ดราม่า!จับปรับบุหรี่เถื่อน104ซอง หญิงวัย46ปีวูบกลางสำนักงานสรรพสามิต ลูกชายคาใจ

อุทัยธานี- ลูกชายคาใจ!!แม่ถูกจับบุหรี่เถื่อน104 ซอง ยื้อเวลาให้ไปหาเงินค่าปรับ จนแม่เครียด ชักเกร็งกลางสำนักงานสรรพสามิต และกลางโรงพักลานสัก ด้านเจ้าหน้าที่สรรพสามิตชี้แจงดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

นายทศพล อายุ 29 ปี พร้อมภรรยา นางสาวรุ่งอรุณ อายุ 35 ปี ชาวตำบลทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เปิดเผย ว่า นางสาวชุติมา  อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ของนายทศพล เกิดอาการช็อคชักเกร็งกลางสำนักงานสรรพสามิตสาขาบ้านไร่ และคาใจกับการยื้อเวลาเสียค่าปรับ ของเจ้าหน้าที่

โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 ผู้เป็นแม่ ถูกเจ้าหน้าที่พนักงานสรรพสามิตสาขาบ้านไร่ จับกุมตัวที่บ้าน โดยมีบุหรี่เถื่อน ไม่เสียภาษี จำนวน 104 ซอง โดยสั่งซื้อมาจากทางออนไลน์ เพื่อมานำมาสูบกันเอง และไม่มีการจำหน่าย ล่าสุดจนท.ได้พูดคุยพร้อมชี้แจงให้ทางเรานำเงินมาประมาณ40,000-50,000 บาท เพื่อมาเสียค่าปรับ

หลังจากนั้นตนเองพร้อมครอบครัวได้วิ่งหาเงินจำนวนดังกล่าว ไปเสียค่าปรับให้กับทางแม่ จนท.สรรพสามิตได้นำตัวแม่ไปลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานการจับกุมที่สภ.ลานสัก และได้นำตัวแม่เดินทางไปยังสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่อุทัยธานี สาขาบ้านไร่ เพื่อมาเสียค่าปรับ ล่าสุดทางครอบครัวตนเองหาเงินค่าปรับไม่ได้เลย หาได้เพียง 20,000 บาท หลังจากนั้นแม่ก็นั่งร้องไห้ เครียด อ้วก ได้เกิดอาการชอกเกร็งสลบกลางสำนักงาน จนท.จึงได้นำตัวผู้เป็นแม่ ส่งโรงพยาบาลบ้านไร่ เป็นการเร่งด่วน

ล่าสุดทางครอบครัวยินยอมให้เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องฟ้องศาล เนื่องจากหาเงินเสียค่าปรับไม่ได้ แต่ทางจนท.ก็ยังยื้อเวลาให้ทางเราหาเงินมาเสียค่าปรับให้ได้ ทางครอบครัวของเราจึงได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.บ้านไร่ พร้อมกับแจ้งกำนันพื้นที่อ.บ้านไร่ เพื่อขอความช่วยเหลือ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นนานนับคืน

หลังจากที่แม่ออกมาจากโรงพยาบาลบ้านไร่แล้ว ทางจนท.สรรพสามิต ได้นำตัวแม่มายังที่สำนักงานสรรพสามิต สาขาบ้านไร่ อีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงเรื่องการเสียค่าปรับ ขณะเดียวกันผู้เป็นแม่และทางครอบครัวตัดสินใจให้จนท.สรรพสามิต ดำเนินการส่งเรื่องฟ้องศาลตามกระบวนการ กระทั่งจนท.ควบคุมตัวแม่เดินทางมาส่งพนักงานสอบสวนที่สภ.ลานสักพื้นที่ เพื่อทำเรื่องส่งฟ้องศาล ขณะเดียวกันทางครอบครัวไม่มีเงินประกันตัวแม่ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากกำนันต.ทุ่งนางามและกำนันต.ระบำ ขอให้ช่วยประกันตัวผู้เป็นแม่ ระหว่างอยู่ที่โรงพักผู้เป็นแม่ได้มีอาการชักเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานงานโรงพยาบาลลานสัก มารับตัวไปรักษาดูอาการดังกล่าว

จากการสอบถามนางสาวศิริลักษณ์ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ พร้อมกับนายคมสัน สรรพสามิตพื้นที่สาขาบ้านไร่ ชี้แจงว่า ส่วนของเจ้าหน้าที่ของเราได้ทำตามทุกกระบวนการตามขั้นตอน โดยรับแจ้งว่าทางบ้านของคุณป้าชุติมา ได้จัดซื้อบุหรี่เถื่อน มาจากทางออนไลน์เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนพร้อมเข้าจับกุมและนำตัวมาลงบันทึกไว้ที่สภ.ลานสัก เพื่อขอนำตัวคุณป้าไปเสียค่าปรับตามจำนวนของกลางที่เจอบุหรี่ 104 ซอง จำนวนค่าปรับประมาณ 65,000 กว่าบาท โดยทางสรรพสามิตสาขาบ้านไร่ จัดทำบันทึกพรบ.อุ้มหายไว้ทุกขั้นตอน และมีอำนาจให้เปรียบเทียบปรับ

