ร่วมสมัยนำมาเล่า “เปิดประสบการณ์ ผู้ริเริ่มเทคนิค แวกซ์โมเดล กับ งานออกแบบจิวเวลรี่”

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้อย่างมาก นักออกแบบจิวเวลรี่อาจเป็นอีกหนึ่งอาชีพของนักออกแบบ ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ซึ่งในปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาชั้นนำเปิดสอนในสาขาที่เกี่ยวข้องเช่น คณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบเครื่องประดับและอัญมณี มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา (วิทยาเขตจันทบุรี) คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาอัญมณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอัญมณีศาสตร์และประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สาขาอัญมณีและเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมสมัยนำมาเล่าได้รับเกียรติจากผู้บริหาร บริษัท ธรรมทองเจมส์ จำกัด มาร่วมเปิดประสบการณ์การทำงานออกแบบและนำผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมาให้ชมกันครับ  

จำรูญกิจ ขาวขำ ผู้ก่อตั้ง ธรรมทองเจมส์ จำกัด เปิดเผยว่า ส่วนตัวชอบงานศิลปะและเริ่มศึกษาอย่างจริงจังตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาจนกระทั่งได้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีด้านศิลปะศึกษา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เริ่มเข้าสู่วงการนักออกแบบเมื่อเข้าทำงานที่บริษัท ยูหลิม จำกัด ส่งออกเครื่องเงินอันดับหนึ่งของประเทศไทยในสมัยนั้น และได้นำเทคนิคการขึ้นรูป ด้วยแวกซ์ โมเดลมาใช้จนกระทั่งเติบโตขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบ โดยก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในบริษัท Musium จำกัด เจมส์ ครีเอชั่น และตำแหน่งผู้ควบคุม MODEL บริษัท Bju Hoding มหาชน ความภาคภูมิใจสูงสุดครั้งหนึ่ง คือการได้รับมอบหมายในการขึ้น MODEL เข็มกลัด คฑาช้างสามเศียร เพื่อทูลเกล้าฯถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ในนามบริษัทและได้รับพระราชทานเข็มที่ระลึกร่วมกับศิลปินแห่งชาติ จากกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี 

ภายหลังลาออกเพื่อมาเปิดบริษัทของตนเองในนามบริษัท Tecnician Art Design โดยเริ่มนำแวกซ์โมเดลมาใช้ในการผลิตต้นแบบของชิ้นงานการออกแบบ จิวเวลรี่ เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดตัวผลงานเป็นครั้งแรกในงาน บางกอกเจมส์ และจากการได้ไปศึกษารูปแบบงานในรูปแบบแวกซ์ โมเดล ในต่างประเทศ เช่น ประเทศอินเดีย คูเวต ฮ่องกง ตุรกี พบว่า แวกซ์โมเดลของประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวที่โดดเด่นด้วยรูปแบบของการทำงานที่เป็น Art Design มีผลงานการออกแบบจิวเวลรี่ให้บริษัทที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ออกแบบโมเดลในรูปแบบที่ทันสมัย

พร้อมทั้งขึ้นรูปและผลิตเครื่องปรับทองคำ 96.5% ให้กับห้างทองตั้งโต๊ะกัง การออกแบบและขึ้นรูปเศียรพระพิราพหนึ่งเดียวในโลก งานออกแบบกำไลพญานาคเก้าเศียรให้กับกรุช่าง ที่ดิโอลสยาม ต่อมาได้ออกแบบมงกุฏให้กับ บริษัทภูเก็ตไข่มุก สำหรับการประกวด Miss Thailand World 2016  นำผลงานออกแบบไปออกงานแสดงสินค้า BANGKOK GEMS & JEWELRY FAIR ในระหว่างปี 2549-2558 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ / Thailand Gems and Jewelry Fair จัดโดย สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (TGJTA) จัดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่ Impact เมืองทองธานี / Jewellery & Gems ASEAN Bangkok 2024 จัดโดย InformaMarket  

งาน Jewlry Exhibition Fairs 2567 จัดที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 9-13 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (BANGKOK GEMS & JEWELRY FAIR 2024) /จัดที่ประเทศญี่ปุ่นวันที่ 28- 30 สิงหาคม Tokyo International Exhibition Center / ที่ประเทศตุรกีวันที่ 2-5 ตุลาคม ISTANBUL JEWELRY SHOW 2024 /ที่ประเทศดูไบวันที่ 12-14 พฤศจิกายน JGT Dubai Jewellery Show 2024 

ล่าสุดได้นำผลงานไปจัดแสดงภายในงาน Jewlry Exhibition Fairs 2568 เมื่อวันที่ 25-26กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (BANGKOK GEMS & JEWELRY FAIR 2025) /ที่ฮ่องกง Jewellery & Gem ASIA Hong Kong 2025วันที่ 19-22 มิถุนายน ที่ Hong Kong Convention & Exhibition Centre

นอกจากนี้ยังมีงานออกแบบเครื่องทรงพระประธานที่ประดิษฐาน ณ วัดเมตตาพุทธาราม ประเทศอินเดีย  และงานออกแบบอีกเป็นจำนวนมากภายใต้แนวคิดปราณีตและร่วมสมัย เมื่อผลงานปรากฏในวงกว้างจึงได้รับการติดต่อจากประเทศยูเครนให้ออกแบบมงกุฏน้ำหนัก 7 กิโล ประดับเพ็ชรแท้จำนวน 7 หมื่นเม็ดให้กับบริษัทแห่งหนึ่งและออกแบบสร้อยให้กับภรรยาประธานาธิบดีของประเทศยูเครนด้วย

ตลอดระยะ 8 ปีที่ผ่านมาภาพรวมของงานออกแบบในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบด้านจิวเวลรี่ได้จัดทำโมเดลดีไซน์ ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศเก็บรวบรวมไว้เป็นองค์ความรู้และสามารถนำไปใช้ในกระบวนการทำแม่พิมพ์และผลิตได้โดยง่าย ไว้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการทำงานออกแบบที่สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล และสามารถจัดกิจกรรมเวิร์กชอปให้กับสถานศึกษาและชุมชนที่ต้องการนำไปต่อยอดพัฒนาศักยภาพของบุคลากรหรือผลิตภัณฑ์ เพื่อต้องการให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และต่อยอดเทคนิคที่กำลังจะสูญหายไปในการทำงานด้านการออกแบบและผลิตจิวเลรี่แบบครบวงจรนี้ได้คงอยู่ต่อไป สำหรับหน่วยงานที่สนใจองค์ความรู้ด้านการออกแบบจิวเวลรี่สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธรรมทองเจมส์ “จำกัด /092-252 2329

เตือนคนลุมน้ำน่านเมืองพิจิตรรับมือน้ำหนุนสูงอาจท่วมฉับพลัน

ผู้ว่าฯพิจิตรเตือนลุ้นระทึกแม่น้ำน่าน5ทุ่มคืนนี้ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าตลิ่งอาจเข้าท่วมย่านชุมชน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 13.00 น. นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการป้องกันน้ำท่วมในเขตพื้นที่แม่น้ำน่านของอำเภอเมืองพิจิตรที่บริเวณหน้าวัดราชช้างขวัญ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีตลิ่งที่เป็นจุดลุ่มต่ำทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วม น้ำจะไหลเข้าจากบริเวณนี้ ดังนั้นจึงได้มอบให้ นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าฯพิจิตร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันใช้กระสอบทรายบิ๊กแพ็คทำเป็นแนวป้องกัน โดยการนี้ได้รับความร่วมมือจากเรือนจำจังหวัดพิจิตร ส่งผู้ต้องขังชั้นดีมาช่วยในการดำเนินการ ซึ่งนับเป็นแรงงานที่สำคัญในภารกิจนี้

นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่ารับข้อมูลจากโครงการชลประทานพิจิตร แจ้งว่าระดับน้ำในแม่น้ำน่านมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าคืนนี้เวลาประมาณ 23.00 น. รวมไปถึงวันพรุ่งนี้คือวันที่ 4 ก.ย. 68 ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 60 ซม. จึงได้สั่งการแจ้งเตือนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อยุ่ริมแม่น้ำน่านและคลองสาขาต่างๆ เก็บของขึ้นที่สูงโดยเร่งด่วนเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ในที่ปลอดภัยและคอยเฝ้าระวังตลอด24ชั่วโมง รวมถึงให้เตรียมพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ศูนย์อพยพและอาหาร/น้ำดื่ม เพื่อสนับสนุนให้ความช่วยเหลือราษฎรที่อาจต้องเผชิญกับเหตุอุทกภัยน้ำท่วมในช่วงนี้ดังกล่าวอีกด้วย

สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำน่านวันนี้ที่จุดวัดระดับน้ำ N7A หน้าวัดราชช้างขวัญ อ.เมืองพิจิตร วันนี้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 23 ซม. ระดับน้ำอยู่สูงกว่าตลิ่งฝั่งขวา 72 ซม. ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่วิกฤตแล้วส่วนระดับน้ำในแม่น้ำยมขณะนี้น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมแม่น้ำยมในหลายพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีแนวโน้มจะขยายเป็นวงกว้างเนื่องจากภาคเหนือตอนบนมีฝนตกรวมถึงมวลน้ำจากสุโขทัย บางระกำ พิษณุโลก ก็ยังคงไหลมายังพื้นที่ลุ่มน้ำยมของพิจิตรอย่างต่อเนื่อง

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/พิจิตร/

ผู้จัดงาน CACF-Thailand ครั้งที่ 12 เข้าพบหอการค้าไทย-จีน เดินหน้าสร้างความร่วมมือทางการค้าไทย-จีน

คุณพาขวัญ เจียมจิโรจน์ ผู้แทนผู้จัดงาน CACF-Thailand ครั้งที่12 (The 12th China ASEAN (Thailand) Commodity Fair) เข้าพบ คุณณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน Thai-Chinese Chamber of Commerce เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดงานแสดงสินค้าครั้งที่12 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2568 ณ ไบเทค บางนา

การเข้าพบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์งาน CACF-Thailand ครั้งที่12 และหารือการมีส่วนร่วมของสมาชิกหอการค้าไทย – จีนในการแสดงสินค้าและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทย-จีน CACF-Thailand ครั้งที่12 เป็นงานแฟร์สำคัญที่รวมผู้ผลิตและผู้ประกอบการจากจีนครอบคลุมสินค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน ไลฟ์สไตล์ และนวัตกรรมการค้า โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 300 รายจากจีนและผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากจากทั่วภูมิภาค

“ความร่วมมือกับหอการค้าไทย-จีนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และส่งเสริมการค้าระหว่างภูมิภาคอย่างยั่งยืน”

สำหรับการจัดงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12 นี้  เป็นงานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานจะมีโซนจัดแสดงสินค้า กว่า 200 บูธ  และบริการที่หลากหลายจากโรงงานผู้ผลิต และนวัตกรรมล่าสุดในตลาด จากบริษัทและโรงงานที่มีชื่อเสียงจากประเทศจีน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม,สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ,ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ,ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรีตลอดงานเพื่อเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง,ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์

ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”,ลุงพิท ครัวจิ๋ว ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”,มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย

ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

โดยไฮไลท์ของงานนี้จะนำเสนอเทคโนโลยีจากจีน “AI Avatar Live E-commerce”โดยจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง  

 * ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK1
* เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/

ฟอร์วิส มาซาร์สฯเผยกลยุทธ์เร่งการขอคืนภาษีและลดความล่าช้าในการตรวจสอบเอกสารยื่นภาษี

ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย บริษัทตรวจสอบบัญชี ภาษี และที่ปรึกษาระหว่างประเทศชั้นนำ ได้เสนอบริการช่วยองค์กรธุรกิจที่ถูกตรวจสอบโดยกรมสรรพากรได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือในระหว่างการถูกตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพด้วยตระหนักดีว่าการยื่นขอคืนภาษีมักจะกระตุ้นให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ทางบริษัทจึงทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมในการตรวจสอบผ่านการจัดทำเอกสารที่ชัดเจน การสื่อสารอย่างมืออาชีพ และการประสานงานเชิงกลยุทธ์

การตรวจสอบภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรืออากรแสตมป์ (SD) อาจต้องใช้เวลานานและมีความซับซ้อน แม้แต่บริษัทที่ไม่ได้ขอคืนภาษีก็อาจถูกระบุให้โดนตรวจสอบเนื่องจากความผิดปกติ เช่น การรายงานทางภาษีที่ไม่สอดคล้องกัน รายได้และรายจ่ายที่ผันผวน หรือกำไรสะสมสูง ด้วยเหตุนี้เอง ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย ได้สรุปกลยุทธ์สำคัญเพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการตรวจสอบการขอคืนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“การตรวจสอบการขอคืนภาษีไม่จำเป็นต้องเป็นกระบวนการที่ทำให้ปวดหัวขนาดนั้น” นายวชิรวิชญ์ แก้วอุดม ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริการระงับข้อพิพาทและแก้ไขปัญหาด้านภาษี บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวและว่า “เมื่อธุรกิจเข้าใจสถานะทางภาษีของตนเอง เตรียมเอกสารอย่างละเอียด และรักษาทัศนคติที่ให้ความร่วมมือ บริษัทก็จะสามารถลดระยะเวลาการตรวจสอบและปรับปรุงผลลัพธ์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ”

ฟอร์วิส มาซาร์สแนะนำให้ธุรกิจใช้แนวทางที่เชิงรุกและเชิงกลยุทธ์เมื่อยื่นขอคืนภาษี ซึ่งเริ่มต้นด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดำเนินงาน สถานะ และการปฏิบัติทางบัญชีและภาษีของตนเอง ทำให้สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่สรรพากรได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการจัดระเบียบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ดีและพร้อมสำหรับการถูกตรวจสอบ ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงความล่าช้าและการโต้ตอบไปมาที่ไม่จำเป็น

การรักษาความสัมพันธ์อันดีอย่างเป็นมืออาชีพกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร การติดตามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ และการตอบสนองต่อคำขออย่างทันท่วงทีสามารถทำให้การตรวจสอบเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฟอร์วิส มาซาร์ส ยังสนับสนุนให้ธุรกิจมีความเข้าใจถึงผลการตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการโต้แย้งที่ไม่จำเป็นทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเห็นข้อผิดพลาดปรากฏอยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีทันที เนื่องจากคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยจัดการกับกฎระเบียบที่ซับซ้อน ระบุความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ และรับประกันกระบวนการคืนเงินภาษีได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

วชิรวิชญ์ แก้วอุดม ผอ.ฝ่ายบริการระงับข้อพิพาทและแก้ไขปัญหาด้านภาษี บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ฯ

ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย บริการให้คำปรึกษาด้านภาษีที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละธุรกิจ เพื่อสนับสนุนธุรกิจตลอดกระบวนการขอเงินคืน ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงและการจัดทำเอกสาร ไปถึงการเจรจาและการแก้ไขปัญหา ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือธุรกิจในการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของบริษัทในด้านกฎระเบียบด้านภาษีของไทยและขั้นตอนการตรวจสอบ ทำให้บริษัทเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับบริษัทที่ต้องการผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามข้อกำหนด

“เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ธุรกิจดำเนินการตามกระบวนการคืนเงินด้วยความมั่นใจและความชัดเจน” นายวชิรวิชญ์ กล่าวเสริม “ด้วยกลยุทธ์และการสนับสนุนที่เหมาะสม บริษัทต่างๆ สามารถหลีกเลี่ยงความล่าช้าและโฟกัสไปที่การเติบโตได้”

ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่กว้างขึ้นของฟอร์วิส มาซาร์สประเทศไทย ในการนำเสนอโซลูชันที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในเมืองไทย ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโต บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในบริการที่ปรึกษาด้านภาษี การบัญชีและบริการเอาท์ซอร์ส กฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน และการตรวจสอบบัญชี เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

กองทัพบก–นิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานเหตุสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา

กองทัพบก–นิติวิทยาศาสตร์ เก็บหลักฐานเหตุสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา วันที่ 2 มุ่งพิสูจน์ความเสียหายโบราณสถาน–ศาสนสถาน ในพื้นที่ จ.สุรินทร์

กองทัพบกยังคงปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานจากเหตุการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม หลังจากสถานการณ์การปะทะชายแดนคลี่คลายลง และหน่วย EOD ของทหารและตำรวจได้เข้าเคลียร์พื้นที่จนปลอดภัยแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) ได้ดำเนินการเก็บหลักฐานในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และวัดไทยนิยมพัฒนาราม ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจุดที่เข้าตรวจสอบความเสียหายมีดังนี้

1. พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม จำนวน 4 จุด ได้แก่ ด้านนอกปราสาทด้านทิศตะวันออก, ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก, ลานหน้าปราสาทบริวารด้านทิศตะวันตก และปราสาทบริวารด้านทิศตะวันตก

2. พื้นที่วัดไทยนิยมพัฒนาราม จำนวน 3 จุด ได้แก่ อาคารกุฏิของวัด (2 จุด) และบริเวณต้นไม้ใกล้ศาลา

สำหรับการปฏิบัติภารกิจร่วมกันครั้งนี้ กองทัพบกได้รับการสนับสนุนจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลหลายฉบับ ทั้ง ISO 9001, ISO/IEC 17020 และ ISO/IEC 17025 มาใช้ในกระบวนการเก็บและวิเคราะห์พยานหลักฐาน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความน่าเชื่อถือสูงสุด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์วิถีการยิงและเก็บวัตถุพยานอย่างละเอียด

ทั้งนี้การโจมตีต่อโบราณสถานและสถานที่ทางศาสนาดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะถูกส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศ เช่น การยื่นเรื่องต่อองค์กรเฉพาะทางอย่างยูเนสโก (UNESCO) เพื่อปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม, การแสวงหาความยุติธรรมผ่านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ไปจนถึงการใช้ช่องทางการทูตต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

สาวตรังเลี้ยงกบในบ่อสร้างรายได้เสริมยอดขายสุดปัง

ตรัง – สาวเก่งรอบด้าน ชาว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำหลายตำแหน่งแล้ว ยังขยันทำงานอีกสารพัด รวมทั้งเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ ที่สร้างรายได้เสริมให้งดงาม แถมยังเป็นตัวอย่างให้แก่ลูกบ้านด้วย

นางดวงจันทร์ จันทการ ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ถือเป็นผู้หญิงเก่งรอบด้าน ทั้งการเป็นผู้นำสตรี อาทิ เป็น อสม.หมู่บ้าน เป็นประธานสตรีหมู่ที่ 4 ตำบลปากแจ่ม เป็นอาสาสมัครกาชาด หรือเป็นนางรำบาสโลป นอกจากนั้น เธอก็ยังประกอบอาชีพกรีดยาง ทำขนมขาย และทำการเกษตรด้วย โดยเฉพาะการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์ข้างบ้าน จำนวน 5 บ่อ โดยแบ่งเป็นบ่อสำหรับการพักน้ำ 1 บ่อ ที่เหลือก็เลี้ยงกบจนเต็มพื้นที่ จนถือเป็นสตรีคนแรกของจังหวัดตรัง ที่หันมาเลี้ยงกบขายเป็นอาชีพเสริมเป็นปีที่ 3 แล้ว และแต่ละปีจะเลี้ยงมากถึง 2 รุ่นๆ ละ 2,000 ตัว ทำให้สามารถจับกบขายได้ทุกวัน โดยตลาดส่วนใหญ่จะเป็นคนในหมู่บ้านนั่นเอง

ทั้งนี้ แรกเริ่มเธอได้ทดลองเลี้ยงกบในกระชังบก จำนวน 500 ตัว แต่ปรากฏว่าขายได้ดี สุดท้ายสามีจึงทำบ่อปูนซีเมนต์ให้ เพราะล้างทำความสะอาดได้ง่ายกว่า จุดเด่นคือ การเลี้ยงโดยใช้น้ำประปาภูเขา เนื่องจากตำบลปากแจ่ม อยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด ทำให้มีน้ำที่สะอาดและอุดมสมบูรณ์ทั้งปี ซึ่งในการเลี้ยงกบก็ไม่ยาก ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็สามารถจับขายได้แล้ว ยกเว้นในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เพราะช่วงนั้นกบจะจำศีล ทำให้ตัวไม่โต ไม่ได้น้ำหนัก เธอจึงหันไปเลี้ยงปลาดุกแทน ครั้งละประมาณ 2,000 ตัว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถจับปลาดุกขายสร้างรายได้ให้ทดแทนในช่วงที่กบจำศีล

สำหรับผลผลิตของกบ จะได้บ่อละกว่า 100 กก. ราคาขายหน้าบ่อ กบเป็น กก.ละ 80 บาท แต่หากถอดเสื้อ (ถลกหนัง) แล้ว จะอยู่ที่ กก.ละ 100 บาท แต่หากช่วงไหนกบออกมาก ขายไม่ทัน ก็สามารถขายคืนให้กับเจ้าของพันธุ์กบได้ ในราคา กก.ละ 65-70 บาท ส่วนเคล็ดลับในการเลี้ยงกบ คือ จะล้างทำความสะอาดบ่อวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ทำให้บ่อสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ส่วนกบที่ได้ก็ตัวโต น้ำหนักดี ตกประมาณ 3-4 ตัวต่อ กก. และไม่มีกลิ่นสาบด้วย ส่งผลให้ต่อรอบมีรายได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาท ถือเป็นอาชีพเสริมที่ดี และเป็นตัวอย่างให้แก่แม่บ้านรายอื่นๆ ในตำบลปากแจ่มด้วย โดยผู้ที่สนใจต้องการซื้อกบ สามารถติดต่อได้ที่โทร.(087) 629-6013

โดย…เมธี เมืองแก้ว

เตรียมเปิดงาน CACF-Thailand 2025 ครั้งที่ 12 เวทีการค้าระดับโลกช่วยผู้ประกอบการไทยเจรจาธุรกิจจีน-อาเซียน

บริษัท เอ็กซ์มาเนีย 2019 จำกัด ตัวแทนประเทศไทยเตรียมจัดงาน CACF-Thailand 2025  โดยได้นำคณะผู้จัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (ประเทศไทย) CACF ครั้งที่ 12 เข้าพบสมาคมฯ ผู้ประกอบการเอกชน เพื่อประชาสัมพันธ์งานที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2568 ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)  บางนา

สำหรับการจัดงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 12  เป็นงานแสดงสินค้าที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับ ผู้ประกอบการไทย ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ทั้งด้านการเจรจาธุรกิจ การนำเข้าสินค้า และการต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

ภายในงานจะมีโซนจัดแสดงสินค้า กว่า 200 บูธ  และบริการที่หลากหลายจากโรงงานผู้ผลิต และนวัตกรรมล่าสุดในตลาด จากบริษัทและโรงงานที่มีชื่อเสียงจากประเทศจีน ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในครัวเรือน,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สมาร์ทโฮม,สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ,ของขวัญ ของชำร่วย และผลิตภัณฑ์อาหารพิเศษ,ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น

งานนี้นับเป็นเวทีระดับภูมิภาค ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าสู่ ecosystem การค้าและ Cross-border E-commerce เดียวกัน เปิดโอกาสให้สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เจรจาความร่วมมือ และต่อยอดเครือข่ายการค้าอย่างไร้พรมแดน โดยแบ่งเป็น B2B (17–18 ก.ย.) สำหรับการเจรจาธุรกิจโดยตรง และ B2C (19 ก.ย.) สำหรับผู้บริโภคและผู้สนใจทั่วไป

นอกจากนี้ยังเปิดเวทีสัมมนาเสริมความรู้ใน Business Seminar & Workshop ฟรีตลอดงานเพื่อเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าชมงานยังสามารถเข้าร่วม กิจกรรมสัมมนาและเวิร์กชอปฟรี ตลอด 3 วัน โดยมีวิทยากรแถวหน้ามาร่วมถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ บอย ธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร Step Forward Group และผู้จัดจำหน่าย “SMARTHOME” : แชร์วิธีคิดขายสินค้าจีนให้แตกต่าง,ป๊อก สิฐสิฎฐ์ ชาลีณัฐวุธ อดีต TikTok Account Manager : เปิดสูตรลับการตลาด TikTok สำหรับ SME และแบรนด์, ซีเค เจิง CEO Fastwork : Keynote “หมัดฮุก รุกฆาตลูกค้ายุคดิจิทัล”,ลุงพิท ครัวจิ๋ว ครีเอเตอร์ดัง (1.6 ล้านผู้ติดตาม) : Mini Workshop “เริ่มหาเงินแสนด้วยมือถือเครื่องเดียว”,มิว กฤษฎา โรจนโสภณดิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญออนไลน์และเจ้าของเพจ “Mew Social” : แนะนำลิสต์ AI Tools สำหรับ SME ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย,ส้ม วริษฐา กิตติกุล Shopee Mentor และ CEO ร้อยล้าน : ถ่ายทอดเส้นทางธุรกิจจากข้าราชการเงินเดือนหมื่นแปด สู่เจ้าของกิจการร้อยล้าน

ไฮไลท์ของงานครั้งนี้จะนำเสนอเทคโนโลยีจากจีน “AI Avatar Live E-commerce”โดยจะมีการสาธิตระบบ AI Avatar ที่สามารถสร้างบุคคลเสมือน พร้อมเสียงสมจริง เพื่อใช้ในการไลฟ์ขายสินค้าแทนคุณบน Social Commerce ช่วยเพิ่มโอกาสการขาย ประหยัดต้นทุน และขยายเวลาการไลฟ์ได้ไม่จำกัด นับเป็นเทรนด์มาแรงในจีนที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรพลาด

ขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทย SME และ Startup เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2025 เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และอัปสกิลการตลาดดิจิทัลจากกูรูตัวจริง

* ลงทะเบียนเข้างานได้ที่ : https://eventpassinsight.co/el/to/TK1
* เว็บไซต์ : https://cacf.cfte.com/english/

“โกลเบล็ก” จับตาทองคำพุ่ง รับสัญญาณเฟดลดดอกเบี้ย แนะรอจังหวะซื้อ

บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินราคาทองมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนจากปัจจัย เฟด ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน และตุลาคมนี้ จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ให้รอจังหวะซื้อที่กรอบทองคำ 3,375-3,575 $/Oz
 
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ หลังประธานเฟด ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในงานการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล สอดคล้องกับเครื่องมือ FedWatch Tool บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะปรับ 3 ครั้ง โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนกันยายน และตุลาคมนี้  ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ  

อีกทั้งความกังวลเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ และความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด หลังประธานาธิบดีทรัมป์ มีคำสั่งปลดลิซา คุก พ้นตำแหน่งกรรมการเฟด ทำให้นักลงทุนเข้าถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม มองกรอบทองคำเดือนนี้ 3,375-3,575 $/Oz แนะนำซื้อทองคำเมื่อราคาย่อตัวลง

ขณะที่ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ของสหรัฐฯ ที่ได้มีการรายงานออกมาในหมวดอาหารและพลังงาน พุ่งขึ้น 3.3% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.4% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน และประมาณการครั้งที่ 2 GDP ไตรมาส 2/68 ขยายตัว 3.3% สูงกว่าคาดการณ์

ด้านสถานการณ์สงครามการค้าที่มีความชัดเจนมากขึ้น ล่าสุดทางแคนาดายกเลิกการเก็บภาษีตอบโต้ต่อสินค้าสหรัฐฯ หลายรายการเมื่อวันศุกร์ (22 ส.ค.) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ขณะที่ภาษีศุลกากรระหว่างจีน ยังไม่มีทิศทางจะจบ ล่าสุด ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บในอัตราสูงถึง 200% หากจีนไม่ส่งออกแม่เหล็กแร่หายากให้กับสหรัฐฯ และยังมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่เป็นส่วนประกอบในสินค้ากว่า 400 รายการ ซึ่งรวมถึงกังหันลม เครนเคลื่อนที่ เครื่องใช้ไฟฟ้า รถเกลี่ยดินและเครื่องจักรสำหรับงานหนักประเภทอื่น ๆ

 และประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาแคนซัส ซิตี แสดงความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายยังคงมีงานต้องทำอีกมากเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่ซิตี้ (Citi) ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้า สู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิมที่ 3,300 ดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

กองทัพจีนขน ‘ระบบอาวุธล้ำสมัย’ อวดสายตาชาวโลกในพิธีสวนสนาม ‘วันแห่งชัยชนะ’

Members of the People’s Liberation Army stand as YJ-21 missiles are displayed during a military parade to mark the 80th anniversary of the end of World War Two, in Beijing, China, September 3, 2025. REUTERS/Maxim Shemetov

กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)ขนระบบอาวุธอันล้ำสมัยต่างๆนำมาจัดแสดงอวดสายตาประชาคมโลก ระหว่างพิธีสวนสนามเนื่องใน “วันแห่งชัยชนะ” ครบรอบ 80 ปีที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2568

ทั้งนี้ระบบอาวุธที่ถูกนำเข้าร่วมพิธีในวันนี้มีตั้งแต่ขีปนาวุธ DF-61, ขีปนาวุธ DF-5C, ขีปนาวุธ YJ-20, ขีปนาวุธ HQ-16C, ขีปนาวุธต่อต้านเรือ YJ-15, ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก DF-17, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ YY-20A, ยานเกราะ, อาวุธเลเซอร์, ระบบต่อต้านโดรน รวมถึงอากาศยานไร้คนขับประเภทต่างๆ

ท่ามกลางผู้ชมกว่า 50,000 คน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ต่างมารวมตัวกันที่อัฒจันทร์เพื่อรอชมการแสดงทางอากาศ การเดินสวนสนามของเหล่าทหาร และการแสดงยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ​​เช่น ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง อากาศยานไร้คนขับ และขบวนรถถังที่ติดตั้งอุปกรณ์ทางทหาร ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 70 นาที

ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับทางเลือกระหว่างสันติภาพหรือสงคราม พร้อมย้ำเตือนโลกถึงเวลาต้องเลือกระหว่าง ‘สันติภาพ’ หรือ ‘สงคราม’

ขณะที่ผู้นำแดนมังกรเริ่มพิธีสวนสนามทางทหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย และผู้นำ คิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือร่วมอยู่ในพิธีด้วย

ที่มา: รอยเตอร์

“อนุทิน” ยอมรับทุกเงื่อนไข หลังพรรคประชาชน หนุนนายกฯ

“อนุทิน” ยิ้มแย้ม เข้าสภาฯ หลัง ปชน. มีมติโหวตหนุนนายกรัฐมนตรี บอก “ดีใจที่สุด ขอบคุณมากๆ” พร้อมเซ็นรับเงื่อนไขทุกข้อ หัวเราะ “เพื่อไทย” ทูลเกล้าฯ ยุบสภา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าสภาฯ ในเวลา 09.45 น. หลังพรรคประชาชน มีมติโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่ร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อ เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ทันทีที่พรรคประชาชนได้แถลงข่าวสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ฝั่งพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ แล้วนั้น แต่นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ดีใจหรือไม่ที่พรรคประชาชนจะโหวตสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า “ดีใจที่สุด และรู้สึกขอบคุณมากๆ” ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขึ้นไปประชุมกับพรรคภูมิใจไทยก่อน

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอ้างเหตุผลการยุบสภาฯ ว่า เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะนำพาประเทศไปไม่รอด นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนตอบว่า ดูร่างที่พรรคประชาชนได้แถลงมันมีคำตอบอยู่ในนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมเซ็นตามข้อตกลงของพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “พร้อมสิครับ ยอมรับได้ทุกข้อ”