แม่น้ำน่าน-แม่น้ำยมล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนพิจิตรเกือบ 100 หลัง

เมื่อวันที่  1 กันยายน 2568  นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เยี่ยมราษฎรที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำน่านชุมชนหลังสถานีรถไฟพิจิตร พื้นที่เขตเทศบาลเมืองพิจิตร ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากโครงการชลประทานพิจิตรที่รายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่สถานีวัดระดับน้ำ N7A บ้านราชขวัญ อ.เมืองพิจิตร วันนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 14 ซม. จึงทำให้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งฝั่งขวา 24 ซม. จึงทำให้หลายพื้นที่ริมแม่น้ำน่านในจุดที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรแล้วเกือบ 100 หลังคาเรือน 

โดยเฉพาะที่ ต.ท่าฬ่อ  ต.ในเมืองพิจิตร ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำยมก็เอ่อล้นตลิ่งท่วมในพื้นที่ ต.รังนก ต.สามง่าม  ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม  , อ.โพธิ์ประทับช้าง น้ำได้ท่วมพื้นที่ ต.วังจิก  ต.โพธิ์ประทับช้าง  ต.ไผ่ท่าโพ  ต.ไผ่รอบ โดยพื้นที่ที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นทุ่งนาข้าวที่เกษตรกรเกี่ยวข้าวหนีน้ำไปหมดแล้วตั้งแต่กลางเดือน สิงหาคม 68 ในส่วนของน้ำที่ท่วมบ้านเรือนราษฎรส่วนใหญ่ คือ บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำยม ซึ่งชาวบ้านคุ้นชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้เป็นประจำมายาวนานหลายสิบปีแล้ว จึงทำให้ทุกๆบ้านมีเรือเป็นพาหนะในช่วงน้ำท่วมนี้อีกด้วย

ส่วนถนนในหมู่บ้านเส้นทางสามง่าม – บ้านใหม่ –รังนก ที่บริเวณบ้านจระเข้ผอมน้ำจากแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งท่วมช้ามถนนสูงประมาณ 10 ซม. ชาวบ้านยังคงใช้สัญจรไปมาได้ แต่คาดว่าในอีก 2-3 วัน จากเหตุผลตกหนักภาคเหนือตอนบนมวลน้ำจำนวนมหาศาลก็คงจะไหลมายังแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน รวมถึงน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ น้ำจากแม่น้ำเข็กหรือแม่น้ำวังทอง รวมถึงน้ำจาก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ก็คงจะไหลมาเข้าพื้นที่ อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ จ.พิจิตร 

นางสาวธนียา  นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันยอมรับว่าเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ล่มต่ำบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ แม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน แล้วจริง แต่ขณะนี้พยายามปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของเทศบาลเมืองพิจิตรเอาไว้ให้ได้ ส่วนพื้นที่การเกษตรฝั่งขวาของแม่น้ำยมชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จหมดแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม 68 จึงไม่มีความเสียหายด้านการเกษตรมากนัก ส่วนเส้นทางคมนาคมบนถนนสวยหลักที่เข้า-ออก จ.พิจิตร ยังคงใช้เส้นทางคมนาคมได้ตามปกติ ดังกล่าวอีกด้วย

โดย…สิทธิพจน์ เกบุ้ย/จ.พิจิตร

ชาวนาพิมายรอเก้อ…. ผิดหวังยังไม่ได้ไร่ละพัน

ตามที่รัฐบาล โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประกาศช่วยเหลือชาวนาในโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 และโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท

โดยเกษตรกรตรวจสอบสิทธิ และยืนยันสิทธิแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และธ.ก.ส.พร้อมโอนเงินให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังทันที ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.68 เป็นต้นไป โดยโอนแบ่งโอน 5 รอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกข้าวนั้น

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาพิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งบรรยากาศที่ธนาคารฯ มีเกษตรกรอีกหลายรายที่ไม่ทราบว่า มีโครงการช่วยเหลือนี้ จึงไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเอาไว้ ในขณะที่มีชาวนาจากหลายหมู่บ้านใน อ.พิมาย ที่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรอำเภอเอาไว้ ได้มารอกดเงินและนำสมุดบัญชีเงินฝากมาปรับยอดเงินเข้า แต่ปรากฏว่า ทุกคนต้องผิดหวัง เพราะไม่มีเงินเจ้าบัญชีแต่อย่างใด

นางคำ จงเทพ อายุ 61ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/2 ม.17 ต.กระชอน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หนึ่งในเกษตรกรที่ทำนา จำนวน 15 ไร่ บอกว่า รัฐบาลยังไม่จ่ายเงิน ตอนแรกทราบมาว่าจะให้จ่ายให้เดือนกันยายนนี้ แต่ตอนนี้ทางธนาคารฯ แจ้งมาเลื่อนออกไปเป็นเดือนธันวาคม 2568 ตนก็ไม่รู้ว่าจะได้จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้ไม่มีรัฐบาลตัวจริง จึงไม่รู้ว่าจะได้ตอนไหน ถ้าให้ไปลงทะเบียนตรวจสอบสิทธิผ่านแอพทางรัฐ ก็น่าจะยุ่งยากมากขึ้นเพราะตนอายุมากแล้ว ทำไม่เป็น

