ชมวิจิตรงดงามการแต่งกาย ฉากยิ่งใหญ่การแสดงโขน “ตอนสัตยาพาลี”

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แถลงข่าวเปิดตัว การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ณ โรงละคร สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า เขตดุสิต โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และคณะอนุกรรมการ  ด้านต่างๆ รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานร่วมงานแถลงข่าว

นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อโขน นาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อโขน ทรงทำให้โขนได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2561 ว่าเป็น ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ’ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

ซึ่งการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 18 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อศิลปวัฒนธรรม    ของชาติ ด้วยพระองค์ได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์ และแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรม ศิลปกรรม งานหัตถศิลป์ หัตถกรรม มาอย่างยาวนาน เป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบรมชนกนาถและพระบรมราชชนนี ด้วยทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานด้านการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ โดยมี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานกรรมการอำนวยการโขนฯ

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานกรรมการดำเนินงานโขนฯ นายพิธาน เหี้ยมโท้ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการจัดแสดง  พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์  พลอากาศตรีหญิง คุณหญิงสุชาดา วรทรัชต์ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการแพทย์ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เป็นประธานอนุกรรมการด้านการสนับสนุน เป็นต้น ซึ่งทุกท่านล้วนเป็นแรงสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานโขนฯ มาอย่างต่อเนื่องตลอดโครงการ

ด้านนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึง  การสนับสนุนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯและความสำคัญของการเผยแพร่ศิลปะการแสดง “โขน” มรดกทางวัฒนธรรมของชาติว่า ทุกวันนี้โขนได้รับความนิยม
จากผู้ชมทุก เพศทุกวัย ซึ่งในแต่ละปีมีนักแสดงโขนที่เป็นคนรุ่นใหม่สนใจเข้าร่วมคัดเลือกนักแสดง ตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์  ตัวลิง เป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ส่วนผู้ชมนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่พาเพื่อนและครอบครัวชมโขนกันมากขึ้น

นายประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ ผู้ประพันธ์บท กล่าวถึงการจัดทำบท และคำพากย์ เจรจา การแสดงโขนในปีนี้ว่า ในแต่ละปีของการแสดงนั้น โดยเฉพาะบทประพันธ์คณะกรรมการทุกท่านได้ร่วมกันคัดสรรอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมอย่างมีอรรถรส โดยได้นำบทราชสวัสดิ์ที่ทรงสอนข้าราชบริพารนำมาสอดแทรกลงในบทการแสดง เพื่อให้ทุกคนยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่รองศาสตราจารย์

ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะผู้กำกับการแสดง กล่าวถึงความพิเศษและภาพรวมของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” สิ่งแรกต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้มีการนำ ศิลปะชั้นสูงมาผสมผสานให้คนดูได้คล้อยตามไปด้วย ซึ่งปีนี้ได้รับโจทย์การแสดง เน้นเรื่องความกตัญญู ความซื่อสัตย์  ความจงรักภักดี ซึ่งปีนี้ผู้ชมจะได้เห็นความแตกต่างของขบวนการรบของทั้งสองฝ่าย เป็นต้น  

นายสุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก ประกอบการแสดง กล่าวถึงความพิเศษของการแสดงในครั้งนี้ว่า รูปแบบศิลปกรรมที่ใช้ในโขนหลวง จะนำศิลปกรรมชั้นสูงมาทำเครื่องประกอบฉาก โดยเฉพาะ ตอน สัตยพาลี เป็นตอนที่สนุกมาก น่าสนใจ เช่น วิมานของพระอิศวร ต่อเนื่องไปจนถึงการได้เห็นช้างทรงของทศกัณฐ์ที่ทรงเครื่องได้อย่างสวยงาม และราชรถของพระราม พระลักษมณ์ ที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีอีกหลายฉากที่มีความอลังการตระการตา

ปิดท้ายด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ จงดา อนุกรรมการด้านการแสดง กล่าวถึง พัสตราภรณ์และการออกแบบการแต่งกายโขน ซึ่งได้พัฒนาเครื่องแต่งกายด้วยความประณีตและมีความวิจิตรงดงามมากยิ่งขึ้นทุกปี แต่ละปีต้องสร้างเครื่องแต่งกายใหม่เพิ่มตามตัวละคร ตั้งแต่มีการแสดงโขนในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมานี้ มีอาชีพที่เกี่ยวกับการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะใช้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อย่างต่อเนื่อง 

สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” จับตอนตั้งแต่ทศกัณฐ์แปลงกายเป็นปูยักษ์หมายทำลายพิธีโสกันต์องคตกุมาร แต่พาลีผู้ได้พรจากพระอิศวรปราบได้ ต่อมาเกิดเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังไม่กตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ และทำให้พาลีกับสุครีพ น้องชายเข้าใจผิดแตกกัน สุครีพจึงไปพึ่งพระรามและร่วมต่อสู้จนพาลีต้องยอมมรณภาพโดยฝากฝังบ้านเมืองไว้กับพระราม

เรื่องราวดำเนินต่อด้วยทศกัณฐ์ให้นางมณโฑหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตพลยักษ์ แต่พระรามส่งหนุมานและเหล่าวานรไปทำลายพิธีได้สำเร็จ ก่อนที่กองทัพอธรรมจะพ่ายแพ้และทศกัณฐ์ต้องล่าถอย เรื่องราวความสนุกจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี”ที่จะให้ความบันเทิงครบทุกอรรถรส และได้ข้อคิดเรื่องการรักษาสัจจะ ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ เป็นต้น

สำหรับการแสดงที่นำมาจัดแสดงในวันแถลงข่าวนี้ นำมาจัดแสดง 2 ตอน ตอน “องคตกุมารลงสรง”   จับตอนจาก เมื่อพระกุมารองคตเจริญวัย พญาพาลีจึงสั่งให้จัดพิธีโสกันต์พระกุมารองคตตามราชประเพณี ชมความงดงามของขบวนแห่องคตกุมารเพื่อลงสรง ก่อนจะเข้าปะรำพิธีโสกันต์ การแสดงขบวนลงสรงชุดนี้ ถือเป็นการแสดงครั้งแรก เนื่องจากยังไม่เคยประดิษฐ์ขึ้นมาก่อนในการแสดงโขนครั้งใด และตอน “พาลีรบสุครีพ”

นอกจากการแสดงที่วิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ ผู้ชมจะได้รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีต พบกับความพิเศษของสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตาของ “สัตยาพาลี” ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่แห่งปี นับเป็นความโชคดีของคนไทยและ                  ประเทศไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์     โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท(รอบนักเรียน ราคา 200 บาท) 

ยิ่งใหญ่อลังการ!Soft Power แห่งศรัทธา ‘บุญกระธูป’ 3–6 ต.ค.”เมืองชัยภูมิ

ชัยภูมิเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสืบสานพลังศรัทธา “ประเพณีบุญกระธูป” หนึ่งเดียวในโลก โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาชัยภูมิ นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ร่วมประกาศความพร้อมจัดงานในปีนี้

“ประเพณีบุญกระธูป” ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ที่สืบทอดกันมายาวนานตามฮีตสิบสอง โดยจัดขึ้นก่อนออกพรรษา ระหว่างขึ้น 12-15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างต้นกระธูปเพื่อบูชาพระพุทธศาสนา ต้นกระธูปมีทั้งขนาดเล็กสูงไม่เกิน 3 เมตร และต้นใหญ่สูงได้ถึง 6 เมตร ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยดอกไม้ ธูป และวัสดุธรรมชาติ สะท้อนความศรัทธา ความคิดสร้างสรรค์ และความสามัคคีของชุมชน

