บุกทลายโกดังไฟแช็กเถื่อน ยึดของกลางกว่า 33,000 ชิ้น เตือนอันตรายเสี่ยงระเบิด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สนธิกำลังเข้าตรวจค้นร้านค้าและโกดังใน จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี รวม 9 จุด สามารถยึด ไฟแช็กปลอมยี่ห้อ TAIYO ได้กว่า 33,000 ชิ้น ซึ่งมีอันตรายและไม่ได้มาตรฐาน

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ ว่าพบการจำหน่ายไฟแช็กปลอมในพื้นที่ จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบว่ามีร้านค้าย่อยหลายแห่งใน จ.ขอนแก่น ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายสินค้า ก่อนขยายผลไปพบโกดังเก็บของขนาดใหญ่ใน จ.อุดรธานี ที่ใช้เป็นแหล่งซุกซ่อนเพื่อรอจำหน่ายในวงกว้าง

เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา “เสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม” และจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าต่อไป

CIB เตือนภัย! ไฟแช็กปลอมอันตรายถึงชีวิต
ตำรวจสอบสวนกลางได้ออกมาเตือนประชาชนถึงอันตรายของไฟแช็กปลอมที่ไม่มีมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งเสี่ยงต่อการระเบิดและไฟลุกไหม้ได้ง่าย ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชน:
 – ควรเลือกซื้อไฟแช็กจากร้านค้าที่เชื่อถือได้
 – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้ามีเครื่องหมาย มอก. ชัดเจน
 – ตรวจสอบวันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลผู้จัดจำหน่าย
หากพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าปลอม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ตำรวจสอบสวนกลาง หรือเว็บไซต์ cib.go.th เพื่อร่วมกันกวาดล้างสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ให้หมดไปจากท้องตลาด

มาถูกทาง!”แม่มะลิ” ทำฟาร์ม”แมงดา”ส่งขายพลิกชีวิตหลุดพ้นยากจน

ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน.. บางคนพยายามทำมาหลายอาชีพ สู้สุดใจแต่ทำอะไรก็ไม่ดีไม่สำเร็จ ขณะที่บางคนล้มลุกคลุกคลาน เมื่อจับพลัดจับผลูเจออาชีพที่ใช่ มาถูกทาง ก็สามารถพลิกชีวิตได้เช่นกัน.

ที่ศูนย์เลี้ยงแมงดานาแม่ลิ บ้านโนนเชือก ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น “แม่ลิ” หรือ นางมะลิ โนนธิง อายุ 64 ปี ผู้หญิงเก่งที่สู้ชีวิตมาทุกรูปแบบ เคยลงทุนทำมาหลายอาชีพ ขาดทุนจนหมดตัวเป็นหนี้ท่วมหัว แต่ได้ค้นพบวิธีการเลี้ยงแมงดานาส่งขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ทั้งในและต่างประเทศ และทำผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งแจ่วบองแมงดา น้ำพริกนรกปลาช่อนแมงดา และน้ำปลาแมงดา รายได้ดีเดือนละหลายหมื่นบาท จนชีวิตพลิกผัน หลุดพ้นจากความยากลำบาก

ในฟาร์มเลี้ยงแมงดานาของ “แม่ลิ” นั้น ได้แยกบ่อเลี้ยงเป็นบ่อขนาดใหญ่ 8 บ่อ มีสแลนล้อมรอบกันแดดเอาไว้ นอกจากนี้ยังแยกบ่อพักแมงดาซึ่งเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เอาไว้ เพื่อรอให้แมงดามีความแข็งแรง ก่อนส่งขายตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่ง

“แม่ลิ” เล่าว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ก็ต่อสู้มาทุกรูปแบบ ทั้งขายอาหาร เลี้ยงปลา เลี้ยงจิ้งหรีด เลี้ยงวัว ขาดทุนจนหมดตัวเป็นหนี้สินจำนวนมาก กระทั่งปี 2560 ได้ซื้อแมงดานาที่ตลาดมาทำกับข้าวขาย สังเกตได้ว่าจะขายได้ราคาดีกว่ากับข้าวทั่วไป และลูกค้าก็ต้องการมาก จึงตัดสินใจซื้อแมงดาตัวผู้กับตัวเมียมาเลี้ยงเอง พยายามศึกษาขั้นตอนการเลี้ยง ลองผิดลองถูก จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลาร่วม 8 ปี จึงประสบความสำเร็จ

ทุกวันนี้มีลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ออร์เดอร์แมงดานาเข้ามา เพราะฟาร์มได้ทำเพจ “ศูนย์เลี้ยงแมงดาแม่ลิขอนแก่น” ให้ประชาชนเข้ามาดูการเลี้ยงแมงดาและสั่งแมงดานาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยจะขายคู่ละ 100 บาท และถ้าลูกค้าต้องการแมงดาเอาไปรับประทานหรือเอาไปตำน้ำพริก ก็จะเป็นแมงดาแก่ที่น็อกแล้ว ตัวผู้จะขายตัวละ 25 บาท ตัวเมียตัวละ 15 บาท ขณะนี้มีลูกค้าออร์เดอร์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาแล้ว 500 คู่ ก่อนหน้านี้ก็มีลูกค้าที่ประเทศเวียดนาม ได้สั่งแมงดา 1,000 ตัว ทางฟาร์มก็จะส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ที่ฟาร์มยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนที่ต้องการเลี้ยงแมงดานา เข้ามาศึกษาหาความรู้วิธีการเลี้ยงที่ฟาร์มได้ตลอดทั้งปี หากประชาชนหรือหน่วยงานใดจะมาดูงานมาเรียนรู้ สามารถประสานงานผ่านเพจศูนย์เลี้ยงแมงดาแม่ลิขอนแก่นได้ตลอด

แม่ลิ กล่าวทิ้งท้ายอย่างภาคภูมิใจว่า “แมงดาช่วยให้ครอบครัวหมดหนี้และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สามีที่ป่วยเป็นโรคไต ต้องใช้เงินไปฟอกไตที่โรงพยาบาล ก็โชคดีที่มีรายได้จากการขายแมงดาและการขายผลิตภัณฑ์อาหารจากแมงดา ทำให้มีเงินพอกับค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ก็จะพัฒนาฟาร์มแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

โดย…จักรพันธ์  นาทันริ/ขอนแก่น

สืบสานตำนานศักดิ์สิทธิ์โบราณ “เจี๊ยะฉ่ายภูเก็ต”200 ปี แห่งแรงศรัทธา

“ภูเก็ต” ถือเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกๆปีจะมีประเพณีใหญ่ยิ่งที่โลกต้องจดจำอยู่ประเพณีหนึ่ง ซึ่งคนภูเก็ตเรียกกันว่า ‘ประเพณีถือศีลกินผัก’ หรือ ‘เจี๊ยะฉ่าย’ ซึ่งก็คือ ‘เทศกาลกินเจ’ ของคนเชื้อสายจีนทั่วโลกนั่นเอง ปีนี้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระ ในระหว่างวันที่ 21–29 ตุลาคม 2568

ถนนสายสำคัญๆ จะคราคร่ำไปด้วยผู้คน และนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศทั้งในประเทศและจากทุกมุมโลก ที่นุ่งขาวห่มขาว ธงเหลืองสะบัดพลิ้วปลิวไสว ประทัดสีแดงฉานถูกจุดเสียงกัมปนาทไปทั่วทุกท้องถนน

ประเพณีถือศีลกินผัก มีหลากหลายตำนาน ที่น่าสนใจยิ่งจากประเทศจีน แต่สำหรับภูเก็ตเกาะสวรรค์แห่งนี้แล้ว มีหลักฐานว่า เริ่มต้นพิธีครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ เมื่อ 200 ปี ที่ผ่านมา โดยในปี พ.ศ. 2368 มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ ว่า พระยาถลาง ได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุก แต่ตอนนั้นยังเป็นป่าทึบ ชุมชุกด้วยไข้มาเลเรีย ต่อมามีคณะงิ้วปั่วฮี่ จากเมืองจีนมาเปิดการแสดง ชาวคณะได้เกิดล้มป่วยลง คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินผักขึ้น เพื่อบวงสรวงเทพเจ้า ‘กิ๋วฮ๋องไต่เต่’ และ ‘ยกอ๋องซ่งเต่’ การณ์ปรากฏว่า โรคภัยไข้เจ็บได้หายไปหมดสิ้น

