INTER EXPRESS LOGISTICS หนุน SMEs ไทย ปลดล็อกทุกข้อจำกัดลุยส่งความสดทั่วไทย

INTER EXPRESS LOGISTICS ประกาศบทบาทใหม่ในฐานะ ‘พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ’ เต็มรูปแบบ พร้อมยกระดับ และขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบ, เจ้าของโรงงานผลิตอาหาร จนถึงผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจประเภทอาหารแช่เย็น-แช่แข็ง ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในฐานะผู้นำด้านการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ INTER EXPRESS LOGISTICS ประกาศเดินหน้าจากผู้ให้บริการขนส่ง สู่การเป็น “พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ” ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารแช่เย็น-แช่แข็งอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อช่วยปลดล็อกทุกข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และขยายโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

คุณอภิวัฒน์ วนารมย์วิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INTER EXPRESS LOGISTICS กล่าวว่า “เรามองว่าการขนส่งไม่ใช่แค่การส่งของ แต่คือการช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารแบบแช่เย็น-แช่แข็งที่ต้องการความแม่นยำและความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ เราจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่า ผู้ให้บริการ แต่เป็นเสมือนคู่คิดทางธุรกิจ ที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า”

​โซลูชันครบวงจร ตอบโจทย์ทุกความต้องการของธุรกิจอาหาร
​ 
INTER EXPRESS LOGISTICS เข้าใจดีว่าความต้องการของธุรกิจ SMEs แต่ละรายมีความแตกต่างกัน รวมถึง เงื่อนไขในการจัดเก็บและการกระจายสินค้า จึงได้ออกแบบโซลูชันการขนส่งที่ยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสม กับลักษณะธุรกิจที่ต้องควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งได้อย่างลงตัว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถลดต้นทุน ด้านการจัดการโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และส่งมอบสินค้าไปถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลา
บริษัทฯ มีบริการหลักที่ตอบโจทย์ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็น Inter Pack / Inter Cool / Inter Foam: บริการขนส่งสินค้าแช่เย็น-แช่แข็ง ที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ Fruit Delivery: บริการขนส่งผัก-ผลไม้แบบทั่วไป Fulfillment Service: บริการคลังสินค้าและบริหารจัดการสต็อกแบบครบวงจร เหมาะสำหรับธุรกิจ E-Commerce และผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดไปทั่วประเทศ

นอกจากการขนส่งที่รวดเร็วและแม่นยำ บริษัทยังมี บริการคลังสินค้าและ Fulfillment Service ช่วยบริหารจัดการสต็อก บรรจุภัณฑ์ และกระจายสินค้าถึงลูกค้าได้ทันเวลา ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการรายเล็ก และรายใหญ่ที่ต้องการ ขยายตลาดไปทั่วประเทศ ภายใต้มาตรฐานและความเชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้

ไม่เพียงแต่มีการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ทุกประเภทสินค้าเท่านั้น บริษัทฯ ยังดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ที่ได้รับการรับรอง จากกรมการขนส่งสินค้าเกษตรและอาหาร ด้วยรถบรรทุกแบบควบคุมอุณหภูมิ (Q Cold Chain) อีกทั้งยังได้รับการรับรองระดับโลกทั้ง ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นมาตรฐานรองรับด้านการจัดการคุณภาพและ GDP มาตรฐานการจัดเก็บและกระจายยาที่ดี เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าที่มีการจัดส่งแบบควบคุมอุณหภูมิทุกชิ้น จะได้รับการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสมตลอดเส้นทาง การันตีคุณภาพถึงมือผู้บริโภคปลายทางอย่างแน่นอน

​สองกรณีศึกษาจาก SMEs สู่ความสำเร็จระดับประเทศ
​ 
ความสำเร็จของ INTER EXPRESS LOGISTICS ถูกสะท้อนผ่านเรื่องราวของ SMEs ที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และเติบโตได้จริง หมูกมล: จากฟาร์มหมูเล็ก ๆ ที่ทายาทรุ่นสองต้องการต่อยอดธุรกิจด้วยการแปรรูป แต่ติดปัญหา การกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ เมื่อได้ร่วมงานกับ INTER EXPRESS LOGISTICS ก็สามารถส่งสินค้าคุณภาพสูงจากโรงงาน ตรงถึงร้านอาหาร และลูกค้าปลายทางได้ทั่วไทย คุณวรวัฒน์ โพธาคณาพงศ์ ผู้บริหารหมูกมลกล่าวว่า “ตั้งแต่ได้ร่วมงานกับ Inter Express เราสามารถขยายช่องทาง การจัดจำหน่ายหมูคุณภาพของเราไปได้ทั่วประเทศ ทำให้แบรนด์ ‘หมูกมล’ เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

