อพยพวุ่น!มวลน้ำเหนือทะลักแม่น้ำยมเอ่อล้นชุมชนคูหาสุวรรณสุโขทัย

สุโขทัย – มวลน้ำเหนือมหาศาลไหลสมทบแม่น้ำยมทะลักท่วมตัวเมืองสุโขทัยแล้ว..ปภ.แจ้งเตือนภัยขั้นรุนแรง บิ๊กแบ็กพัง มวลน้ำทะลักพรวดท่วมชุมชนคูหาสุวรรณ

เมื่อวันที่  28 ส.ค.68 ปภ. และ จ.สุโขทัย ส่งข้อความแจ้งเตือนทางมือถือ ระบุ ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม พบว่าน้ำได้ลอดใต้พนังกั้นน้ำที่ชุมชนคูหาสุวรรณ ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย เมื่อวันที่ 28ส.ค.68 เวลาประมาณ 04.00 น. จะส่งผลให้น้ำท่วมชุมชนคูหาสุวรรณ ชุมชนคลองโพธิ์ ชุมชนร่วมพัฒนา และชุมชนเลอไท ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย

ดังนั้นจึงขอให้ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ยกของขึ้นที่สูง รีบเคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง

ล่าสุด 06.30 น.วันนี้ มีรายงานว่าบิ๊กแบ็คจุดเฟื่องฟ้าที่ซ่อมไว้ได้พังลง น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชนคูหาสุวรรณอีก และพื้นที่เสี่ยงอีกหลายจุดทั้งชุมชนคลองโพธิ์ ชุมชนร่วมพัฒนา และชุมชนเลอไท ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย

แม่ใจยักษ์!คลอดทารกห่อผ้ายัดใส่ถุงพลาสติกทิ้งถังขยะซอยเอกมัย7

ผงะ! เจ้าหน้าที่เก็บขยะมูลฝอยพบศพเด็กในถุงขยะซ่อยเอกมัย7 เผยเป็นทารกเพศหญิง สภาพศพตัวแดงก่ำ ถูกห่อด้วยเสื้อผ้าและชุดนอนก่อนจะถูกยัดใส่ในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุสุดสลดใจขึ้นในซอยเอกมัย 7 เมื่อมีการค้นพบร่างของทารกแรกเกิดเพศหญิงถูกทิ้งอยู่ในถุงพลาสติกท้ายรถเก็บขยะ เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยโดยพนักงานเก็บขยะของเขตวัฒนาที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยเอกมัย 7

ขณะกำลังคัดแยกขยะที่ถูกนำออกมาจากปล่องทิ้งขยะ พนักงานเก็บต้องตกตะลึงเมื่อพบร่างของทารกน้อยนอนคว่ำหน้าอยู่ในถุงพลาสติก พนักงานเล่าด้วยความรู้สึกหดหู่ว่าไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มาเจอกับเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้ด้วยตัวเอง

ทารกเพศหญิงรายนี้ยังมีสายรกติดอยู่ สภาพศพตัวแดงก่ำ ถูกห่อด้วยเสื้อผ้าและชุดนอนก่อนจะถูกยัดใส่ในถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ไม่พบบาดแผลใด ๆ ตามร่างกาย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่นิติเวชและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน โดยหลังจากนี้จะเร่งดำเนินการสอบปากคำพนักงานเก็บขยะและผู้ที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำศพทารกส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมดในคดีที่น่าเศร้านี้

พลิกนาข้าวสู่บ่อกระจับเขาควายสร้างรายได้เกษตรกรตรัง 6 พัน/เดือน

ที่ศูนย์การเรียนรู้โคก หนอง นา อารยเกษตร หรือ “สวนเจ้าจอม” พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นายสุเทพ หรือ ต้น พลฤทธิ์ อายุ 57 ปี เจ้าของสวน ได้ปรับพื้นที่นาปลูกข้าวเดิม มาทำเป็นบ่อกระจับเขาควาย ขนาดความยาว 10 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึกประมาณ 50-60 เซนติเมตร พร้อมต้อนรับผู้สนใจท่องเที่ยวและศึกษาดูงาน เยี่ยมชมแปลงกระจับ และทดลองลงเก็บกระจับร่วมกันด้วยตัวเองภายในบ่อ 

ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้การเก็บกระจับจากแหล่งปลูกจริง โดยวิธีเลือกผลผลิตที่เก็บ จะดูจากลักษณะสีของเปลือกที่เปลี่ยนจากม่วงแดงเข้มจนถึงดำ และมีเปลือกแข็ง จะเป็นกระจับแก่พร้อมเก็บเกี่ยว ทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้ศึกษาดูงานจำนวนมาก เนื่องจากนากระจับ หรือการได้เก็บกระจับเอง ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ที่หาลองได้ยากในพื้นที่ภาคใต้

สำหรับ “กระจับ” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “กระจับเขาควาย” เนื่องจากผลมีลักษณะเด่นคือมีเขายื่นออกมาคล้ายเขาควาย เป็นพืชน้ำที่สามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ดีทั้งในแหล่งน้ำตื้นและน้ำลึก

นายสุเทพ หรือ ต้น พลฤทธิ์ เจ้าของศูนย์การเรียนรู้โคก หนอง นา อารยเกษตร หรือ “สวนเจ้าจอม” พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง บอกว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้ใช้ปลูกข้าว แต่ประสบปัญหานกมากินจนไม่เหลือผลผลิต จึงเริ่มมองหาพืชชนิดอื่นที่ปลูกง่าย และสามารถสร้างรายได้ จนกระทั่งมีโอกาสซื้อพันธุ์กระจับจากรถเร่จำนวน 20 ต้น มาทดลองปลูกและขยายพันธุ์เรื่อยมา จนปัจจุบันมีมากถึง 3,000-4,000 ต้นเต็มพื้นที่ ซึ่งกระจับที่ปลูกมีทั้งพันธุ์เขายาวและเขาสั้น แตกต่างกันที่รูปทรง โดยเลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่ใช้ปุ๋ยหรือสารเคมี

“กระจับที่ปลูกจะให้ผลผลิตเป็นพวง ลักษณะเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายเขาควาย ออกต่อเนื่อง เก็บเกี่ยวได้เป็นระยะ เก็บได้ทุกๆ 8-10 วัน โดยกระจับ 1 กอ สามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 5-6 ครั้ง ส่วนราคาจำหน่ายกระจับสดอยู่ที่กิโลกรัมละ 70 บาท หากต้มสุกใช้เวลาประมาณ 20 นาที จะขายในราคา 3 ขีด 20 บาท กระจับเขาควายมีรสชาติมัน หากกินสดจะออกหวานคล้ายมันแกว และมีสรรพคุณทางยา จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบันมีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้า ทั้งในพื้นที่และรถพุ่มพวงที่แวะมารับซื้อถึงสวน รวมทั้งยังมีผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน เนื่องจากกระจับไม่ใช่พืชที่พบเห็นกันบ่อยนัก โดยยังได้ใช้พื้นที่บ่อร่วมเลี้ยงปลาดุก หอยโข่ง และหอยขมอีกด้วย”

ภายหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะนำกระจับไปต้มจนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท พร้อมบริโภค

เยอรมัน ปลุกผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติยักษ์ใหญ่ เปิดประตูสู่ตลาดโลก

เยอรมัน (Messse Frankfurt)   บริษัทสัญชาติเยอรมัน ผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติชั้นนำระดับโลก เชิญผู้ประกอบการไทยร่วมงานแฟร์นานาชาติยักษ์ใหญ่ “Ambiente – Cristmasworld – Creativeworld” เปิดประตู่สู่ตลาดโลก ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์ 2569  ณ Messe Frankfurt เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

นายสเตฟาน คัวร์ซอว์สกี (Mr. Stephan Kurzawski)  ผู้อำนวยการ รองประธานอาวุโส Messe Frankfurt เปิดเผยว่า เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  พร้อมแล้วในการจัดงาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็น ศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ใหม่ระดับโลกและโอกาสทางธุรกิจ ด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งเทศกาล  และงานสร้างสรรค์  ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ และผู้ค้าปลีกจาก 170 ประเทศทั่วโลก ผู้ประกอบการทั่วโลกเข้าร่วมงานแสดงสินค้า จำนวนประมาณ 4,700 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 1.5 แสนคน   เรามุ่งหวังที่จะเห็นผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลกผ่านงานในครั้งนี้