จากนั้นมา ชาวกะทู้เกิดความศรัทธาสูงสุด จึงประกอบพิธีกินผักขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) รวม 9 วัน 9 คืน มาเป็นประจำทุกปี จนถึงทุกวันนี้

ตลอด 9 วันสำคัญดังกล่าว ทุกคนที่เข้าร่วมพิธี จะต้องงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมทั้งน้ำนมและน้ำมัน ที่มาจากสัตว์ รักษาศีลห้า ทำบุญทำทาน รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์แต่งกายสีขาว งดบริโภคผักที่มีกลิ่นแรงทุกชนิด

เย็นวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่จะถึงนี้ ถือว่าเป็นวันสุกดิบ ก่อนเริ่มเทศกาล… ตามศาลเจ้าต่าง ๆ จะเริ่มทำพิธียกเสา ‘โก้เต้ง’ สัญลักษณ์ของเทศกาลการกินผักขึ้น โดยบนยอดเสา จะมีตะเกียง 9 ดวง ประดับไว้เพื่อบูชาเทพเจ้า 9 องค์ ตามความเชื่อตามตำนาน และต้องจุดไว้ตลอด 9 วัน จนกว่าพิธีจะจบสิ้น

วันถัดมาจะมีขบวนแห่จากม้าทรงและพี่เลี้ยง จัดขบวนออกมาให้ชื่นชมบารมีและสักการะกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อเชิญเทพประทับร่างแล้ว แต่ละองค์จะสำแดงอิทธิฤทธิ์แตกต่างกันไป โดยทุกองค์เน้นที่การทรมานตนเอง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้กับผู้ถือศีลกินผัก ตามความเชื่อว่า ‘กิ้วอ๋องไต่เต่’ (ราชาผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) จะเป็นผู้รับเคราะห์แทน

ในแต่ละคืน ตามศาลเจ้าต่าง ๆ จะจัดให้มีพิธีการลุยไฟบนกองถ่าน ปีนบันไดมีด ฯลฯ และพิธี ‘โก๊ยห่าน’ หรือการสะเดาะเคราะห์ด้วยการเดินข้ามสะพาน และจัดพิธีแห่พระส่งกลับสวรรค์ในตอนใกล้เที่ยงคืน โดยการเชิญ ‘หยกอ๋องซ่งเต่’ หรือพระอิศวร ซึ่งถูกอัญเชิญมาเป็นประธาน ในพิธีตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน ให้เสด็จกลับคืนสู่สรวงสวรรค์

งานจะสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ ในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยตามศาลเจ้าต่าง ๆ จะสั่งลาเทศกาลถือศีลกินผักด้วยพิธีกรรมสุดท้าย คือการอันเชิญเสาโกเต้งลง และดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง ตามด้วยพิธีเลี้ยงอาหารแก่บรรดาทหาร ที่เรียกกันว่า ‘โข้กุ้น’ ตามทิศต่าง ๆ ที่ท่านได้เดินทางลงมารักษาการ ทั้งใน และนอกศาลเจ้า ให้กลับไปยังเบื้องบน หลังจากเสร็จพิธีแล้ว ประชาชนที่นำพระที่บ้าน มาร่วมพิธีที่ศาลเจ้า จะอัญเชิญพระกลับไปยังบ้านของตนเอง ถือเป็นการเสร็จพิธี เป็นอันสิ้นสุดภารกิจกินเจอันยิ่งใหญ่นี้

ช้างป่าทับลานคลั่งไล่กระทืบชาวบ้านเมืองนาดีร่างจมดินดับคาที่

ปราจีนบุรี– เจ้าแอ๊ปช้างป่าทับลานกระทืบคนจมดินตายคาที่!   ผญบ.ระบุก่อนหน้าช้างป่าดังกล่าวอยู่รวมโขลงกับสีดอละมุดกับสีดอย่อง แต่ต่อมาถูกผลักดันออกมาจึงหากินตัวเดียว  โดยในอดีตโขลงช้างดังกล่าวสีดเอละมุดเคยทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียชีวิตมาแล้ว

เมื่อเวลา 01.50น.วันที่ 25 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรีพ.ต.ท.ประสิทธิ์ ภักดี สารวัตรเวรสอบสวนสภ.นาดี รับแจ้งจากนายสุริยะ อุทระภาศผู้ใหญ่บ้านวังอ้ายป่อง หมู่ 3 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี  มีช้างป่าจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลกทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตที่บริเวณหมู่บ้านวังไอ้ป่อง ม.3   จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลนาดี เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรี ชุดเฝ้าระวังช้างป่า  เจ้าหน้าที่ทับลาน และนายสมใจ พุทธเสนา นายอำเภอนาดี ลงพื้นที่ตรวจสอบ ในที่เกิด

ใกล้แนวเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นถนนหน้าบ้านห่างจากบ้านของคนตายประมาณ 8 เมตรเศษเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตถูกช้างกระทืบสภาพร่างจมดินในร่องน้ำริมถนนในหมู่บ้าน โดยมีเพื่อนบ้านและลูกคนตายออกมามุงดูอย่างน่าสลดหดหู่ทราบชื่อคนตายต่อมาคือนายน้อย สงเคราะห์ อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 405 หมู่ที่ 3 ถูกเหยียบจนร่างจมดินที่มีร่องน้ำไหลครึ่งตัวสภาพขาผิดรูป ใบหน้ามีเลือดออก

นายสมคิด โกศล เพื่อนบ้าน กล่าวว่า หลังจากได้ยินเสียงหมาเห่าจึงเดินออกมาดูที่บริเวณหน้าบ้านพบเห็นผู้เสียชีวิตยืนอยู่ที่หน้าบ้านก่อนแล้ว  ทันใดนั้นมีช้างสีดอตรงเข้ามาชาร์จทำร้ายผู้เสียชีวิตโดยจับเหวี่ยวจนกระเด็นแล้วตามมาใช้เท้าเหยียบซ้ำจนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุจึงเรียกเพื่อนบ้านและแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ และมาทำการผลักดันช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งชื่อว่า “เจ้าแอ็ป”ป็นสมุนคู่หูสีดอละมุด และในโขลงมีเจ้าย่องอีกตัว  รวม 3 ตัว  โดยเจ้าแอ๊ปมักส่งเสียงร้องแอ๊บๆคล้ายกับเสียงสุนัขเห่า  หากินในแถบนี้มานาน 3- 4 ปีแล้ว  

ด้านนายทำนอง บุตรโคตร เพื่อนบ้านเล่าว่า  ได้ยินเสียงหมาเห่าจึงนำไฟฉายออกส่องดูจึงเห็นช้างตัวใหญ่ยืนกินกล้วยอยู่หน้าบ้าน แล้วช้างก็เดินออกไปซึ่งขณะนั้นผู้ตายเดินมาบริเวณตรงจุดเกิดเหตุไม่เห็นช้างที่ซุ่มตัวแอบอยู่  จึงถูกช้างป่าชารจทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะนายพิเชษฐ์ สงเคราะห์ อายุ 53 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิตกล่าวว่า   ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงหมาเห่า  พ่อเดินออกมาดูคิดว่าต้องเป็นช้าง   จึงมาเรียกน้องชาย บริเวณข้างจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านญาติ ๆกันมี 3-4หลัง โดยไม่รู้ว่าช้างป่าซ่อนตัวอยู่ขณะนั้นจึงถูกช้างทำร้ายจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยลงมาดูแล หาทางป้องกันแก้ไขปัญหาช้างเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านด้วย

ด้านนายสุริยะ อุทระภาศผู้ใหญ่บ้านวังอ้ายป่อง หมู่ 3 กล่าวว่า  ก่อนหน้านั้นราว 20.00 น. ชุดเฝ้าระวังช้างป่าหมู่บ้านได้ผลักดันช้างป่าดังกล่าวชื่อเจ้าแอ๊ปออกไปจากหมู่บ้านแล้ว  จนราว 01.40 น.ช่วงคนเงียบช้างป่าจึงลงมาหากิน  ผู้เสียชีวิตรู้ว่าช้างป่าได้ออกมาดูหน้าบ้านตนเองจุดเกิดเหตุ   แต่ไม่รู้ว่าซุ่มตัวอยู่จึงถูกชาร์จทำร้ายเสียชีวิต    ก่อนหน้าช้างป่าดังกล่าวอยู่รวมโขลงกับสีดอละมุดกับสีดอย่อง แต่ต่อมาถูกผลักดันออกมาจึงหากินตัวเดียว  โดยในอดีตโขลงช้างดังกล่าวสีดเอละมุดเคยทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียชีวิตมาแล้ว

โดย… มานิตย์ สนับบุญ  – ข่าว /ทองสุข สิงห์พิมพ์– ภาพ / ปราจีนบุรี###

แม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วมน้ำข้าวเสียหายแล้วกว่า 200 ไร่

อุบลราชธานี-แม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วมนาข้าวใน อ.วารินชำราบ นานกว่า 1 เดือน ข้าวจมน้ำตายกว่า 200 ไร่ ชาวนาวินหน่วยงานรัฐช่วยค่าเสียหายเก็บเงินไปปลูกข้าวนาปรัง

นายบัวกัน เพ็งอ่อนเนตร ชาวบ้านขัวไม้แก่น ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำนาปลูกข้าวในเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ปรากฏว่านาข้าวของตนเองและเพื่อนบ้านกว่า 200 ไร่ ถูกแม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลท่วมเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้น้ำท่วมนานกว่า 1 เดือน ทำให้ต้นข้าวอายุประมาณ 3 เดือน ที่กำลังออกรวงเป็นเมล็ดข้าว จมอยู่ใต้น้ำนานจนรากเน่า

“ทำให้นาข้าวทั้งหมดได้รับความเสียหาย ก็อยากให้หน่วยงานราชการมาช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าว ค่าหว่าน ค่าไถ เป็นเงินกว่า 1.2 หมื่นบาท เพื่อมีเงินไว้ทำนาปรังในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง”

สำหรับแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.เมืองอุบลราชธานี ระดับน้ำสูง 7.01 เมตร ซึ่งทำให้มีน้ำล้นตลิ่งแล้ว

ทุ่มสุดแรง! “นักรบ” ชนเดือด “จาค็อบ” กู้ชื่ออดีตตัวท็อป ศึก ONE Fight Night 37

ยกระดับความมันต่อเนื่อง ในศึก ONE Fight Night 37 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 09:00 น. ในวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. 68 โดย “นักรบ แฟร์เท็กซ์” มวยอาวุธแกร่ง วัย 26 ปี จากสุรินทร์ ท้าชน “จาค็อบ สมิธ” จอมบู๊ขาลุย วัย 33 ปี จากสหราชอาณาจักร โดยทั้งคู่จะดวลกันในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

ทั้งสองคนเคยมีชื่อติดอันดับแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต มาแล้ว แต่ถูกเบียดตกลงไป โอกาสนี้ 

“นักรบ” และ “จาค็อบ” พร้อมทุ่มโชว์ผลงานเต็มฝีมือ เพื่อชิงแต้มชัยกู้ศรัทธา และเปิดทางไต่กลับไปเป็นนักสู้ตัวท็อปของรุ่น งานนี้เตรียมลุยบู๊ไฟแลบ รับประกันเดือดแน่นอน!

“นักรบ” แสดงผลงานร้อนแรงคว้าชัยชนะ 8 ครั้งจาก 9 ไฟต์ในศึก ONE ลุมพินี ส่งผลให้คว้าสัญญา ONE มาครองสมใจเมื่อเดือน มิ.ย. 67 ก่อนออกตัวในฐานะนักกีฬา ONE ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทุบชนะคะแนนเอกฉันท์ “เด็ดดวงเล็ก ทีเด็ด99” ในศึก ONE Fight Night 24 เมื่อเดือน ส.ค. 67 พร้อมขยับขึ้นมารั้งผู้ท้าชิงเบอร์ 4 ของรุ่นในตอนนั้น

อย่างไรก็ตาม 3 ไฟต์ต่อมา “นักรบ” ฟอร์มยังไม่คงเส้นคงวา ล่าสุดตกเป็นฝ่ายพ่ายน็อก “จ้าวเสือใหญ่ 
ม.กรุงเทพธนบุรี” ด้วยเวลา 52 วินาที ของยกแรก ในศึก ONE Fight Night 32 เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งให้ชื่อหลุดจากบัญชีตัวท็อป โอกาสนี้ “นักรบ” หวังกลับมากู้ศักดิ์ศรี ขอลุยอัด “จาค็อบ” ให้เด็ดขาด

ทางฝั่ง “จาค็อบ” ฝากผลงานใน ONE ไปแล้ว 4 ไฟต์ โดยเคยดวลกับ “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต มาแล้วถึง 2 ครั้ง เริ่มจากการเปิดตัวในการแข่งขัน ONE มวยไทย เวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นฟลายเวต ในศึก ONE 157 เมื่อเดือน พ.ค. 65 ซึ่งเขาพ่ายคะแนนเอกฉันท์  ตกรอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย 

ล่าสุด “จาค็อบ” ขึ้นชกในฐานะเจ้าของแรงกิงอันดับ 3 และได้ขึ้นชิงบัลลังก์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต กับ “รถถัง” ที่เสียเข็มขัดจากการตกตาชั่ง ในศึก ONE 169 เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 67 ซึ่งแม้ “จาค็อบ” จะมีสิทธิ์ได้ครองเข็มขัดแต่เพียงผู้เดียวในครั้งนั้น แต่เขาพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายเมื่อเป็นฝ่ายพ่ายคะแนนเอกฉันท์ ครั้งนี้ เขาจึงหวังมาโชว์ของเต็มที่เพื่อเบิกทางหวนสู่ตำแหน่งจ่าฝูงแห่งรุ่นฟลายเวตและไต่ให้ถึงบัลลังก์อีกครั้ง

จับตาดูกันว่า “นักรบ” จะมีทีเด็ดอะไรมาสยบ “จาค็อบ” หรือจอมบู๊จากแดนผู้ดีจะปิดบัญชีเหนือนักสู้เจ้าถิ่นได้สำเร็จ เช้าวันเสาร์ที่ 8 พ.ย.นี้ ห้ามพลาดชม!

ระทึก!ฝนถล่มดินสไลด์ทับเส้นทางเอเชียถนนสายตาก-แม่สอด

ฝนตกหนักดินสไลด์ทับถนนเส้นทางเอเชียสายหลัก A.1  ช่วงเนินพิศวง ถนนสายตาก-แม่สอดทำให้สัญจรไป-มาผ่านไม่ได้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568.เจ้าหน้าที่แขวงการทางตากที่ 2.(แม่สอด) พร้อมเครื่องจักรกล กำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมและเคลียร์เส้นทาง  ในการเปิดเส้นทางรถ  ภายหลังเหตุพายุฝนตกหนัก ทำให้เกิดดินสไลด์ทับเส้นทางถนนสายเอเชียหลัก A.1 ช่วงเนินพิศวง ถนนสายตาก-แม่สอด. หมู่ 6. บ้านห้วยหินฝน ต.แม่ปะ อ.แม่สอดจ.ตาก ใกล้วัดโพธิคุณ

ส่งผลทำให้การจราจรติดขัด ผ่านไม่ได้ ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง สัญจร เดินทางไป-มา โปรดระมัดระวัง และตรวจสอบการใช้เส้นทางระหว่างเดินทาง

