเป็นเวลากว่า 1 ปีจับได้ที่ ริมถนนเพชรบุรี ใกล้โรงแรมแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เบื้องต้นนั้น นายเอมมานูเอลฯ  สามารถพูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว รับแต่โดยดี  อยู่ในเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2559  จากการตรวจค้นห้องพัก พบอุปกรณ์เสพยา บริเวณชั้นวางทีวี  ปืน 9 มม. 1 กระบอก มีเลขทะเบียนซ่อนอยู่ในซองหนังพกใน พบปืนแบลงค์กันดัดแปลงลำกล้อง พร้อมชุดลั่นไกมีเข็มแทงชนวน อีก 2 กระบอกพร้อมแม็กกาซีนดัดแปลง กระสุนปืนขนาด 9 มม., 11 มม. และ  .22 นิ้ว รวมเกือบ 80 นัด  มีทั้งที่บรรจุในแม็กกาซีนขึ้นลำพร้อมใช้ และซุกซ่อนตามจุดต่างๆในห้องพัก

นอกจากนี้ในกระเป๋าและถุงต่างๆที่อยู่ภายในห้องเจ้าหน้าที่ยังพบ เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนัก 2 กรัมเศษ ยาอีหรือ ๓,๔ เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 1 กรัม เมทแอมเฟตามีนสีเขียวมิ้นอีก  1 เม็ด

นายเอมมานูเอลฯ ให้การอ้างว่า ปืนที่พบไม่ใช่อาวุธปืนของตน  เป็นของเพื่อนคนไทยี่ได้มาจำนำไว้  ส่วนยาเสพติดนั้นไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นของเพื่อนคนไทยอีกกลุ่มที่เข้ามาใช้ห้องของตนเป็นสถานที่มั่วสุมเสพยา และลืมนำกลับไปด้วย

ชุดจับกุมจึงได้พาตัวนายเอมมานูเอลฯ ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดโดยละเอียดที่โรงพยาบาลผลการตรวจสอบพบว่าผลเป็นบวก(Positive) พบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะของผู้ถูกจับ ซึ่งผู้ถูกจับยอมรับว่าตนเคยเสพยาไอซ์จริง แต่ไม่ได้เสพมา 1 วันแล้ว

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับว่า “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์)” และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบแล้ว โดย ผู้ถูกจับสามารถรับฟังภาษาไทยได้เป็นอย่างดี ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มชักมีดแทงอริโดนยิงสวนดับหน้าแฟลตคลองจั่น

หนุ่มชักมีดเดินเข้ามาแทง โดนปืนยิงสวนดับ หน้าแฟลตคลองจั่น ตำรวจสืบสวนตามรวบมือปืนบาดเจ็บที่ รพ.พญาไท นวมินทร์

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.68 ร.ต.ท.ภานุวัตน์ ไทยใหม่ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุชายถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต บริเวณฝั่งตรงข้ามแฟลตคลองจั่น 10  ซอยเสรีไทย 7 แยก 6 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.สรายุทธ์  จิตบุญ รอง ผกก.ป.และสายตรวจสน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ 191 กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้านขายกระท่อม พบผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อนายกุลพงศ์ อินจ้อย อายุ 26 ปีสภาพสวมเสื้อแขนยาวสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิง 2 นัดเข้าลำคอและขาทะลุด้านหลัง นอนตะแคงจมกองเลือดอยู่พื้นถนน และมีอาวุธมีดพกปลายแหลม 1 เล่มตกอยู่ จึงเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามเจ้าของร้านขายกระท่อม พยานให้การว่า ตนได้เห็นนายกุลพงศ์ ผู้เสียชีวิตเดินวนไปมาบริเวณหน้าร้านอยู่หลายรอบหลังจากนั้นผู้เสียชีวิตได้เดินเข้ามาภายในร้าน โดยมือขวาถืออาวุธมีดมาเพื่อแทงนายไกรวี ผู้ก่อเหตุที่นั่งอยู่บริเวณหน้าร้าน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ผลักผู้เสียชีวิตออกไป และใช้อาวุธปืนยิงขู่ไป 1 นัดแต่ไม่ทราบว่าโดนผู้เสียชีวิตหรือไม่ จากนั้นผู้เสียชีวิตได้เดินเอากล่องโฟมสีขาวบังตัวเพื่อเดินเข้ามาทำร้ายผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงได้ยิงสวนไปอีก 1 นัดทำให้ได้รับบาดเจ็บและล้มลงกองพื้นเสียชีวิต

ส่วนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ ญาติจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากโดนอาวุธมีดแทง ส่วนสาเหตุคาดว่าก่อนหน้านี้นายกุลพงศ์ ผู้เสียชีวิตถูกตำรวจจับและออกมาประมาณ 1 อาทิตย์ เมื่อนายไกรวี เจอกับผู้เสียชีวิตจึงถามว่าออกมาแล้วใช่ไหม จึงอาจทำให้ผู้เสียชีวิตไม่พอใจและลงมือก่อเหตุ ก่อนโดนปืนยิงจนเสียชีวิต

เบื้องต้น พ.ต.อ.ธนาพันธ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ พบนายไกรวี อรุณวงศ์ อายุ 33 ปีผู้ก่อเหตุ สภาพมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าใบหน้าและลำตัว แพทย์อยู่ระหว่างผ่าตัดรักษาอาการ จึงควบคุมตัวไว้สอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

“เคียงข้างทุกวิกฤต” ซีพีเอฟ เร่งช่วยชาวท่าเรือ อยุธยา สู้ภัยน้ำท่วม

เขื่อนป่าสักน้ำเกินระดับกักเก็บ ทำให้เขื่อนพระรามหก ต้องเร่งเพิ่มการระบายน้ำต่อเนื่อง ชาวชุมชนวัดสะตือ อ.ท่าเรือ จึงเร่งขนสิ่งของขึ้นที่สูงพร้อมสำหรับการอพยพมาพักอาศัยภายในวัดสะตือ ซึ่งขณะนี้ ได้ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอท่าเรือ1

ศูนย์ฯ แห่งนี้จัดตั้งขึ้นภายใต้การบริหารงานของ นายนพรัตน์ ศรีพรหม นายอำเภอท่าเรือ เพื่อบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทุกองค์กรในเขตอำเภอท่าเรือ ในการประสานงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอท่าเรือ 5 ตำบล ได้แก่ ต.ท่าเรือ ต.ท่าหลวง ต.จำปา ต.หนองขนาก และ ต.ท่าเจ้าสนุก ทั้งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ตั้งเต็นท์ที่พักอาศัยชั่วคราว พร้อมจัดจุดรักษาพยาบาล และจัดเวรยาม ตลอดจนการช่วยขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง มอบยารักษาโรคที่มากับน้ำท่วม เป็นศูนย์รวมอาหารและน้ำดื่มที่มีผู้นำมามอบให้ไม่ขาดสาย โดยพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม สามารถเข้ารับบริการได้ฟรี

จิตอาสาซีพีเอฟ โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกท่าเรือ ในฐานะสมาชิกของชุมชน เล็งเห็นถึงความยากลำบากของชาวท่าเรือ พร้อม “อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” เร่งนำเครื่องอุปโภคบริโภค ทั้งน้ำดื่ม CP และข้าวสาร ไปมอบผ่านนายอำเภอท่าเรือ เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน นายจิระ คงเขียว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ นำพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ ส่งมอบน้ำดื่ม CP และข้าวสารตราฉัตร รวมถึงยาสามัญประจำบ้านและยากันยุงที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้กับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก ที่ปริมาณน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพี่น้องชาวตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเบื้องต้น จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

#ชาวท่าเรือไม่ทิ้งกัน #ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต #CPF #ซีพีเอฟ

อิทธิพลพายุ “บัวลอย”ฝนตกหนักท่วมอำเภอนาดี-ประจันตคาม เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ปราจีนบุรี– พิษพายุโซนร้อนบัวลอยท่วม 2 อำเภอน้ำลดระดับเกือบปกติเหลือเฉพาะที่ลุ่มต่ำติดแควสโมง ลดระดับเอ่อท่วมเฉพาะด้านท้ายชุมชนตลาดเก่า 100 ปีหรือเฉพาะฝั่งท่าเรือเก่าติดต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีที่ลุ่มต่ำที่สุด ขณะทางเขื่อนเก็บน้ำนฤบดินทร์จินดา หรอห้วยสโมงระบายน้ำเพิ่มจากเดิม 2.9 ล้าน ลบ.ม./วัน เนื่องจากน้ำในอ่างระดับสูงถึง 94 เปอร์เซนต์ อยู่เกินเกณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีความคืบหน้าจากกรณีพายุโซนร้อน “บัวลอย” ส่งผลให้น้ำท่วมใน 2อำเภอ อำเภอนาดี อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะบริเวณ ต.แก่งดินสอ และ หมู่ 4 บ้านบุกล้วย ในอำเภอนาดี มีน้ำท่วมสูงกว่า 1.20 เมตร และท่วมถนนหลายเส้นทาง ตามรายละเอียดที่นำเสนอแล้วก่อนหน้านี้  นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด    นางมาละนี  จินดารัตน์ หัวหน้า ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า   กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้การอำนวยการของนายวีระพันธ์  ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี/ผู้อำนวยการจังหวัด ได้ติดตามสถานการณ์วาตภัย จากอิทธิพลพายุ “บัวลอย” ทำให้เกิดฝนตกหนัก และมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน พืชผลทางการเกษตร เส้นทางคมนาคม ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เบื้องต้น จำนวน 2 อำเภอ 4 ตำบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 182 ครัวเรือน ดังนี้   อำเภอนาดี ( 1 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 44 ครัวเรือน)  แอละ  อำเภอประจันตคาม ( 3 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 138 ครัวเรือน)

สถานการณ์พบคลี่คลายลดระดับลง และเข้าสู่ภาวะปกติและเหลือเพียงที่ลุ่มต่ำติดแควสโมงบางส่วน    อำเภอนาดี และอำเภอประจันตคาม บูรณาการร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในพื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของ พร้อมนำรถบรรทุกน้ำเพื่อฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ขณะเดียวกันกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ได้เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ทุกระยะ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ได้เตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ (เคลื่อนที่เร็ว) พร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้อย่างทันท่วงที

จากการลงพื้นที่พร้อมด้วยนายบุญช่วย ไชยมูล หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ , นายสมใจ  พุทธเสนา นอภ.นาดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแก่งดินสอ ( อบต.) , พื้นที่หมู่ 4 บ้านบุกล้วย ต.แก่งดินสอ  จากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติน้ำหลาก ทำให้เกิดน้ำท่วมสะพานการสัญจรไม่ได้และน้ำท่วมบ้านเรือนได้รับการเสียหายนั้น   ขณะนี้สถานการณ์ปกติแล้ว ในการใช้รถใช้ถนน และกำลัง ซ่อมเปลี่ยนเดินท่อ PVCประปาใหม่ บนสะพานเพราะน้ำพัดเสียหายส่วนผู้ได้รับความเดือดร้อนก็ขัดล้างทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อเข้าอยู่อาศัย ต่อไป

และ สำรวจพื้นที่ติดตั้งสะพานเบลีย์ร่วมกับ ทีมวิศวกร จากศูนย์ ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านทับไทร เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรชั่วคราว ให้กับชาวบ้านที่ประสบปัญหา น้ำท่วมเส้นทางไม่สามารถสัญจรได้   โดยได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการวางสะพานเพื่อความปลอดภัย และให้ประชาชนสามารถสัญจรใช้ชีวิตได้ตามปกติ

พร้อมกับสำรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า100 ปีเทศบาลตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี   ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีในห้วงนี้   โดยได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนในชุมชนรับทราบข้อมูลและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและเฝ้าระวังในพื้นที่   นางมาละนี  กล่าว

ด้านนายวิเชียร  เหลืองอ่อน  ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา กล่าวว่า  สถานการณ์น้ำในเขื่อนนฤบดินทรจินดา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี  ตอนนี้อยู่ในระดับ 94 เปอร์เซ็นต์  หรือราว 277  ล้าน ลบ.เมตร  (ความจุกักเก็บ 295 ล้าน ลบ.ม.)  ตอนนี้น้ำใกล้เต็ม   สถานการณ์ด้านท้ายน้ำดีขึ้น  จะเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย  (ระบายน้ำ 2.9 ล้าน ลบม.)  ที่ผ่านมาระบาย 2 ล้าน ลบ.ม. ด้วยภาวะฝนตกหนักท้ายอ่าง ฯและในอ่างฯปริมาณสูงจนน้ำท่วมบ้านเรือนได้รับผลกระทบดังกล่าว    ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นเนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมนั้นเป็นที่สูงน้ำระบายลงแควสโมงผ่านลงแควหนุมานลงสู่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี   ตอนนี้ระบายน้ำ 2.9 ล้าน ลบม.เพราะว่าฝนตกในอ่างมากปริมาณน้ำในอ่างเกินเกณฑ์ควบคุมมาตลอด นายวิเชียร  กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป  จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี(บางปะกง) เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ที่เกิดจากแควหนุมานที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี มารวมบรรจบกับแควพระปรงที่มวลน้ำไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว รวมบรรจบกันเป็นต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี(บางปะกง) พบน้ำเพิ่มขึ้นในปริมาณสูงเนื่องจากรองรับน้ำป่าทั้งจาก อ.นาดี และน้ำป่าจาก จ.สระแก้วที่ถูกน้ำท่วม

ที่ด้านท้ายตลาดชุมชนตลาดเก่า 100 ปี หรือ เรียกว่าท่าเรือเก่าในอดีตที่ลุ่มต่ำที่สุดและตั้งติดใกล้ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีที่สุดน้ำได้เอ่อล้นตลิ่งท่วมเฉพาะฝั่งด้านท่าเรือเก่าระดับน้ำท่วม กว่า30- 40 ซม. มีบางส่วนกำลังเริ่มไหลลาดผ่านผิวถนนและผ่านท่อระบายน้ำเริ่มเข้าสู่ชุมชนแล้วเล็กน้อย

พบประชาชนในชุมชนฯยังคงใช่ชีวิตตามปกติ โดยก่อนหน้าเมื่อต้นเดือน ก.ย.น้ำได้เอ่อท่วมมาแล้วครั้งหนึ่ง   ทางเทศบาลฯได้ประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ตามที่ทางปภ.และ จังหวัดแจ้งเตือน

นางชญาพร คำถาวร ชาวชุมชนตลาดเก่ากล่าวว่า น้ำได้เอ่อท่วมท่วมบ้านของตนมานานแล้วเนื่องจากบ้านของตนอยู่ติดกับริมแม่น้ำ หรือท่าเรือเก่า   และได้เก็บข้าวของไว้ก่อนแล้ว ซึ่งชุมชนตลาดเก่าเทศบาลตำบลกบินทร์น้ำท่วมทุกปีน้ำจากทางต้นแม่น้ำมันยังเยอะขณะนี้น้ำยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเฉลี่ย 2 ซม./ชม.   น้ำท่วมแช่ฝั่งท้ายตลาดหรือท่าเรือเก่าอยู่อย่างนี้เป็นเดือนแล้วค่ะ

โดย…มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์–ภาณุวัฒน์ พันธ์สาย-ภาพ/ปราจีนบุรี###

ครม.เศรษฐกิจ เคาะ ‘คนละครึ่ง’ เข้า ครม.สัปดาห์หน้า

นายกรัฐมนตรี   ประกาศ  เริ่ม นับ 1 ทำงานเต็มรูปแบบ สั่ง รมต.ลุยพื้นที่  นัด ประชุม  ครม.เศรษฐกิจทุกวันจันทร์ เคาะ ‘คนละครึ่ง’ เข้า ครม.สัปดาห์หน้า ก่อนให้ ปชช.ลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือน ตุลาคม 2568 นี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเริ่มการทำงานของคณะรัฐมนตรีอย่างเต็มรูปแบบเป็นวันแรกหลังแถลงนโยบาย โดยได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นการลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมเปิดเผยไทม์ไลน์โครงการ “คนละครึ่ง” ว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) ในสัปดาห์หน้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเริ่มจัดประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในช่วงบ่ายของทุกวันจันทร์ภายใน 2 สัปดาห์นี้ สำหรับภารกิจเร่งด่วนคือการอนุมัติงบประมาณเพื่อชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกร และการพิจารณามาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนในการประชุม ครม. ครั้งถัดไป

ส่วนความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าได้เตรียมงบประมาณปี 2569 ไว้แล้ว โดยคาดว่าหลักการของโครงการจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า และจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือนตุลาคม 2568 นี้ เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในรัฐบาลที่มีอายุ 4 เดือน นายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลมีความชัดเจนด้านนโยบายการลงทุน และพร้อมรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ ในทุกมิติ

เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเข้มชาบ้านเข้าหาเห็ดป้องซ้ำรอยช้างทำร้าย

อุทัยธานี- จนท.เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งคุมเข้มหวั่นซ้ำรอยช้างป่าทำร้าย-พลัดหลง เตือนชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ด ให้อยู่ในขอบเขตป่าชุมชน

เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งติดกับเขตป่าชุมชนของหมู่บ้านต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้มีชาวบ้านหลายร้อยคน ขี่รถจยย.และขับรถกระบะ เข้ามาหาเห็ดโคน ส่งออกขายในกิโลกรัม 500-600 บาท ในสภาพดอกตูม หากบานหน่อย ราคาก็ลดลงมาถึง 300-400 บาท

โดยชาวบ้านนั้นเดินทางมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า และมีการห่อข้าว นำข้าวต้มมัด น้ำดื่ม มีด อุปกรณ์เข้าป่า บางคนถึงขั้นบนเจ้าที่เจ้าทางก่อนเข้าป่าหาเห็ด บางรายก็ออกจากป่ามาช่วงสายๆ ได้เห็ดออกมาคนละ4-5 โล บางคนก็ได้ 7-10 โล ไปฝากญาติบ้าง ทำเมนูน้ำเห็ด และนำไปแกงทำเมนูอื่นๆ หากเหลือก็จะนำไปขายตามท้องตลาด

ขณะที่นายเชิญ ชัยนา จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่ประจำจุดอยู่หน้าด่านตรวจ เปิดเผยว่า ช่วงหน้านี้เป็นช่วงเห็ดโคนออก และจะมีพื้นที่จำกัดให้กับชาวบ้านได้เข้าไปหาเห็ดโคนในป่าได้ ตามขอบเขตของป่าชุมชน ที่เจ้าหน้าที่ ควบคุมกั้นเขตเอาไว้ ไม่ให้เข้าไปลุกล้ำยังป่าลึก เนื่องจากหวั่นโดนช้างป่าทำร้าย และพลัดหลงกัน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่กี่วัน ได้มีชาวบ้านโดนช้างป่าเหยียบทำร้าย

ทั้งนี้ ก่อนชาวบ้านจะเดินเข้าไปหาเห็ด ต้องผ่านจุดจนท.ห้ามล่าสัตว์ป่า โดยให้มีการลงทะเบียนเซ็นชื่อเข้าเซ็นชื่อออก ตามระเบียบของจนท.และมีเวลาเข้าออกตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึงเวลาประมาณห้าโมงเย็น หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว แล้วไม่พบชาวบ้านออกตามเวลา ก็จะมีการตรวจจับพิกัด ตามหาชาวบ้าน ให้นำพาออกจากเขตป่า พร้อมกับมีการตรวจค้นร่างกาย ว่ามีสิ่งผิดกฎหมายออกมาจากป่าหรือไม่

“ปภังกร” นำสาวไทยร่วมดวลวงสวิง “ลอตเต แชมเปียนชิพ” ที่ฮาวาย

แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์เมเจอร์ นำทัพนักกอล์ฟสาวไทย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล จัสมิน สุวัณณะปุระ “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และ “ว่าน” จารวี บุญจันทร์ ร่วมแข่งขันประชันวงสวิง กอล์ฟแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ “ลอตเต แชมเปียนชิพ พรีเซ็นเต็ด บาย โฮอาคาเล” ที่รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่งวันที่ 1-4 ตุลาคม นี้ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 96.6 ล้านบาท  

แอลพีจีเอ ทัวร์ จัดการแข่งขัน รายการ “ลอตเต แชมเปียนชิพ พรีเซ็นเต็ด บาย โฮอาคาเล” ที่สนามโฮอาคาเล คันทรี คลับ เมืองเอวา บีช เกาะโฮอาฮู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 1-4 ตุลาคม นี้ ชิงเงินรางวัล 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 96.6 ล้านบาท มีนักกอล์ฟร่วมแข่งขันทั้งหมด 120 คน โดยมี คิม อาริม จากเกาหลีใต้ ดีกรีแชมป์เมเจอร์ กลับมาป้องกันแชมป์ของเธอ

สัปดาห์นี้มีนักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขัน 6 คนนำโดย “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์เมเจอร์ นำทัพนักกอล์ฟสาวไทย “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล จัสมิน สุวัณณะปุระ “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ และ “ว่าน” จารวี บุญจันทร์ 

ความเคลื่อนไหวล่าสุด “แพตตี้” ปภังกัง ธวัชธนกิจ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ รวมทั้งแชมป์เมเจอร์ จะเล่นรายการนี้เป็นครั้งแรก ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 16 รายการจบใน 10 อันดับแรก 2 รายการคือ อันดับ 4 ร่วมฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และอันดับ 10 ร่วม ซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพ่น

“เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการจะเล่นครั้งที่ 4 หลังจากจบอันดับ 12 ร่วมปี 2019 แต่ไม่ผ่านตัดตัวในสองครั้งถัดมา ปี 2021 และ 2022 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 20 รายการดีที่สุดจบอันดับ 10 ร่วม ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ เปิดฤดูกาล 

“เปียโน” อาภิชญา ยุบล จะเล่นครั้งที่ 3 หลังจากจบอันดับ 31 ร่วมปี 2023 และอันดับ 20 ร่วมปี 2024 โดยผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 19 รายการ ดีที่สุดจบอันดับ 9 ร่วมที่ประเทศเม็กซิโก

ด้าน จัสมิน สุวัณณะปุระ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 3 รายการจะเล่นครั้งที่ 12 โดยเธอพลาดแค่ครั้งเดียวในปีแรกที่รายการนี้ร่วมแอลพีจีเอ สถิติดีที่สุดอันดับ 33 ร่วมปี 2016 และผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 20 รายการ ดี ที่สุดอันดับ 27 ร่วม แบล็ค เดสเซิร์ต แชมเปียนชิพ เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 

ขณะที่ “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ เล่นทุกครั้งตั้งรายการนี้ร่วมแอลพีจีเอ รวม 12 ครั้งสถิติดีที่สุดอันดับ 23 ร่วมปี 2013 ส่วนผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 13 รายการดีที่สุดอันดับ 14 ร่วมทีมดาว แชมเปียนชิพ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน และ”ว่าน” จารวี บุญจันทร์ จะเล่นครั้งที่ 2 หลังจากจบอันดับ 67 ร่วมเมือปี 2023 ขณะที่ผลงานในทัวร์ปีนี้เล่น 7 รายการ

นักกอล์ฟระดับชั้นนำของโลกดีกรีแชมป์เมเจอร์คนอื่น ๆ ที่ร่วมแข่งขันมีทั้ง เนลลี คอร์ดา  จากสหรัฐ และเพื่อนร่วมชาติ เจนนิเฟอร์ คัพโช อัลลิเซน คอร์พุซ สเตซี ลูอิส และเดเนียล คัง ด้วยฝั่งนักกอล์ฟญ๊่ปุ่ มิยู ยามาชิตะ ยูกะ ซาโสะ และฮินาโกะ ชิบุโนะ ขณะที่เกาหลีใต้ คิม อา-ริม (แชมป์ปีที่แล้ว) เอมี ยาง คิม ฮโย-จู (แชมป์ป๊ 2022) พัค ซอง-ฮยอน ชอน อิน-จี อี ชอง-อึน6 และจี อึน-ฮี นอกจากนี้ยังมี บรู๊ค เฮนเดอร์สัน จากแคนาดา (แชมป์ปี 2018,2019) อันนา นอร์ดควิสต์ จากสวีเดน และโซเฟีย โปปอฟ จากเยอรมัน 

เครดิตภาพ:LPGA/Getty Images

รองผู้ว่าฯศรีสะเกษสั่งจนท.เฝ้าระวังน้ำอ่าง ขุนหาญ–ภูสิงห์ ฉุกเฉินอพยพปชช.ทันที

“สุริยา” รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ตรวจสถนะการน้ำป่าจากพนมดงรัก เกินความจุ สั่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำที่ล้นอ่าง ขุนหาญ–ภูสิงห์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนหนีน้ำทันที่

นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับการมอบหมายจากนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าคณะผู้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยโซนที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในอำเภอภูสิงห์และอำเภอขุนหาญ

จากการสำรวจ พบว่า อ่างเก็บน้ำห้วยตึ๊กชู ความจุกว่า 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำเกินความจุถึง 109 เปอร์เซ็นต์ และ อ่างเก็บน้ำห้วยตาจู ความจุ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็มีน้ำล้นเกิน 101 เปอร์เซ็นต์ โดยทั้งสองอ่างต้องเร่งระบายน้ำต่อเนื่องลงสู่ลำห้วยและแม่น้ำมูล ส่วน อ่างเก็บน้ำหนองสิ ขณะนี้มีปริมาณน้ำร้อยละ 79 ยังอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้

สุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้นายอำเภอทั้งสองพื้นที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบแนวโน้มเสี่ยงน้ำท่วม ให้รีบแจ้งเตือนประชาชนทันที พร้อมสั่งเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักรกลกู้ภัยให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายอำเภอภูสิงห์ นายอำเภอขุนหาญ รวมถึงฝ่ายปกครองและกองอาสารักษาดินแดน ร่วมตรวจสอบสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่าจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมรับมือและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

พ่อเมืองนักพัฒนา “ธวัชชัย ศรีทอง” ขวัญใจคนชลบุรี

หากนึกถึงนักปกครองหนุ่มใหญ่วิสัยทัศน์กว้างไกลในประเทศไทย หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ นายธวัชชัย ศรีทอง ติดทำเนียบด้วยแน่นอน ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่มาดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี” และจะครบเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ ท่านได้สร้างคุณูปการให้กับจังหวัดชลบุรีไว้อย่างมากมาย ทั้งแนวคิดและสรรค์สร้างผลงานที่มีประโยชน์ เป็นรูปธรรมนานัปการ หลายโครงการที่ได้ริเริ่มดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีคนนี้ จนผลงานเป็นที่ประจักษ์

อาทิ ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของจังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการขยายตัวการลงทุนของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของรัฐบาล (EEC) ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ SMEs และวิสาหกิจชุมชน ทำให้ชลบุรีเป็นเมืองสะอาดมีความน่าอยู่ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่เข้ามา การจัดระเบียบสังคมเมืองพัทยา การสร้างบ้านกาชาดให้ผู้ยากไร้ การปรามปรามยาเสพติด ฯลฯ และที่สำคัญเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ ปลื้มปีติ คือที่ได้สนองงานโครงการตามพระบรมราโชบายฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการพัฒนาเกาะสีชังในทุกด้าน

โครงการพัฒนาเกาะสีชังตามพระบรมราโชบายมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมการพัฒนาในทุกๆด้าน จัดหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มเติม สร้างระบบกักเก็บน้ำ และปรับปรุงระบบประปาให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบสำรองพลังงาน และติดตั้งระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน จัดทำโครงการคัดแยกขยะพิษและติดตั้งถังขยะเพื่อความเป็นระเบียบ ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว สร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและส่งเสริมเส้นทางธรรมชาติ เน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์กระรอกขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะสีชัง โครงการนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกาะสีชังเป็นต้นแบบเกาะสีเขียวเป็นแหล่งรายได้ของจังหวัด และเป็นพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ท่านพัฒนาให้ชลบุรีเป็นเมืองที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม ฯลฯ ทำให้ชลบุรีเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงผลงานบางส่วน โดยตลอด 3 ปี ในการทำงานของ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้สร้างคุณประโยชน์อันเอนกอนันต์ต่อจังหวัดชลบุรี เป็นต้นแบบในเรื่องการทำงาน คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจะสืบทอดให้ข้าราชการ รุ่นหลังได้ชื่นชมและยึดถือเป็นตัวอย่างต่อไป และนำความสุข ความอยู่ดีกินดี มาให้กับประชาชนของจังหวัดชลบุรีและประเทศชาติ

นายธวัชชัย ศรีทอง เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตราชการ ผมเติบโตมาด้วยความมุ่งมั่น อุตสาหะ “ผมเป็นคนชลบุรี อย่างน้อยที่สุดผมก็ต้องทำงานให้คนชลบุรี อยากจะปรับปรุงและแก้ไข พัฒนาบ้านเกิดของตัวเองให้มีความน่าอยู่และปลอดภัยมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมีแรงผลักดันและตั้งเป้าหมายในการทำงานไว้คือ ผมจะทำงานโดยไม่เอาเปรียบประชาชน และพร้อมที่จะเข้าใจถึงความลำบากของทุกคน ซึ่งหากเรามีความมุ่งมั่นและจริงใจที่จะทำงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่างานทุกงานที่ลงมือทำไปนั้นจะประสบผลสำเร็จตามที่เรามุ่งหวังอย่างแน่นอน ในฐานะที่เราเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นผู้นำ ต้องใจกล้าเด็ดเดี่ยว ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี คำอบรมสั่งสอนจากครอบครัวเป็นเบ้าหลอมสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้

 

สองล้อติวเข้ม!!! ประเมินความพร้อม”นักปั่นซีเกมส์” แก้จุดอ่อน หวังกวาดทอง

“สองล้อ” ประเมินความพร้อมนักปั่นทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทุกประเภทหลังเก็บตัวมาต่อเนื่อง 10 เดือนเต็ม ระยะเวลาที่เหลือ 2 เดือนเศษจะเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อม โดยนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมแก้ไขจุดบกพร่องของนักกีฬาแต่ละคนเพื่อนำไปสู่ชัยชนะตามเป้าหมายที่วางไว้

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกีฬาจักรยานฯ ดำเนินการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาจักรยานทีมชาติไทยชุดเตรียมสู้ศึกกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ โดยได้ดำเนินการเก็บตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลา 10 เดือน ซึ่งมีการทดสอบสมรรถภาพนักกีฬาทุกประเภท ทั้งประเภทลู่ ประเภทถนน ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ และประเภทเสือภูเขา ตามนโยบายของการกีฬาแห่งประเทศไทย และผลการทดสอบล่าสุดนักปั่นทีมชาติไทยมีสมรรถภาพร่างกายอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

พลเอกเดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ให้ความสำคัญในเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามามีส่วนในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาเป็นอย่างมาก โดยนำทุกศาสตร์เข้ามาเสริม ทั้งด้านการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ด้านโภชนาการ ด้านจิตวิทยา ด้านกายภาพบำบัด ภายใต้การกำกับดูแลและรับผิดชอบของ พลตรี นพ.ภูษิต เฟื่องฟู อุปนายกสมาคมฯ ฝ่ายแพทย์ สำหรับนักกีฬาประเภทถนน และประเภทลู่ระยะกลาง เก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่จังหวัดนครนายก, ประเภทลู่ระยะสั้นเก็บตัวอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี, ประเภทเสือภูเขาเก็บตัวที่จังหวัดชลบุรี และประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เก็บตัวอยู่ที่สวนกีฬากมล เขตหนองจอก กรุงเทพฯ โดยมีการประเมินผลนักกีฬาเป็นระยะ และทางผู้ฝึกสอนได้มีการทดสอบความพร้อมของนักกีฬาแต่ละประเภท มีการหาจุดบกพร่องของนักกีฬาแต่ละคนแล้ววางแผนแก้ไขเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่สมาคมฯ ได้คาดหวังเอาไว้ในซีเกมส์ครั้งนี้ คือ 6-7 เหรียญทอง

“นอกเหนือจากการที่ให้นักกีฬาเก็บตัวฝึกซ้อมตามโปรแกรมแล้ว สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ได้ส่งนักกีฬาไปแข่งขันยังต่างประเทศเป็นระยะ เพื่อให้นักกีฬาได้ทดสอบฝีมือ และได้ประลองกับนักแข่งในอาเซียนก่อนที่จะมาเจอกันในกีฬาซีเกมส์ โดยประเภทถนนชายก็ส่งไปแข่งขันรายการ ทัวร์ ออฟ โพยางเลค 2025 เมื่อวันที่ 15-26 กันยายน ที่ประเทศจีน และรายการ เลอ ทัวร์ เดอ ลังกาวี 2025 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 5 ตุลาคม ประเภทถนนหญิงไปแข่งขันระดับวีเมนส์ เวิลด์ ทัวร์ ที่ประเทศจีน 2 รายการติดต่อกันคือ ทัวร์ ออฟ จงหมิง ไอส์แลนด์ ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม และต่อด้วย ทัวร์ ออฟ กว่างสี ในวันที่ 19 ตุลาคม ส่วนประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ก็จะไปแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน ประเภทเสือภูเขาก็จะส่งไปแข่งขันรายการ “76 อินโดนีเซีย ดาวน์ฮิล” สนามที่ 3 ที่เมืองโกตา บาตู ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม ขณะที่ประเภทลู่ก็ได้ทดสอบฝีมือไปแล้วในรายการ แทร็ก เอเชีย คัพ 2025 เมื่อวันที่ 28-30 สิงหาคม ที่จังหวัดสุพรรณบุรี” พลเอกเดชา กล่าว

ด้าน พ.อ.อ.ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ ผู้ฝึกสอนประเภทถนน กล่าวว่า จากที่ได้รับนโยบายการเตรียมทีมนักกีฬาทางท่านนายกสมาคมฯ ว่าให้ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ให้มากที่สุด ซึ่งมีผลให้นักกีฬามีศักยภาพสูงขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มามีความแตกต่างในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นักกีฬามีความสมบูรณ์มากกว่าเดิม ระยะเวลาที่เหลืออีกประมาณ 2 เดือน ก็จะให้นักกีฬาค่อย ๆ เพิ่มความฟิตแล้วไปสมบูรณ์ 100 % ในช่วงแข่งขันพอดี แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือเรื่องของการบาดเจ็บ การเกิดอุบัติเหตุ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายแล้วการจะหานักกีฬามาทดแทนเป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับประเภทถนน มีชิง 7 เหรียญทอง รายการที่มีความหวังคว้าเหรียญทองมากที่สุดคาดว่าจะเป็นไทม์ไทรอัลบุคคลชาย และไทม์ไทรอัลทีมชาย รองลงไปคือโรดเรซหญิง และไครทีเรียมหญิง โดยมีคู่แข่งสำคัญคืออินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

ส่วน มร.ฮาร์วี่ย์ เครปส์ ผู้ฝึกสอนจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง เปิดเผยว่าสำหรับนักปั่นบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ต่างก็มีพัฒนาการทั้งด้านความแข็งแรง เทคนิค และความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะ “เอ้” ส.ท.โกเมธ สุขประเสริฐ เจ้าของแชมป์บีเอ็มเอ็กซ์เอเชีย 3 สมัย มีสถิติทั้งในยิมและในสนามแข่งขันพัฒนาขึ้นเป็นสถิติดีที่สุด หรือ Personal Best ในทุกมิติ และพร้อมที่จะพิสูจน์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 ในการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น และคว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33

“ทีมบีเอ็มเอ็กซ์ได้นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อ การใช้ระบบโมชั่น เซนเซอร์เพื่อปรับท่าทางการขี่ของนักปั่นให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด  ที่ปรึกษาด้านโภชนาการและจิตวิทยา ไปจนถึงระบบ Brower Timing System ที่สามารถวัดสถิติของนักกีฬาในแต่ละช่วงของสนามแข่งขันเพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงส่วนที่เป็นจุดอ่อน และเสริมจุดแข็งของนักกีฬาได้อย่างตรงจุด สำหรับบีเอ็มเอ็กซ์มีชิง 2 เหรียญทองในรายการบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง กับบีเอ็มเอ็กซ์ไทม์ไทรอัล ซึ่งเรามีโอกาสคว้ามาทั้ง 2 เหรียญทองจากโกเมธ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะมีคู่แข่งสำคัญเป็นนักกีฬาฟิลิปปินส์อดีตรองแชมป์เอเชียปีที่แล้ว” มร.ฮาร์วีย์ กล่าว

ขณะที่ จ.ส.อ.สิทธิชัย เกตุแก้วมณี ผู้ฝึกสอนเสือภูเขา (ดาวน์ฮิล) กล่าวว่า ขณะนี้นักกีฬาสามารถฝึกซ้อมเส้นทางแข่งขันในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี ได้แล้วประมาณ 90 % แต่มีบางช่วงที่ยังต้องทำสะพานกระโดดข้ามถนน แต่ก็ไม่เป็นปัญหาต่อการฝึกซ้อม นอกจากนี้ได้ให้นักกีฬาเล่นเวตเทรนนิ่งตามโปรแกรมที่กำหนดเอาไว้เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และมีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเสริมในทุกด้าน ส่วนความหวังในการคว้าเหรียญทองก็ยังเป็น 2 นักกีฬาตัวหลักคือ อส.ทพ.เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ ดีกรีแชมป์เอเชีย 4 สมัย และ จ.ท.หญิง วิภาวี ดีคาบาเลส แชมป์เอเชีย 9 สมัย โดยมีคู่แข่งสำคัญคือนักกีฬาอินโดนีเซีย 

ทางด้าน ร.ต.อ.อดิศักดิ์ วรรณศรี ผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทลู่ เปิดเผยว่า สำหรับนักกีฬาประเภทลู่มีความฟิตประมาณ 90% ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนแผนการฝึกซ้อมในระยะเวลา 2 เดือนที่เหลือนี้จะเป็นการเสริมด้านพละกำลัง และการเพิ่มความเร็วในการสปรินท์ โดยเฉพาะ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ นักปั่นความหวังเหรียญทองในรายการคีริน ก็มีการพัฒนาดีขึ้นมากหลังจากมีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงนักจิตวิทยามาช่วยปรับสภาพจิตใจ ส่วนนักปั่นระยะกลางหลังจากเสร็จสิ้นแข่งขันประเภทถนนที่ต่างประเทศก็ต้องกลับมาฟื้นฟูสภาพร่างกาย ก่อนจะให้ฝึกซ้อมตามโปรแกรม และค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุดในช่วงแข่งขัน.