ไฮไลต์งาน

Ambiente – Lifestyle 2026

เป็นงานสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม Dining, Living, Giving และ Working ชูแนวคิด Sustainability & Future Retail และเปิดตัว Ambiente Trends 2026 โดยงานนี้จะมี แคตตี้ ชีเบ็ค ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Katty Schiebeck Studio มาร่วมงานด้วย

Christmasworld 2026

เป็นงานแสดงสินค้าและตกแต่งเทศกาลระดับโลก นำเสนอเทรนด์การออกแบบล่าสุด กิจกรรม Decoration Unlimited, Christmasworld Trends และ Conzoom Solutions Academy สำหรับผู้ค้าปลีก  ซึ่งในงานครั้งต่อไปมาในธีม “Tropical Bounty”

Creativeworld 2026

เวทีระดับโลกสำหรับงานศิลป์ งานฝีมือ และอุปกรณ์สร้างสรรค์ พบกับ Creativeworld Trends เวิร์กชอปทดลองผลิตภัณฑ์จริง และนวัตกรรมวัสดุใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดงาน DIY และครีเอทีฟ

“งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld ของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน  ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ พบปะคู่ค้าระดับนานาชาติ และ  อัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต  ถือเป็นศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เทรนด์ และโอกาสทางธุรกิจ ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต แบรนด์ ดีไซเนอร์ จำนวน 170 รายจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน งานนี้จึง เปรียบเสมือนผู้นำที่สร้างกระแสความนิยม สไตล์ ใหม่ๆ ระดับโลก ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะสามารถมาดูว่าอะไรกำลังเป็นเทรนด์และอะไรจะมาในอนาคต และนำแนวคิดเหล่านี้กลับไปปรับใช้ยังประเทศของตนเอง” นายสเตฟาน กล่าว

ด้าน นายนิคม เลิศมัลลิกาพร  ประธานบริหาร บริษัท เวิล์ดเด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด   ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจของ เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt)  เปิดเผยว่า  Messse Frankfurt จัดมาต่อเนื่อง 30 ปีแล้ว  เป็นงานที่มีรูปแบบธุรกิจแบบ B2B สำหรับปี 2026 นี้มี  ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมแสดงสินค้ามีจำนวนประมาณ 60 ราย งานนี้จะช่วยเปิดโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสามารถเจาะตลาดใหม่ทั้งในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง พร้อมสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจสู่สากลอย่างยั่งยืน

งาน Ambiente, Christmasworld และ Creativeworld จัดโดย เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมัน (Messse Frankfurt) เป็นงานแฟร์ระดับโลกที่มีผู้ประกอบการ นักธุรกิจมาจัดแสดง นวัตกรรม สินค้า บริการ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศของคู่ค้า เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นงานที่เปิดโอกาสขยายเครือข่ายการค้าระหว่างคู่ค้าด้วยกัน

“แก่น กิน กุ้ง”ส่งเสริมการบริโภคกุ้ง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเมืองขอนแก่น

ณ โซนร้านค้าฟาร์มเมอร์ฟิว ชั้น 1 ห้างแฟรี่ พลาซ่า จังหวัดขอนแก่น นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “แก่น กิน กุ้ง” (Khon Kaen Shrimp-Tastic) กิจกรรมรณรงค์การบริโภคกุ้งภายในประเทศ ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันสินค้าประมง ปี 2568

การจัดงานครั้งนี้ โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น มุ่งหวังส่งเสริมการบริโภคกุ้ง กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้ากุ้งของจังหวัด พร้อมแสดงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคัก มีทั้งการออกร้านจำหน่ายกุ้งสดและผลิตภัณฑ์กุ้ง การสาธิตการทำเมนูอาหารจากกุ้งสุดพิเศษ บูธแสดงนวัตกรรมการแปรรูปกุ้ง ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงบนเวทีที่สร้างความสนุกสนานแก่ผู้เข้าร่วม

งาน “แก่น กิน กุ้ง” จัดขึ้นวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าแฟรี่ พลาซ่า จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแท้จริง

ตูดเป็ดทอดรสเลิศ สูตรเด็ดครองใจคนเมืองขอนแก่นมากว่า 20 ปี

หากใครเดินทางผ่านไปมาที่บริเวณด้านหน้าตลาดรถไฟ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้มีการติดป้ายที่มีข้อความว่า “ประกาศ ที่นี่ ขายตูด” สร้างความสนใจให้กับผู้พบเห็นและผู้ที่สัญจรผ่านไป-มาอย่างมาก อีกทั้งยังกลายเป็นจุดดึงดูดลูกค้าเข้าไปอุดหนุนเนืองแน่นจากความสงสัยนี่แหละ

ป้ายดังกล่าวติดอยู่บริเวณด้านข้าง “ร้านเฮียโอ๊ตตูดเป็ดทอดประตูเมือง” ซึ่งเป็นร้านขายตูดเป็ดทอดมาแล้วกว่า 20 ปี โดยหิมอบอวลไปด้วยลิ่นเครื่องเทศที่ใช้หมักทอดหอมตลบอบอวนไปทั้งบริเวณและรสชาติที่อร่อยหากินได้ยากในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางลูกค้าที่แวะเวียนมาซื้อตูดเป็ดทอดอย่างต่อเนื่อง

คุณ สายันต์ อนุรักษ์รัชดา อายุ47 ปี 485/6 ถ.รื่นรมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าของร้าน เฮียโอ๊ตตูดเป็ดทอดประตูเมือง กล่าวว่า เป็นแนวคิดที่อยากให้คนสนใจขับรถผ่านแล้วต้องกลับมาดูอีก อยากให้เด่นสะดุดตา จึงลองทำป้ายและข้อความอย่างที่เห็นแต่พอทำแล้วรู้สึกว่าได้ผล ลูกค้าเข้าร้านเยอะขึ้นอยากให้จอดอ่านถือว่าเป็นอะไรที่ขำๆ

” ไม่มีเจตนาที่จะไปเหยียดเพศหรือไปดูถูกอะไรเรื่องเพศทั้งนั้น ตั้งใจแค่ว่าอยากให้คนมองมาร้านว่าร้านขายอะไรเพราะที่ร้านขายตูดเป็ดทอดอยู่แล้ว เหมือนคำพูดที่พูดกันเล่นๆว่าผู้ชายขายตูดผู้ชายขายน้ำ ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น ที่ร้านขายตูดเป็ดวันละ 40 กก.  1 กก. จะเสียบได้ประมาณ 10 ไม้ ขายไม้ละ 15 บาท สูตรเด็ดที่ครองใจลูกค้ามานาน มีทั้งรสชาติ การหมัก การทอด การหมักจะมีทั้งเครื่องเทศหลายๆอย่างดับกลิ่นของเป็ดไปหมดเวลาทอดจะหอมมากใครขับรถผ่านไปผ่านมาจะต้องกลับมาดูว่าร้านนี้ขายอะไร”

คุณสายันต์ กล่าวต่อว่า  การทอดแต่ละครั้งนั้นจะใช้เวลาทอดครั้งละไม่เกิน 15 นาที จะทำให้สีของตูดเป็ดเหลืองทองน่ารับประทาน ซึ่งร้านขายมาประมาณ 20 ปีแล้ว บางคนเรียนจบแล้วกลับมาซื้อกินอีกครั้งก็ยังบอกว่ารสชาติอร่อยเหมือนเดิม ที่ร้านจะขาย 4 เมนู ประกอบด้วย ตูดเป็ดทอด ,ไส้เป็ด ,ปีกเป็ด และปากเป็ดทอด

อย่างไรก็ตาม ถ้าใครมีโอกาสแวะมาขอนแก่นอยากให้มาลองชิม ตูดเป็ดทอดขอนแก่น รับรองว่าจะติดใจและหสนหลัยมาลองลิ้มชิมรสอีกเป็นแน่

บ้านปางอุ๋งระทม!ฝนถล่ม ดินสไลด์ ภัยพิบัตครั้งใหญ่ ทิ้งไว้แต่คราบน้ำตา

ภาพมุมสูงความเสียหายของน้ำป่า ที่พัดถล่มบ้านปางอุ๋งอ.แม่แจ้ม ทำให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ น้ำ ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด การประสานงานเป็นไปด้วยความยากลำบากมากล่าสุดพบผู้เสียชีวิต 4 ราย สูญหายอีก 5 รายบ้านเรือน เสียหายกว่า หลายสิบหลังคาเรือน