กรมชลฯ ต่อยอดโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี สร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ชัยภูมิ- กรมชลฯ ต่อยอดโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ กรมชลประทาน เดินหน้าต่อยอดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยจัดโครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทานโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ    มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี (อ่างยางนาดี) ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ  ที่จะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2569 ให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชลประทานประมาณ 75,000 ไร่

โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำเพื่อการเกษตร ส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม และลดปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากในพื้นที่ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสนับสนุนพื้นที่การเกษตร เป็นแหล่งน้ำด้านการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และเพื่อรองรับแผนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นให้เต็มศักยภาพ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนสถานีสูบน้ำตามลำน้ำชีตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ  พื้นที่รับประโยชน์ในฤดูฝน จำนวน 75,000 ไร่ และฤดูแล้ง จำนวน 30,000 ไร่

นางดรรชนี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทานรองรับโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างเก็บน้ำยางนาดี) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านยางนาดี ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า และบ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

ตลอดระยะเวลาในการศึกษา กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด 18 เวที เพื่อเสนอผลการพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ชลประทาน (ตอนบน) ของโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย 75,000 ไร่

นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของการก่อสร้างเป็นหลัก เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วให้กองบำรุงรักษาในการจัดการบริหารร่วมกับชลประทานจังหวัดที่จะมาช่วยในการบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการก่อสร้าง

เมื่อแล้วเสร็จสามารถบริหารจัดการน้ำได้ทันที และเชื่อว่าหากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ น้ำก็จะอุดมสมบูรณ์ มีปริมาณเพียงพอสำหรับทำการเกษตร สามารถปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตเพิ่มขึ้น เราจะใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ตามที่พระองค์ท่านได้พระราชทานโครงการฯ ให้กับลูกหลานได้ทำการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์ต่อไป

11

ป.ป.ช.พิจิตรลงพื้นที่ตรวจถนน15ล้านใช้งานยังไม่ถึงปีพังเสียหาย

ป.ป.ช.พิจิตรลงพื้นที่ตรวจถนน15ล้านใช้งานยังไม่ถึงปีพังเสียหายซะแล้วให้แขวงทางหลวงชนบทควรเร่งสั่งผู้รับเร่งซ่อมเพราะยังอยู่ในช่วงประกันสัญญา

เมื่อวันที่ 25กันยายน 2568 ความคืบหน้า โดยเมื่อวานที่ผ่านมา    นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต และชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตอำเภอตะพานหิน และแขวงทางหลวงชนบทพิจิตร ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสของภาคประชาชนในพื้นที่ โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2567 ของจังหวัดพิจิตร ถนนในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทพิจิตร โครงการปรับปรุงเส้นทางขนส่งพืชผลทางการเกษตรสายทางแยก ทช.พช.3012 – บ.หนองคล่อ ต.ดงตะขบ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

#โดยมีการพังชำรุดเสียหายหนักตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมขัง จนปัจจุบันน้ำท่วมไม่สามารถสัญจรได้ ถนนมีระยะทาง 3.150 กม. จาก กม.5+500 – กม.8+650 ผู้รับจ้าง บริษัท กิจอนันต์ตะพานหิน จำกัด เริ่มต้นสัญญา 18 มิถุนายน 2567 สิ้นสุดสัญญา 5 ตุลาคม 2567 (110 วัน) ค่าก่อสร้าง 15,298,000 บาท ระยะเวลารับประกัน 2 ปี ซึ่งยังอยู่ในระยะเวลารับประกัน

จากการลงพื้นที่พบว่าถนนทรุดตัว มีรอยแตกแยก บริเวณริมถนนสองข้างทางน้ำท่วม แขวงทางหลวงชนบทพิจิตรรับทราบปัญหาและแขวงทางหลวงชนบทพิจิตร จะหาแนวทางดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

โดยเบื้องต้นจะมีการติดป้ายเตือน ในส่วนถนนที่ทรุดตัวต้องรอน้ำลด เพื่อซ่อมแซม โดยแขวงทางหลวงชนบทพิจิตรพิจารณาว่าจะซ่อมแบบตอกเสาเข็มเพื่อให้เกิดความคงทน ไม่ให้เกิดการทรุดตัวลงอีก และถนนในพื้นที่บริเวณวัดสถานีดงตะขบ มีน้ำท่วมบางช่วงของถนน ทำให้สัญจรลำบาก แขวงทางหลวงชนบทพิจิตร จะพิจารณาดูแลซ่อมแซมถนนหลังจากน้ำลด เนื่องจากเป็นภัยธรรมชาติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่

โดย…สิทธิพจน์ / จ.พิจิตร /

สสว.เร่งเสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย สร้างโอกาสการตลาด ต่อยอดทุกมิติ

สสว. จัดงาน SME Privilege Business Matching : The Connection Match ครั้งที่ 2 กิจกรรมเจรจาธุรกิจผลักดันสิทธิประโยชน์ สร้างโอกาส เสริมแกร่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผนึกหน่วยงานพันธมิตร เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการ 21 ราย ได้นำเสนอแผนธุรกิจเพื่อเจรจาต่อยอดขยายธุรกิจ

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังการจัดงาน SME Privilege Business Matching : The Connection Match ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ว่า กิจกรรม SME Privilege Business Matching อยู่ภายใต้การดำเนินโครงการ SME Privilege ของ สสว. ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง

โดยมุ่งเน้นการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการ 3 มิติหลัก คือ ส่วนลดสินค้าและบริการ ขยายช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ผ่านการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่ง SME Privilege Business Matching หรือการเจรจาธุรกิจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งจากหน่วยงานพันธมิตรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว

รักษาการ ผอ. สสว. กล่าวต่อว่า ผลจากการดำเนินกิจกรรมเจรจาธุรกิจ ในปีที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับและประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจากการเจรจาธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท และนอกจากนี้ ในการจัดงานครั้งที่ 1 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการประสบความสำเร็จในการทำข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรของเราแล้ว ซึ่ง สสว. ได้เล็งเห็นประโยชน์และความสำคัญของกิจกรรม จึงนำมาสู่การจัดงานในครั้งที่ 2 นี้

โดยมีผู้บริหาร ผู้แทน จากผู้ประกอบการหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ รวม 21 กิจการ ที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญซึ่งครอบคลุมทั้ง 3 ด้านของสิทธิพิเศษ สสว. โดย SME Privilege ปีนี้ มีกิจกรรมที่เพิ่มมากขึ้น และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย อันเนื่องมาจากการได้มีพันธมิตรใหม่ๆ มาร่วม MOU กับ สสว. เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์และจัดกิจกรรมตามความต้องการของผู้ประกอบการด้วยกัน

“นอกจาก SME Privilege Business Matching ในวันนี้แล้ว ในส่วนของ SME Privilege ยังมีกิจกรรมอบรม SME Boost Lab ด้านการตลาด และ AI ที่เราหาผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ รวมทั้งการพาผู้ประกอบการไปร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ HKTDC Food Expo PRO 2025 ที่ฮ่องกง ในเดือนหน้า 14-16 สิงหาคม 2568 และ งานมหกรรมสินค้าอีคอมเมิร์ชข้ามพรมแดน ที่หูหนาน ระหว่าง 28 – 30 สิงหาคม 2568 ในเดือนหน้าเช่นกัน ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ SME Privilege

ซึ่งยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอีกมา สามารถติดตาม และเลือกเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ในแอปพลิเคชัน SME CONNEXT ของ สสว. ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง สสว.คาดหวังว่า กิจกรรมต่างๆ จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือในการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ ช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตและเข้มแข็ง และเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดย สสว. จะพยายามผลักดัน SME Privilege ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย ทำหน้าที่ “เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย” ตลอดไป” รักษาการ ผอ.สสว. กล่าวย้ำ