ถ้ารัฐจะช่วยก็โอนเข้าบัญชีของเกษตรกร ถ้ามากดเงินไม่ได้ก็ยังสามารถฝากลูกหลานมากดเงินให้ได้ อยากให้รัฐบาลได้เร่งช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา เพราะลงทุนเพาะปลูกกันไปหลายบาท ต้นทุนสูงมาก ข้าวราคาก็ตกต่ำ ทำนาแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายเยอะมาก ต้องจ้างแรงงานเพราะทำเองไม่ไหว ทั้งจ้างค่าไถ ค่าหว่าน ค่าใส่ปุ๋ย ขายข้าวเงินมาแทบไม่เหลือใช้ ยังดีที่มีข้าวไว้กิน

ผู้เข้าประกวดMUTแห่ร้องกองปราบ ฯเอาผิดกองประกวดโกงเงินรางวัลกว่า 10 ล้าน

กลุ่มผู้ประกวดนางงาม เผยโดนกลุ่มผู้จัดการประกวดหลากหลายทางเพศเรียกเข้าห้องดำ อัดคลิปลักษณะละเมิดความเป็นส่วนตัว ยิงคำถามลวงประวัติแบล็คกราวด์ บันทึกคลิปกดดันโดนบันทึกคลิปไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.68 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และนายเก่ง สุเชษฐ์ ผู้ช่วยประธานฯ พาบรรดาผู้เข้าประกวดและได้รับรางวัลจากเวทีประกวด Miss Universe Thailand ลิขสิทธิ์ระดับจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ แพร่ อุทัยธานี และบุรีรัมย์ จำนวน 5 ราย 

Miss Universe Thailand ลิขสิทธิ์ระดับจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ แพร่ อุทัยธานี และบุรีรัมย์ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย น.ส.ปลายฟ้า อายุ 25 ปี ผู้ชนะเลิศมิสยูนิเวิร์สอุทัยธานี  2.น.ส.ยลรดา รองชนะเลิศอันดับ 1  อุทัยธานี  3.น.ส.ณัฐนันท์ คันธมาลย์ ตำแหน่งรองอันดับสอง 4.น.ส. เอลินญาน์  รองอันดับ 2 MUT แพร่ 

5.น.ส.ณัฐมน ศิลาอาศน์ รองอันดับ 3 แพร่ เดินทางเข้าพบ พงส. กก.2 บก.ป. แจ้งความกรณีถูกกองประกวดฉ้อโกงและหลอกลวงเงินรางวัลรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่กล่าวอ้างในสัญญา มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีกในแต่ละภาค

บรรดาผู้เสียหาย ช่วยกันเปิดเผยว่า นอกจากจะไม่ได้เงินรางวัลตามที่ตกลงแล้ว ยังถูกกองประกวดบิดพลิ้วสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น การศัลยกรรมความงามที่ประเทศเกาหลี นอกจากนี้ ยังมีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วยการบังคับให้ถ่ายคลิปที่ไม่เหมาะสม เพื่อแลกกับการยกเลิกข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการโฆษณาเกินจริง และแก้ไขสัญญาโดยไม่แจ้งให้ทราบ

นอกจากนี้พบว่าไม่มีความโปร่งใสในการทำสัญญา โดยไม่ได้รับสัญญาฉบับคู่ และถูกร้องขอให้ช่วยจ่ายเงินค่าสปอนเซอร์และค่ามงกุฎ ทั้งยังมีการนำบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาแทรกแซงการประกวด โดยอ้างว่าจะดันเข้าสู่วงการบันเทิง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีงานใด ๆ เกิดขึ้นจริง

ในระหว่างการประกวด มีการกล่าวอ้างถึง “นายตำรวจ” ที่มีตำแหน่งเป็นผู้กำกับ โดยอ้างว่าทำงานกับบุคคลระดับสูง ซึ่งผู้เสียหายเชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการข่มขู่และพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและไม่ได้รับความเป็นธรรมตลอดกระบวนการจัดประกวด

ด้วยเหตุนี้ เหล่านางงามจึงรวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อชมรมสันติประชาธรรม เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ขยายผลถึงขบวนการที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของสุภาพสตรีที่ถูกกระทำโดยไม่เป็นธรรม

อี้แทนคุณ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของกองประกวดในส่วนจังหวัดนี้ อาจเข้าข่ายกระทำความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง การหลอกลวงผู้เข้าประกวดด้วยการอ้างว่าจะได้รับเงินรางวัล สิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการศัลยกรรมความงามที่เกาหลี แต่กลับไม่เป็นไปตามสัญญา ทำให้ผู้เสียหายต้องสูญเสียเงินค่าสปอนเซอร์ ค่ามงกุฎ และเงินอื่นๆ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 การโฆษณาเกินจริงหรือโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จ 

รวมถึงการแก้ไขสัญญาโดยไม่แจ้งให้ทราบ ถือเป็นการกระทำที่เอาเปรียบผู้บริโภคหรือผู้เข้าประกวด ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 47 และ 48 , ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ พฤติกรรมการข่มขู่ต่างๆ นานา ที่ทำให้นางงามรู้สึกหวาดกลัว เพื่อบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ถ่ายคลิปที่ไม่เหมาะสม เพื่อแลกกับการยกเลิกข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หรือเพื่อบังคับให้ทำตามที่ต้องการ อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 , ความผิดเกี่ยวกับเอกสารการไม่ส่งมอบสัญญาคู่ฉบับ หรืออ้างว่าลืมสำเนาให้กับผู้เข้าประกวด อาจเข้าข่ายความผิดที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงหรือใช้เอกสารสิทธิปลอม หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในสัญญาโดยไม่ได้รับความยินยอม

นอกจากนี้ การที่ผู้จัดการประกวดอ้างถึง “นายตำรวจ” ที่มีตำแหน่งสูง และมีการกระทำที่เข้าข่ายข่มขู่ อาจทำให้ต้องพิจารณาว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวด้วยหรือไม่ เช่น การร่วมกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือกรรโชกทรัพย์ หรือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐานและการสืบสวนสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นส.ปลายฟ้า ไขทุมมา เปิดเผยว่า เริ่มต้นเมื่อ 5 สิงหาคม ตนได้ไปขอ มงกุฎMUT อุทัยธานี กับ กองประกวด MUT อุทัยธานี เพื่อไปถ่ายงาน แต่กับไม่ได้ ซ้ำเรียกไป ข่มขู่ ว่า ถ้าเกิดทำอะไรให้กองประกวด เสียหาย จะสั่งปลดทันที และยังไม่ จ่ายรางวัล ตามข้อตกลง ในสัญญา และได้มีการส่งมอบสัญญาคู่ฉบับ โดยอ้างว่าลืมสำเนาให้กับผู้เข้าประกวด และยังมีการขอให้ผู้เข้าประกวดช่วยจ่ายค่าสปอนเซอร์ ค่ามงกุฎ และอื่นๆ รวมทั้งมีการนำบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติ เข้ามาแทรกระหว่างการประกวด โดยอ้างว่าต้องการให้เป็นนักแสดงเข้าสู่การวงการบันเทิง โดยผ่านเวทีประกวด และมีการให้อัดคลิปทำรีวิวเสมือนจริงแต่ไม่ได้งานใดใดเกิดขึ้น บางท่านได้มงกุฎแล้วพอไปทวงถามถึงเงินรางวัลก็ถูกปฏิเสธ

โดยตลอดระยะเวลาที่เหล่านางงามดำเนินการประกวดจะมีการอ้างถึงนายตำรวจ ที่มีตำแหน่งเป็นผู้กำกับ อ้างว่าทำงานกับบุคคลระดับสูง โดยผู้เสียหายสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะมีพฤติกรรมหลายอย่างที่เข้าข่ายการข่มขู่ต่างๆนานา ทำให้นางงามได้มีความหวาดกลัวเป็นอย่างมากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งกระบวนการจัดประกวด และอาจรวมถึงผลการประกวดด้วยหรือไม่ จึงรวมตัวกันมาร้องเรียนทางชมรมสันติประชาธรรมเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึกและขยายผลถึงขบวนการที่เกี่ยวข้อง ช่วยปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของสุภาพสตรี ติดตามขอความเป็นธรรมและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท 

อี้แทนคุณ กล่าวปิดท้าย ทั้งหมดนี้ อยากให้ ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้เสียหาย ถูกข่มขู่ ซ้ำยังไม่ได้รางวัลต่างตามในสัญญา ทั้งมีการคุกคามต่างๆ แต่ย้ำ ไม่ได้เกี่ยวกับกองประกวด MUT เป็นเพียงแค่ระดับจังหวัด จึงมาขอคำปรึกษาจากพนักงานสอบสวนเพื่อหา ทางออก และยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งความสอบปากคำนางงามผู้เสียหายทั้ง 5 รายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางกองประกวด Miss Universe Thailand (MUT) ได้ประกาศยกเลิกสัญญาการประกวดมิสยูนิเวิร์สแพร่ อุทัยธานี และบุรีรัมย์ 2025 เนื่องจากผู้จัดการประกวด (บริษัท เอเชีย มีเดียส์ จำกัด) ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่กำหนดได้ โดยผู้ได้รับตำแหน่ง เดิม อิงฟ้า ชิโนทัย ศรีสุข ได้รับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สแพร่ 2025, ปลายฟ้า ไขทุมมา เป็นมิสยูนิเวิร์สอุทัยธานี 2025, และกนกวรรณ สุวรรณศรี เป็นมิสยูนิเวิร์สบุรีรัมย์ 2025 โดยให้เหตุผลว่าการยกเลิกสัญญาเกิดขึ้นเนื่องจากบริษัท เอเชีย มีเดียส์ จำกัด ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามข้อกำหนดและมาตรฐานของกองประกวด MUT
ส่งผลกระทบให้บรรดาแฟนๆ นางงามต่างผิดหวังกับการยกเลิกสัญญาครั้งนี้ ทางกองประกวด MUT จึงได้ประกาศยกเลิกสัญญาและยุติบทบาทผู้จัดการประกวดใน 3 จังหวัดดังกล่าว



น้ำท่วมหล่มสัก หนักกว่าปี’54 เสียหายเกิน 100 ล้าน

รองประธานหอการค้าเพชรบูรณ์ เผย น้ำท่วมหล่มสักหนักกว่า 2554 เสียหายเกิน 100 ล้าน ห่วงนักท่องเที่ยวเข้าใจผิด ไม่เที่ยวเขาค้อ–ภูทับเบิก

นายธีระวัฒน์ วิไลรัตน์ รองประธานหอการค้าเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หล่มสัก ครั้งนี้รุนแรงกว่าปี 2554 ความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อธุรกิจและร้านค้าในเขตเทศบาลอย่างหนัก โดยเฉพาะร้านทองและร้านค้าทั่วไปที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7–10 วันกว่าจะฟื้นตัวกลับมาเปิดบริการได้

นานธีระวัฒน์ยังย้ำว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้กระทบต่อการท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของจังหวัด เช่น เขาค้อ และภูทับเบิก ซึ่งยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่เกรงว่านักท่องเที่ยวบางส่วนอาจเข้าใจผิด จนกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์

รองประธานหอฯเพชรบูรณ์ กลว่าวอีกว่า ทั้งนี้ หลังปี 2554 เทศบาลเมืองหล่มสักได้ก่อสร้างผนังกั้นน้ำริมแม่น้ำป่าสัก ช่วยบรรเทาปัญหามาได้ระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันมวลน้ำมีมากขึ้น

ขณะที่มาตรการป้องกัน ยังเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องหาวิธีใหม่ ๆ อย่างเช่น การสร้างฝายหรือการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเบี่ยงน้ำออกจากเขตเมืองเหมือนที่ใช้ในพื่นที่รอบกรุงเทพฯ

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ชวนสัมผัสความสุข ปลูกรอยยิ้ม ในงาน “เกษตรสร้างสุข”

พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดงาน ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรสร้างสุข” เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจการทำเกษตรอย่างมีความสุขและยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการและองค์ความรู้ด้านการเกษตร รวมถึงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรในห้องอบรมวิชาของแผ่นดิน และ Workshop กว่า 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ชม ช็อป สินค้าเกษตรคุณภาพปลอดภัย จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯและเกษตรกรภาคีความร่วมมือทั่วประเทศกว่า 120 ร้านค้า

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า “การจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรสร้างสุข” มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารให้เห็นว่าการเกษตรไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ แต่คือวิถีชีวิตที่สมดุลและยั่งยืน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างชุมชนเกษตรที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยภายในงานยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งการเรียนรู้การจัดการผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน สมุนไพร และไม้ดอกทานได้ พร้อมเวทีแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้รู้จริงด้านการเกษตร เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปต่อยอดสร้างอาชีพสร้างรายได้และความสุขได้อย่างยั่งยืน”

ภายในงานพบกับ นิทรรศการ “เกษตรสร้างสุข กิน ชม ดม ดื่ม” ถ่ายทอดองค์ความรู้ คุณประโยชน์จากผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน และไม้ดอกทานได้ ที่มีประโยชน์ในการประกอบอาหารและดูแลสุขภาพพร้อมอนุรักษ์ และเผยแพร่ภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรและไม้หอม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ สุขจากการกิน  ผักปลอดสารพิษ ผักพื้นบ้าน และสมุนไพรบำรุงกำลังสุขจากการชม  การจัดสวนถาดสร้างสรรค์ สุขจากการดม พันธุ์ไม้หอมที่มีกลิ่นหอมตามช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้า มะลิ ช่วงเย็น ดอกโมก ดอกแก้ว เป็นต้น สุขจากการดื่ม ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ อัญชัน เกสรบัวหลวง มะลิ กุหลาบ

พร้อมองค์ความรู้ชาสมุนไพร พลาดไม่ได้กับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และWorkshop กว่า 8 วิชา เรียนรู้ได้ทั้ง Onsite และ Online ฟรี อาทิ หลักสูตร เกษตรอินทรีย์ สร้างฟาร์มสุข อาจารย์สรศักดิ์ ไวจันทึก “ฟาร์มสุข ฟาร์มออแกนิก” เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา หลักสูตรลดภาษีที่ดินทิ้งร้าง ด้วยทุเรียนอินทรีย์ อาจารย์อดิศร พวงชมภู “ประธานโครงการทำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน” จ.นครปฐม หลักสูตรเกษตรดี มีสุข อาจารย์กรุณาพร วงษ์ละคร “สวนกตัญญู” จ.ขอนแก่น และหลักสูตรอาหารปลอดภัย กายใจเป็นสุข อาจารย์สุพัตรา ไชยชมภู “เจ้าของเพจปูเป้ทำเอง” กรุงเทพฯ เป็นต้น

ชม ชิม ช็อปสินค้าเกษตรปลอดภัย จุใจไปกับทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ต้นไม้พันธุ์ไม้ โดยเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และร้านค้าภาคีความร่วมมือกว่า 120 ร้านค้า ในราคามิตรภาพ และกิจกรรมหลากหลายภายในงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171

รวบโจรลักรองเท้า ดาราสาว “โบว์แนด้า” มูลค่ากว่า 16,800 บาท

พ.ต.อ. พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และพ.ต.ท. นิติธร ยศโชตวณิช รองผู้กำกับการสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวกัลป์ชวิศา อิทธินิธิกานต์กุล ดารานักแสดงชื่อดัง ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท. เกรียงไกร หน่อธรรม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.สุทธิสาร ว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. คนร้ายได้บุกเข้ามาในบ้านพักเลขที่ 739/24 ซอยลาดพร้าว 48 แยก 12 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. ก่อนจะขโมยรองเท้า 5 คู่ ที่วางไว้ในลานจอดรถไป ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ารวมกว่า 16,800 บาท

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha รุ่น Mio สีน้ำเงิน-ขาว หมายเลขทะเบียน 4ขค 5029 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจอดใกล้บ้านผู้เสียหาย ก่อนจะเปิดประตูรั้วเข้าไปหยิบรองเท้าแล้วขับหลบหนีไป

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัว นายสมทรง สุขนิมิตร (คนร้ายที่ก่อเหตุ) พร้อมของกลางเป็นรองเท้าหลายรายการได้แล้ว โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนงามวงศ์วาน ช่วงซอยงามวงศ์วาน 21 ขณะกำลังจะออกไปก่อเหตุซ้ำ จากการสอบถามเบื้องต้น นายสมทรงให้การรับสารภาพ ว่าเป็นบุคคลก่อเหตุ จริง ตามภาพจากกล้องวงจรปิด เงินที่ได้จากการก่อเหตุใช้กินใช้ตามปกติ เนื่องจากตนเอง พึ่งพ้นโทษจากเรือนจำมา เมื่อวันทีา 14 ก.ค.ที่ผ่านมา มีประวัติต้องโทษ จึงไม่มีใครรับเข้าทำงาน ทำให้เป็นฉนวนเหตุ ของการก่อเหตุดังกล่าว

โดยยืนยันว่า ทรัพย์ที่ลักมานั้น มีเพียงแค่รองเท้าเท่านั้น ไม่มีทรัพย์สินอื่น หลังจากตรวจสอบยังพบอีกว่า จยย.ที่นำมาก่อเหตุ ได้มีการแจ้งหายไว้ที่สน. ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นได้ประสาน เจ้าของจยย. คันดังกล่าวให้เข้ามายืนยันความเป็นเจ้าของ ที่สนสุทธิสาร จากนั้นจึงนำตัว นายสมทรง ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมา นางสาวกัลป์ชวิศา(ผู้เสียหาย) เดินทางเข้ามายังสน.สุทธิสาร เพื่อดูของกลาง และขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาได้ อย่างรวดเร็ว แล้วฝากเตือนถึงประชาชน ทั่วไป ที่มีเหตุลักทรัพย์ลักษณะนี้ ให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงแม้มูลค่าความเสียหายอาจเล็กน้อย แต่จะไม่เป็นช่องว่าง ให้คนร้ายที่ก่อเหตุลักษณะนี้ สร้างความเดือดร้อนและ ลอยนวลอยู่ในสังคมอีกต่อไป

โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะลักทรัพย์หรือรับของโจร “

ททท.ชวนอินฟูลฯ 70คน ตะลุยเมืองคอน ชวนลงใต้ชมแหล่งเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencer 2025 @ Nakhon Si Thammarat” ระหว่างวันที่ 29 – 31 สิงหาคม 2568 สานสัมพันธ์เครือข่ายออนไลน์ด้านการท่องเที่ยว ชวน Influencer สายท่องเที่ยวกว่า 70 ราย จาก 41 สังกัด ร่วมเดินทางจังหวัดนครศรีธรรมราช สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวสู่คอนเท้นต์ออนไลน์ สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางสู่นครศรีธรรมราช เมืองน่าเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของภาคใต้ พร้อมร่วมพบปะแลกเปลี่ยนและส่งเสริมเครือข่ายกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจระหว่างกัน

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อการสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน  โดยได้ทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ และจัดกิจกรรมส่งเสริมเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มแห่งการสร้างพลังเครือข่าย Influencer ด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยครั้งนี้ ททท. จัดกิจกรรม “Amazing Thailand : Meet the Influencer 2025 @ Nakhon Si Thammarat” ขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช เมืองน่าเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนสูงติดอันดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาค มีความโดดเด่นทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย โดยมีวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร สัญลักษณ์คู่เมืองที่กำลังอยู่ระหว่างการเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก สะท้อนถึงคุณค่าและศักยภาพที่พร้อมก้าวสู่การเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไปยังสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และสงขลา โดย ททท. มุ่งหวังให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อประสบการณ์การเดินทางที่ทรงคุณค่าจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมสู่นักท่องเที่ยว และส่งผลให้เกิดการเดินทางมายังจังหวัดนครศรีธรรมราชมากขึ้น เพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมความแข็งแกร่งทางการเติบโตอย่างยั่งยืนให้จังหวัดนครศรีธรรมราช