สนับสนุน พื้นที่ อ.แม่แจ่ม กรณีเหตุน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ อ.แม่แจ่ม ทำให้มีผู้สูญหาย
#อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดเชียงใหม่

#ขุนพลรวงข้าวสายเหนือ
#สมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่
#มูลนิธิเทวฤทธิ์ทรงธรรมเชียงใหม่

กู้ภัยอมก๋อยเข้าพื้นที่บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม มอบน้ำดื่มและอาหารแห้ง ร่วมกับ กู้ภัยหลายพื้นที่ ในจังหวัดเชียงใหม่ ค้นหาผู้สูญหาย เหตุดินโคลนถล่ม ดินสไลด์ จากน้ำป่าไหลหลาก เบื้องต้นพบผู้สูญหายแล้ว 6 ราย และอีก 5 ราย อยู่ระหว่างการค้นหา

#สมาคมกุศลสงเคราะห์เชียงใหม่จุดอมก๋อย
#กู้ภัยอมก๋อย

ฝนถล่ม “อินเดีย-ปากีสถาน”ท่วมฉับพลัน น้ำป่าทะลัก คร่ากว่า 500 ชีวิต

นี่คือภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังฝนมรสุมที่ตกลงมาอย่างหนักหลายวันติดต่อกัน ก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 รายในแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย และ 300 ราย ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน

ดินถล่มยังสร้างความเสียหายต่อที่พักอาศัยและทำให้มีผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ใต้ซากเป็นจำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานกู้ภัยของทั้งสองประเทศต่างพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า โศกนาฏกรรมจากอุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปรากฏการณ์ “เมฆระเบิด” เมื่อมีความชื้นสะสมอยู่ในเมฆเป็นจำนวนมากและถูกปลดปล่อยอย่างกะทันหันจนกลายเป็นฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนมีปริมาณน้ำฝนเทียบเท่ากับปริมาณฝนปกติที่ตกทั้งสัปดาห์ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ด้านปากีสถานก็ได้รับผลกระทบหนักจากฝนมรสุมและมวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนในอินเดีย ทำให้แม่น้ำสายหลัก 3 สายเอ่อล้นและไหลข้ามพรมแดนในรัฐปัญจาบ ประชากรครึ่งหนึ่งของปากีสถานต้องเผชิญภัยพิบัติครั้งนี้และได้อพยพประชาชนแล้วกว่า 210,000 คน เมืองเซียลคอตเผชิญน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 49 ปี บ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

นับตั้งแต่ฤดูมรสุมเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในปากีสถานเพิ่มสูงถึง 802 คน โดยครึ่งหนึ่งเสียชีวิตในเดือนสิงหาคมนี้เพียงเดือนเดียว ทำให้วิกฤติครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของเอเชียใต้

เปิดปฎิบัติการ “สิงห์ปราบพยศ”บ่อนในตำนาน “นวย ดอนเมือง”รวบ 200 นักพนัน

“ภูมิธรรม” รมว.มหาไทยนำทีมกรมปกครองเปิดปฎิบัติการ “สิงห์ปราบพยศ” ล้อมคอกบุกจับบ่อนในตำนาน “นวย ดอนเมือง” นักพนันร่วม 200 คน พบเงินหมุนเวียนเดือนละ 3-4 ร้อยล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายกองตรีธวัช วุฒิพงษ์ศักดิ์ ผบ.ร้อย.ปพ.1 บก.อส. พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบพยศ” ปิดล้อมทลายบ่อนดอนเมือง บริเวณบ้านเลขที่ 3 ซอยสรงประภา 1 แขวงและเขตดอนเมือง กทม. หลังพบลักลอบเปิดให้เล่นการพนันซ้ำซาก