สำหรับปีนี้งานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–6 ตุลาคม 2568 ณ หน้าที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง ไฮไลท์กิจกรรมประกอบด้วย
   •   การจัดแสดงต้นกระธูปยักษ์ และขบวนแห่วัฒนธรรมจากทั้ง 9 อปท.
   •   การฟ้อนรำถวายเจ้าพ่อพญาแล แสง สี เสียงสุดอลังการ โดยนางรำกว่า 1,500 คน
   •   พิธีอธิษฐานจิตกระธูปใหญ่ โดยพระธรรมภาวนาวชิรคุณ วิ.
   •   พิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ
   •   การสาธิตทำต้นกระธูปโบราณ และจำหน่ายสินค้า OTOP ของชุมชน
   •   การประกวดและแข่งขัน NBD TO BE NUMBER 1 YOUNG CONTEST 2025

นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า งานบุญกระธูปไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา หากยังเป็น Soft Power เชิงวัฒนธรรม ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์อันลึกซึ้งของชัยภูมิ โดยจังหวัดเตรียมพัฒนาพื้นที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและสืบสานมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่ตลอดไป

มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

เสริมสร้างความร่วมมือทางการค้า : CACF-Thailand 2025 เข้าพบสมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย

คุณพาขวัญ เจียมจิโรจน์  ผู้บริหาร บริษัท เอ็กซ์มาเนีย 2019 จำกัด ตัวแทนผู้จัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) ครั้งที่ 12 ได้เข้าพบคุณนิพนธ์ ระตะนะอาพร นายกสมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย (Thai HousewaresTrade Association) และทีม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดงาน CACF-Thailand2025 ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทย

การเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประชาสัมพันธ์งาน CACF-Thailand2025 และร่วมมือในการจัดสรรพื้นที่แสดงสินค้าให้กับสมาชิกของสมาคม ตลอดจนสร้างเครือข่ายระหว่างผู้จัดงาน หน่วยงานพันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการจัดงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12  เป็นงานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานจะมีโซนจัดแสดงสินค้า กว่า 200 บูธ  และบริการที่หลากหลายจากโรงงานผู้ผลิต และนวัตกรรมล่าสุดในตลาด จากบริษัทและโรงงานที่มีชื่อเสียงจากประเทศจีน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม,สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ,ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ,ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรีตลอดงานเพื่อเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง,ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์, ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”

“ลุงพิท ครัวจิ๋ว” ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”,มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย,ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

ไฮไลท์ของงานครั้งนี้จะนำเสนอเทคโนโลยีจากจีน “AI Avatar Live E-commerce”โดยจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง 
                              
* ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK1
* เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/

“สมาคมการค้าไทยไหหลำ”เชื่อมรากวัฒนธรรม สานพลังการค้า CACF-Thailand ครั้งที่ 12

คุณพาขวัญ เจียมจิโรจน์ ผู้บริหาร บริษัท เอ็กซ์มาเนีย 2019 จำกัด  ตัวแทนผู้งาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12  เข้าพบคุณ อัชฌาธินันท์ ธรรมสามิสร และคณะ สมาคมการค้าไทยไหหลำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน CACF-Thailand ครั้งที่ 12 (The 12th China ASEAN (Thailand) Commodity Fair) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2568 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์99  

นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมิติของความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธ รรมระหว่างไทย–จีน การหารือในครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของ ชุมชนไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะชาวไหหลำ ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ผ่านธุรกิจการค้า การส่งออก และเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับจีน

สำหรับการจัดงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12  เป็นงานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานจะมีโซนจัดแสดงสินค้า กว่า 200 บูธ  และบริการที่หลากหลายจากโรงงานผู้ผลิต และนวัตกรรมล่าสุดในตลาด จากบริษัทและโรงงานที่มีชื่อเสียงจากประเทศจีน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม,สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ,ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ,ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรีตลอดงานเพื่อเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง,ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์, ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”

“ลุงพิท ครัวจิ๋ว” ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”,มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย,ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

ไฮไลท์ของงานครั้งนี้จะนำเสนอเทคโนโลยีจากจีน “AI Avatar Live E-commerce”โดยจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง     
                          
* ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK1

* เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/

CACF-Thailand ครั้งที่ 12 เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน เข้าพบ “สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน”

คุณพาขวัญ เจียมจิโรจน์  ผู้บริหาร บริษัท เอ็กซ์มาเนีย 2019 จำกัด ตัวแทนประเทศไทยเตรียมจัดงาน CACF-Thailand 2025  เข้าพบ พลเอกอุทัย ชินวัตร ที่ปรึกษาสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ,คุณไพศาล พืชมงคล รองประธานสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย–จีน และทีมงาน เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนไทยในการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสองประเทศ การพบปะในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสใหม่ๆให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์จากจีนอย่างใกล้ชิด

สำหรับการจัดงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 99  เป็นงานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานจะมีโซนจัดแสดงสินค้า กว่า 200 บูธ  และบริการที่หลากหลายจากโรงงานผู้ผลิต และนวัตกรรมล่าสุดในตลาด จากบริษัทและโรงงานที่มีชื่อเสียงจากประเทศจีน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม,สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ,ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ,ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรีตลอดงานเพื่อเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่
บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง,ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์, ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”

ลุงพิท ครัวจิ๋ว ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”,มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย,ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

ไฮไลท์ของงานครั้งนี้จะนำเสนอเทคโนโลยีจากจีน “AI Avatar Live E-commerce”โดยจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง

* ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK1

* เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/

ชัยภูมิชวนสัมผัส Soft Power แห่งศรัทธา ‘บุญกระธูป’ 3–6 ต.ค.”

ชัยภูมิเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสืบสานพลังศรัทธา “ประเพณีบุญกระธูป” หนึ่งเดียวในโลก โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาชัยภูมิ นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ร่วมประกาศความพร้อมจัดงานในปีนี้

“ประเพณีบุญกระธูป” ถือเป็นภูมิปัญญาของชาวอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ที่สืบทอดกันมายาวนานตามฮีตสิบสอง โดยจัดขึ้นก่อนออกพรรษา ระหว่างขึ้น 12-15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างต้นกระธูปเพื่อบูชาพระพุทธศาสนา ต้นกระธูปมีทั้งขนาดเล็กสูงไม่เกิน 3 เมตร และต้นใหญ่สูงได้ถึง 6 เมตร ตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยดอกไม้ ธูป และวัสดุธรรมชาติ สะท้อนความศรัทธา ความคิดสร้างสรรค์ และความสามัคคีของชุมชน

สำหรับปีนี้งานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–6 ตุลาคม 2568 ณ หน้าที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง ไฮไลท์กิจกรรมประกอบด้วย
   •   การจัดแสดงต้นกระธูปยักษ์ และขบวนแห่วัฒนธรรมจากทั้ง 9 อปท.
   •   การฟ้อนรำถวายเจ้าพ่อพญาแล แสง สี เสียงสุดอลังการ โดยนางรำกว่า 1,500 คน
   •   พิธีอธิษฐานจิตกระธูปใหญ่ โดยพระธรรมภาวนาวชิรคุณ วิ.
   •   พิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ
   •   การสาธิตทำต้นกระธูปโบราณ และจำหน่ายสินค้า OTOP ของชุมชน
   •   การประกวดและแข่งขัน NBD TO BE NUMBER 1 YOUNG CONTEST 2025

นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า งานบุญกระธูปไม่เพียงแต่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา หากยังเป็น Soft Power เชิงวัฒนธรรม ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์อันลึกซึ้งของชัยภูมิ โดยจังหวัดเตรียมพัฒนาพื้นที่จัดงาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและสืบสานมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่ตลอดไป

มัฆวาน  วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

ความอร่อยบนจานกระเบื้อง!! เที่ยวเลยแวะร้าน “นาราคิน คาเฟ่” บุฟเฟ่ต์ไม่อั้น

มาเที่ยวเมืองเลย อย่าเลยไป แวะแถวถนนเจริญรัฐ ตำบลกุดป่องเลียบคลองน้ำเหม็น มีร้านขนมจีนอร่อยๆ เพิ่งเปิดใหม่ “ร้านนาราคิน คาเฟ่” ลักษณะร้านลับ แต่ไม่เดินทางไปไม่ลึกลับ เพราะร้านอยู่ติดริมถนนใหญ่ ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ ตกแต่งเรียบง่าย สไตล์บ้านบ้าน เหมาะสำหรับร้านอาหารคนท้องถิ่น  โล่ง ปลอดโปร่ง ที่สำคัญ อาหารสะอาดถูกหลักอนามัย

จุดเด่น “ร้านนาราคิน คาเฟ่” มีเมนูเด็ดขนมจีน สูตรน้ำยาป่าใส่ไก่  และแกงเขียวหวาน รสชาติเข้มข้นใส่มะเขือเทศซ่แซ่บถึงใจ ไม่เผ็ดมากทานขนมจีน พนักงานคอยอุ่นแกงให้ร้อนตลอด เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องกังวล รวมทั้ง มีผักเลือกไม่อั้น ใครที่ชอบอาหารเป็นยา มาทานขนมจีนทานกับผักสดๆสูตรเด็ดนี้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

หากยังไม่อิ่มพอ ลองเลือกชิมข้าวสวยกับแกงเขียวหวานไก่ ผัดพริก ทานกับน้ำพริกกะปิ ฝีมือแม่ครัวหัวป่าระดับขั้นเทพแน่นอน ตบด้วยแกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่หม้ออุ่นร้อนๆ ซดน้ำโล่งคอ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีส้มตำแบบอีสานบ้านเฮ้า จะตำไทย ตำลาว ใส่พริกกี่ดอกตามสบายตามใจชอบ

แต่ที่แน่ๆร้านนี้ ยังมีของหวาน ลอดช่องเขียว ใส่ใบเตยสูตรโบราณ ชวนชิมซดน้ำล้างคอเติมได้ไม่อั้น เจ้าของร้านใจดี พูดไพเราะ ฝากรอยยิ้มลูกค้าทุกๆคนที่มาทาน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง  

เรื่องความอร่อยบนจานกระเบื้องร้านนี้ เขารวบรวมเอาฝีมือพนักงานฯจากแต่ละภาคมารวมตัวกันทำอาหาร  แต่ละคนมีดีต่างกันอย่างทั้งเรื่องการทำขนมหวาน แกง ผัด น้ำพริก โคจรมารวมอยู่ในร้านนี้แห่งเดียว  ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีมือชงระดับเทพ คอยชงชา ทั้งชาเขียว ชานม น้ำลำไย และน้ำมะนาว ซึ่งลูกค้ามาใช้บริการเติมน้ำไม่อั้น ดื่มจนให้อิ่มท้องไปเลยก่อนจ่ายตังค์

แหม่ !! อาหารเยอะแยะแบบนี้ มีที่ไหนที่ใจถึง เปิดขายแบบบุฟเฟ่ต์ ราคาหัวละ 50 บาท ไม่มีที่ไหน ใจถึงแบบนี้ ลูกค้ามีอีกแล้ว   แถมยังมีเกิมสนุกสนามยังมีของแถมลูกค้าได้ร่วมสนุกมีของติดไม้ ติดมือกลับบ้านด้วยบางวัน

ก.วัฒนธรรมจับมือก.ยุติธรรม-กรมราชทัณฑ์ หนุนศิลปะให้ผู้ต้องขัง

กระทรวงวัฒนธรรม – กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ผนึกกำลังใช้ศิลปวัฒนธรรมพัฒนาชีวิตผู้ต้องขัง เปิดตัวบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ครั้งสำคัญ ใน “งานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง”

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น.  นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง โดยมี นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางเสริมกิจ ชัยมงคล รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญอำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และผศ.ประวีนา เอี่ยมยี่สุ่น รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 100 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัด “งานแถลงข่าวและลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง”

กระทรวงวัฒนธรรมในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ และมีบทบาทในการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมให้เป็นพลังสร้างสรรค์ในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการเรียนรู้ การสร้างสำนึกคุณค่า และการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขณะเดียวกันกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินภารกิจด้านการควบคุม แก้ไข และพัฒนาผู้ต้องขัง โดยเน้นการเสริมทักษะ พัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้สามารถกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

ความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะชีวิต ฟื้นฟูจิตใจ เสริมสร้างแรงบันดาลใจ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้ต้องขังในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักยภาพ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายและเหมาะสม อีกทั้งยังสอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2566 – 2570) และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในระบบควบคุมของรัฐ ให้สามารถเข้าถึงโอกาสด้านศิลปวัฒนธรรมได้อย่างทั่วถึง และใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิต

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 
1. การเสวนา เรื่อง “Arts & Culture of Hope and Opportunity : ศิลปวัฒนธรรม จุดประกายความหวังและโอกาส” โดย
– นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ (ผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์) 
– นางสาวธนพร แตงขาว ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบบริหาร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองพัฒนาสมรรถนะองค์กรและเครือข่าย (ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
– และแขกรับเชิญพิเศษ นายภฤศ บุญทองนุ่ม (แพท พาวเวอร์แพท)

2. การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมโดยผู้ต้องขัง                           
3. การขับร้องเพลงโดยศิลปินรับเชิญ นายภฤศ บุญทองนุ่ม (แพท พาวเวอร์แพท) 
4. พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมให้กับผู้ต้องขัง ผู้ลงนามรายนามดังนี้
– นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ผู้แทนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม)
– นางสาวสุธัญญา ผู้พัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ (ผู้แทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์)
– นางเสริมกิจ ชัยมงคล รองอธิบดีกรมศิลปากร (ผู้แทนอธิบดีกรมศิลปากร)
– นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
– นางสาวสมลักษณ์ คล่องแคล่ว ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ (ทัศนศิลป์) (ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย)
– ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประวีนา เอี่ยมยี่สุ่น รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ผู้แทนอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์)

5. การจัดแสดงผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมของผู้ต้องขัง อาทิ นิทรรศการโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ การสาธิตการทำหัวโขน การเขียนจิตรกรรมไทย การปักลายผ้า ฯลฯ 
6. การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง (ร้านหับเผย) อาทิ งานไม้ งานหัตถกรรม และงานเย็บปักถักร้อย เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน

สว.ห่วง “ซีเกมส์ 2568” ส่อแวว “ล่ม”! ชี้งบฯ หาย-รัฐบาลสูญญากาศทำชาติเสียชื่อ!

นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2568  และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในเดือนมกราคม 2569 เนื่องจากความคืบหน้าหลายเรื่องเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งจนถึงขณะนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันยังไม่มีการสรุปโลโก้  มาสคอต และเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

รวมทั้งปัญหาที่พักนักกีฬาและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทำให้เกิดความกังวลว่าหากไม่มีการเร่งเตรียมการให้แล้วเสร็จ การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้อาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของประเทศ จึงเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้ามาชี้แจงเป็นการด่วน เพื่อหาทางปลดล็อกวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ด้านนายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภาและประธานอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา ได้เรียกประชุมผู้แทนจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อพิจารณาข้อมูลแนวทางและแผนการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งได้มีการหยิบยกปัญหา”งบกลางอีก 400 ล้าน” ที่ยังคงไร้เงาและไร้คำตอบ

“ซีเกมส์ครั้งนี้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ก็ยังไม่เพียงพอ คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ของบกลางเพิ่มอีก กว่า 400 ล้านบาท เพื่อขายผ้าเอาหน้ารอด แต่กลับต้องมาลุ้นกับ “ความสูญญากาศทางการเมือง” ที่ยังไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล หากการจัดสรรงบประมาณล่าช้าไปกว่านี้ อาจซ้ำรอย “มาเชี่ยลอินดอร์เกมส์” ที่เคยเกิดปัญหามาแล้ว

นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ทำเอาวงการสื่อต่างชาติปวดหัว! “ศูนย์ถ่ายทอดสดกีฬายังไม่ลงตัว” ทำให้ต่างชาติไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีกีฬาประเภทไหนที่พวกเขาจะได้รับสัญญาณภาพข่าวไปออกอากาศบ้าง และที่หนักที่สุด คือ “รัฐบาลเกิดสูญญากาศในการบริหารประเทศที่ไม่แน่ชัด” ซึ่งทำให้การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ต้องสะดุด กระทบ “ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาเพื่อนบ้านอาเซียน” นายจำลอง กล่าว

ทั้งนี้อนุกรรมาธิการได้เสนอแนะให้เร่งสรุปจำนวนสถานีโทรทัศน์ที่จะร่วมออกอากาศแล้ว ยังต้องดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์และรณรงค์ในทุกช่องทางโดยด่วน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมกับการเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกำลังใจที่สำคัญแก่นักกีฬาไทยทุกคน.

“ช้างศึก U23″เปิดหัวสวย ถล่มมองโกเลีย 6-0 ศึกชิงแชมป์เอเชีย

วานนี้( 3 กันยายน 2568) เวลา 19.30 น. ณ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2026 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ นัดแรก ทีมชาติไทย U23 ลงสนามพบกับ มองโกเลีย U23

เกมนี้ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน ส่งกำลังหลักจากชิงแชมป์อาเซียนลงสนามอย่างครบครัน นำโดย เสกสรรค์ ราตรี กัปตันทีม, สิทธา บุญหล้า และ ยศกร บูรพา เป็นหน้าเป้า

เริ่มเกมมาเพียง 2 นาที ไทย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เสกสรรค์ ราตรี จ่ายบอลมาให้ อิคลาส สันหรน พาบอลหลบแนวรับมองโกเลีย ก่อนยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษเข้าไป

ต่อมานาทีที่ 18 ไทย มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 อิคลาส สันหรน จ่ายบอลทะลุช่องมาให้ เสกสรรค์ ราตรี ที่เติมขึ้นมาแปรด้วยขวาจ่อๆเข้าประตูไป

จากนั้นนาทีที่ 39 ไทย มาได้บวกสกอร์เพิ่มเป็น 3-0 เสกสรรค์ ราตรี ได้ยิงไกลด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งตุงตาข่ายเข้าไป เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 57 ไทย มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 4-0 ยศกร บูรพา ยกบอลมาให้ เสกสรรค์ ราตรี ได้โหม่งบอลไปติดเซฟผู้รักษาประตูมองโกเลีย ก่อนตามซ้ำเข้าไป และเป็นแฮตทริกของตัวเองในเกมนี้

ถัดมานาทีที่ 69 ไทย มายิงประตูเพิ่มเป็น 5-0 ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ตัวสำรอง เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ มาถึง ยศกร บูรพา ได้ยิงไปติดเซฟผู้รักษาประตูมองโกเลีย ก่อนมาเข้าทาง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า อีกหนึ่งตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมายิงเข้าไป

ก่อนที่นาที 82 ไทย มาบวกสกอร์เพิ่มเป็น 6-0 ชวัลวิทย์ แซ่เล้า พาบอลหลบผู้เล่นมองโกเลีย ก่อนจ่ายมาให้ ยศกร บูรพา ได้ยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษเข้าประตูไป

จบเกม ทีมชาติไทย U23 เอาชนะ มองโกเลีย U23 ไปด้วยสกอร์ 6-0 ประเดิมสนามแต้ม ศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 รอบคัดเลือก

โปรแกรมนัดต่อไปของ ทีมชาติไทย U23 จะทำการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2026 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ นัดที่สอง พบกับ เลบานอน U23 ณ ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสด ทาง Thairath TV ช่อง 32, YouTube : BG Sports และ True Visions NOW 

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ชมพัฒน์ บุญเลิศ (GK), ชานนท์ ทำมา, ชนภัช บัวพันธ์, เสกสรรค์ ราตรี (C), สิทธา บุญหล้า, ยศกร บูรพา, อิคลาส สันหรน, สิรภพ วันดี, วาริส ชูทอง, ธนกฤต โชติเมืองปัก, พลเอก มณีกร

📷 : Sony Alpha 1, Gmaster Lens Sony – Digital Camera Thailand

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทย #U23 #AFC #2026AFCU23AsianCup #ชิงแชมป์เอเชีย #เอเชียนคัพ