กิจกรรม Amazing Thailand : Meet the Influencer 2025 @ Nakhon Si Thammarat เริ่มต้นในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ด้วยการนำอินฟลูเอนเซอร์กว่า 70 ราย จาก 41 สังกัด เดินทางสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชและเข้าสักการะวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นเข้าร่วมกิจกรรม “หลงเมืองคอน – Make Your Own Journey” ด้วยการนั่งรถสองแถวเที่ยวชมเมืองนครศรีธรรมราช โดยสามารถเลือกแวะท่องเที่ยวในจุดต่าง ๆ ได้ตามความชอบและความสนใจ จากนั้นช่วงบ่ายเข้าร่วมกิจกรรม “Meet and Share” ที่ Wander Woods ร่วมรับฟังบรรยาย แลกเปลี่ยนความเห็น และแนวคิดระหว่าง ททท. ผู้ประกอบการ และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อค้นพบจังหวัดนครศรีธรรมราชในมุมมองใหม่ และเข้าร่วมพบปะแลกเปลี่ยนสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อต่อยอดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดกิจกรรม “แชร์เทคนิค บอกเล่าไอเดียการร่วมงานกับครีเอเตอร์” โดยมีวิทยากร นางสาวสมฤดี นาคกลัด หรือ ฝน-บันทึกคนขี้เที่ยว นายกสมาคมครีเอเตอร์ท่องเที่ยว ( Travel Creator Association – TCAT ) ร่วมบอกเล่าเรื่องราว เสริมศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มีความเข้าใจในการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพและความหลากหลายของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ททท. ได้จัดเส้นทางการท่องเที่ยวจำนวน 5 เส้นทางให้อินฟลูเอนเซอร์ร่วมเดินทางในวันที่ 30 – 31 สิงหาคม 2568 ได้แก่ เส้นทางที่ 1 : Charming Khanom อ.ขนอม ชมวิวเขาพลายดำ เที่ยวถ้ำเขาวัง ตามหาหาดลับขนอม และวิถีถิ่นที่ตลาดริมน้ำขนอม ล่องเรือชมโลมาชมพู และเขาหินพับผ้า ปรากฏการณ์ธรณีวิทยาอายุกว่า 260 ล้านปี เส้นทางที่ 2  : Salt and Soul อ.ท่าศาลา – สิชล สัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นที่บ้านแหลมโฮมสเตย์ ชมอุโบสถวัดไพศาลสถิต เก่าแก่นับร้อยปี  ล่องเรือไม้ WYND Voyage ณ ปากแม่น้ำสิชล  เก็บภาพ “ไก่รักษ์โลกแบรนด์บนบาน” วัดเจดีย์ และชมหอชมฟ้า “Bota Sky Tower” เส้นทางที่ 3 : The Hidden Gem นครศรีธรรมราช อ. พิปูน สัมผัสวิวอ่างเก็บน้ำกะทูน เล่นน้ำตกนางฟ้า พาย Sup Board ที่อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ชมสวนกาแฟ ไร่กาแฟไพรวัลย์ และแวะสักการะพ่อท่านคล้าย ณ วัดธาตุน้อย เส้นทางที่ 4 : Flow and Glow อ.ปากพนัง ชมเสน่ห์วิถีถิ่น ชุมชนขนาบนาก เที่ยวชมสตรีทอาร์ทตลาด 100 ปี ปากพนัง สักการะพระพุทธรูปโบราณ วัดรามประดิษฐ์ และเยี่ยมชมสวนส้มโอทับทิมสยาม เส้นทางที่ 5 : Into the Green อ.ทุ่งสง – ร่อนพิบูลย์ ชมความสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง รางวัลกินรี ปี 2553 ล่องเรือคายัคในถ้ำน้ำลอด ถ้ำวังพระยาพิชัย ฟังเรื่องเล่าความศรัทธา วัดก้างปลา และเดินป่าชุมชนศึกษาธรรมชาติ 9 จุดมหัศจรรย์

ททท. เชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เสริมสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์แล้ว ยังส่งต่อคอนเท้นต์เรื่องราวความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลากหลายครบครันของจังหวัดนครศรีธรรมราชจากอินฟลูเอนเซอร์สู่นักท่องเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจและทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช เสริมสร้างการเติบโตทางการท่องเที่ยวของจังหวัดให้แข็งแกร่ง พร้อมยกระดับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

โชว์แล่ปลาทูน่าบลูฟินยักษ์ ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ

สำหรับผู้ที่พลาดการชมโชว์แล่ “ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน” (Bluefin Tuna) ตัวใหญ่ยักษ์ส่งตรงจากญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Hon-Maguro”  โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ยังคงจัดต่อเนื่องเป็นไฮไลท์ที่ภูมิใจนำเสนอให้ทุกท่านได้ชมและชิมแบบสดๆ ในวันที่ 5 และ 19 กันยายน 2568 เพียง 2 วันเท่านั้น

บริการรวมในบุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็นที่มีซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม อาทิ หอยนางรม ปูม้า หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ฯลฯ พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด รสแซบ ซูชิฟัวกราส์ วากิว แซลมอน ทานได้ไม่อั้น มุมข้าวต้มกุ๊ยที่มีเครื่องเคียงกับข้าวมากมายให้เลือกอิ่มอร่อย มุม Carving Station 7 วัน 7 เมนู

นอกจากนี้ยังมีขาหมูสูตรดิเอมเมอรัลด์ ข้าวต้มปลากะพง ส้มตำและยำต่างๆ ซุปทรัฟเฟิล พาสต้า เทปปันยากิ กุ้งแม่น้ำเผา เทมปุระ รวมเครื่องดื่มน้ำอัดลม ชา-กาแฟ ของหวานทั้งไทย เบเกอรี่โดยฝีมือเชฟเต้-จักรพรรดิ์ พจน์ชัยกุล ผู้ชนะเชฟกระทะเหล็กสายหวาน ตามด้วยไอศกรีม และผลไม้ตามฤดูกาล ระหว่างเวลา 18.00 – 22.00 น.ทุกวัน รับประกันความคุ้มค่าราคาท่านละ 1,700++ บาท (2,001 บาทสุทธิ)

โปรพิเศษ!! เหลือเพียงท่านละ 1,299++ บาท (1,529 บาทสุทธิ) ตลอดเดือนกันยายน 2568 ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 ต่อ 8413-4 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldcoffeeshop  

เปิดใช้งานแล้วถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.4002 นครศรีธรรมราช

นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต งานบำรุงแยก ทล.4224 – บ้านทานพอ อำเภอพิปูน, ฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทาง 3.525 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการเดินทาง และการขนส่งสินค้าของประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว รวมถึงสนับสนุนเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากถนนสายดังกล่าว เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอพิปูน และอำเภอฉวาง ประกอบกับมีบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้ในการขนส่งสินค้าจากพื้นที่ไปยังแหล่งรับซื้อ และยังเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางธรรมชาติ และทางศาสนา อาทิ บ่อน้ำมนต์พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธ์ จุดชมวิวพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ อีกด้วย

อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน ทช. ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การคมนาคมที่สำคัญของประชาชนในพื้นที่ จึงได้ดำเนินการออกแบบปรับปรุงชั้นพื้นทาง โดยวิธี Pavement In – Place Recycling ตั้งแต่ช่วง กม.ที่ 4+900 ถึง กม.ที่ 6+100 และปรับปรุงคุณภาพผิวทางเดิมนำกลับมาใช้ใหม่ โดยวิธี Hot Mix In – Place Recycling ตั้งแต่ช่วง กม.ที่ 13+970 ถึง กม.ที่ 16+295 พร้อมปรับปรุงป้าย เครื่องหมายจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่คล่องตัวขึ้น และประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก และปลอดภัย โดยใช้งบประมาณในการดำเนินงานรวม 15.494 ล้านบาท

แลกหมัดดุเดือด!!!อเลสซิโอ” ถลุงชนะคะแนน ป้องเข็มขัด “UBO WORLD”

เชียร์สุดมันส์! “อเลสซิโอ” นักชกจอมโหด ไล่ถลุงชนะคะแนน ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก UBO WORLD ได้สำเร็จ ในศึก FCC 13 – NARIS – HIGHLAND BOXING PROMOTIONS

เมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่สนามมวย เวิลด์สยาม สเตเดี้ยม เขตบางกะปิ การแข่งขันชกมวยศึก FCC 13 – NARIS –  HIGHLAND BOXING PROMOTIONS จัดโดย โปรโมเตอร์ชาวอิตาลี มิสเตอร์ อเลสซิโอ บิสซุตติ พร้อมด้วย โปรโมเตอร์สองคู่เขย มิสเตอร์ บริโก้ แซนติก โปรโมเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ กับ “ปุ่นอินเตอร์” นายศุภณัฐ จันทร์แรม โปรโมเตอร์ชาวไทย  และ นายนริส สิงห์วังชา ประธานสหพันธ์มวยแห่งเอเชีย (ABF) และ นายกสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดศึก FCC 13 – NARIS – HIGHLAND BOXING PROMOTIONS ซึ่งการแข่งขันชกมวยในครั้งนี้เป็นการป้องกันเข็มขัดแชมป์ UBO WORLD และมีชิงเข็มขัดแชมป์ ABF Asia, OPBF SILVER ทั้งหมด 4 เส้น 3 สถาบัน นักสู้ทั้ง 12 คู่กระหน่ำความมันส์สู้กันดุเดือด

    สรุปผลการชกศึก FCC 13 – NARIS – HIGHLAND BOXING PROMOTIONS ทุกคู่มีดังนี้

    คู่ที่ 1. รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท พิกัด 115 ปอนด์ (4ยก) โมฮัมเหม็ด คาลิด นักชกซาอุดิอาระเบีย ชนะTKO ยก1 สาย หลอง ข่าน นักชกเมียนมาร์

    คู่ที่ 2. รุ่นครุยเซอร์เวท พิกัด 200 ปอนด์ (4ยก) ฟารีน มอร์แกน นักชกจากไอร์แลนด์เหนือ ชนะTKO ยก1 ยุทธพงศ์ สิกะดล นักชกไทย

    คู่ที่ 3. รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท พิกัด 112 ปอนด์ (6ยก) งัมบา ลองเจียม นักชกอินเดีย ชนะคะแนน สายฟ้า ช้างชำนิ นักชกไทย

    คู่ที่ 4. รุ่นไลท์เฮฟวี่เวท พิกัด 175 ปอนด์ (8ยก) ติมูร์ บาสซิตอฟ นักชกจากคาซัคสถาน ชนะTKI ยก1 โบนิเฟซ ซากูดา นักชกแทนซาเนีย

    คู่ที่ 5. รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท พิกัด 130 ปอนด์ (4ยก) ชาคีล อาลี นักชกสหราชอาณาจักร ชนะคะแนน เฉียน หวาง นักชกจากจีน

    คู่ที่ 6. รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวท พิกัด 168 ปอนด์ (6ยก) ไมเคิล รูสนักชกสหราชอาณาจักร ชนะคะแนน ร็อคกี้ แบคทอล นักชกฟิลิปปินส์

    คู่ที่ 7. รุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ (6ยก) พิสิษฐ์ เผ่าจันทึก นักชกไทย ชนะคะแนน จูลีอาโน แฟนโตเน นักชกฝรั่งเศส

    คู่ที่ 8. มวยหญิง ชกอุ่นเครื่อง รุ่นแบนตัมเวท พิกัด 118 ปอนด์ (4ยก) คริสติน่า ซินเกรา นักชกเนเธอร์แลนด์ ชนะTKO ยก3 กมลทิพย์ อุ่นสกุล นักชกสาวไทย

    คู่ที่ 9. เป็นการชกชิงเข็มขัดแชมป์ OPBF SILVER รุ่นเวลเตอร์เวท พิกัด 147 ปอนด์ (10ยก) อุสมาน วาซีร์ นักชกจากปากีสถาน ชนะTKO ยก10 สตีวี อองเกน เฟอร์ดินานดัส นักชกอินโดนีเซีย “อุสมาน วาซีร์” นักชกจากปากีสถานคว้าเข็มขัดแชมป์มาครอง

    คู่ที่ 10. เป็นการชกชิงเข็มขัดแชมป์ ABF Asia รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท พิกัด 154 ปอนด์ (10ยก) เอลโม ทรายา นักชกฟิลิปปินส์ ชนะTKO ยก10 ชัยวัฒน์ เมืองพงศ์ นักชกไทย “เอลโม ทรายา” นักชกฟิลิปปินส์คว้าเข็มขัดแชมป์มาครองอย่างสะใจ

    คู่ที่ 11. เป็นการชกชิงเข็มขัดแชมป์ ABF Asia รุ่นเฟเธอร์เวท พิกัด 126 ปอนด์ (10ยก) กฤติภัค อโบเออร์ราเซก นักชกไทย ด้วยการชนะคะแนน ฮาซแมน ซิว นักชกมาเลเซีย “กฤติภัค อโบเออร์ราเซก” นักชกไทยสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ


คู่ที่ 12. คู่เอกของรายการเป็นการป้องกันแชมป์ UBO WORLD เฮฟวี่เวท 225 ปอนด์ เจ้าของเข็มขัดแชมป์นักชกจอมโหดจากอิตาลี “อเลสซิโอ บิสซุสติ” พบกับผู้ท้าชิงนักชกจอมเก๋า “ปัญญา ชมภูพวง” เกมส์การชก “อเลสซิ บริซุสติ” จอมดุดันเดินเข้าหาต่อยหมัดตัดลำตัวแบบเน้นๆ ทำเอา “ปัญญา ชมภูพวง” ถึงกับสดุ้งที่ไม่ยอมปะทะด้วยคอยหาจังหวะโต้ด้วยหมัดเข้าใบหน้าชัดเจนเช่นกัน ช่วงท้ายเกมส์ “ปัญญา ชมภูพวง” เริ่มอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดโดน “อเลสซิโอ บิสซุสติ” เป็นฝ่ายทำคะแนนนำไปเรื่อยๆ จนครบ 12 ยก กรรมการรวมคะแนนให้ “อเลสซิโอ บิสซุสติ” เป็นฝ่ายชนะคะแนน สามารถป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก UBO WORLD ไว้ได้สำเร็จ

โดยมีประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเข้าชมการแข่งขันชกมวยกันอย่างคึกคัก ซึ่งมีนักมวยจาก 16 ประเทศ ขึ้นชกในครั้งนี้ ประกอบด้วย อิตาลี, ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์, แทนซาเนีย, คาซัคสถาน, ไอร์แลนด์เหนือ, อินโดนีเซีย, จีน, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์, ปากีสถาน, มาเลเซีย, อินเดีย, ซาอุดีอาระเบีย, เมียนมาร์ และไทย โดยชาวไทยและชาวต่างชาติพากันเชียร์นักมวยที่เป็นชาติของตนเองอย่างสนุกสนาน