โดยการปรับเลื่อนได้นั้นทางเราต้องแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาอีกครั้ง ตามจำนวนความเหมาะสม ตามระเบียบขั้นตอน พร้อมกับแจ้งข้อกฎหมายให้รับทราบทุกครั้ง โดยมีอำนาจระยะเวลาเปรียบเทียบปรับอยู่ ภายใน 12 ชั่วโมง หลังจากนำตัวมายังสรรพสามิตที่สาขา แต่หากเวลาและอำนาจใกล้จะหมด หรือเงินไม่พอทางจนท.ก็จะทำเรื่องส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนดำเนินการของกฏหมาย ทั้งนี้ระหว่างที่ตัวป้า รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านไร่ ทางเจ้าหน้าที่ของเรา ได้เข้าไปเยี่ยมเยียมตัวคุณป้าแล้วดังกล่าว

สหรัฐฯเลิกบอยคอตน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรลเปิดทางขายให้ไทย-เวียดนาม

สหรัฐอเมริกายอมยกเลิกการบอยคอตน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรลที่อยู่ระหว่างขนส่งกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ เปิดทางขายให้ชาติพันธมิตรฯ เช่น ไทยหรือเวียดนามซื้อได้ หากยังคว่ำบาตรอิหร่านก็ส่งขายให้จีนได้อยู่ดี อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันในตลาดโลก

สำนักข่าว CNN นำเสนอบทวิเคราะห์ อธิบายสาเหตุที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านบางส่วน โดยระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งผลักดันอย่างหนักเพื่อหาน้ำมันทุกบาร์เรลที่หาได้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปทั่วโลก

ทั้งนี้ หลังสงครามกับอิหร่านดำเนินมาได้ 3 สัปดาห์ รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มมีทางเลือกจำกัดมากขึ้นในการควบคุมราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทรัมป์ประเมินเป็นการภายในว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่อการสู้รบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบเป็นไปไม่ได้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการที่ก้าวไกลยิ่งขึ้น ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวต่อน้ำมันอิหร่านที่กำลังขนส่งอยู่กลางทะเล เพื่อเปิดทางให้พันธมิตรที่ขาดแคลนน้ำมันสามารถซื้อได้

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก่อให้เกิดสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วน เนื่องจากในขณะที่สหรัฐพยายามโจมตีอิหร่านทางทหาร กลับต้องเปิดโอกาสให้อิหร่านได้รับประโยชน์ทางการเงินไปพร้อมกัน ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองที่อิหร่านสร้างขึ้น ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ไม่อยู่นิ่งรอกินเงินบำนาญ!ครูวัยเกษียณช่วยสามีวิ่งส่งไข่ไก่ ขายปลีก-ส่ง ตอบโจทย์ลูกค้ายุคน้ำมันแพง

หลังจากเกษียณอายุราชการมาหมาดๆ  ครู แสงอรุณ หรือ “เจ๊ศรี”วัย 61 ปี ชาวตลาดบ้านสร้าง   อ.บ้านสร้าง  จ.ปราจีนบุรี ไม่อยู่นิ่งกับบ้านเฉยๆถือโอกาสมีเวลาว่างเยอะออกจากบ้านช่วยสามี คือ “พี่สวง”วิ่งรถกระบะขาย ไข่ไก่ทั้งปลีก-ส่ง ลูกค้าถึงหน้าบ้าน ร้านค้า ถือว่าเป็นการสร้ารายได้เพิ่มอีกทางนอกเหนือจากได้รับเงินบำนาญรายเดือน 

โดยแต่ละวันหลังจากที่พากันมารับซื้อไข่ไก่มาจากฟาร์มไก่ไข่   ได้ทำการบรรทุกไข่ไก่วิ่งจำหน่ายให้ลูกค้า ทั้งบริการขายส่งแก่ร้านค้าเจ้าประจำ และ ยังขายปลีกลูกค้าทั่วไปใน   อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  – ย่าน   จ.ปทุมธานี นับว่าเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี

ครูแสงอรุณ  บอกว่า     ในช่วง ราคาน้ำมันราคาแพงผลกระทบจากภัยสงครามตะวันออกกลาง    ประกอบกับช่วงหน้าร้อนนี้แม่ไก่ออกไข่ลดลงทำให้ราคาไข่ไก่ที่รับมาจากหน้าฟาร์มปรับราคาขายสูงขึ้น โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขยับราคาเพิ่มสูงขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ หรือ  ราคาแผงละ 6 บาท ทุกเบอร์  

“ราคาไข่คละหน้าฟาร์ม   ได้ปรับขึ้นจาก 3.20 บาท เป็น 3.40 บาทต่อฟอง    ส่วนราคาราคาขายปลีกนั้น   ตนจะนำไปตามร้านค้าที่เป็นลูกค้าเจ้าประจำ หรือ จำหน่ายให้ลูกค้าปลีกทั่วไป   โดยวิ่งรถขายไข่ไก่ต้นทาง วิ่งจาก อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี   จำหน่ายตามรายทางเรื่อยไป  เน้นเจ้าประจำคือตามร้านค้าที่รับซื้อประจำ    และขายให้แก่ ลูกค้าทั่วไป  หรือ บางวันที่ว่าง หลังส่งเจ้าประจำแล้ว จะแวะพักจอดขายตามตลาดนัดใหญ่ๆ บ้าง อีกทั้งยังวิ่งรถไปจำหน่ายไข่ไก่ตลาดหลัก ๆ  ที่มาขายที่ จ.ปทุมธานี ” 

ครูแสงอรุณ บอกอีกว่า ปัจจุบัน ทางฟาร์มได้ ปรับราคาขายไข่ทุกเบอร์ เพิ่มขึ้นแผงละ 6 บาท    เช่น ไข่ไก่เบอร์ 0 แผงละประมาณ 125-135 -130 บาท, เบอร์ 1 แผงละ 113  115บาท เบอร์ 2 แผงละ 120 บาท เบอร์ 3 ราคาและ เบอร์4 110บาท เฉลี่ย ราคาปรับเพิ่ม  ประมาณ 3.30-3.50 บาทต่อฟองโดยเหตุผลที่ราคาไข่ไก่สภาพอากาศร้อนจัดทำให้แม่ไก่ออกไข่น้อยลง และรวมถึงต้นทุนการขนส่งปรับสูงขึ้นตามราคาพลังงาน

ในส่วนร้านค้าจำหน่ายไข่ไก่ขายปลีก – ขายส่ง   บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านเอื้ออาทร  ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี  โดยไข่ไก่ที่ร้านได้ทำการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นทุกเบอร์  โดยปรับราคาจำหน่วยบริการลูกค้า  ในอัตราแผงละ  5 บาท  ทุกเบอร์รวมถึงราคาไข่เป็ดด้วยทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก พบปรับราคาเพิ่มแผงละ 5 บาท /แผง

นอกจากนี้  ที่ร้านจำหน่ายน้ำดื่มสะอาด เป็นร้านขายส่ง ริมถนนสายปราจีนตคาม (ปราจีนบุรี – ประจันตคาม) เทศบาลเมืองปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี    น้ำดื่ม ขนาดใหญ่ มี 6 ขวด   และ  ขนาดกลางมี 12 ขวด   ราคาขายจากเดิมก่อนหน้า  ราคาแพ็คละ 20 บาท/แพ็ค   ปรับเพิ่มราคาขึ้นเป็น 22 บาท  แพ็ค    ล่าสุดราคาขายส่งเพิ่มขึ้นอีก 25 บาท / แพ็คแล้ว

โดย… มานิตย์  สนับบุญ  –ข่าว/ณัฐนันท์ – ภาพ     /    ปราจีนบุรี  ###

ส.ช่างภาพข่าวสื่อมวลชนมอบทุนการศึกษาพร้อมเลือก “นายกฯสุรชัย” นั่งเก้าอี้ต่อ

เมื่อวันที  21 มีนาคม 2569  สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชน (ประเทศไทย) โดย นายสุรชัย  วิเศษโสภา นายกสมาคมฯ ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ธิดา สมาชิกสมัครคมฯ ประจำปี 2569 ณ ห้องเทวกรรมรังรักษ์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น.

โดยมี ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 เป็นประธาน ร่วมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานมูลนิธิปอเต็กตึ้ง นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล รองประธานบริษัท ชินวงศ์ฟู้ด กรุ๊ป นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะ มอลล์กรุ๊ป นายอัครา อุดมศิลป์ ที่ปรึกษาสมาคมฯค นายดำฤิทธิ์ วิริยะกุล หัวหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา

ดร.ปราจิน ได้กล่าวให้โอวาทกับบุตร-ธิดา สมาชิก ใจความว่า เด็กและเยาวชน การสนับสนุนด้านทุนการศึกษามีความสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมบุตร-ธิดา ของสมาชิกให้ได้มีการศึกษาที่ดี ขอให้ลูกหลานตั้งใจเล่าเรียน มีความกตัญญูรู้คุณ บิดา มารดา และประเทศชาติ เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคม

นายวิชิต ให้โอวาทว่า ขอให้เด็กทุกคนตั้งใจเล่าเรียน เป็นเด็กดีของพ่แม่ เป็นคนดีของสังคม โตขึ้นจะได้ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ

สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯ และมูลนิธิช่างภาพข่าวสื่อมวลชนได้จัดให้มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร ธิดานักข่าวช่างภาพ เงินที่สมาคมฯ ที่มอบให้เป็นทุนการศึกษา นั้นส่วนหนึ่งได้มาจากการทำหนังสือประจำปีของสมาคมฯ รวมทั้งผู้มีจิตกุศล บริจาคสมทบทุนการศึกษา อาทิ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 บริจาค 200,000 บาท นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล ประธานบริษัท ชินวงศ์ ฟู้ด กรุ๊ป

และ นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล รองประธาน บริจาค 200,000 บาท บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป  จำกัด มอบทุนให้ 50,000 บาท โดย คุณวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานมูลนิธิปอเต็กตึ้ง มอบให้ 200,000 บาท ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ บริจาค 100,000 บาท คุณอัครา อุดมศิลป์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ บริจาค 20,000 บาท

โดยสมาคมฯมอบให้ทุนละ 3,000 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 375,000 บาท ในโอกาสนี้สมาคมฯ ยังได้นำเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งที่เหลือจากการมอบทุนการศึกษาและเงินกองทุนของสมาคมฯ โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน มอบเป็นเงินช่วยเหลือบรรดานักข่าวช่างภาพที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพ ให้แก่ผู้ที่มีภาระมากจำนวน 50 ทุน โดยมอบให้ทุนละ 5,000 บาท ซึ่งกิจกรรมนี้สมาคมฯ ได้ช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง

หลังเสร็จพิธีมอบทุนการศึกษา ได้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมและเลือกตั้งนายกสมาคม  ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า สมาชิกทั้งหมดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้นายสุรชัย วิเศษโสภา ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมต่ออีกสมัย

.

ทหารคุมเข้มชายแดนไทย-เมียนมา ป้องการกระทำผิดกม.-ลักลอบขนน้ำมันเถื่อน

ฉก.ทหารพราน35. ลาดตระเวนชายแดนไทย-เมียนมา  เฝ้าตรวจ ป้องกัน ปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า – ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่บริเวณริมแม่น้ำเมยชายแดนไทย-เมียนมา เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3501 และกองร้อยทหารพรานที่ 3507 ลาดตระเวนเฝ้าตรวจ/เคลื่อนไหวแสดงกำลังในพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า – ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

 และการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด บริเวณเส้นทาง/ท่าข้าม/ช่องทางธรรมชาติ ในพื้นที่ บ้านท่าล้อ – บ้านห้วยนกแล – บ.น้ำดิบบอนหวาน ต.แม่ระมาด – บ้านห้วยบง – บ้านวังผา ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามผู้ที่อาจลักลอบกระทำผิดกฎหมาย และเป็นการป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทยตลอดแนวชายแดน

.

ดีพี เน็กซ์ จับมือ แรพพิด มอเตอร์ส หนุน EV ภาคขนส่งไทย ขับเคลื่อนอนาคตคาร์บอนตํ่า ลดปัญหาน้ำมันขาดแคลน

ดีพี เน็กซ์ (DP NEXT) ภายใต้บริษัทร่วมทุน (JV) ระหว่างบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ ต่อยอดธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ สู่ความ ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แรพพิด มอเตอร์ส (Rapid Motors) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการแปลงยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ภายใน (Internal Combustion Engine: ICE) เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคขนส่งไทยอย่าง ยั่งยืน โดยกําลังศึกษาการพัฒนาธุรกิจแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) สําหรับฟลีทรถ ขนส่งในประเทศไทย โดยระยะแรกมุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าฟลีทรถกระบะ นับเป็นการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เพิ่ม ประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคขนส่งไทยอีกด้วย

นายสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ ดีพี เน็กซ์ กล่าวว่า “ในปี 2568 ดีพี เน็กซ์ ได้ส่งมอบแบตเตอรี่สําหรับ ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม อาทิ ธุรกิจขนส่ง ผู้ให้บริการฟลีทรถ และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อช่วยควบคุมต้นทุนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากแนวโน้ม อุตสาหกรรมการดัดแปลงยานยนต์ ICE สู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมาตรการสนับสนุนของภาครัฐและ เป้าหมายการแปลงสภาพยานยนต์อย่างน้อย 40,000 คัน ภายในปี 2570* ดีพี เน็กซ์ จึงมองเห็นโอกาสขยายตลาด โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการที่ต้องการใช้ฟลีทรถกระบะไฟฟ้าที่มีข้อจํากัดด้านต้นทุน ซึ่งบริษัทฯ เห็นโอกาสในการเสนอราคาแบตเตอรี่ที่ เหมาะสมและแข่งขันได้ ความร่วมมือกับแรพพิด มอเตอร์ส จึงเป็นก้าวสําคัญในการต่อยอดธุรกิจแบตเตอรี่ของดีพี เน็กซ์ ให้ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างคุณค่าต่ออุตสาหกรรมขนส่งไทยในระยะยาว”

นายรริส อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แรพพิด มอเตอร์ส กล่าวว่า “บริษัทฯ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการแปลงสภาพ เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ความสําคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ในการใช้งานจริงเป็นสําคัญ เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นหัวใจสําคัญของยานยนต์ไฟฟ้า เราจึงมองหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ลํ้าสมัย มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง เหมาะสําหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ต้องรองรับการ ใช้งานแบบ Heavy Duty ความร่วมมือกับ ดีพี เน็กซ์ จะช่วยเสริมศักยภาพโซลูชันการแปลงสภาพยานยนต์ ICE สู่ยานยนต์ ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้าฟลีทรถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความคุ้มค่าในการลงทุน ระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัทในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์”

สําหรับความร่วมมือในระยะแรก ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันศึกษาและพัฒนาการแปลงสภาพยานยนต์ ICE ให้เป็นยานยนต์ ไฟฟ้า โดยนําโซลูชันแบตเตอรี่ของ ดีพี เน็กซ์ ผสานความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีการแปลงสภาพของแรพพิด มอเตอร์ส เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าฟลีทรถกระบะเชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายปริมาณการผลิต 1,500 คันต่อปี ซึ่งคาดว่าช่วยลดต้นทุนค่า เชื้อเพลิงได้ 60-80% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 15,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดฟลีทรถขนส่งเชิง
พาณิชย์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถกระบะซึ่งมีอัตราการใช้ขนส่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถบัสและรถบรรทุก ขนาดใหญ่** ในระยะถัดไป ทั้งสองบริษัทจะมองหาโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือไปยังยานยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ใน อนาคต

ดีพี เน็กซ์ ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโซลูชันแบตเตอรี่ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะด้านของ ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทุกประเภท ครอบคลุมตั้งแต่รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถหัวลากภาคอุตสาหกรรม และเรือไฟฟ้า และมองหาโอกาสร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนําที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้าและ ระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อต่อยอดและขยายธุรกิจแบตเตอรี่ในระยะยาว ขณะที่แรพพิด มอเตอร์ส กําลังขยายฟลีทยานยนต์ ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการลูกค้าธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายการแปลงสภาพรถขนส่งในตลาดประมาณ 10% ให้เป็น ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนภาคการขนส่งของประเทศและเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนตํ่าในวงกว้าง

ไม่ง้อปั้ม!ชาวบ้านชัยภูมิฝ่าทางตันกลั่นน้ำมันใช้เอง ไม่เกรงใจรัฐบาล

นายสุริยา ทรัพย์พงษ์  คณะกรรมการบ้านโคกสง่านวัตกรรมใหม่ ออกมายืนยันว่า ชาวบ้านบ้านโคกสง่า   ตำบลโคกสง่า อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ใช้น้ำมันที่กลุ่ม บ้านโคกสง่านวัตกรรมใหม่ กลั่นเอง ไปใช้กับเครื่องมือทางการเกษตรมานานกว่า 1ปีแล้ว มีกำลังในการผลิตวันละ100-200ลิตร ต่อวัน

โดยกลั่นวันละ2รอบ รอบละ2-3ชั่วโมง จำหน่ายลิตรละ25บาท ในขณะที่ปั้มน้ำมันทั่วไปขายลิตรละ35บาท ส่วน วัตถุดิบที่นำมากลั่นคือสิ่งเหลือใช้ที่เป็นประเภทพลาสติก อัตราส่วนในการตั้น พลาสติก 1 กิโลกรัม จากกลั่นได้น้ำมัน 1 ลิตร น้ำมันที่กลั่นได้จะแยกเป็นสองประเภท คือ ประเภทดีเซล และเบนซิน เบนซินที่นำไปเติมกับเครื่องสูบน้ำเครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นเมล็ดข้าว สามารถนำไปเติมและใช้งานได้เลย ส่วนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ จะต้องนำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน ที่ซื้อมาจากปั๊มน้ำมันในอัตรา 50 ต่อ 50

นายณรงค์ฤทธิ์ มอบสันเทียะ ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดชัยภูมิ  เดินทางมาพร้อมกับคณะกรรมการ เพื่อเตรียมมอบเงินอุดหนุน ในวงเงิน 50,000 ถึง 100,000 บาทเพื่อต่อยอด โครงการการออกแบบและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ใหม่ที่สามารถใช้ได้จริง

.

“ตับแข็งได้ยังไง”…!!

ทำไมตับของเราที่เคยนุ่มๆเหมือนตับหวานในซอยจุ๊ มันกลายเป็นตับที่แข็งและขรุขระไปซะได้ 
.
มารู้จักกับตับกันก่อนครับ 
“ตับ” คือโรงงานสารพัดประโยชน์ ให้นึกภาพว่าตับเราคือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เปิดโอทีทำงาน 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด มีหน้าที่ทั้งฟอกของเสีย กำจัดสารพิษ ผลิตเชื้อเพลิงพวกน้ำตาลและพลังงานให้เรามีแรงไปไปทำงาน เป็นคลังเก็บเสบียงพวกวิตามิน และอื่นๆอีกมากมาย 
ตับในสภาพปกติ จะมีพนักงานทำงานขยันขันแข็ง ผิวสัมผัสตับก็จะนุ่มนิ่มเด้งดึ๋งยืดหยุ่น เลือดไหลผ่านสบายเหมือนถนนโล่งๆ ไม่มีรถติด
.
แต่แล้วเราก็เริ่มใช้ชีวิตแบบท้าทายตับ 
ดื่มหนัก ติดไวรัสตับอักเสบบีหรือซี กินหวานมันจนไขมันพอกตับ รวมถึงโรคภูมิต้านตนเองและพันธุกรรมต่างๆ
.
พอตับโดนทำรัายบ่อยๆมันก็เกิดการอักเสบระบมไปหมดครับ  ตับก็แบบ…โอเค เดี๋ยวชั้นจัดการเอง
มันก็พยายามส่งช่างมาช่วยซ่อมแบบเร่งด่วน แต่ทีมช่างชุดนี้เหมือนช่างที่รีบๆทำ
แทนที่จะซ่อมให้เหมือนเดิม ดันเอาปูนมาโบกทับ
นึกภาพถ้านิ้วเราโดนมีดบาดครั้งเดียวแผลหายก็กลับมานุ่มเหมือนเดิมได้ แต่ถ้าขยันบาดซ้ำที่เดิมทุกวันๆ แผลมันจะกลายเป็นแผลเป็นที่ทั้งแข็งทั้งหนา
ในตับก็เหมือนกัน ตับก็ซ่อมตัวเองด้วยการสร้างแผลเป็นหนาหนาพอกไปเรื่อยเรื่อยจนเต็มโรงงานจนมองไม่เห็นเนื้อดีแล้ว กลายเป็น‘พังผืด’ซึ่งแข็งโป๊ก ไม่ยืดหยุ่น

สุดท้ายจะเข้าสู่ภาวะตับแข็ง พอแผลเป็นพังผืดมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลือดก็ไหลเวียนไม่ได้ เครื่องจักรในโรงงานโดนพังผืดพันจนขยับไม่ได้ จากตับนุ่มนุ่มเด้งดึ๋งก็กลายเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ ของเสียเริ่มค้างในโรงงานจน ‘ตัวเหลืองตาเหลือง’ เป็นดีซ่าน แถมน้ำเริ่มนองในโรงงานจนเกิดอาการท้องมาน นี่แหละครับคือตับแข็งของจริง
.
ตับแข็งไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บในวันเดียว แต่มันคือการที่เราขยันซ้ำเติมตับตัวเองอย่างต่อเนื่องจนตับบอกว่าไม่ไหวแล้ว พอแล้ววว รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ววว อันนี้ไม่เกี่ยวนะครับหยอกๆ 
ในที่สุดตับก็ขอยื่นใบลาออกจากการเป็นตับ ด้วยการกลายเป็นก้อนหินซะเลย 
.
วิธีป้องกันคือต้องเพลาการชนแก้วลงบ้าง ให้ตับได้มีเวลาพักหายใจหายคอ ลดหวานลดมันอย่ากินจนไขมันไปพอกตับ หมั่นออกกำลังกาย และที่สำคัญอย่าลืมไปตรวจเช็กไวรัส หรือตรวจสุขภาพนะคร้าบบบบ
.
เครดิต-หมอแล็บแพนด้า

อลังการ!ขบวนแห่น้ำศักดิ์สิทธิ์บูชาศิวะเทพทย้อนรำลึกปราสาทหินพันปีอุทุมพรพิสัย

ประชาชนชาวอำเภออุทุมพรพิสัยจาก 19 ตำบลกว่า 1,000 คนร่วมขบวนแห่อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์จากปราสาทหินสระกำแพงน้อย อโรคยาศาล สู่ดินแดนปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่ ประกอบพิธีย้อนรำลึกปราสาทหินสระกำแพงใหญ่ขึ้น 2 ค่ำเดือน 5 แห่งวิศุสงกรานต์ถวายน้ำแด่ศิวลึงค์ตัวแทนองค์ศิวเทพ

ที่ถนนเพียรพจนกิจ กลางใจเมืองอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายพศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย นำหัวหน้าส่วนราชการพ่อค้าประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ นำสาวงามชาวอำเภออุทุมพรพิสัยจาก 19 ตำบล 1 เทศบาลกว่า 1,000 คนได้มาร่วมกันตั้งขบวนแห่อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาจากปราสาทหินวัดสระกำแพงน้อย

ที่เคยเป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลสมัยขอมเรืองอำนาจพันกว่าปีผ่านมาแล้วเพื่อนนำไปประกอบพิธีตามประเพณีย้อนรำลึกปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่ในวันขึ้น 2 ค่ำเดือน 5 แห่งวิสุวะสงกรานต์ ของทุกๆปีเป็นการบูชาไหว้บรรพบุรุษที่สิงสถิตอยู่ในปราสาทหิน เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ถนนเพียรพจนกิจ กลางใจเมืองอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ

สุกิจ เหลืองสกุลไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

พศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย

โดยค่ำนี้ได้มี นายสุกิจ เหลือสกุลไทยรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาเป็นประธานในการประกอบพิธี อัญเชิญคันโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นบนกำแพงปราสาทหินพันกว่าปี ของปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ พ่อพราหมณ์ประกอบพิธีร่ายพระเวทย์อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษมาร่วมให้พรแด่ลูกหลานที่มาประกอบพิธี

ในวันขึ้น 2 ค่ำเดือน 5 แห่งวิศุสงกรานต์ประกอบที่เทถวายรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงบนศิวลึงแก้วที่ถือเป็นตัวแทนขององค์ศิวะเทพผู้สิงสถิตย์อยู่ในปราสาทหินแห่งนี้ จากนั้นได้ร่วมกันร่ายรำถวายแด่องค์ศิวเทพ พระอิศวร เทพเทวาทุกๆพระองค์รวมทั้งดวงวิญญาณของบรรพบุรุษด้วย

เสนาะ วรรักษ์/ภาพ
พงษ์พัฒน์ไตรพิพัฒน์/ข่าว

“อัสซาดูลาห์” กดน็อก “น้องโอ๋” แชมป์ยังว่าง, “แรมโบ้เล็ก” โค่น “นาบิล” เป็นราชันคนใหม่ ศึก ONE ลุมพินี 147

ยิ่งใหญ่สมการรอคอยสำหรับการต่อสู้ศึกไตรมาสแรกของปี ONE ลุมพินี 147 ซึ่งถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก โดยจอมบู๊ทั้ง 28 คนพร้อมใจกันโชว์ฝีมือเต็มที่ มอบความสุขให้แฟนมวยตลอดทั้งรายการ

คู่เอก “น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 39 ปี จากสกลนคร พบกับ “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” กำปั้นฟอร์มดุ วัย 22 ปี จากรัสเซีย โดยมีเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ที่ว่างอยู่เป็นเดิมพัน

หลังจากดูเชิงกันในยกแรก เกมก็ดำเนินมาถึงจุดจบไวกว่าที่คิด เมื่อ “อัสซาดูลาห์” ปล่อยหมัดชุดจากล่างขึ้นบนเล่นงานเต็มแรง ส่ง “น้องโอ๋” ร่วงลงไปหลับคาพื้นเวที ทำให้ “อัสซาดูลาห์” เอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 2 พร้อมยืดสถิติไร้พ่ายเป็นไฟต์ที่ 12 ในอาชีพ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่สิทธิ์ครองเข็มขัด เนื่องจากทำน้ำหนักไม่ผ่านเกณฑ์ ส่งผลให้ตำแหน่งแชมป์รุ่นนี้ยังคงสถานะ “แชมป์ว่าง” ต่อไป

ด้านคู่รอง “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” จอมบู๊อาวุธแน่น วัย 24 ปี จากเมืองกรุง กลับมาชกภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ชิงแต้มกู้ศรัทธากับ “ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค.” มวยใจเด็ด วัย 27 ปี จากบุรีรัมย์

ยกแรก “ป้อมเพชร” เดินหน้าบุกออกอาวุธหนักต่อเนื่อง ขณะที่ “จ้าวเสือใหญ่” รอจังหวะโต้กลับอย่างอันตราย จากนั้นทั้งคู่เครื่องเริ่มร้อนปักหลักแลกกันดุเดือด โดยเป็น “ป้อมเพชร” ที่ทำได้จะแจ้งกว่า ไล่กดดันด้วยสารพัดอาวุธจน “จ้าวเสือใหญ่” เครื่องช็อต ไม่สามารถโต้ตอบได้ ผู้ตัดสินชี้ขาดบนเวทีเห็นว่าไปต่อไม่ไหว จึงตัดสินใจยุติการชก ส่งให้ “ป้อมเพชร” ชนะทีเคโอในยกที่ 3 พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท เป็นครั้งที่ 6

ส่วนคู่ไฮไลต์ช่วง “ซูเปอร์แฟน ไฟต์” สำหรับสมาชิก “นาบิล อานาน” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 21 ปี สัญชาติแอลจีเรีย-ไทย ทำหน้าที่รั้งบัลลังก์ครั้งแรก ปะทะ “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” ผู้ท้าชิงฟอร์มแรง วัย 22 ปี จากชัยภูมิ

เปิดเกมมาทั้งสองฝ่ายต่างชิงจังหวะแลกอาวุธกันโดยยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ กระทั่งปลายยก 3 “แรมโบ้เล็ก” เห็นช่องกดหมัดขวาตรงส่ง “นาบิล” หล่นพื้นนับ 8 ได้ก่อน เข้าสู่ยก 4 “นาบิล” เร่งเครื่องบุกหวังเอาคืน แต่พลาดโดนหมัดของ “แรมโบ้เล็ก” จนเข่าทรุดถึงพื้นโดนนับอีกครั้ง ช่วงที่เหลือ “นาบิล” เร่งบุกเต็มที่แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน เมื่อครบ 5 ยก “แรมโบ้เล็ก” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ ผงาดครองเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต คนใหม่อย่างยิ่งใหญ่

อีกหนึ่งคู่ที่ได้รับความสนใจ “เสกสรร อ.ขวัญเมือง” จอมบู๊สู้ไม่ถอย วัย 37 ปี จากนครศรีธรรมราช เปิดศึกไตรภาคกับ “ปกรณ์ พีเค.เสี่ยเล่เต็นท์มังกร” มวยใจใหญ่ วัย 35 ปี จากสมุทรปราการ ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

ไฟต์นี้ “ปกรณ์” ใช้แผนเปิดเกมเร็ว ชิงจังหวะกดหมัดซ้ายเข้าเต็มกราม ส่ง “เสกสรร” ร่วงได้นับ 8 ก่อนเดินหน้าถลุงต่อเนื่องจนนักสู้ฉายา “คนไม่ยอมคน” หล่นไปอีก 2 ครั้ง และไม่สามารถลุกขึ้นสู้ต่อได้ ทำให้จบเกม “ปกรณ์” เป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอด้วยเวลา 59 วินาทีของยกแรก ย้ำชัยเหนือ “เสกสรร” ได้สำเร็จ เก็บชัยชนะ 2 ไฟต์ติด พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาทกลับบ้านเป็นครั้งที่ 2

การต่อสู้ในค่ำคืนนี้มีนักกีฬา 7 ราย โชว์ลีลาปิดเกมโดดเด่นถูกใจ บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” จึงสั่งมอบเงินโบนัสพิเศษให้ทันทีคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว ได้แก่ “ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ”, “ปตท. อภิชาติฟาร์ม”, “ปกรณ์ พีเค.เสี่ยเล่เต็นท์มังกร”, “เรียวกะ เทรายามะ”, “เดโช ป.บริรักษ์”, “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง” และ “ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค.” รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,450,000 บาท (สองล้านสี่แสนห้าหมื่นบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ศึก ONE ลุมพินี 147
• คู่เอก อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ (รัสเซีย) ชนะน็อก น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย นาทีที่ 0:44 ของยก 2 (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป. ที่ว่าง)
• ป้อมเพชร ป๋องสุพรรณ พีเค. ชนะทีเคโอ จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี นาทีที่ 2:25 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
• ราชสีห์อีสาน เหล่าโชคเจริญ ชนะน็อก อูซาอีร์ อิสมออิลจอนอฟ (อุซเบกิสถาน) นาทีที่ 2:22 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
• สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง ชนะคะแนนเอกฉันท์ เกรเกอร์ ทอม (สกอตแลนด์) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
• สมิงดำ เอ็นเอฟ.ลูกสวน ชนะคะแนนเอกฉันท์ จอว์ สวาร์ วิน (เมียนมา) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
• เดโช ป.บริรักษ์ ชนะน็อก เอลวิน คาซูโมวี (จอร์เจีย/อาเซอร์ไบจาน) นาทีที่ 1:14 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)

• เพชร สวนหลวงรถยก ชนะคะแนนเอกฉันท์ หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
• จ้าว เจิงตง (จีน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยูนิส อานาน (ฝรั่งเศส/ไทย) (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
• เรียวกะ เทรายามะ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก นาเร็ก คาชิกยาน (อาร์เมเนีย) นาทีที่ 2:59 ของยก 2 (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.) 
• แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ ชนะคะแนนเอกฉันท์ นาบิล อานาน (แอลจีเรีย/ไทย) (ชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
• ปกรณ์ พีเค.เสี่ยเล่เต็นท์มังกร ชนะทีเคโอ เสกสรร อ.ขวัญเมือง นาทีที่ 0:59 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
• ปตท. อภิชาติฟาร์ม ชนะน็อก อาเรียน เอสพาร์ซา (สหรัฐอเมริกา) นาทีที่ 2:01 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
• ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ ชนะน็อก กิ่งซางเล็ก ว.คำชำนาญ นาทีที่ 1:26 ของยก 3 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
• ฮิคารุ ฟูรุมูระ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ อดัม เมสซาอูดี (ฝรั่งเศส/แอลจีเรีย) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)