หม้อแม่จูน: แบรนด์อาหารทำสดที่มีเมนูอร่อยอย่างแกงไก่และแกงเนื้อ แต่เดิมมีข้อจำกัดในการส่งได้เฉพาะ ในกรุงเทพฯ แต่ด้วยบริการของ INTER EXPRESS LOGISTICS ทำให้สามารถส่งอาหารทำสดใหม่จากครัวกลาง ถึงมือลูกค้าได้ทั่วประเทศ ผู้บริหารหม้อแม่จูนกล่าวว่า “จากเดิมที่เราทำได้แค่ส่งในกรุงเทพฯ ตอนนี้ ‘หม้อแม่จูน’ สามารถส่งความอร่อยไปได้ทั่วประเทศแล้วค่ะ Inter Express ช่วยแก้โจทย์เรื่องการขนส่งอาหารสดให้เราได้อย่างยอดเยี่ยม”​
มากกว่าแค่การขนส่ง แต่คือการสร้างโอกาส

นอกจากโซลูชันที่ครบครันแล้ว INTER EXPRESS LOGISTICS ยังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านแคมเปญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น แคมเปญ “ส่งต่อของดี 4 ภาคทั่วไทย” ที่ช่วยโปรโมทสินค้าท้องถิ่นจากแต่ละภูมิภาค และแคมเปญ “Inter X Partner” ที่ร่วมมือกับลูกค้าในการโปร โมทสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย และสร้างการรับรู้ให้แบรนด์เติบโตไปพร้อมกันด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และทีมงานมืออาชีพ   ที่เข้าใจในธุรกิจ อาหารเป็นอย่างดี INTER EXPRESS LOGISTICS พร้อมแล้วที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

อำนาจเจริญอ่วม!ฝนกระหน่ำนาข้าวจมใต้น้ำเน่าตายกว่า 1.2 หมื่นไร่

อำนาจเจริญ- อิทธิพลพายุบัวลอย กระหน่ำ นาข้าว กว่า 12,000 ไร่ จมใต้น้ำเน่าตายระนาว ชลประทานเร่งระบายน้ำ เพื่อรองรับน้ำทำฝน ที่จะมีมาอีกอย่างต่อเนื่อง

นายกันติสิษฐ์   พนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน อำนาจเจริญ กล่าวว่า อ่างห้วยโพธิ์ตอนบน 06.00น.อ่างห้วยโพธิ์ 170.56 ม.รทก. (-0.01ม.จาก 18.00น.) 29 ก.ย 68 ปิดบาน – ซม.  น้ำฝน 1.2 มม. (วัดจากช่วงเวลา18.00น.- 06.00น.ของวันนี้)อ่างพุทธ 06.00 น. อ่างพุทธ +174.23ม.รทก. (-0.02จาก 18.00น ) 29ก.ย. 68 เปิดบานซ้าย0.15 ซม.(พร่องน้ำ) เปิดบานขวา0.10ซม.(พร่องน้ำ)

น้ำฝน 1.1 มม.วัดจากเวลา(18.00น. – 06.00 น.ของวันนี้)อ่างเก็บน้ำห้วยสีโท  โครงการชลประทานอำนาจเจริญ ระดับน้ำเก็บกัก 177.00  ม.(รนก.) ระดับน้ำสูงสุด 178.11 ม.(รนก.) ระดับหลังทำนบดิน 180.00 ม.(รนก.) ความจุ ที่ (รนก.) 10.600  ล้าน ลบ.ม.รายงาน วันที่ 29 ก.ย. 68 เวลา 06.00 น.ปริมาณฝน 4.1 มม.

ระดับน้ำ 177.11 ม.(รทก.) เพิ่มขึ้น/ลดลง -0.01 ม.เทียบกับเวลา 06.00 น.เมื่อวานนี้ สูง/ต่ำ กว่า (รนก.) +0.11 ม. ความจุ 10.919 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 103.01% อัตราการระบาย (ปิดบาน Lmc – ม. – ลบ.ม./วินาที หรือ – ล้าน ลบ.ม./วัน)(ปิดบาน Rmc – ม. – ลบ.ม./วินาที หรือ  ล้าน ลบ.ม./วัน)(เปิดบานลงลำห้วย 0.30 ม. 1.205 ลบ.ม./วินาที หรือ 0.104 ล้าน ลบ.ม./วัน) (น้ำล้นผ่าน Service Spillway 0.11 ม. / 1.799 ลบ.ม/วินาที หรือ 0.155 ล้านลบ.ม/วัน)มี/ไม่มีผลกะทบ

การดำเนินการ เพื่อระบายน้ำ และเพื่อการเกษตรอ่างร่องน้ำซับ 06.00น.อ่างร่องน้ำซับ+- (-0.01มา.จาก 18.00น.ของเมื่อวาน) 29 ก.ย 68ปิดบาน – ซม.น้ำฝน 2.0 มม. (วัดจากช่วงเวลา 06.00น.- 06.00น.ของวันนี้สถานการณ์น้ำลำน้ำเซบาย บริเวณเขื่อนลำเซบายอำนาจเจริญ บ.สร้างถ่อนอก ต.สร้างถ่อน้อย อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ

-ระดับเก็บกัก +121.00 ม.รทก. 
-ระดับวิกฤต(เริ่มมีผลกระทบ) +123.00 ม.รทก.
-ระดับธรณีบาน +113.00 ม.รทก. 

29 กันยายน 2568
เวลา 06.00 น. 
-ระดับน้ำหน้าเขื่อน +121.18 ม.รทก. เพิ่มขึ้น/ลดลง +0.10 ซม. (เทียบกับ​เวลา 06.00 น.เมื่อวาน)
-ระดับน้ำท้ายเขื่อน +121.18 ม.รทก. เพิ่มขึ้น/ลดลง +0.10 ซม.( เทียบกับเวลา 06.00 น. เมื่อวาน) 
ความจุ​ 12.725 ล้าน​ ลบ.ม.(104.30 %)เมื่อเทียบกับความจุ

 สถานะการระบายน้ำ  เปิดบาน
 ประตูระบายน้ำ = เปิดบาน
บานที่ 1=  แขวนบาน
บานที่ 2=  แขวนบาน
บานที่ 3=  แขวนบาน
บานที่ 4=  แขวนบาน

เปิดบานสูงรวม = แขวนบาน 4 บาน
อัตราการระบาย = 309.310 ลบ.ม./วินาที
หรือ = 26.724 ล้าน ลบ.ม./วัน
– ปริมาณน้ำฝน​ = 11.0 มม.
มีผลกระทบ  อยู่ระหว่างสำรวจ
สถานการณ์  เฝ้าระวัง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก ผู้รายงาน นายครองศักดิ์  สุวรรณมณี  (รก.สบ.1 คป.อำนาจเจริญ)

นายกันติสิษฐ์   พนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน อำนาจเจริญ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ น้ำตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ได้เก็บกับ เต็มพิกัดหมดแล้ว แต่เราก็สามารถพร่องน้ำระบายน้ำ ออกจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ ได้ตามปกติ เพื่อให้เกิดความสมดุล ของอ่างเก็บน้ำ และเตรียมรองรับน้ำที่จะเข้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝนหรือ น้ำที่ ไหลมาสมทบ จากทางด้านเนื้ออ่าง แต่ก็น่าเป็นห่วงก็คือ ทางด้านตอนล่างคืออำเภอหัวตะพาน น้ำตามลำเซบาย จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นสูงแต่ เราก็สามารถรับมือได้ เช่นเดียวกับทางลำห้วยปลาแดก

 เราพยายามจะปล่อย่น้ำให้พอเหมาะ กับคลองส่งน้ำ ไม่มากเกิขนาดจะเกิดน้ำทะลักไหลท่วมบ้านเรือนราษฎรได้เพิ่มขึ้นได้และในช่วงั8บ่าย ของวันที่ผ่านมา และในช่วงกลางคืนยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งตกหนักและ ปานกลาง ในบางพื้นที่อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประชาชน จงอย่าประมาท ให้เฝ้าติดตามการพยากรณ์อากาศจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด ส่วนหน้าข้าวที่ได้รับความเสียหาย โดยสิ้นเชิง ซึ่งเกิดจากน้ำท่วมขังมานานหลายวัน จากการทราบข่าวจากทางเกษตร มีประมาณ 12,000 ไร่ ส่วนที่ท่วมขังอยู่ยังไม่เสียหาย ก็มีเป็นจำนวนมาก เช่นกัน

ภาพข่าว นายทิพกร   หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอำนาจเจริญ    รายงาน

ตระการตา “งานไหลเรือไฟนครพนม” กลางลำน้ำโขง นักท่องเที่ยวไทย-เทศทึ่ง

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม, นางสงวน มะเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีฯ

ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ เพราะบรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อในประเพณีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการบูชารอยพระพุทธบาท, การสักการะท้าวพกาพรหม, การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี และการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา, การขอฝน, การเอาไฟเผาความทุกข์ และการบูชารอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ สื่อถึงความเชื่อที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวงานเทศกาลวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องมาเยือน 

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า กิจกรรมปีนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดนครพนมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ขึ้น ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กันยายน – วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม โดยในปี 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก เพื่อยกระดับเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนนครพนมให้เป็น Restination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน โดยมีกลยุทธ์ “สร้างโลก” ยกระดับเทศกาลระดับประเทศให้เป็นระดับโลก สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของชุมชนในระดับสากล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวชมประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ล้ำค่าของจังหวัดนครพนม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า  ๑ เดียวในโลก

โดยภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ร้านมัจฉากาชาดจังหวัดนครพนม การไหลเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” และเรือไฟรักษ์โลก ตลอดทั้ง 12 วัน ขบวนแห่เรือไฟบกอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง “Nakhon Phanom illuminated Boat Carnival” กิจกรรมตลาดมหาดไทยชวนชิม จุดถ่ายรูป เช็คอิน สวนดอกไม้ และประติมากรรมโคมไฟ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ เวทีลานพนมนาคา กิจกรรมเรือไฟโบราณ ณ บริเวณลานพนมนาคา การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม ประกอบม่านน้ำ ณ บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์ศรี งานมหกรรมไม้ไผ่ ณ บริเวณสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และริมฝั่งโขงถนนสุนทรวิจิตร 

นอกจากนี้สามารถ ชม ชิม ช้อป สินค้า OTOP สินค้าดีราคาถูก จากห้างร้าน โรงงาน อาหารอร่อยจากร้านดัง และชมฟรีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ ตลอดการจัดงาน โดยเฉพาะวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นี้ ตรงกับวันออกพรรษา ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานกิจกรรมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้า ได้แก่ พิธีรำบูชาพระธาตุพนม บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ พิธีการทางศาสนาก่อนไหลเรือไฟ และแห่ปราสาทผึ้ง พิธีไหลเรือไฟโบราณ ณ ลานพนมนาคา และพิธีเปิดงาน “มหกรรมไหลเรือไฟนครพนม” ประจำปี 2568 และงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำและการแสดงโดรนแปลอักษร กว่า 300 ลำ การประกวดเรือไฟของทั้ง 12 อำเภอเป็นการหลอมรวมพลังสร้างสรรค์ พลังศรัทธา สร้างสรรค์ผลงานเรือไฟให้วิจิตรตระการตาเพื่ออวดสายตาและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว

เวลา 19.00 น. ณ ริมฝั่งโขงด้านหน้าสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และ ประชาชน ทำพิธีปล่อยเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ พระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” ความยาวกว่า 70 เมตร และเรือไฟรักษ์โลก 7 ลำ ความยาวกว่า 20 เมตร จากกลุ่มอำเภอในจังหวัดนครพนม และเรือแสดงเอกลักษณ์ประเทศจีน ลาว เวียดนาม เรือไฟจากมหาวิทยาลัยนครพนมและที่ทำการปกครองจังหวัดนครพนม รวมทั้งหมด 9 ลำ โดยจะมีการปล่อยไหลเรือไฟทุกวันตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งชมได้ตลอดริมฝั่งโขง เขตเทศบาลเมืองนครพนม

เวลา 19.30 น. ณ บริเวณหน้าวัดพระอินทร์แปลง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ทำพิธีปล่อยขบวนเรือไฟบกอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง “Nakhon Phanom illuminated Boat Carnival” จำนวน 9 ขบวน พร้อมผู้ร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต ประกอบไปด้วย เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐประชาชนจีน เรือมังกรแห่งปัญญา เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เรือรุ่งอรุณแห่งเวียดนาม เรือไฟเอกลักษณ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรือสายน้ำแห่งมิตรภาพ เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดสกลนคร เรือครามแห่งศรัทธา เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดมุกดาหาร เรือมุกสะพานศิลป์ เรือไฟเอกลักษณ์กลุ่มจังหวัดสนุก จังหวัดนครพนม ได้แก่ เรือศรัทธามหานที เรือสายใยชนเผ่า เรือสายสัมพันธ์วัฒนธรรม และปิดท้ายด้วย เรือไฟขบวนแฟนซีไฟเรืองแสง ม่วนซื่นอีสาน ประดับด้วยแสงไฟ ที่งดงามตระการตาและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๑ เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา”

ในโอกาสนี้ จึงอยากจะเชิญชวนทั้งชาวจังหวัดนครพนม,จังหวัดใกล้เคียง รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมชมงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กันยายน-วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม และอำเภอธาตุพนม จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า ๑ เดียวในโลก…จังหวัดนครพนมยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนเมือง 3 ที่สุด สู่สุขที่สุด

“เกาะลันตา” พร้อม 9 แหล่งท่องเที่ยวคว้ารางวัลจุดหมายปลายทางความยั่งยืนระดับโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผลักดันอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ คว้ารางวัลจุดหมายปลายทางแห่งความยั่งยืนระดับโลก 2025 Green Destinations Top 100 Stories โดยประกาศผลในงาน Green Destinations Global Conference 2025 ณ เมืองมงต์เปลลิเยร์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวไทยรวมจำนวน 10 แห่งที่ได้รับการประกาศให้เป็น Green Destinations Top 100 Stories ในปี 2025 จากหน่วยงานระดับโลก Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนและส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่าง ๆ ได้แก่  STGs Sustainable Tourism Acceleration Rating (STGs STAR) , Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้ยกระดับสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โดยเฉพาะมาตรฐาน Green Destinations รางวัล Top 100 Green Destinations จัดโดย Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีการจัดการการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของชุมชน และการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

 โดยการเสนออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ สู่จุดหมายปลายทางแห่งความยั่งยืนระดับโลกในครั้งนี้ ททท. ดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับสินค้าการท่องเที่ยวมุ่งสู่ต้นแบบความยั่งยืน (Krabi Prototype) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้จังหวัดกระบี่เป็นต้นแบบการสร้างแนวทางและกระบวนการพัฒนาสินค้ายั่งยืน โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อให้จังหวัดกระบี่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกที่ยังสามารถคงไว้ซึ่งความสวยงามของธรรมชาติและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

สำหรับรางวัลในครั้งนี้ ททท. ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เสนอโครงการ “คืนบ้านให้ปูเสฉวน” ภายใต้ชื่อ “A Hero’s Tale from Lanta Island” ซึ่งเป็นโครงการที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ในการร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเลจากปัญหาขยะทะเลและการขาดแคลนเปลือกหอยที่เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ของปูเสฉวน โดยประชาสัมพันธ์รับบริจาคเปลือกหอยจากนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เพื่อเพิ่มจำนวนบ้านให้กับปูเสฉวน และสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว

สำหรับรางวัล 2025 Green Destinations Top 100 Stories มีแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ 2. อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ 3. อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 4. เมืองเก่าอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี 5. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด 6. ชุมชนท่าชัย ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 7.ตลาดจีนโบราณชากแง้ว จังหวัดชลบุรี 8. เชียงคาน จังหวัดเลย 9. เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน 10. เมืองเก่านาเกลือ จังหวัดชลบุรี

โดยแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมด้านการตลาดและสร้างการรับรู้ไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ทีมชาติไทย U23 พร้อมลุยจับฉลากเจอจอร์แดน-UAE-อิหร่าน

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี เตรียมจัดพิธีจับสลากศึก AFC U-23 Asian Cup 2026 ที่ สำนักงานใหญ่ AFC กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

การแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว จะจัดขึ้นที่ ซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 7-25 มกราคม 2569 โดยมี 16 ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

โดยการแบ่งโถ จะคำนวนจากผลงาน 3 ครั้งที่ผ่านมา คือ ปี 2024 คำนวณ 100%, ปี 2022 คำนวณ 50% และปี 2020 คำนวน 25% ทำให้ จัดแบ่งโถได้ดังนี้

โถ 1 : ซาอุดีอาระเบีย (เจ้าภาพ), อุซเบกิสถาน, ญี่ปุ่น, อิรัก
โถ 2 : เกาหลีใต้, เวียดนาม, ออสเตรเลีย, กาตาร์
โถ 3 : ไทย, จอร์แดน, ยูเออี, อิหร่าน
โถ 4 : จีน, ซีเรีย, คีร์กิซสถาน, เลบานอน

โดยการแข่งขันในรอบแบ่งกลถุ่มจะหาทีมแชมป์และรองแชมป์ของกลุ่มผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ต่อไป สามารติดตามการจับสลากได้ดีที่ >> https://www.youtube.com/watch?v=xHE0KIGXdc8

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทยU23 #ทีมชาติไทยU23 #AFCU232026 

สุดยอด!!! รร.กีฬาเทศบาลนครปฐมตบขาด ชูถ้วยแชมป์ “เซปักตะกร้อ” นร.ชาย แชมป์7HD

เปิดประวัติศาสตร์แชมป์หน้าแรกของที่สุดศึกลูกหวายนักเรียน เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2025 หลังจากเฟ้นหาสุดยอดทีมตะกร้อฝีเท้าจัดจ้านกว่าหลายสัปดาห์ ล่าสุดได้แชมป์เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันกีฬาประเภทที่ 3 ของ 4 ซีรีส์ กีฬานักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2025 จัดโดย ช่อง 7HD จับมือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย นำ 16 ทีมนักเรียนลูกหวายชั้นนำ มาร่วมลงสนามประลองฝีเท้าฟาดกลางอากาศ สานฝันนักเรียนและเยาวชนในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและทีมชาติ ชิงความเป็นหนึ่งของวงการตะกร้อเยาวชนไทย พร้อมคว้าถ้วยแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี

โดยการแข่งขันใน รอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อ วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ที่ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นการเฟ้นหาสุดยอดทีมแกร่ง คู่ชิงชนะเลิศ ระหว่าง รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม พบกับ รร.ท่าขอนยางพิทยาคม จ.มหาสารคาม และชิงอันดับที่ 3 รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี พบกับ รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี

บรรยากาศการแข่งขันสุดคึกคัก กองเชียร์พร้อมใจมาเชียร์ทีมโปรดกันอย่างแน่นสนาม โดยมีนักแสดงขวัญใจแฟน ๆ ภูมิ-เกียรติภูมิ และ แอนน่า กลึคส์ ร่วมด้วยผู้ประกาศข่าวกีฬาซุปตาร์เอเชียใต้ อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร และทีมผู้บรรยายตัวตึง แอดปุ๊ก-นภัสกรณ์, แอดม่อน-เพลงรบ, แอดเตเต้-พัชร, แอดเอก-พรรษนพ และแอดณัฐ-ณัฐวุฒิ มาร่วมบรรยายเกม สร้างสีสัน และส่งกำลังใจติดขอบสนาม

เปิดสนามรอบตัดสินด้วยคู่ชิงอันดับที่ 3 เป็นการประชันฝีเท้ากันของ ตะกร้อหนุ่มเมืองนักปราชญ์ รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ขนอาวุธครบเครื่อง เสิร์ฟ ตั้ง ฟาด มาสู้กับ ขุนศึกเมืองยุทธหัตถี รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีตัวทำฟอร์มโหด ขึ้นฟาดเหนือเน็ต คู่นี้สู้กันมันแบบไม่อ่อนข้อ ผลัดกันได้แต้มจนแฟนลูกหวายนั่งไม่ติด สุดท้ายเป็น รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี  ไล่บี้ เอาชนะ รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ไปได้ 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 9-15, 15-10 และ 15-12 คว้าอันดับที่ 3  ไปครอง

จากนั้นมันกันต่อกับคู่ชิงชนะเลิศ สิงห์ลูกหวายเมืองเจดีย์ใหญ่ รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม พกความมั่นใจมาเกินร้อย วัดกันหน้าตาข่ายกับ ทีมเด็กหาปลาฟอร์มเก๋า รร.ท่าขอนยางพิทยาคม จ.มหาสารคาม ทั้งคู่ระเบิดฟอร์มได้มันสมกับเป็นคู่ชิงดำ ผลัดกันบู๊ โต้กันไปมาแต้มต่อแต้ม และยังคงเป็น รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม ที่เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่ง 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 12-15, 15-3 และ 15-6

ในที่สุดชัยชนะตกเป็นของทีม รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม คว้าแชมป์แรกของรายการนี้ไปครอง โดย คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD มอบถ้วยเกียรติยศ เหรียญรางวัล เกียรติบัตร และมอบทุนการศึกษา 100,000 บาท ด้านทีม รร.ท่าขอนยางพิทยาคม จ.มหาสารคาม รองแชมป์ รับเหรียญรางวัลและทุนการศึกษา 40,000 บาท ขณะที่อันดับที่ 3 รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี รับเหรียญรางวัลจาก คุณธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย โดยมี คุณนาฏนภางค์ จงสมจิต กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ และรักษาการผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการละคร มอบทุนการศึกษา 20,000 บาท และมอบทุนการศึกษา 10,000 บาท ให้กับอันดับที่ 4 ได้แก่ รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึง คุณขวัญสุดา สุทธิสาร หัวหน้าส่วนงานกิจกรรมสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด มอบผลิตภัณฑ์น้ำนมถั่วเหลืองแลคตาซอยดื่มฟรีตลอดปี เป็นรางวัลของทีมทุ่มเท ทั้ง 4 ทีม

นอกจากนี้ คุณวิโรจน์ บุญศิริรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและรักษาการแทนผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี ร่วมมอบรางวัลพิเศษและโทรฟีต่าง ๆ ได้แก่ รางวัลนักกีฬาตัวทำยอดเยี่ยม ตกเป็นของ นายนนทนันท์ สมบัติหลาย รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี รับทุนการศึกษา 5,000 บาท ขณะที่ รางวัลนักกีฬาตัวเสิร์ฟยอดเยี่ยม ตกเป็นของ นายกิตติพงษ์ พลหาญ รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี รับทุนการศึกษา  5,000 บาท พร้อมรับจักรยานนั่งตรง รุ่น 439B มูลค่า 10,000 บาท มอบโดย คุณสุมิตรา ดีวงษ์ ผู้แทนบริษัท มาราธอน (ประเทศไทย) จำกัด ส่วน รางวัลตัวชงยอดเยี่ยม เป็นของ นายวัชรพล คำแก้ว รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี รับทุนการศึกษา 10,000 บาท มอบโดย คุณปราโมทย์ ธูปบูชา หัวหน้าแผนกแบรนด์อีเวนท์และกิจกรรมพิเศษ ฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

ด้าน นายสกุลชัย ดับโศก รร.ท่าขอนยางพิทยาคม ได้รับ รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม มอบโดย นายแพทย์ธีร์วศิษฐ์ ฉัตรศิริมงคล รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบางปะกอก 1 มอบเงินรางวัล 10,000 บาท และแพ็กเกจตรวจสุขภาพ มูลค่า 15,000 บาท ขณะที่ นายเมธาวัฒน์ ร่วมชาติ จาก รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม รับ รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า MVP ได้รับรางวัลจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด มูลค่า 52,900 บาท มอบโดย คุณน้ำเพชร ตรีศักดิ์ศรีสกุล ผู้จัดการกลุ่มกิจกรรมการตลาดและสปอนเซอร์ชิป บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด และ คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD มอบเสื้อ Jacket MVP จาก Volt และยังมีรางวัลพิเศษ รางวัลกองเชียร์ยอดเยี่ยม มอบโดย ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ เลขาธิการสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย จำนวน 4 รางวัล รวมมูลค่า 7,000 บาท เพื่อให้กำลังใจกองเชียร์ รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 3,000 บาท ได้แก่ รร.ท่าขอนยางพิทยาคม จ.มหาสารคาม รองชนะเลิศ ได้แก่ รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม รับเงินรางวัล 2,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง รางวัลละ 1,000 บาท จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รร.กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี และ รร.กีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี

การแข่งขัน เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2025 สนับสนุนโดย น้ำนมถั่วเหลืองแลคตาซอย, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรามาม่า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า, ยาดมตราโบว์แดง, เสื้อผ้า และอุปกรณ์กีฬา โวลท์, อุปกรณ์กีฬาและฟิตเนสมาราธอน, โรงพยาบาลบางปะกอก 1, ประกันภัยไทยวิวัฒน์, ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, Bugaboo.tv และ BUGABOO SHOP

แฟนกีฬาเตรียมต่อติดความมันกันต่อ โดยเฉพาะแฟนฟุตบอลห้ามพลาด การแข่งขัน ฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาร่วมเชียร์ไปด้วยกัน โดยเปิดศึกนัดแรกรอบคัดเลือก (Preliminary Round) วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคมนี้ พร้อมเปิดสนามให้ดวลแข้งพร้อมกันถึง 3 สนาม ได้แก่ สนามเทพหัสดิน, สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สนามจินดารักษ์

สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัลประชุมวิสามัญฯเปิดตัวสมาชิใหม่-รับสมัครสมาชิกทั่วประเทศ

สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล (Digital Media) ร่วม สถาปนาวันพระราชทานธงชาติไทย วันที่ 28 ก.ย. ของทุกปี จึงได้ เปิดการประชุมและรับสมัครสมาชิกจากทั่วประเทศ

สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล(Digital Media) ร่วม สถาปนาวันพระราชทานธงชาติไทย วันที่ 28 ก.ย. ของทุกปี จึงได้ เปิดการประชุมและรับสมัครสมาชิกจากทั่วประเทศ ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมสมัครเป็นจำนวนมากทั้งที่มาด้วยตัวเองและรับสมัครทางออนไลน์

.com/img/a/

โดย นายกสมาคมฯ นายรัฐณกรณ์ อมรวีระวัฒน์  หรือ “ชาติพยัคฆ์” ได้จัดทำเสื้อสมาชิกโปโลหลากหลายสี หลาย Collection ในราคา 299 บาท ส่วนการรับสมัครเป็นสมาชิก แรกเข้า  200 บาท ท่านจะได้รับบัตรสมาชิกสมาคม พร้อมลำโพงบลูทูธ

ท่านใดสนใจเข้าร่วมเป็นครอบครัวใต้ร่มชายคาสมาชิก สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิตอล ติดต่อสอบถาม ณ  ที่ทำการสมาคมฯ  เลขที่ 201/22 ร้านชาติข้าวแกง 100  หม้อถ.วิภาวดี  แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210เลยร้านเจ้เล้ง ก่อนถึงแยกหลักสี่ ดอนเมือง โทร. 0969786459

1111

พ่อเมืองกระบี่นำขรก.เคารพธงชาติ-ร้องเพลงชาติเนื่องวันพระราชทานธงชาติไทย

จังหวัดกระบี่ นำส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน 2568 (Thai National Flag Day) ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่บริเวณบรรไดมุข ศาลากลางจังหวัดกระบี่ 9/10 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานกิจกรรมเคารพธงชาติ เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน 2568 (Thai National Flag Day) ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมดำเนินกิจกรรมเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติไทย ในช่วงเวลา 08.00 น. เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ

ทั้งนี้ ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย

ทพ.35สกัดกระบะเตรียมส่งนายทุนข้ามแดนริมแม่น้ำเมย

ทหารพราน 35 สกัดรถกระบะ ชายแดนริมแม่น้ำเมย ก่อนถูกส่งข้ามไปยังฝั่ง เมียนมา- ผู้ต้องสงสัย เผ่นหนี  ไปได้ รอดแบบหวุดหวิด

ที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ริมแม่น้ำเมย บ้านท่าสองยาง (แม่ตะวอ)  ต.ท่าสองยาง  อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กองร้อยทหารพรานที่ 3502 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบนำรถยนต์ข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่   ทหารหน่วยทหารพราน จึงจัดกำลังพลลาดตระเวน ในพื้นที่ล่อแหลมตลอดริมแม่น้ำเมย   และได้ตรวจพบ ผู้ต้องสงสัย ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์สีเทา หมายเลขทะเบียน บล……..ลำพูน มาจอดบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเมยฝั่งประเทศไทย

เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปขึ้นเรือที่จอดรอรับอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมย และข้ามไปยังฝั่งสหภาพเมียนมา

จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆเพิ่มเติม และไม่พบตัวผู้กระทำความผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึด แนะนำรถยนต์ของกลางคันดังกล่าว ส่งมอบให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมย อ.ท่าสองยาง เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาเจ้าของรถ และดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คนชายขอบสุรินทร์อพยพหนีตึงเครียดรอบใหม่ วอนรัฐเร่งเยียวยา-ยุติขัดแย้งเขตแดน

ประชาชนอาศัยอยู่ชายแดนสุรินทร์อพยพหนีความตึงไทย-กัมพูชา เครียดรอบใหม่ วอนรัฐบาลเร่งเยียวยา-ยุติขัดแย้งเขตแดน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. ที่วัดเทพสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ พบว่าในช่วง 3 วันนี้ มีประชาชนที่อพยพมาจากพื้นที่ชายแดน ด้าน อ.พนมดงรัก และ อ.กาบเชิง บางตำบล ทยอยเดินทางเข้ามาพักพิงที่วัดแล้วรวม 91 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยติดเตียง 5 ราย โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการและเด็กๆหลังจากต่างไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดนที่ยิ่งตึงเครียด และมีโอกาสที่จะเกิดสงครามรอบที่ 2 แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ตื่นตระหนก ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ รอสัญญาณ จนท.รัฐและผู้นำชุมชนแจ้งให้อพยพหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น และต่างเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้าและสิ่งของไว้บนรถยนต์เรียบร้อยแล้ว
 
นางสุทัศน์ สุพินิจ อายุ 62 ปี ชาวบ้าน ม.2 บ.สกล ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนมารอบ 3 แล้ว อยากให้ทางการ ทำให้จบเร็วๆและเงินเยียวยายังไม่ได้ ฝากรัฐบาลชุดใหม่เร่งรัดให้ด้วย เช่นเดียวกับ นางศรีนวล มีแก้ว อายุ 50 ปี ชาวบ้าน ม.2 บ.สกล ต.ตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เดือดร้อน นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงฟ้าร้องเหมือนเสียงระเบิด อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งเยียวเงิน 5 พันด้วย จะได้ใช้จ่ายในครัวเรือน เงินค่างวดรถก็ไม่มี ภาระเยอะมาก  ไม่ต่างจาก นายหอย สายรัตน์ อายุ 72 ปี ชาวบ้าน ม.1 บ.แนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า  อยากฝากรัฐบาล รีบทำให้จบเร็วๆและให้สองประเทศรีบปักปันเขตแดน ทำให้เสร็จภายใน 1 ปี จะได้สงบสุข ถ้าเป็นแบบนี้ความสงบสุขก็ไม่มี
 
ขณะที่ นางเตียว ยิ่งรุ่งเรือง อายุ 58ปี ชาวบ้าน ม.7 บ้านโพธิ์ ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนขอเป็นกระบอกเสียงแทนชาวบ้านที่อพยพมา หลวงพ่อท่านดีมาก แต่ก็ไม่เข้าใจเจ้าหน้าที่บางคน กลับบอกว่าพวกตนทำให้ตื่นตระหนก ซึ่งไม่เป็นความจริงเรามีสติพอ เราผ่านการอพยพมาครั้งแรก ครั้งที่สองและสามแล้ว  ก่อนจะพูดอะไร ขอฝากให้คิด เรามาเราไม่ได้เดือดร้อนกระเป๋าเงินของท่าน  เดือดร้อนเงินของเราเอง เราทิ้งรายได้ของเรา เสียเวลาทำมาหากินมาสองเดือน รายได้เราเป็นศูนย์ แต่คนที่โทรหาเราบ่อยที่สุดมากที่สุด คือไฟแนนช์ แทบทุกคนจะได้รับโทรศัพท์จากไฟแนนช์ว่ามีเงินไหม ถามว่ารัฐบาลส่วนไหนจะช่วยเราได้ จนท.รัฐส่วนไหนจะช่วยเราได้ รอตำหนิอย่างเดียว เรามีสติ ยังไม่มีการปะทะ เหตุการณ์ปกติ คำว่าปกติของพวกท่านคืออะไร ทหารเขมรเสริมกำลังมาตลอด  

นี่หรือเหตุการณ์ปกติที่ไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก เหตุการณ์เสียชีวิตครั้งที่แล้วก็เป็นบทเรียนมาแล้ว ให้ผู้นำทุกท่านควรเอาจุดนี้มาเป็นบทเรียน เหมือนภาพเมื่อวานที่ชาวน้ำยืนพากันแบกคนพิการขึ้นรถทุลักทุเล ท่านมีความสุขไหมกับภาพตรงนี้ ขอถามหน่อย  ตนเปิดร้านอาหาร ต้องจำเป็นพายายออกมาก่อน เราลงทุนซื้อของมาขายหลายพัน พออพยพเราก็เอาไว้ให้ ชรบ.กิน พอกลับไปเราลงทุนก็ให้เราเตรียมพร้อมอีกแล้ว ฝ่ายความมั่นคงวอมาบอกผู้ใหญ่เตรียมของสี่ทุ่มทั้งๆที่เรากำลังหลับอยู่ เราก็เตรียมของขึ้นรถ นั่งรอสองชั่วโมงไม่มีเสียงปะทะ เราก็เข้าไปนอน สุดท้าย เป็นแบบนี้หลายรอบเราก็จึงต้องพาคนแก่ออกมาก่อน เพราะเคลื่อนย้ายยาก แล้วยังจะมาว่าเราอีก