ที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่สนามฟุตซอลเก่า “เกียรติ ดอนเมือง” เจ้าหน้าที่ชุดกองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 กรมการปกครอง ทำการปิดล้อมทางเข้าออกโดยรอบ พบมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ปิดกั้นอยู่ จึงใช้อุปกรณ์ตัดเหล็กเข้าตัดประตูเป็นช่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปด้านใน จากการตรวจสอบพบว่าใช้พื้นที่ของสนามฟุตบอลหญ้าเทียม และพื้นที่อาคารที่อยู่ใกล้เคียง เป็นห้องพนันแบบครบวงจร รวม 5 ห้อง และห้อง VIP 1 ห้อง โดยมีการเล่พนันกำถั่ว, ไฮโล และ เสือมังกร โดยสามารถจับกุมนักพนันได้รวม 176 คน แบ่งเป็นชาย 62 คน หญิง 114 คน พร้อมยึดของกลางเงินสด ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ทั้งธนบัตรและเหรียญ สมุดบัญชีธนาคาร รวม 17 เล่ม เป็นของหญิงรายหนึ่งชื่อเดียวกันทั้งหมด มีเงินโอนบัญชีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักสิบล้าน และพบสลิปเงินฝากในวันเดียวรวมแล้ว เกือบ 4 ล้านบาท รวมถึงอุปกรณ์โต๊ะเล่นพนัน และอุปกรณ์การเล่นจำนวนมาก นอกจากนี้ภายในยังมีการตั้งร้านอาหาร และน้ำดื่มเหมือนเป็นตลาดนัดย่อม ๆ บริการให้กับผู้เล่นพนันดังกล่าว

โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า บ่อนพนันดังกล่าวพบมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล้าน ถึง 10 ล้านบาทต่อวัน มีเงินหมุนเวียนแล้วเดือนละ 300 ถึง 400 ล้านบาท โดยจะเปิดให้เล่นตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวัน เฉพาะบริเวณห้อง VIP 1 ชั่วโมงจะมีเงินหมุนเวียนบนโต๊ะพนันประมาณ 3-4 ล้านบาท

ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้ทราบแล้วว่าเจ้าของพื้นที่คือใคร และทราบคนเช่าพื้นที่ดังกล่าวแล้วแต่จะต้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนว่าเจ้าของบ่อนและผู้เช่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ส่วนสมุดบัญชีธนาคารที่พบซึ่งเป็นชื่อของหญิงคนหนึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับคนเช่าและเจ้าของบ่อนอย่างไร ซึ่งในเบื้องต้นจะให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนจำนวนเงินที่มากขนาดนี้จะดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาพยานหลักฐานที่ตรวจพบ ทั้งนี้จะพิจารณาเรื่องการงดใช้พื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีการเข้าจับกุมโดยหน่วยงานต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 20 ครั้ง

ส่วนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับจุดแข็งของบ่อนดังกล่าวที่มักจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า แต่จากการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ทำให้เห็นแล้วว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการได้

กรณีเกี่ยวกับพัฒนาการของบ่อนดังกล่าวที่เริ่มต้นจากเพียงการลักลอบเล่นภายในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจนกลายเป็นอาคารสถานที่นั้น จะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าเหตุใดจึงเกิดการตกแต่งก่อสร้างขึ้นมาได้ขนาดนี้

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนนักพนันนับ 100 คนเป็นเพราะการปิดชายแดนไทยกัมพูชาในพื้นที่ปอยเปตจึงเข้ามาเล่นตามบ่อนต่างๆมากขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่อยากให้โยงเป็นเรื่องเดียวกันเพราะนักเล่นแต่ละคนย่อมรู้อยู่ว่ามีสถานที่เล่นอยู่ที่ใดบ้างแต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปดำเนินการ

นายรณรงค์ กล่าวว่า สำหรับเจ้าของสถานที่ คือนายอำนวย หรือป๋านวย อายุ 69 ปี เป็นเจ้าของสถานที่ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในหลายคดีเกี่ยวกับการพนัน แต่คนที่เป็นผู้จัดให้เล่นการพนันก็จะเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งการสืบทราบตอนนี้รู้ตัวแล้ว ส่วนจะมีความสัมพันธ์กับเจ้าของสถานที่อย่างไรขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล รวมไปถึงเจ้าของบัญชีที่ใช้รับเงินในครั้งนี้เป็นอีกบุคคลหนึ่งซึ่งทั้ง 17 บัญชีเป็นชื่อบุคคลเดียวกัน

ด้าน พล.ต.ต. เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ปล่อยปละละเลยได้ขอหมายเข้าบุกตรวจค้น และดำเนินคดีกับนักเล่นพนันแล้วหลายครั้ง รวมถึงดำเนินคดีกับเจ้าของสถานที่และผู้จัดให้เล่นการพนัน แต่สถานที่แห่งนี้ก็ยังกลับมาเปิดให้เล่นการพนันอย่างต่อเนื่อง ไม่เข็ดหลาบ ล่าสุดตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม แต่ศาลได้ยกคำร้อง ทำให้ตำรวจไม่มีอำนาจในการเข้าตรวจค้น จนกระทั่งชุดปฏิบัติการพิเศษของกรมการปกครองได้ใช้อำนาจ เข้าตรวจค้นในวันนี้

สำหรับบ่อนแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “บ่อนในตำนาน” เพราะแม้จะถูกจับกุมมาแล้ว มากกว่า 20 ครั้งในช่วง 5 ปี แต่ก็ยังกลับมาเปิดใหม่ซ้ำซาก ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับนักพนันได้หลักสิบจนถึงนับร้อยคน โดยมีเจ้าของสถานที่ คือ นายอำนวย เกียรติดอนเมือง หรือ “ป๋านวย” ปัจจุบันมีคดีติดตัวจำนวนมาก

ศาลพิพากษาจำคุกลับหลังแล้ว 9 คดี รวมโทษกว่า 13 ปี อีก 8 คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ อีก 2 คดีอยู่ในชั้นอัยการ และยังมีหมายจับอีก 2 หมายที่ยังไม่ถูกควบคุมตัว ส่วนตัวนายอำนวย เกียรติดอนเมือง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหนีคดี แนวทางการสืบสวนพบว่าได้หนีไปยังภาคเหนือ และประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ ซึ่งขนาดนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน ตามตัวมาดำเนินคดี 

มีรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับตัวนายอำนวย หรือป๋านวย ซึ่งการจับกุมแต่ละครั้งนายอำนวย มักจะปฏิเสธว่าเป็นเจ้าของ โดยอ้างว่าสถานที่เป็นชื่อของลูกสาว และเปิดให้ผู้อื่นมาเช่า หรือมาแอบเล่นการพนัน และเคยมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปทำด้วย 

ดินถล่มแม่แจ่ม ดับ 3 สูญหาย 6 เจ็บ 15 ราย เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เศร้าสลด!ดินสไลด์ถล่มแม่แจ่ม ดับ 3 สูญหาย 6 เจ็บ 15 ราย เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือผุ้ประสบภัยและอพยพประชาชนไปอยูในพื้นที่ปลอดภัย

เมือวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 14.00 น. นายอำเภอแม่แจ่ม รายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ เวลา 02.50 น เกิดเหตุดินสไลด์ถล่มในพื้นที่บ้านปางอุ๋งเก่า–ปางอุ๋งใหม่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 18 ตำบลแม่ศึก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย (ชาวไทย 1 ราย เป็นหญิง และแรงงานต่างด้าว 2 ราย เป็นหญิงและเด็กชาย) สูญหาย 6 ราย (แรงงานต่างด้าว 5 ราย และเด็กหญิงชาวไทย 1 ราย) ขณะนี้อยู่ระหว่างการค้นหา

ทั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 15 ราย แบ่งเป็นชาย 9 ราย หญิง 6 ราย โดยมีอาการสาหัส 2 รายส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลจอมทอง ผู้บาดเจ็บระดับสีเหลือง 9 ราย และสีเขียว 4 ราย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเทพรัตน์เวชชานุกูล แม่แจ่ม

นายอำเภอแม่แจ่ม ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ศึก ตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปางอุ๋ง เพื่อรับแจ้งความเสียหายด้านบ้านเรือน ยานพาหนะ และสัตว์เลี้ยง พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง รองรับประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัย โดยมีหน่วยงานในพื้นที่ร่วมสนับสนุนด้านอาหาร เครื่องนุ่งห่ม น้ำดื่ม ยากันยุง ยารักษาโรค ตลอดจนทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จิตเวช เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ได้มีการสั่งการให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที และงดการพักอาศัยในหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว เนื่องจากยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและอาจเกิดดินสไลด์เพิ่มเติม ขณะนี้มีหน่วยงานปกครองอำเภอแม่แจ่ม อบต.แม่ศึก สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลเทพรัตน์ฯ ปภ.เชียงใหม่ พมจ.เชียงใหม่ ปชส.เชียงใหม่ และ อบจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด