CPFTH เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 6 ปี และ 12 ปี  

CPFTH เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น อายุ 6 ปี และ 12 ปี ต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ คาดเปิดจองซื้อ ระหว่างวันที่ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568    

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CPFTH  เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ย [2.14 – 2.54]% ต่อปี และ หุ้นกู้อายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย [2.85 – 3.25]% ต่อปี  จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรทติ้งที่ระดับ “A” คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568 ผ่าน 9 สถาบันการเงินชั้นนำ มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง    

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้มั่นใจว่า หุ้นกู้ CPFTH ที่เสนอขายในครั้งนี้ เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว และคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยกิจการที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหุ้นกู้ CPFTH ยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568  สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ CPFTH และการเป็นบริษัทที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม CPF นอกจากนี้ ด้วยธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานสำหรับความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้หุ้นกู้ CPFTH เป็นตัวเลือกที่มั่นคงสำหรับผู้ลงทุน      

CPFTH เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารแบบครบวงจรในประเทศไทย ประเภทสัตว์บก ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ด ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์ การแปรรูปขั้นพื้นฐาน การผลิตอาหารและอาหารพร้อมรับประทาน โดยมุ่งเน้นเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลการดำเนินงานของ CPFTH ในงวดปี 2567 มีรายได้จากการขาย จำนวน 156,693 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในส่วนของบริษัท จํานวน 5,966 ล้านบาท พลิกฟื้นจากที่ขาดทุนในปี 2566 จากความสมดุลของปริมาณเนื้อสัตว์ในตลาดจากภาวะสินค้าล้นตลาดในปี 2566 ประกอบกับ ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ที่ลดลงจากการบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์และการจัดหาวัตถุดิบที่ดีขึ้น

สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 17 และ 20-21 ตุลาคม 2568

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่

-     ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปฯ Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา

-     ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา

-     ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02-888-8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

-     ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784 และรวมถึง บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

-     ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777 หรือจองซื้อผ่าน Mobile Application – CIMB Thai

-     ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555

-     บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56

-     บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004

-     บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555

ชลบุรีจับมือต้าโจวดึง soft powerไทย-จีนหนุนท่องเที่ยวคุณภาพ

เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับนางสาวถัง จื้อคุณ รองนายกเทศมนตรีเมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดชลบุรี

การเยือนครั้งนี้ สำนักงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและกิจการต่างประเทศ เมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน นำโดยนางสาวถัง จื้อคุณ และคณะผู้บริหาร ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมร่วมลงนามแสดงเจตจำนงความร่วมมือระหว่างจังหวัดชลบุรี ราชอาณาจักรไทย และเมืองต้าโจว มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ มิตรภาพ และพัฒนาความสัมพันธ์อันเป็นมิตรระหว่างสองฝ่าย โดยการหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานแห่งความเสมอภาค

ทั้งนี้ เมืองต้าโจวตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรประมาณ 5.4 ล้านคน (ข้อมูลปี 2023) ถือเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำฉางเจียงฝั่งตะวันตก มีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ โลจิสติกส์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ และการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร

นอกจากนี้ เมืองต้าโจวยังมีเครือข่ายการคมนาคมที่ทันสมัย ครอบคลุมรถไฟความเร็วสูง ถนนทางด่วน และท่าอากาศยานนานาชาติต้าโจว เชื่อมโยงกับเมืองใหญ่ในภูมิภาคตะวันตกของจีน อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของเสฉวน

ทั้งอาหาร งานหัตถกรรม และศิลปะการแสดง รวมถึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ภูเขาหวาต้ง และวัดเก่าแก่หลายแห่ง

 การลงนามครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดชลบุรีกับเมืองต้าโจว เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในอนาคตอย่างยั่งยืน

คนร้ายบึ้มสุไหงปาดีทหารพรานบาดเจ็บ 5 นาย

คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ทหารพราน พื้นที่ สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เบื้องต้นบาดเจ็บ 5 นาย

เมื่อช่วงเช้า(07.50 น.) วันนี้ 17 ก.ย.68 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัด กองร้อยทหารพรานที่ 4056 ขณะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงยังบริเวณเส้นทางถนนหมาย 4056 บริเวณ บ.บือราแง ม.3 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ได้เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ  5  นาย คือ

1.จ่าสิบเอก ปิยะ อินทะโกษี หน.ชป.ร้อย.ทพ.4811 อายุ 42ปี(อยู่บนป้อมปืน)  ได้รับบาดเจ็บมีแผลหลังศรีษะ 
แผลฉีกขาดตามร่ายกาย  และกระสันหลัอหัก มีสติปัจจุบัน อยู่ รพ.สุไหงโก-ลก 
2.อส.ทพ.สุริยาวุธ  ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี (นั่งในรถ) มีอาการ แน่นหน้าอก หูอื้อ ขาซ้ายบวมผิดรูป มีสติ ปัจจุบัน อยู่ รพ.สุไหงโก-ลก

3.อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัฐ อายุ 44ปี (พลขับ)มีอาการ หูอื้อ แน่นหน้าอก ปัจจุบัน อยู่ รพ.สุไหงปาดี 
4. อส.ทพ.ธีรพงศ์ พรมพัด อายุ 35 ปี (นั่งในรถ) อาการ หูอื้อทั้งสองข้าง แน่นหน้าอก ปัจจุบัน อยู่ รพ.สุไหงปาดี 
 5. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี อาการ แน่นหน้าอก หูอื้อข้างซ้ายจนท.ตร.สภ.แว้ง ( รถยนต์ส่วนตัว ตามหลัง  รถรีว่าฯ ) ปัจจุบัน อยู่ รพ.สุไหงปาดี

นอกจากนี้ รถยนต์ รีว่า ของเจ้าหน้าที่ ชป.ร้อย.4811 พลิกคว่ำ ได้รับความเสียหาย อีก 1 คัน 

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ปิดกันเส้นทาง เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบวัตถุหลักฐาน  ในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป ข้อมูลเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

คนพิจิตรอ่วม!แม่น้ำยมล้นตลิ่งท่วมวัด-บ้านเรือนเดือดร้อนหนัก

DCIM\100MEDIA\DJI_0010.JPG

สถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ของจังหวัดพิจิตรยังไม่มีแนวโน้มว่าจะบรรเทาล่าสุดชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมวัดและที่อยู่อาศัยโอดครวญใช้ชีวิตยากลำบากวอนขอเครื่องยังชีพ-น้ำดื่ม-ข้าวสาร-ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า

นายวินัย พรศิริ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 10 บ้านวังปลาทู ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร และเป็น อบต.กำแพงดินได้พายเรือพาผู้สื่อข่าวดูสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของหมู่บ้านวังปลาทู ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมทั้งสองฝั่ง มีบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ริมแม่น้ำยมประมาณ 200 หลังคาเรือน  โดยตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 68  ที่ผ่านมา น้ำในแม่น้ำยมได้เอ่อล้นตลิ่ง ทำให้น้ำท่วมวัดวังปลาทู ซึ่งมีพระอยู่จำวัด 6 รูป

ส่วนบ้านเรือนราษฎรก็ถูกน้ำท่วมประมาณร้อยกว่าหลังคาเรือนด้วยเช่นกัน สำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วมหนักก็จะเป็นบ้านที่สร้างแบบไม่มีใต้ถุน   โดย อบต.วินัย ได้พาไปดูที่บ้านของ นางลำพอง แดงโสภณ อายุ 63 ปี  ที่น้ำท่วมบริเวณรอบๆบ้านสูงกว่า 1 เมตร ส่วนในตัวบ้านน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านซึ่งน้ำได้ท่วมสูงประมาณ 50-60 ซม.ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ ที่มีกัน 3 ชีวิตต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก ที่อยู่-ที่นอน-ห้องสุขาถูกน้ำท่วมหมด ต้องหาโต๊ะไม้ยกขึ้นสูงเพื่อทำเป็นที่นอนชั่วคราวและคาดว่าอาจจะต้องอพยพไปสร้างเพิงพักอาศัยชั่วคราวอยู่บนถนนหากระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

 ในส่วนของ นางลำพอง แดงโสภณ ที่บ้านถูกน้ำท่วม ได้เล่าถึงความทุกข์ยากลำบากว่าน้ำท่วมเข้ามาในบ้านเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ในบ้านอยู่กัน 3 คน ตา-ยาย-หลาน โดยตามีอาชีพรับจ้างแต่ช่วงนี้น้ำท่วมงานไม่มีจึงต้องลงข่ายทอดแหหาปลาเพื่อมายังชีพ ตอนนี้เดือดร้อนมากอยากวอนขอเครื่องยังชีพ-น้ำดื่ม-ข้าวสาร-ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า ที่ผ่านมาเคยได้รับแจกถุงยังชีพจาก อบต.กำแพงดิน 1 ครั้ง แล้วเท่านั้นเองซึ่งไม่เพียงพอกับการดำรงชีพที่น้ำท่วมบ้านยาวนานนับเดือนแบบนี้

เช่นเดียวกับที่วัดวังปลาทู ซึ่งมีพระจำวัดอยู่ 6 รูป ภายในบริเวณลานวัด และศาลาวัดชั้นล่างรวมถึงตามกุฏิต่างๆก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกันทำให้พระต้องช่วยกันทำสะพานเพื่อให้ญาติโยมใช้เดินเข้า-ออก เพื่อมาทำบุญและทำกิจกรรมต่างๆภายในวัดเรียกได้ว่าเดือดร้อนกันถ้วนหน้าทั้งพระและโยมของบ้านวังปลาทูในขณะนี้แล้วด้วยเช่นกัน

โดย..สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

นครพนมเตรียมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ “มหกรรมไหลเรือไฟโลกกระตุ้นท่องเที่ยว”

จังหวัดนครพนมเตรียมจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ “มหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม” ประจำปี 2568ระหว่าง 27 ก.ย.-8 ต.ค. 68 ณ บริเวณศาลากลาง จ.นครพนม

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน พร้อมด้วย นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม, นางยุวดี มีบุญ วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม, นายอนุชิต หงษาดี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม, ายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และ พ.ต.อ.อนุสรณ์ มั่งมี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมแถลงข่าว บริเวณซุ้มวิถีคนทำเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งโขง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ในการเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ด้านการจัดกิจกรรม, การรักษาความปลอดภัย, การจราจร, สถานที่พัก และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ที่จะมีขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม ในช่วงวันออกพรรษา ระหว่างวันที่ 27 กันยายน-8 ตุลาคม 2568

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ เพราะบรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อในประเพณีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการบูชารอยพระพุทธบาท, การสักการะท้าวพกาพรหม, การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี และการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา, การขอฝน, การเอาไฟเผาความทุกข์ และการบูชารอยพระพุทธบาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ สื่อถึงความเชื่อที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวงานเทศกาลวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องมาเยือน

จังหวัดนครพนม ร่วมกับทุกภาคส่วน กำหนดจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 ก.ย.- 8 ต.ค.68 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม โดยในปี 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก เพื่อยกระดับเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนนครพนมให้เป็น Restination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน โดยมีกลยุทธ์ “สร้างโลก” ยกระดับเทศกาลระดับประเทศให้เป็นระดับโลก สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของชุมชนในระดับสากล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวชมประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ล้ำค่าของจังหวัดนครพนม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้

1.  การจัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก จังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 เป็นการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทย สู่เรือไฟโลก โดยจัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายกระจายตามริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร จากบริเวณโรงเรียน แซนโยแซฟ นครพนม จนถึงบริเวณหน้าวัดพระอินทร์แปลง ชมขบวนเรือไฟบก Nakhon Phanom Illuminated Boat Carnival พร้อมศิลปินดาราคนดังร่วมขบวนอีกมากมายกว่า 900 ชีวิต การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสมประกอบม่านน้ำ พลุรักษ์โลก งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม ๑ เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา” แสดงนำโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงและนักแสดงกว่า 100 คน, งานมหกรรมไม้ไผ่ “จากลำไม้สู่เรือไฟ ๑ เดียวในโลก” ณ สำนักงานเหล่ากาชาดนครพนม พร้อมซุ้มแสดงวิถีชีวิตของ 12 อำเภอ พบการแสดงและจำหน่ายอาหารถิ่น อาหารฟิวชั่นและผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ กว่า 40 บูธ พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “ดนตรีไม้ไผ่”  กิจกรรมไหลเรือไฟโบราณ สักการะพระธาตุพนม พิธีรำบูชาพระธาตุพนม นางรำกว่า 600 คน ชมการไหลเรือไฟโบราณจากประเทศไทย สปป.ลาว กว่า 15 ลำ การลอยกะลา (กะโบ๋) กว่า 10,000 ดวง กลางน้ำโขง วันที่ 7-8 ต.ค. 68 ณ วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร

2. การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน วันที่ 3–6 ต.ค. 68 แบ่ง 4 รุ่น ชิงเงินรางวัลกว่า 570,000 บาท ได้แก่ รุ่น 12 ฝีพาย รุ่น 35 ฝีพาย รุ่น 40 ฝีผาย และรุ่น 55 ฝีพาย โดยมีใน 2568 มีเรือจากทั่วประเทศ และ สปป.ลาว เข้าร่วมแข่งขัน 

3. ขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ ขบวนแห่ปราสาทผึ้งกว่า 10 ขบวน 7 ต.ค. 68

4. กิจกรรมร้านมัจฉากาชาด ตลาดมหาดไทยชวนชิม จุดเช็คอินสวนดอกไม้และประติมากรรมโคมไฟ ชม ช้อป ชิม ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP อาหารอร่อยจากร้านดังกว่า 100 บูธ และชมฟรีการแสดงคอนเสิร์ตหมอลำวงใหญ่ทั้ง 12 วัน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม

5. กิจกรรมเรือไฟโบราณ จำนวน 13 ลำ โดยมีชุมชนต่างๆ มาสาธิตและจำหน่ายเรือไฟโบราณให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมอธิฐานขอพร และปล่อยทุกข์ปล่อยโศก สิ่งไม่ดีให้ไหลไปกับสายน้ำ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ณ เวทีสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 สาขานครพนมตลอดการจัดงาน 12 วัน โดยในวันที่ 6 ต.ค. 68 จัดให้มีการประกวดธิดาเรือไหลเรือไฟ

จังหวัดนครพนม ร่วมกับทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวโดยจัดให้มีสถานที่จอดรถ พร้อมรถรับส่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยทุกจุด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบสถานที่จอดรถผ่าน www.เรือไฟ.com ที่สามารถเช็คได้ว่าจุดจอดรถแต่ละที่มีที่ว่างจอดรถได้กี่คัน ซึ่งสามารถเช็คได้แบบเรียลไทม์ และในปีนี้ได้เพิ่มที่จอดรถหลายจุด จังหวัดนครพนมเองได้จัดสถานที่พักชั่วคราวสำหรับนักท่องเที่ยวกางเต็นท์ นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม Media Fam Trip นำสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ สื่อมวลชน อินฟลูเอ็นเซอร์ ลงพื้นที่ดูกระบวนการสร้างเรือไฟนครพนม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้สู่ระดับโลก ภายใต้แนวคิด งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนม “แสงไฟแห่งศรัทธา” 1 เดียวในโลก

พิเศษ! ไฮไลท์คือการไหลโชว์เรือไฟเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความยาวกว่า 70 เมตร และเรือไฟรักษ์โลก 7 ลำ ความยาวกว่า 20 เมตรจากกลุ่มอำเภอ และเรือแสดงเอกลักษณ์ประเทศจีน ลาว เวียดนาม และเรือไฟจากหน่วยงานทุกวันๆ ละ 9 ลำ โดยจัดให้พิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลก 7 ต.ค. 68 (คืนวันออกพรรษา) ชมการแสดงบินโดรนแปลอักษรกว่า 300 และการประกวดเรือไฟขนาดไม่น้อยกว่า 80 เมตร 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ชิงเงินรางวัลพร้อมถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ในโอกาสนี้ จึงอยากจะเชิญชวนทั้งชาวจังหวัดนครพนม, จังหวัดใกล้เคียง รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมชมงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-8 ต.ค. 68 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม และอำเภอธาตุพนม จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า ๑ เดียวในโลก…จังหวัดนครพนมยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนเมือง 3 ที่สุด สู่สุขที่สุด

“มูฮัมหมัด”มาแล้ว สมทบทีมชาติ สู้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย

ฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก กลุ่มบี ร่วมกับ บาห์เรน เกาหลีใต้ และ บรูไน ลงฝึกซ้อมต่อเนื่อง ณ สนามฟุตซอลอาคาร FA THAILAND เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

การฝึกซ้อมเริ่มด้วยการอบอุ่นร่างกาย 30 นาที เพื่อเตรียมร่างกายก่อนเข้าสู่การติวเข้มแทคติก

โดยหลังการฝึกซ้อม มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบการฝึกซ้อมว่า

“ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีชื่อติดทีมชาติไทยในชุดนี้ ส่วนเรื่องของสภาพร่างกายผมเองก็พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะผมผ่านการเล่นในเกมลีกมาทำให้ร่างกายมีความฟิตสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์”

“การแข่งขันรอบนี้ผมมองบาห์เรนเป็นทีมที่แข็งที่สุดเพราะบาห์เรนก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่สู้กับทีมใหญ่ได้อย่างสูสีแต่ทีมอื่นๆก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน

📸: Sony Alpha 1, Gmaster Lens Sony – Digital Camera Thailand

โปรแกรมฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก กลุ่ม บี


🗓 วันที่ 20 กันยายน 2568
16.30 น. 🇰🇷 เกาหลีใต้ พบ บาห์เรน 🇧🇭
19.30 น. 🇹🇭 ไทย พบ บรูไน 🇧🇳

🗓 วันที่ 22 กันยายน 2568
16.30 น. 🇧🇳 บรูไน พบ เกาหลีใต้ 🇰🇷
19.30 น. 🇧🇭 บาห์เรน พบ ไทย 🇹🇭

🗓 วันที่ 24 กันยายน 2568
16.30 น. 🇧🇭 บาห์เรน พบ บรูไน 🇧🇳
19.30 น. 🇹🇭 ไทย พบ เกาหลีใต้ 🇰🇷

🏟 ยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี (เข้าชมฟรี)
📺 ถ่ายทอดสดทาง Facebook, Youtube ช้างศึก และ Futsal Thailand, T Sports 7 และ TrueVisions NOW 

#โต๊ะเล็กช้างศึกล่าตั๋วชิงแชมป์เอเชีย #ช้างศึก #ทีมชาติไทย #Changsuek #Thailand #ฟุตซอล #ฟุตซอลไทย #FutsalThailand #ฟุตซอลทีมชาติไทย #เอเชียนคัพ2026รอบคัดเลือก

ตำรวจภาค 1 เปิดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจ เพื่อปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ

ตำรวจภาค 1 เปิดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจ เพื่อปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 ประธานฯ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พร้อมด้วย รอง ผบก.ในสังกัด ภ.1, คณะวิทยากร และข้าราชการตำรวจผู้เข้ารับการฝึกอบรมร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพข้าราชการตำรวจ เพื่อปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตำรวจภูธรภาค 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

ในการนี้ พลตำรวจตรีภัคพงศ์ สายอุบล ได้ร่วมบรรยาย และแนะนำผู้เข้าการรับการอบรม ในเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติการดูและใช้หนังสือเดินทาง การตรวจดูวีซ่าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง 2522 และแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง การดูหนังสือเดินทางจริงหนังสือเดินทางปลอม การตรวจดูวีซ่าว่าจริงหรือปลอม เคสสำคัญในการตรวจค้นจับกุม ต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น

KPS คิกออฟก่อนใคร ปล่อยขบวนพาเหรดเมล็ดพันธุ์สันติภาพ…สู่สังคม

โรงเรียนสาธิตเคพีเอสวิเทศศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตพระโขนง จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องใน “วันสันติภาพโลก (International Day of Peace)” เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของสันติภาพแก่เยาวชนและชุมชน

นางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน KPS World Peace Day 2025 ณ โรงเรียนสาธิตเคพีเอสวิเทศศาสตร์  โดยมีนางกฤตยา วรคุตตานนท์ ผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร และที่ปรึกษาโรงเรียน พร้อมด้วย Miss Gonnie Choi, The Director of Thailand, Global 04 branch, Heavenly Culture, World Peace, Restoration of Light (HWPL) และนางสาวปทิตตา เตชาวรรัตน์ (คุณแมรี่) ทูตสันติภาพ HWPL ประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความร่วมมือจากทุกฝ่าย นักเรียนได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ ขบวนพาเหรดชุดนานาชาติ ที่สะท้อนถึงความหลากหลายของเชื้อชาติและวัฒนธรรม ข้อความรณรงค์ลดความขัดแย้ง ความรุนแรง การยุติสงคราม พร้อมเชื่อมโยงกับการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชนอย่างสันติ พิธีเปิดสุดอลังการ กับ การแสดง”บ้านเกิดเมืองนอน” กิจกรรม Peace Start with me “สันติภาพเริ่มต้นที่ตัวเรา”

ส่งเสริมการสื่อสารเชิงบวก การเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น สู่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน จบด้วยกิจกรรม Workshop ศิลปะการทำข้าวห่อสาหร่าย (Kimbap) ที่ไม่ใช่แค่การทำอาหารสนุกๆ แต่เป็นทักษะชีวิต ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำอาหารง่ายๆ ฝึกการจัดการเวลา การออกแบบการจัดเรียงไส้ เลือกวัตถุดิบ และตกแต่งได้เอง เกิดการแบ่งปัน การทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะเด็ก ๆได้ทานสิ่งที่ตัวเองทำ ทำให้รู้สึกภูมิใจในผลงาน

นางกฤตยา วรคุตตานนท์ กล่าวว่า “โรงเรียนเชื่อมั่นว่าการปลูกฝังแนวคิดเรื่องสันติภาพตั้งแต่วัยเรียน จะช่วยสร้างสังคมที่อบอุ่นและยั่งยืนในอนาคต”  การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงเรียนสาธิตเคพีเอส วิเทศศาสตร์ และสำนักงานเขตพระโขนง ที่จะร่วมกันสร้างพื้นที่การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย เต็มไปด้วยความเคารพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข สันติภาพไม่ได้เกิดขึ้นจากการไม่มีความขัดแย้ง แต่เกิดจากการที่เราทุกคน เลือกที่จะเข้าใจ รับฟัง และเคารพซึ่งกันและกัน

วันสันติภาพโลกปีนี้ โรงเรียนสาธิตเคพีเอสวิเทศศาสตร์ และสำนักงานเขตพระโขนง ขอเชิญชวนทุกครอบครัว ทุกชุมชน ร่วมกันสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความเมตตา เด็กๆ ของเราเติบโตขึ้นในสังคมแบบที่ผู้ใหญ่ทุกคนช่วยกันสร้าง

ดังนั้นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพในใจของพวกเขา คือของขวัญล้ำค่าที่เรามอบให้กับอนาคต ขอให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะนำไปสู่สังคมที่สงบสุขและยั่งยืน เพื่อเราทุกคน และเพื่อคนรุ่นต่อไป

บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์..ให้มีคุณภาพสู่สังคม โดย KPS
#วันสันติภาพโลก  #WorldPeaceDay2025 #โรงเรียนสาธิตเคพีเอสวิเทศศาสตร์  #KPSเมล็ดพันธุ์สันติภาพ  

พัก-อิ่ม-คุ้ม กับแพคเกจ Staycation ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

หากท่านกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนแบบสบายๆ ใช้บริการศูนย์สุขภาพและสระว่ายน้ำกลางแจ้ง บรรยากาศในเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า หรือด้วยรถส่วนตัวก็มีที่จอดรถมากมาย พร้อมอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์สุดโปรด ให้โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์กับแพคเกจ “Staycation” ดังนี้

1. ห้องพัก Superior พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน แล้วเลือกอิ่มอร่อยกับ
-บุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน ที่รวมเป็ดปักกิ่ง หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง ฯลฯ ได้ไม่อั้น ที่ห้องอาหาร
 จีนหยก หรือ

-บุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็น ที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม อาทิ ทูน่าบลูฟิน ฟัวกราส์ วากิว หอยนางรม 
 ปูม้า กุ้งเผา ซุปทรัฟเฟิล เทปันยากิ ฯลฯ ได้ไม่อั้น ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ 
 เพียงคืนละ 3,999 บาท พิเศษ!! ฟรีอัปเกรดเป็นห้อง Deluxe** ขึ้นกับห้องพักที่ว่างเมื่อจอง**

2. ห้องพัก Executive Suite พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน แล้วเลือกอิ่มอร่อยกับ
             -บุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน ที่รวมเป็ดปักกิ่ง หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง ฯลฯ ได้ไม่อั้น ที่ห้องอาหาร
               จีนหยก หรือ


             -บุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็น ที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม อาทิ ทูน่าบลูฟิน ฟัวกราส์ วากิว หอยนางรม 
              ปูม้า กุ้งเผา ซุปทรัฟเฟิล เทปปันยากิ ฯลฯ ได้ไม่อั้น ที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ เพียงคืนละ 
              5,999 บาทเท่านั้น

จองใช้สิทธิ์วันนี้เข้าพักได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่️โทร. 0-2276-4567  หรือที่ www.emeraldhote.com และ Line : @theemeraldhotel

ททท.บุกตลาดอเมริกา ขนเชฟดังโชว์อาหารไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ และผู้ประกอบการเอกชนในพื้นที่ เดินหน้าบุกตลาดอเมริกา จัดกิจกรรมสื่อสารเสน่ห์อาหารไทย Amazing Thai Cuisine Experience ภายในงานเทศกาลไทย Sawasdee DC Thai Festival โปรโมทอาหารไทย 6 เมนู ผ่านเชฟมิชลินที่มีชื่อเสียงของไทย เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟอาหารไทยรางวัลมิชลิน 2 ดาว 7 ปีซ้อน จากร้าน R-HAAN ทูตอาหารเพื่อความยั่งยืนจากองค์การสหประชาชาติ

และ เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ เจ้าของร้านอาหารไทย ‘Bo.lan’ รวมถึงเชฟไทยในสหรัฐอเมริกา พร้อมจัดกิจกรรม Networking Meeting ในวันที่ 11 กันยายน 2568 สร้างโอกาสในการเจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการไทยเพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการในพื้นที่ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) นำความเป็นไทยสู่หัวใจของผู้คนทั่วโลก พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นางสาวปาริชาต บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้าขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสหรัฐอเมริกา ตอกย้ำจุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืนเต็มรูปแบบ โดยจัดทำกิจกรรมสื่อสารเสน่ห์อาหารไทย Amazing Thai Cuisine Experience ภายในงานเทศกาลไทย Sawasdee DC Thai Festival นำจุดแข็งของอาหารไทยเป็นเครื่องมือส่งเสริมกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้สนใจเดินทางมายังประเทศไทย

โดยเชิญเชฟไทยที่มีชื่อเสียงจากประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ร่วมทำกิจกรรม Cooking Show 6 เมนู พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ลิ้มลองอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ตลอดทั้งงาน ในโอกาสนี้ ททท. ยังจัดกิจกรรม Networking Meeting ส่งเสริมการขายสร้างโอกาสในการเจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงตอกย้ำเสน่ห์อาหารไทยในเวทีระดับสากล

นายชุมพล แจ้งไพร เชฟอาหารไทยรางวัลมิชลิน 2 ดาว 7 ปีซ้อน จากร้าน R-HAAN ทูตทางด้านอาหารเพื่อความยั่งยืนจากองค์การสหประชาชาติ  กล่าวว่า กิจกรรม Amazing Thai Cuisine Experience ในงาน Sawasdee DC Thai Festival เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอเสน่ห์อาหารไทยที่ไม่เพียงอร่อย หากยังดีต่อสุขภาพด้วยสมุนไพรไทยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักและถือเป็นจุดเด่นของอาหารไทย อีกทั้งยังสามารถประยุกต์เข้ากับวัตถุดิบในกลุ่ม Future Food และ Plant-based ได้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายสุขภาพ ที่มีกำลังซื้อสูง พร้อมตอกย้ำบทบาทของอาหารไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ

กิจกรรม Amazing Thai Cuisine Experience จัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2568  เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ National Mall กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ภายในงานเทศกาลไทย Sawasdee DC Thai Festival ททท. ได้เนรมิตพื้นที่ขนาด 6 เมตร x 15 เมตร สื่อสารเสน่ห์อาหารไทยผ่าน Live Cooking Show อาหารไทย จำนวน 6 รอบ 6 เมนู คือ ต้มยำกุ้ง (UNESCO Heritage Dish), หมี่กรอบชาววังกุ้งล็อบสเตอร์ (Royal Thai Mee Krob with Maine Lobster, ข้าวหอมมะลิ พะแนงเนื้อ (Panang Beef with U.S. Beef & Thai Hom Mali Rice), แกงเขียวหวานไก่ (Thai Green Curry with Chicken), เบอร์เกอร์กะเพรา Plant-Based และข้าวเหนียวมะม่วง (Mango Sticky Rice)

ซึ่งเมนูเหล่านี้ได้แจกให้แก่ผู้เข้าร่วมงานให้ได้ทดลองชิมเมนูละ 200 ถ้วย รวม 1,200 ถ้วย นอกจากนี้ ททท. ยังได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงร้านอาหารวีแกนแพลนต์เบส ชวนเสพงานศิลป์ถิ่นงานคราฟต์ทั่วภูมิภาคในประเทศไทย นอกจากนี้ในวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรม Networking Meeting  กิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อเปิดโอกาสในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย และผู้นำเข้าของสหรัฐอเมริกา มีผู้ร่วมกิจกรรมฯ รวมทั้งสิ้น 30 ราย

 ทั้งนี้ ททท. คาดว่ากิจกรรมสื่อสารเสน่ห์อาหารไทย Amazing Thai Cursine Experience จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา สู่ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยใช้อาหารสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย เพื่อลิ้มลอง ตามรอยเส้นทางอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ถือเป็นกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ที่มีศักยภาพมีค่าใช้จ่ายต่อหัวและระยะพำนักเฉลี่ยสูง และเป็นตลาดท่องเที่ยวคุณภาพที่มีแนวโน้มเติบโตดี โดยในปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 กันยายน  2568 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาแล้ว 711,703 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.17 จากปีก่อน คาดว่าจะแตะเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา 1.17 ล้านคนภายในปี 2568

โดย ททท. ยังคงเดินหน้าในการส่งเสริมตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ เปิดเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้นจากหลายสายการบิน ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก อันนำไปสู่การสร้างรายได้คุณภาพ (High-Value Tourism) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน