ทีมลูกหวายนร. ชาย หวดระเบิดฟอร์ม นัดเปิดสนาม “แชมป์กีฬา 7HD”

ฟาดไม่ยั้ง “ช่อง 7HD” เปิดสนามรอบแรก “เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2025” 6 ทีมลูกหวายฟอร์มเจ๋ง “รร.กีฬาจังหวัดชลบุรี – รร.กีฬากรุงเทพมหานคร – รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม – รร.พันดอนวิทยา -รร.ท่าขอนยางพิทยาคม – รร.กีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด” เก็บชัยชนะประเดิมนัดแรก​สมศักดิ์ศรีดีกรีระดับประเทศ สำหรับการแข่งขัน เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย แชมป์กีฬา 7HD 2025 รอบแรก ออกสตาร์ทสวย แต่ละทีมโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมสุด ๆ แฟนลูกหวายเชียร์มันสะใจ ลุ้นไปกับเกมการแข่งขันที่ดุเดือดตลอดทั้งเกม กับกติกาของสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) แข่ง 15 คะแนน 2 ใน 3 เซต โดยประเดิมนัดแรกเมื่อวันจันทร์ที่

วานนี้(15 กันยายน) ที่ผ่านมา เป็นการเปิดสนามประชันพลังฟาดลูกหวายของ 12 ทีม 6 คู่ ซึ่งผลการแข่งขันมีดังนี้สาย A ​คู่ที่ 1 รร.กีฬาจังหวัดชลบุรี ชนะ รร.บ้านแท่นวิทยา จ.ชัยภูมิ 2-1 เซต ด้วยสกอร์ (15-13, 13-15 และ 15-7) คู่ที่ 2 รร.กีฬากรุงเทพมหานคร ชนะ รร.อุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จ.พัทลุง 2-1 เซต     ด้วยสกอร์ (16-17, 15-6 และ 15-10)

สาย B ​คู่ที่ 3 รร.กีฬาเทศบาลนครนครปฐม ชนะ รร.กีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา จ.นครราชสีมา 2-0 เซตด้วยสกอร์ (15-8 และ15-9)

คู่ที่ 4 รร.พันดอนวิทยา จ.อุดรธานี ชนะ รร.กีฬาจังหวัดลำปาง 2-0 เซต ด้วยสกอร์ (15-12 และ 15-11)

สาย C ​คู่ที่ 5 รร.ท่าขอนยางพิทยาคม จ.มหาสารคาม ชนะ รร.​อัสสัม​ชั​​ญ​ศรีราชา​ จ.ชลบุรี 2-1 เซต    ด้วยสกอร์ (13-15, 15-12 และ 15-10)

คู่ที่ 6 รร.กีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ชนะ รร.กีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จ.พิษณุโลก       2-0 เซต ด้วยสกอร์ 15-13 และ 15-11

​แฟนกีฬาและคอลูกยางเข้าชมฟรี ! ทุกนัด โดย รอบแรก ทำการแข่งขันที่ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 กันยายน 2568 ร่วมเชียร์สดทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน BUGABOO.TV โซเชียลมีเดีย YouTube Ch7HD, TikTok Ch7HD Sports, Facebook Ch7HD และ Ch7HD Sports ติดตามรายละเอียดการแข่งขัน และตารางการถ่ายทอดสดได้ทาง https://www.ch7.com/champ7hd/sepaktakraw2025 

สธ.-จุฬาราชมนตรี ติวเข้มนวดไทยฮาลาลป้อนตลาดตะวันออกกลาง คาดสร้างรายได้ 3.2 หมื่นล้านบาท

กระทรวงสาธารณสุข จับมือ จุฬาราชมนตรี และองค์กรศาสนาอิสลาม เปิดหลักสูตรอบรมเพิ่มพูนทักษะผู้ให้บริการนวดไทยตามหลักการฮาลาล สร้างมาตรฐานบริการรองรับนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากประเทศตะวันออกกลาง คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการอบรม หลักสูตรเพิ่มพูนทักษะผู้ให้บริการนวดไทยตามหลักการฮาลาล โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรด้านฮาลาลเข้าร่วมงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “นวดไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจาก UNESCO และถือเป็น Soft Power สำคัญที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้อย่างมหาศาล กระทรวงสาธารณสุขจึงส่งเสริมให้สถานพยาบาลของรัฐกว่า 13,533 แห่งทั่วประเทศ เปิดให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งปีที่ผ่านมา มีผู้รับบริการมากกว่า 15.6 ล้านครั้ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 3,000 ล้านบาท

และจากการจัดกิจกรรม “นวดไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดซาอุดิอาระเบีย” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงมีการต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตร “เพิ่มพูนทักษะผู้ให้บริการนวดไทยตามหลักการฮาลาล” เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดตะวันออกกลางที่มีศักยภาพ มีกำลังซื้อสูงและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการนวดไทยและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องสูงถึง 32,548 ล้านบาทในอนาคต

นายอรุณ กล่าวว่า การอบรมนวดไทยตามหลักการฮาลาล เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวมุสลิมทั่วโลกในการเข้าใช้บริการนวดไทยได้อย่างมั่นใจและสบายใจ ว่ามีความสอดคล้องกับหลักศาสนา ซึ่งขอชื่นชมกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ตระหนักถึงความสำคัญและดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ด้าน นายแพทย์สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรการเพิ่มพูนทักษะผู้ให้บริการนวดไทยตามหลักการฮาลาล จะอบรมในรูปแบบ Onsite จำนวน 24 ชั่วโมง ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งเทคนิคการนวดที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์แผนไทย และแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับหลักการทางศาสนาอิสลาม

ซึ่งจะมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานบริการของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มชาวมุสลิมได้มากขึ้น โดยผู้เข้าร่วมอบรมเป็นผู้ให้บริการนวดไทยที่ผ่านการอบรมนวดไทยและได้รับใบประกาศนียบัตรตั้งแต่ 60 ชั่วโมงขึ้นไป จากหลากหลายพื้นที่จำนวนกว่า 100 คน

ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ วิทยาลัยนวดไทยแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสมุทรปราการ และสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรและการบริการสุขภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ดีป้า ผนึก สรรพากร- บีโอไอ ชู ‘บัญชีบริการดิจิทัล’ ทางรอดเศรษฐกิจไทย

กรุงเทพมหานคร – ดีป้า ผนึกกำลัง กรมสรรพากร และ บีโอไอ ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ รุกประกาศนโยบาย AI Transformation: ปรับเพื่อรอด เปลี่ยนเพื่อเศรษฐกิจไทย ชูกลไกบัญชีบริการดิจิทัล และมาตรฐาน dSURE เครื่องมือยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลสัญชาติไทยที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประชาชนในการประยุกต์ใช้ดิจิทัลยกระดับธุรกิจ พร้อมเปิดตัวโครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ หนุนธุรกิจ SMEs ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ตลาดสด และเกษตรกรทั่วประเทศเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ตั้งเป้าภายในปี 2569 ส่งเสริมไม่น้อยกว่า 15,600 รายได้ลองใช้ดิจิทัลโซลูชัน และได้รับการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมด้วย นายนเรศ บูรณากาญจน์ นักวิชาการภาษีชำนาญการพิเศษ กรมสรรพากร และ นายธนชาต ลาภพานิช นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมประกาศนโยบายสำคัญ AI Transformation: ปรับเพื่อรอด เปลี่ยนเพื่อเศรษฐกิจไทย โดยมีคณะผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว

ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันที่รุนแรง การขาดแคลนแรงงาน สถานการณ์การส่งออกที่ผันผวน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งหมดส่งผลให้การปรับตัว (Transformation) เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดีป้า จึงเร่งทำงานภายใต้กลไก AI Transformation ที่ครอบคลุมทั้งการเตรียมพร้อมกำลังคนดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับ Digital & AI Solution ของไทย ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแห่งโลกอนาคต โดยกลไกดังกล่าวจะขับเคลื่อนด้วยสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้จริงในภาคธุรกิจ

“ดีป้า มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศไทยผ่านกลไกสำคัญที่มุ่งเน้นทั้งในส่วนของ ‘คน’ ผ่านกลไก Digital Skill Roadmap และ ‘เทคโนโลยี’ ที่บูรณาการการทำงานมาอย่างต่อเนื่องกับ กรมสรรพากร และ บีโอไอ ภายใต้กลไกบัญชีบริการดิจิทัล และมาตรฐาน dSURE ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลของไทยให้ได้มาตรฐานสากลควบคู่กับการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นการขยายโอกาสสำหรับผู้ประกอบการดิจิทัลไทยให้สามารถเข้าสู่ตลาดภาครัฐ มาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานจริงในกลุ่ม SMEs ได้แก่ การส่งเสริมจาก ดีป้า ในรูปแบบ Matching Fund (d-transform)

โดยตั้งเป้าส่งเสริมไม่น้อยกว่า 600 ราย และสิทธิ์การใช้ดิจิทัลฟรี (d-voucher) ไม่น้อยกว่า 15,000 สิทธิ์ ภายในปี 2569 รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยความร่วมมือกับ กรมสรรพากร ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลมาหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุด 200% ในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจาก บีโอไอ ที่สามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดย SMEs ที่ลงทุนในซอฟต์แวร์จากบัญชีบริการดิจิทัลจะได้รับการยกเว้นภาษีสูงสุด 5 ปีเต็ม 100% และธุรกิจขนาดใหญ่ได้รับการยกเว้น 3 ปี 50% โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลที่ได้มาตรฐานในบัญชีบริการดิจิทัลจะมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ภายในงานประกาศนโยบาย AI Transformation: ปรับเพื่อรอด เปลี่ยนเพื่อเศรษฐกิจไทย ยังมีการเปิดตัวโครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ โดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า โดยระบุว่า OTOD AI Transformation ช่วยชาติ เป็นอีกหนึ่งโครงการเรือธงของ ดีป้า ที่จะกระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสการลงทุนใหม่และต่อยอดสู่ตลาดสากล โดยการดำเนินงานระยะแรกตั้งเป้าส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs ร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอยตลาดสด และเกษตรกร ไม่น้อยกว่า 15,000 ราย กลุ่มธุรกิจภาคการผลิต จำนวน 200 ราย กลุ่มธุรกิจการค้าและบริการ จำนวน 300 ราย และโรงงานเกษตรแปรรูป 100 ราย พร้อมจัดโรดโชว์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัล

“OTOD AI Transformation ช่วยชาติ จะดำเนินการครอบคลุมใน 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่ 1 การส่งเสริมและสนับสนุน แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ 1) ยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัล ส่งเสริมสูงสุด 200,000 บาท กลุ่มเป้าหมาย* SMEs รวม 600 ราย (กลุ่มธุรกิจภาคการผลิต 200 ราย | กลุ่มธุรกิจการค้าและบริการ 300 ราย | กลุ่มเกษตรกรแปรรูป 100 ราย) ตามมาตรการ d-transform และ 2) เริ่มต้นใช้งานดิจิทัล ส่งเสริมสิทธิ์การใช้ดิจิทัลเริ่มต้น 6 เดือน กลุ่มเป้าหมาย* 15,000 ราย (SMEs ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย 10,000 ราย | เกษตรกร 5,000 ราย) ตามมาตรการ d-voucher โดยจะเปิดให้กดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และส่วนที่ 2 กิจกรรมกระตุ้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI (กิจกรรมโรดโชว์ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ) ใน 7 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ Workshop เพิ่มทักษะความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน Showcase พื้นที่แสดงเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการยกระดับธุรกิจ เวทีเสวนา รับฟังการบรรยายจากผู้ประกอบการดิจิทัล Business Matching การจับคู่ธุรกิจ ผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัลพบปะกับผู้ที่กำลังมองหาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการยกระดับธุรกิจ” รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ บัญชีบริการดิจิทัล กลไกพลิกโฉมเศรษฐกิจไทย เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี Tax 200% จากกรมสรรพากร และสิทธิประโยชน์ของบีโอไอ โดยผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงาน และการบรรยายพิเศษหัวข้อ สิทธิประโยชน์การกระตุ้นการยกระดับทักษะดิจิทัลบุคลากร ด้วยกลไก Digital Skill Roadmap โดย นางสาวกษมา กองสมัคร รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเพื่อขอรับการส่งเสริม หรือเข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ภายใต้โครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://aitransform.depa.or.th หรือติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ทางเพจเฟซบุ๊ก depa Thailand

รางวัลแห่งเกียรติยศ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่33 “ก้าวใหม่ที่แข็งแกร่ง

งานประกาศรางวัล “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2567” ภายใต้แนวคิด “อินฟินิตี้” สร้างก้าวใหม่ที่แข็งแกร่งร่วมกัน รางวัลแห่งเกียรติยศ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่33 “ก้าวใหม่ที่แข็งแกร่ง

จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่องยาวนานถึง 33 ปี กับงานประกาศรางวัลทรงคุณค่าของวงการภาพยนตร์ไทย   งานประกาศรางวัล “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2567” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และ บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด (ทรูโฟร์ยู ช่อง 24) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อินฟินิตี้” ซึ่งไอเดียมาจาก “ความรัก, ความหวัง และ มิตรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด” เพื่อร่วมกันสร้างก้าวใหม่ที่แข็งแกร่ง ร่วมกันต่อไป โดยจัดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2568 ณ วัน แบงค็อก ฟอรั่ม ชั้น 3

โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม  นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ขึ้นมอบรางวัล โดยมี นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน ปฎิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมงาน

สำหรับภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในปี 2567 มีมากถึง 54 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์และผู้เข้าชิงรางวัลใน 17 สาขา และรางวัลพิเศษ 4 รางวัล ดังนี้ “ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ”/“ตาคลี เจเนซิส”/“ธี่หยด 2“/”ยูเรนัส 2324“/”อนงค์“/”พี่นาค 4“/”วัยหนุ่ม 2544“/”วิมานหนาม“/”หลานม่าย“/ ”มอร์ริสัน“/”แดนสาป“/”อำนาจ ศรัทธา อนาคต“/”รอวัน“/ ”สังเวียนมวยรอง“/”คุณชายน์“/”เชคสเปียร์ต้องตาย“/”เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน ทั้งนี้ มีภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกทะลุ 100 ล้านบาท จำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ ธี่หยด2, หลานม่า, พี่นาค 4, อนงค์, วิมานหนาม, หอแต๋วแตก แหกสัปะหยด, เทอม3 และ วัยหนุ่ม 2544 ด้วย

โอกาสนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ได้แก่ “หลานม่า” : บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด
       

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบรางวัล ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Director) ให้แก่ “หลานม่า” : พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบรางวัล ภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม (Best Cultural Promotion Film) ให้แก่ “หลานม่า”
       

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี มอบรางวัล ภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดประจำปี (Highest Grossing Film of the Year) ได้แก่ “ธี่หยด 2″
     

นายธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้มอบรางวัล สุพรรณหงส์เกียรติยศ (Lifetime Achievement Award) ให้แก่ “นายยุทธนา มุกดาสนิท”
       

นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานฯ โครงการวัน แบงค็อก มอบรางวัล ภาพยนตร์ไทยยอดนิยม (Popular Vote) ให้แก่ “ยูเรนัส 2324” : บริษัท เวลเคิร์ฟ จำกัด

หม่อมราชวงศ์ เฉลิมชาตรี ยุคล มอบรางวัล ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (Best Documentary Flim) ให้แก่ อำนาจ ศรัทธา อนาคต (Breaking the Cycle) : บริษัท ป๊อป พิคเจอร์ จำกัด

 นอกจากนี้ ยังมีรางวัลในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ 
รางวัลเทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects) 
ได้แก่ “ตาคลี เจเนซิส” : บริษัท แฟทแคท สตูดิโอ จำกัด, สตูดิโอคำม่วน, นิพันธ์ สตูดิโอ, บริษัท เอ็นดีเอฟ เดฟ จำกัด 
รางวัลเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม (Best Make Up Effects)

ได้แก่ “ช.พ.๑ สมรภูมิคืนชีพ” : อาภรณ์ มีบางยาง, บริษัท ธัมอาร์ต สตูดิโอ จำกัด
รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Costume Design) 
ได้แก่ “วิมานหนาม” : ชญานุช เสวกวัฒนา
รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (Best Art Direction) 
ได้แก่ “วิมานหนาม” : สองศักดิ์ กมุติรา
รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Best Original Score) 
ได้แก่ “หลานม่า” : ใจเทพ ร่าเริงใจ
รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) 
ได้แก่ “วิมานหนาม” เพลง “เหมือนวิวาห์” : เจฟ ซาเตอร์

รางวัลบันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม (Best Sound) 
ได้แก่ “หลานม่า” : วรัตม์ ประเสริฐลาภ, บริษัท กันตนา ซาวด์ สตูดิโอ จำกัด
รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม (Best Film Editing) 
ได้แก่ “วิมานหนาม” : ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค
รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) 
ได้แก่ “วิมานหนาม” : ตะวันวาด วนวิทย์
รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay) 
ได้แก่ “หลานม่า” : ทศพล ทิพย์ทินกร, พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) 
ได้แก่ “สีดา พัวพิมล จาก “วิมานหนาม”
รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) 
ได้แก่ “ภูมิภัทร ถาวรศิริ จาก “วัยหนุ่ม 2544”
รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) 
ได้แก่ “อุษา เสมคำ จาก “หลานม่า”
รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor) 
ได้แก่ “พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล จาก “หลานม่า”

รางวัล “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2567” เป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและสร้างความภาคภูมิใจ รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรม วงการภาพยนตร์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังโดยแท้จริง สามารถติดตามผลการประกาศรางวัลเพิ่มเติมได้ทางสถานีหลัก ทางอมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ตั้งแต่เวลา 21.45-24.00 น. และรับชมทางออนไลน์ได้ทาง https://www.facebook.com/mpcthailand

“โกลเบล็ก” แนะช้อปหุ้นรับอานิสงส์โครงการคนละครึ่งเฟสใหม่

กรุงเทพฯ – บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ Sideway Up มองดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,270–1,320 จุด รับแรงหนุนคาดการณ์ FED ลดดอกเบี้ย-จับตาเศรษฐกิจโลกตึงเครียด- ค่าเงินบาทแข็งกดรายได้ส่งออกในรูปเงินบาทลดลง แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นรับอานิสงส์โครงการคนละครึ่งเฟสใหม่

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ “Sideway Up” โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,270-1,320 จุด โดยได้ปัจจัยสนับสนุนการรายงานข้อมูลแรงงานและตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุด ได้สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ตลาดมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ (วันที่ 16-17 ก.ย.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดต้นทุนทางการเงิน

อีกทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยิ่งตึงเครียดมากขึ้น หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมกดดันให้ญี่ปุ่นและประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนและอินเดีย เพื่อเป็นมาตรการลงโทษที่ทั้งสองประเทศยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน และลดแหล่งทุนของรัสเซีย

ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 7% ตั้งแต่ต้นปี 2568 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น จีน อินเดีย เวียดนาม และสิงคโปร์  ต่างมีค่าเงินที่อ่อนลง ส่งผลให้เกิดความแตกต่างด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้สินค้ากลุ่มอาหารไทยมีราคาสูงกว่าคู่แข่งลดความสามารถในการแข่งขันแม้จะมีคุณภาพและมาตรฐานสากลที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่า พร้อมทั้งยังคงจับตาการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มเร่งออกนโยบายสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยเฉพาะโครงการกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น “คนละครึ่ง” และมาตรการลดภาษี

ล่าสุดหอการค้าไทยรายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม 2568 พบว่าค่าดัชนีอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 33 เดือน และ 32 เดือน ตามลำดับ สะท้อนความกังวลของภาคธุรกิจต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ล่าช้า

นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ สัปดาห์ที่ 3 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วน  ยานยนต์, สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 30 ก.ย. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันนี้ 15 ก.ย. จีน รายงานราคาบ้านเดือน ส.ค. ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือน ส.ค. และอัตราว่างงานเดือน ส.ค., สหรัฐฯ รายงานดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน ก.ย., วันที่ 16 ก.ย. อียู รายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.ย., สหรัฐฯ รายงานยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ก.ค. และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน ก.ย., วันที่ 17 ก.ย. ญี่ปุ่น รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ส.ค., สหรัฐฯ รายงานตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ส.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 16-17 ก.ย. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการประกาศของกระทรวงการคลังถึงความพร้อมในการเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสใหม่ โดยใช้งบประมาณ 25,000 ล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติแล้วส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค ได้แก่ CPALL, BJC, CPAXT, CBG, OSP, SAPPE และ TNP ได้รับแรงหนุนจากมาตรการนี้โดยตรง โดยเฉพาะ CPAXT และ TNP ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร เช่น CBG, OSP และ SAPPE ก็ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในช่องทางร้านค้ารายย่อย

ถูกคู่!!! ชิงโค้งสุดท้าย “อนันตชัย” ดวล “ยอดเหล็กแหลม” ศึกมวยปูนเสือฯ

ศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 (รอบรองชนะเลิศ) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่เวทีมวยช่อง 7HD โดยก่อนชก นายณรงค์เดช ช่วยภักดี สจ.เขต1 คลองท่อม กระบี่ พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ เอียดเกลี้ยง
รองประธานสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ให้เกียรติขึ้นคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักมวยทั้งสองคู่บนเวที คู่ระหว่าง อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซค์ (แดง) พบกับ ก้องสนั่น ส.เทียนโพธิ์ (น้ำเงิน) พิกัด 112 ปอนด์ และคู่ระหว่าง พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ (แดง) พบกับ ยอดเหล็กแหลม พ.พิมพ์อร (น้ำเงิน) พิกัด 112 ปอนด์

ผลการแข่งขันมวยรอบปูนเสือ (รอบรองชนะเลิศ) มีดังนี้

คู่ที่ 1. อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซด์ (แดง) พบกับ ก้องสนั่น ส.เทียนโพธิ์ (น้ำเงิน) อนันตขัย มวยขวาสูงยาวเข่าในเหนียวแน่น ด้าน ก้องสนั่น มวยซ้ายอาชีพเตะหนักต่อยหนักรุนแรง อนันตชัย เดินเข้าหาเตะขวาลำตัวหนักๆทำเอา ก้องสนั่น ถึงกับสดุ้งพยามเดินเตะซ้ายลำตัวแถมมีศอกที่อันตรายแต่ความชัดเจนรุนแรง อนัยตชัย ทำได้ช้ดเจนผิดกับ ก้องสนั่น ออกอาการวืดวาดกลับโดน อนันตชัย จับคอตีเข่าเน้นๆ หนักๆ แม้ ก้องสนั่น จะออกมาใช้หมัดอย่างเดียวแต่ไม่เข้าเป้าครบยก อนันตชัย เผ็นฝ่ายชนะคะแนน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศทันที ส่วน ก้องสนั่น เข้าไปชิงที่ 3

คู่ที่ 2. พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ (แดง) พบกับ ยอดเหล็กแหลม พ.พิมพ์อร (พ.พิมพ์อร) พลายพยัคฆ์ มวยขวาเตี้ยสั้นหมัดหนัก ด้าน ยอดเหล็กแหลม มวยซ้ายสูงยาวเข่าแหลมปล้ำในรุนแรง เดินเข้าหาเตะซ้ายลำตัวหนักๆ พลายพยัคฆ์ พยามเตะขวาต่อยหมัดแต่ไม่รุนแรงกลับโดน ยอดเหล็กแหลม เดินปล้ำในจับคอตีเข่าเป็นชุดหนักทำเอา พลายพยัคฆ์ ถึงกับออกอาการกระทั่งต้นยก3 ยอดเหล็กแหลม ได้จังหวะเข้าจับคอตีเข่าเน้นๆ เป็นชุดทำเอา พลายพยัคฆ์ ทิ้งตัวลงไปนอนให้กรรมการนับ10 ทำให้ ยอดเหล็กแหลม ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศทันที ส่วน พลายพยัคฆ์ เข้าไปชิงที่ 3

    สำหรับศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 (รอบชิงชนะเลิศ) เปิดดวลอาวุธกันในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 รอบชิงชนะเลิศ คู่ระหว่าง อนันตชัย ลานนาวอเตอร์ไซด์ ดวลกับ ยอดเหล็กแหลม พ.พิมพ์อร ทั้งคู่เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย! ใครจะคว้าแชมป์ศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 ใครจะเป็นเสือตัวที่ 24 ตัวต่อไป และ ชิงอันดับ 3 คู่ระหว่าง ก้องสนั่น ส.เทียนโพธิ์ ดวลกับ พลายพยัคฆ์ ทต.พลับพลานารายณ์ นักชกทั้งสองคู่พร้อมเสิร์ฟความมันส์ให้แฟนมวยรอบปูนเสือเตรียมส่งแรงใจเชียร์ มาเชียร์กันได้!

แฟนๆ คอมวยไทย ศึกมวยรอบปูนเสือ มวยไทยพันธุ์แท้ ครั้งที่ 24 (รอบชิงชนะเลิศ) มาเชียร์กันให้สนั่นบนสังเวียนผืนผ้าใบได้ที่สนามมวยลุมพินี ในวันอากทิตย์ำที่ 19 ตุลาคม 2568 ถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป

ผู้ว่าฯกระบี่ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุ่มเทจับยาบ้าได้อีกกว่า 1.8 แสนเม็ด ผู้ต้องหา 2 ราย

ผู้ว่าฯกระบี่ พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเมืองกระบี่ แถลงจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดได้ 2 ราย พร้อมยาบ้า 186,150 เม็ด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 ที่อาคารที่ว่าการอำเภอเมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ นายนิรันดร์ ปราบอักษร ปลัดจังหวัดกระบี่ พ.ต.ต.ณรงค์ อ่อนทอง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.ที่ 426 ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทน กอ.รมน.จังหวัด(ฝ่ายทหาร) และตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 186,150 เม็ด

สำหรับพฤติการณ์ในการจับกุม เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเมืองกระบี่ จับกุมได้จับกุมนายวิทยาหรืออ้วน พัชรนานัปการ ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,150 เม็ดจากการสอบสวนเบื้องต้นนายวิทยา หรืออ้วน ได้ให้การว่าตนได้มีการซื้อขายยาบ้ากับอยู่กับบุคคลหนึ่ง(ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่าอุดมทรัพย์ อยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งได้แจ้งพฤติกรรมการสั่งซื้อและการนำส่งยาบ้าให้ชุดจับกุมทราบ และยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการในการขยายผลจับกุมตัวผู้กระทำความผิดตามที่ให้ข้อมูลไว้

จากนั้นชุดจับกมได้ให้นายวิทยาหรืออ้วน ทำการสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 15 มัด ในราคา 300,000 บาท พร้อมทั้งได้นัดหมายวันและเวลาการนัดส่งยาบ้า จากนั้นนายวิทยาหรืออ้วน ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดจับว่าตนได้ทำการสั่งซื้อยาบ้าเรียบร้อย และติดต่อกลับมาเพื่อแจ้งเวลาในการนัดรับยาบ้า จากนั้นในวันที่ 13 กันยายน 2568 ได้มีบุคคลไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ติดต่อเข้ามาโทรศัพท์มือถือแจ้งเวลาและสถานที่ในการนัดรับยาบ้า เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการดักซุ่มดูอยู่บริเวณจุดนัดรับยาบ้า

กระทั่งเวลา 23.20 น. ได้มีชายวัยกลางคนขับรถเก๋งเข้ามาบริเวณจุดนัดหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเพื่อจับกุม แต่เมื่อชายวัยกลางคนดังกล่าวสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ขับรถเก๋งหลบหนีมาทางถนนเพชรเกษม (ขาเข้าเมือง) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสกัดรถเก่งกล่าวได้บริเวณสามแยกโค้งปลาลัง (ขาเข้าเมือง) ถนนวัชระ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ จากนั้นได้ควบคุมตัวชายวัยกลางคนที่เป็นคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว

พร้อมทั้งได้ทำการตรวจค้นภายในรถเก๋ง ทราบชื่อภายหลังคือนายสำราญหรือหลวงมาร พลการ จากการตรวจค้นพบยาเสพติดอยู่ภายในรถเก๋ง จำนวน 16 แพ็ค รวมยาบ้า 184,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการควบคุมนายสำราญหรือหลวงมาร พร้อมของกลาง ยาบ้า 184,000 เม็ด และรถเก๋ง 1 คัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จังหวัดกระบี่ ได้จับกุมยาบ้ากว่า 1,300,000 เม็ด ครั้งนี้จับกุมได้อีกจำนวน 186,150 เม็ด ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานกันอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย พร้อมทั้งขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่ได้ทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน พร้อมกันนี้สำนักงาน ป.ป.ส.จะได้มีการขยายผลไปยังผู้เที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ขอเรียนว่าของกลางยาบ้าที่จับกุมได้นั้น ทางสำนักงาน ป.ป.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเก็บรักษาไว้ที่คลังเก็บของกลางเป็นอย่างดี มีการตรวจสอบอย่างรัดกุม ไม่มีการลักลอบนำวนออกไปขายใหม่ตามที่ประชาชนมีการเข้าใจกัน เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วก็จะมีการเผาทำลายอย่างน้อยปีละครั้ง

ปั่น “Singburi Journey Run Ride Cycling”ฟังเรื่องเล่าตำนานเมืองสิงห์

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 14 กันยายน 2568 ณ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรีนางสาวโสภา กองเนตร นายอำเภอท่าช้าง ประธานเปิดกิจกรรม “Singburi Journey – Run  Ride  Cycling”ออกกำลังกายไปกับเรื่องเล่าศรัทธา–วิถีชุมชนริมสายน้ำเจ้าพระยา/ป่าสัก โดยมี นายปฏิญญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี หัวหน้าส่วนราชการ และนักปั่น เข้าร่วมการหลายจังหวัดแข่งขันโดยมีเส้นทางปั่นจักรยาน ระยะทาง 30 กิโลเมตร

นางสาวโสภา กองเนตร นายอำเภอท่าช้าง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การปั่นจักรยาน ถือเป็นการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง และเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย มีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ ด้านจิตใจ

จังหวัดสิงห์บุรี เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีอดีตยาวนาน และมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ อย่างเช่น อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายบางระจันในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ ยังมีวัดสำคัญหลายแห่ง อาทิ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ที่มีองค์พระพุทธไสยาสน์ ปางโปรดอสุรินทราหูองค์ใหญ่ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย วัดพิกุลทองพระอารามหลวง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ พระเกจิชื่อดังของจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี

หรือ หลวงพ่อใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ศิลปะสมัยสุโขทัย องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและวัดประโชติการาม เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองสิงห์บุรี เป็นที่ประดิษฐานพระยืนคู่แห่งเดียวในเมืองไทย นามว่าหลวงพ่อทรัพย์ และหลวงพ่อสิน เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ พระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ รวมไปถึงเทวาลัยพระพรหมซึ่งเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งแต่ละสถานที่ต่างล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจทั้งสิ้น

นายปฏิญญา สันติชาติงาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า ด้วยจังหวัดสิงห์บุรีโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมกับคณะกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อเผยแพร่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว และส่งเสริมให้ประชาชนเกิดสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงผ่านการออกกำลังกาย โดยมีเส้นทางปั่นจักรยาน ระยะทาง 30 กิโลเมตร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 100 คน

ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทชาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายปัญจรัศมิ์ ตาระกา เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 44.14 นาที รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายวีรยุทธ ศรีกิตติพงศ์ เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 51.36 นาที รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นายนิเวศ อยู่แย้ม เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 51.37 นาที

ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทหญิง รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ พ.ต.ท.หญิง ดวงตา ใหญ่กว่าวงษ์ เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 01.08.36 ชั่วโมง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่นายพจนีย์ พันกลาง เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 01.12.12 ชั่วโมง รองชนะเลิศอันดับ 2 นางลัดดา ตาระกา เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 01.23.59 ชั่วโมง โดยนักปั่นจักรยานทั้งชายและหญิงที่เข้าเส้นชัยตามเวลาที่กำหนดจะได้รับเหรียญพิเศษ

พล.อ.อ.สมชาย ประธานในงานแสดงความยินดี ดร.กานต์ ศรีสุวรรณ นักศึกษา วปอ.68

พล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ ประธานในงานแสดงความยินดี ดร.กานต์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บจก.บีพีเค เมเนจเม้นท์    เนื่องในโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตร วปอ.รุ่นที่ 68 ณ กล้วยหอม Grand Piano อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

(จากภาพ) พล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ อดีต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดี ดร.กานต์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท บีพีเค เมเนจเม้นท์ จำกัด เนื่องในโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตร วปอ.รุ่นที่ 68 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรท(วปอ.) โดยมีแขกรับเชิญร่วมยินดี เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย พล.อ.อ. มานัติ วงษ์วาทย์ อดีต ผู้บัญชาการทหารอากาศ

พล.อ.ต.สำราญ ชมโท,พล.อ.ต.โสรวาล ป้อมสนาม, พล.อ.ต.วีระศักดิ์ นวลปลอด, พล.อ.ต. ศ.ดร.ประสงค์ ประณีตพลกรัง, ดร.อนิรุทธ คัมภ์ทวี ,ปวีณ์พร กรุดทองกุล, วิชชุดา ทองสุทธิ์, ธีรภัทร์ รัตนพัฒนากุล ,บุษยาธร  เขียวภักดี  ณ กล้วยหอม Grand Piano อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี

พล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ อดีต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวชื่นชม ว่า  คนที่มีโอกาสเข้าเรียนหลัก สูตร วปอ.ได้นั้น นอกจากจะมีความรู้ความสามารถแล้ว ต้องเป็นคนมีโชคดีด้วยท่านเคยเป็นนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 46 ได้รู้จักเพื่อนหลายอาชีพ สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหลายด้าน การเรียนนั้นไม่ยาก

แต่สิ่งสำคัญ คือ หลังจากจบหลักสูตรแล้ว ท่านจะนำความรู้ไปทำคุณประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้อย่างไร ฝากข้อคิดให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จะส่งผลให้เจริญก้าวหน้าในชีวิตยิ่งขึ้นไป.

“ปอปอ-สิขรี”สมศักดิ์ศรีทีมชาติซีเกมส์คว้าเหรียญทองยิมลีลาถ้วยพระเทพฯ

นักกีฬายิมนาสติกลีลา จากสโมสรจินตนา ไว้ลายทีมชาติไทย เกี่ยวก้อยคว้าเหรียญทองประเภททีม และ บุคคล ประเดิมชิงแชมป์ประเทศไทย โดย “แสนดี” สิขรี สุทธิรักษ์ พัฒนาขึ้นมาเร็วอย่างน่าใจหาย

การแข่งขันกีฬายิมนาสติกลีลา ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 45 ประจำปี 2568 ณ ฮอลล์ ชั้น 4  เทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 กันยายน เป็นวันที่ 4 ของการแข่งขันในประเภทประชาชน ในรอบชิงชนะเลิศประเภททีม และ บุคคลรวมอุปกรณ์

อุปกรณ์คฑา เหรียญทอง สโมสรจินตนา A (พิยดา พีรมธุกร. สิขรี สุทธิรักษ์ , รักต์กันท์ ชัยโชณิชย์) นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยชุดซีเกมส์  พิยดา 24.250  คะแนน , สิขรี 23.000 คะแนน, รักต์กันท์ 21.350 คะแนน  ( คะแนนรวม 221.200 คะแนน) / เหรียญเงิน สโมสรเยี่ยมยิมส์ ( ภรณ์นัชชา เจตธำรง 20.600 คะแนน, สุพิชญา ปิ่นฝั้น 20.100 คะแนน, ปัณฑิตา ทองสอง 21.150 คะแนน ) คะแนนรวม 205.000 คะแนน  / เหรียญทองแดง สโมสร จินตนา B (พิชญธิดา เกตุสกุล 21.050 คะแนน, พรรษพร ทับทอง 20.050 คะแนน, วรวลัญช์ วรสิทธิชัยกุล 18.500 คะแนน ได้คะแนนทีมรวม 202.300 คะแนน

อุปกรณ์ริบบิ้น เหรียญทอง สโมสรจินตนา A  (พิยดา พีรมธุกร. สิขรี สุทธิรักษ์ , รักต์กันท์ ชัยโชณิชย์) นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยชุดซีเกมส์  พิยดา 21.250  คะแนน , สิขรี 21.350 คะแนน, รักต์กันท์ 20.250 คะแนน / เหรียญเงิน สโมสรเยี่ยมยิมส์ ( ชลธิชากร จรรย์โกมล 15.500 คะแนน, สุพิชญา ปิ่นฝั้น 18.850 คะแนน, ปัณฑิตา ทองสอง 21.200 คะแนน )  / เหรียญทองแดง สโมสร จินตนา B (พิชญธิดา เกตุสกุล 20.200 คะแนน, พรรษพร ทับทอง 17.100 คะแนน, วรวลัญช์ วรสิทธิชัยกุล 13.500 คะแนน

สรุปเหรียญทองประเภททีมตกเป็นของ ทีมสโมสรจินตนา A 221.200 คะแนน / เหรียญเงิน สโมสรยิมมาสเตอร์ 205.000 คะแนน / เหรียญทองแดง สโมสรจินตนา B 202.300 คะแนน

เหรียญทองประเภทบุคคลรวม ตกเป็นของ “แสนดี” น.ส.สิขรี สุทธิรัก สุทธิรักษ์ (สโมสรจินตนา A)  89.700 คะแนน /  เหรียญเงิน “ปอปอ” น.ส.พิยดา พีรมธกร (สโมสรจินตนา A ) 88.700 คะแนน / เหรียญทองแดง ปัณฑิตา ทองสอง (สโมสรยิมมาสเตอร์) 86.950 คะแนน

สำหรับวันที่ 14 กันยายน จะเป็นการแข่งขันวันสุดท้าย เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในประเภทประชาชน อุปกรณ์ห่วง และ บอล บรรดานักกีฬาทีมชาติชุดซีเกมส์ ลงทำการแข่งขันทุกคน  เริ่มเวลา 10.00 น. ที่ ฮอลล์ ชั้น 4  เทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา