บึ้มสนั่นปราสาทตาควาย!ทหารเหยียบกับระเบิดขาขาด 1 เจ็บอีก 2

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจกองทัพภาคที่2 โพสต์เฟสบุ๊ก ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อเวลา 15.45 น. เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิด PMN-2 ขณะออกไปเดินลาดตระเวนในเขตปฏิบัติการของฝ่ายเรา ณ บริเวณพื้นที่ด้านขวาของปราสาทตาควาย เป็นเหตุให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 นาย ดังนี้

1. พลทหาร อดิศร ป้อมกลาง สังกัด ร.23 พัน.1 ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวาท่อนล่างขาด

2. จ่าสิบเอก ณัฐพงศ์ สีชิน สังกัด ร้อย.อวบ.ที่ 2 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณหลัง บาดเจ็บเล็กน้อย

3. พลทหาร ธรรณ์ณธร เทากระโทก ร้อย.อวบ.ที่ 1 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 บาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย

ต่อมาเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัว พลทหารอดิศร ป้องกลาง ทหารที่เหยียบกับระเบิด ชนิด PMN-2 จนข้อเท้าขวาขาดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ รักษาต่อที่ รพ.สุรินทร์แล้ว ขณะที่เพื่อนทหารอีก2นาย  คือ จ่าสิบเอก ณัฐพงศ์ สีชิน สังกัด ร้อย.อวบ.ที่ 2 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณหลัง บาดเจ็บเล็กน้อย และ พลทหาร ธรรณ์ณธร เทากระโทก ร้อย.อวบ.ที่ 1 สนาม ร้อย.ร.221 มว.3 บาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.50 น.วันนี้(27ส.ค.) ขณะออกเดินตรวจแนวบริเวณหน้าบังเกอร์ 11-12 ด้านขวาของปราสาทตาควาย ใกล้กับเนิน 350 หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวผู้บาดเจ็บ ส่งรักษาพยาบาลเบื้องต้น ที่โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษ

ฝนตกหนัก น้ำป่าทะลักท่วม “แม่แจ่ม” ชาวบ้านเผยหนักกว่าปี’ 54

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 68  เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. เกิดเหตุอุทกภัยฉับพลันในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน, ร้านค้า และพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง โดยชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่ากระแสน้ำมาแรงและระดับน้ำสูงกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554

จากสถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนในหลายหมู่บ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน ขณะที่บางส่วนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย

ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากเทศบาล, หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีการเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้

รายงาน/  ปรัชญา กันทวี/ภาพ:วิทยุจราจรเชียงใหม่

#น้ำท่วม #แม่แจ่ม #เชียงใหม่ #พายุคาจิกิ #อุทกภัย #สถานการณ์น้ำ

‘ทาจิกิ’ แผลงฤทธิ์แรง!‘เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน’อ่วมหนัก ดินถล่ม-ถนนถูกตัดขาด

ดุสิต พงศ์ษาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.ชม.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.50 น. (27 สิงหาคม 2568)เกิดเหตุดินสไลด์รุนแรงในพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหนัก

จากการสำรวจพบว่า มีบ้านเรือนเสียหายประมาณ 10 หลังคาเรือน บาดเจ็บ 10 คน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย สูญหาย 1 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแม่แจ่ม และโรงพยาบาลขุนยวมแล้ว และได้รับแจ้งมีชาวต่างชาติผู้หญิงติดอยู่ในโฮมสเตย์ 1 ราย ที่บ้านนากลาง เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือ

เบื้องต้น นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมเจ้าหน้าที่อำเภอแม่แจ่ม นายก อบต.แม่ศึก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิกู้ภัย และประชาชน ร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วน

ชัชวาล ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า เหตุดินสไลด์ที่หมู่บ้านปางอุ๋ง มีชาวบ้านสูญหาย 3 คน ค้นหาเจอ 2 รายเสียชีวิตทั้งคู่ ผู้สูญหายอีกรายเป็นเด็กหญิงวัย 12 ขวบ พื้นที่เส้นทางถูกตัดขาด

ขณะเดียวกันผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอิทธิพลจากพายุคาจิกิ ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลขุนยวมได้ เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาด 5-6 จุดเพราะดินสไลด์ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับ การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมทั้งสัญญาณโทรศัพท์ ไฟฟ้าใช้การไม่ได้

วันเดียวกัน สมาคมกู้ภัยร่วมแม่ฮ่องสอน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุจากราษฎรบ้านปางอุ๋ง ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม เกิดเหตุดินถล่ม ทางสมาคมจึงได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลขุนยวมจัดทีมแพทย์เดินทางเข้าไปยังที่เกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ล่าสุดยังไม่สามารถเดินทางถึงที่เกิดเหตุได้เนื่องจากถนนถูกตัดขาด

สำหรับที่บ้านแม่โกปี่ ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม เกิดน้ำป่าไหลหลากพัดสะพานเชื่อมหมู่บ้านถูกตัดขาด ทำให้ราษฎรในหมู่บ้านไม่สามารถเดินทางออกมายังภายนอกได้ นอกจากนั้นที่บ้านห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน น้ำป่าซัดคอสะพานทำให้ถนนขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และที่บ้านผาบ่อง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณทางหลวง 108 ระหว่างด่านตรวจผาบ่องกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำท่วมผิวถนนไม่สามารถวิ่งผ่านได้เช่นกัน

สถานการณ์ผลกระทบจากพายุคาจิกิ ทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับผลกระทบตั้งแต่เมื่อวาน (26 ส.ค.) ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ (27 ส.ค.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรง และต้นไม้ล้มเกี่ยวสายสื่อสารตกลงกลางทางหลวง พื้นที่บ้านห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ขณะที่ อ.ปางมะผ้า มีฝนตกหนักตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ป่าไหลหลากทะลักลำน้ำแม่อูมองเข้าท่วมภายในบริเวณวัดผามอญ ต.ถ้ำลอด ทำให้กุฏิวัดทรุดตัว 1 หลัง และบริเวณลานจอดรถถูกน้ำกัดเซาะพื้นปูนแตกพังเสียหาย

นอกจากนี้ที่วนอุทยานถ้ำลอด ต.ถ้ำลอด ยังมีนักท่องเที่ยวฝรั่งชาวต่างชาติและไกด์นำเที่ยวจำนวน 5 คนติดอยู่ในถ้ำลอดไม่สามารถออกมาได้ หลังจากปริมาณน้ำลำห้วยแม่ลางที่ไหลผ่านถ้ำลอดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือนักทั้งเที่ยวทั้งหมดออกมาได้อย่างปลอดภัย

มีรายงานว่า เช้าวันนี้ (27 ส.ค.68) แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากท่วมผิวทางจราจร บน ทล. 108 แม่สุริน – ปางหมู ช่วงบ้านผาบ่องเหนือ มีน้ำท่วมผิวการจราจร สูงประมาณ 70 ซม. รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงแม่ฮ่องสอน ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ให้แก่ผู้ใช้ทางเบื้องต้น คาดว่า ในช่วงบ่าย – เย็น วันนี้ (27 ส.ค.68) ระดับน้ำจะลดลง และจะเคลียร์เส้นทางทั้งหมด เพื่อเปิดทางให้ผู้สัญจรผ่าน

เอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกพื้นที่ ติดตามเฝ้าระวัง และ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งเกิดฝนตกติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 อำเภอ 4 ตำบล 8 หมู่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมประสานการปฏิบัติ ระหว่างหน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการณ์

บ้านดอนหมู-โรงสีชุมชนอุบลราชธานี ต้นแบบ ผลิตข้าวยั่งยืน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้

“ข้าว” นับเป็นอาหารหลักของคนไทย และอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักของโลก ข้าวมีความสำคัญทั้งในด้านวัฒนธรรม การดำรงชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามเกษตรกรจำเป็นต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาการปลูกข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลด ต้นทุน เพิ่มรายได้ ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ตลอดเวลา

ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษซากพืชในปริมาณมาก และเมื่อย่อยสลายจะปลดปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ การเผาตอชังข้าวหลังการปลูกข้าว ยังเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนเกษตรกรจึงควร “ปลูกข้าว” ภายใต้กระบวนการที่มีคุณภาพพร้อมๆ ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อสังคม และ สิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

จากความสำคัญของการผลิตข้าวในมิติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบโดยเฉพาะต่อเกษตรกร สังคม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการตลาดในปัจจุบัน กรมการข้าว โดยกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ จึงได้จัดเพรสทัวร์ (Press Tour) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ระหว่างวันที่ 25 – 26 สิงหาคม 2568 ในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็น ส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืน ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408 – 2565) ซึ่งจะช่วยในการเผยแพร่องค์ความรู้ ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้สามารถพัฒนาตนเองเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืน ผลิตสินค้าข้าวที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบถึงคุณค่า และความสำคัญของสินค้าข้าวยั่งยืนให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมทั้งในปัจจุบันอีกด้วย

นายขจร โนวัฒน์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว มีนโยบายการเกษตรยั่งยืน เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าว โดยได้กำหนดมาตรฐาน สินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาผลิตข้าวอย่างยั่งยืน แก่เกษตรกรตลอดห่วงโช่การผลิตและห่วงโซ่การคุ้มครอง ทั้งนี้ ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากการผลิตข้าวตามมาตรฐาน สินค้าเกษตร เรื่องข้าวยั่งยืนนั้น ได้แก่ ผลผลิตสินค้าข้าวมีคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร, ปกป้องสุขภาพและคุ้มครองความปลอดภัยเกษตรกร ผู้ปฏิบัติงานรวมถึงชุมชน, เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ จากการใช้เทคโนโลยีและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น, สามารถตามสอบ ข้อมูลได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ป้องกันการปนเปื้อน และการปะปนของข้าวอื่นๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ผู้บริโภค, เพิ่มโอกาสทางการตลาดไปสู่ผู้บริโภคที่ห่วงใยสุขภาพและให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“สำหรับมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) นับเป็นมาตรฐานที่กรมการข้าว โดยกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ ได้พยายามส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว มีการผลิตข้าวที่มีคุณภาพและมีความยั่งยืน สร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันข้าวของไทย โดยครอบคลุม ตั้งแต่การจัดการฟาร์ม การเตรียมก่อนการปลูก การใช้น้ำ การจัดการธาตุอาหาร การจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว สุขภาพและความปลอดภัย สิทธิแรงงานในฟาร์ม การแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นสินค้าข้าวยั่งยืน โดยการแสดงฉลากและการกล่าวอ้าง มาตรฐานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยด้านอาหารและการพัฒนาการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน”

นายขจร โนวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานในจังหวัดอุบลราชธานีนั้น เชื่อมั่น ว่า จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและผู้สนใจมีองค์ความรู้และเข้าใจในมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408 – 2565) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเข้าสู่ระบบมาตรฐานการผลิตข้าวยั่งยืนมากขึ้น ที่สำคัญยังจะทำให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของมาตรฐานสินค้าข้าวยั่งยืนที่ทางกรมการข้าว โดยกองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ ได้พยายามส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“เราจะพาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จริง ซึ่งถือเป็นต้นแบบ มาตรฐานสินค้าเกษตร “ข้าวยั่งยืน” โดยจะพาไปดูตั้งแต่การ จัดการฟาร์มจนถึงการทำแบรนด์ที่มีการแสดงฉลากและการกล่าวอ้างอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวที่ปลูกและสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้บริโภค ที่สำคัญได้แก่กลุ่ม “ข้าวยั่งยืนบ้านดอนหมู” อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานีที่ดำเนินการเกี่ยวกับการทำนาข้าวแบบยั่งยืน โดยเข้าร่วมมาตรฐานข้าวยั่งยืนเมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่นี่มุ่งเน้นการผลิต ข้าวที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคนิคการทำนาแบบต่างๆ มาปรับใช้ เช่น การทำนาแบบอินทรีย์ หรือการทำนาแบบลดการใช้สารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวที่ดีและยั่งยืน จากนั้นจะพาไปเยี่ยมชม

“โรงสีข้าวกิจอุดม” เพื่อชมกระบวนการแปรรูป เพื่อให้ได้สินค้าข้าวตามมาตรฐานข้าวยั่งยืน รวมทั้งยังจะพา สื่อมวลชนได้มีโอกาสเลือกชอปสินค้าจากร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกด้วย”

นับเป็นการลงไปสัมผัสพื้นที่ต้นแบบมาตรฐานสินค้าเกษตร “ข้าวยั่งยืน” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวใช้เป็นโมเคล และสร้างแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนการปลูกข้าวที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาดในอนาคต

“หลวงปู่ศิลา”เมตตาอวยพร”บิ๊กเต่า” ที่บช.ก.-เจิมท้าวเวชสุวรรณ์

“หลวงปู่ศิลา” เดินทางมาอวยพรให้ “บิ๊กเต่า” เจริญก้าวหน้า ในอาชีพการงานตำแหน่งหน้าที่ ที่ชั้น 27 บช.ก.-เจิมท้าวเวชสุวรรณ์

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.68 ที่ ห้องทำงานพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ชั้น 27 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.)

หลวงปู่ศิลา ได้มาฉันเพล ที่ห้องพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก.พร้อมพูดให้กำลังใจพล.ต.ต.จรูญเกียรติ และยังบอกว่าเป็นห่วงสถานการณ์ชายแดน

จากนั้นได้ได้ลงไปเจิมท้าวเวชสุวรรณ์ หน้ากองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก. ปปป.) ชั้น 16 และ 15 เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางกลับจ.กาฬสินธุ์

ค้าชายแดนแม่สอดสะดุด! ส่งออกสินค้าเดี้ยง เมียนมาปิดด่าน

“เทวราช 1.”  ผกก.ตม.แม่สอด ชี้ การขออนุญาตข้ามแดน ด่านพรมแดน 1. สะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา  ลดลงเหลือวันละหลักร้อยคน  จากเดิมวันละหลายพัน – เหตุปัญหาชายแดน-ความขัดแย้ง- การ ปิดด่าน 2. และ ส่วนหนึ่ง อาจมาจากเมียนมาเตรียมจัดการเลือกตั้งปลายปี 2568 นี้

พ.ต.อ.ชินกร อัศวภูมิ “ผู้กำกับชิน- เทวราช 1.” ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก(ด่านแม่สอด) ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวกับผู้สื่อข่าว ถึงสถานการณ์ชายแดน และการขออนุญาติข้ามแดน ของประชาชนชาวเมียนมา ผ่านด่านพรมแดน 1.สะพานมิตรภาพฯ 1. ว่าจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ด่าน ตม.ประจำจุดผ่านแดน ในช่วงนี้มีชาวเมียนมาเข้ามาฝั่งไทย ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก หลักร้อยคนต่อวันเท่านั้น เฉลี่ยประมาณวันละ 200-300 คน บางวันก็ 300-400  หรือ 500 คน ไม่เกินนี้  จากเดิมจะมีการขออนุญาตข้ามแดน ที่ด่านแม่สอด ไม่ต่ำกว่า 1,000-1,500 – 2,000 คน หรือหรือมากกว่านี้

รายงานข่าวแข้งว่า สำหรับสาเหตุที่การขออนุญาตข้ามแดน ของประชาชน ที่ ด่านพรมแดน 1. สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1.  ลดลงหลายเท่าตัว น่าจะมาจากปัญหาการสู้รบในเมียนมา ,ปัญหาที่เมียนมาปิดด่านพรมแดน 2. ห้ามรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออก ,ปัญหาความขัดแย้ง,และส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเมียนมา จะมีการเลือกตั้งทั่วไป ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 หรือในช่วงปลายปี 2568 นี้.

ตร.คุมตัว “ทิดอลงกต-หมอบี”ฝากขังผัดแรก ค้านประกัน หวั่นหลบหนี

ตำรวจคุมตัวอดีตพระอลงกต และหมอบี เข้าห้องคุมขัง หลังสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง เตรียมนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยมีความเห็นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมหลบหนีและกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำตัวอดีตพระอลงกต และนายเสกสันน์ หรือหมอบี เข้าห้องคุมขัง พี่อาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกควบคุมตัวตามหมายจับตั้งแต่เมื่อกลางดึก และเช้ามืดวานนี้

โดยขณะตำรวจควบคุมตัวเข้าห้องคุมขัง ผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชน ในประเด็นต่างๆที่เป็นข้อสงสัย โดยอดีตพระอลงกต ยิ้มตอบรับกับสื่อมวลชน แต่จากการสังเกตุ ผู้ต้องหาทั้งสองมีอาการอ่อนเพลียหลังจากถูกสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง

พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่า การสอบปากคำเบื้องต้นอดีตพระอลงกต ยังให้การเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับนายเสกสันน์ ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยอ้างว่ามีหลักฐานมาหักล้างการกระทำความผิด จากบัญชีที่เปิดรับบริจาค

ภายหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนมีความเห็นค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี และกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอื่น ๆ  ซึ่งการสอบสวนถือว่าเป็นการสิ้นสุดแล้ว ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายในวันนี้

พายุ “คาจิกิ” ฝนตกหนัก แม่ฮ่องสอน อ่วมหลายพื้นที่ ถนนถูกตัดขาด

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามเฝ้าระวัง และพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุอุทกภัยจากอิทธิพล พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว.

นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกพื้นที่ ติดตามเฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งเกิดฝนตกติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 อำเภอ 4 ตำบล 8 หมู่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมประสานการปฏิบัติ ระหว่างหน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ

โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย อำเภอปางมะผ้า ในพื้นที่ ตำบลถ้ำลอด 
     
หมู่ที่1 มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบริเวณหน้าถ้ำน้ำลอด ปัจจุบันน้ำลดลงแล้ว.
     
หมู่ที่3 เกิดฝายน้ำล้นน้ำราง บ้านวนาหลวง แก้มฝายถูกน้ำกัดเซาะชำรุด   ด้านที่ทำการปกครองอำเภอปางมะผ้า พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำลอด ดำเนินการตรวจสอบ และสำรวจความเสียหายแล้ว.
     
หมู่ที่4 เกิดน้ำป่าจากลำน้ำแม่อูมอง ไหลหลากกัดเซาะ ทำให้วัดพระธาตุผามอน ได้รับผลกระทบ ได้แก่ กุฏิ และโรงอาหาร ขณะที่ที่ทำการปกครองอำเภอปางมะผ้า พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำลอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว.

พื้นที่ตำบลสบป่อง 
     
หมู่ที่3 น้ำแม่ลาง บริเวณบ้านไร่ มีระดับสูงขึ้น โดยล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร  ที่ทำการปกครองอำเภอปางมะผ้า พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลสบป่อง ดำเนินการตรวจสอบ และสำรวจความเสียหายแล้ว
     
สำหรับพื้นที่อำเภอขุนยวม ตำบลแม่ยมน้อย 
     
หมู่ที่2บ้านแม่โกปี่ เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะสะพานชั่วคราวขาด รถไม่สามารถสัญจรได้ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้น.

ที่หมู่ที่ 3 เกิดน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะคอสะพานขาด บริเวณบ้านหว่าโน รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้  ที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้น.
     
หมู่ที่8 เกิดน้ำป่ากัดเซาะถนน ระหว่างบ้านปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ถึงบ้านแม่ลาก๊ะเหนือ รถไม่สามารถสัญจรได้  ที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเครื่องจักรกล เข้าดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นแล้ว.
     
สำหรับพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง ตำบลเสาหิน หมู่ที่ 1 น้ำแม่แงะ เอ่อท่วมตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บริเวณหย่อมบ้านห้วยเดื่อ บ้านเสาหิน ที่ทำการปกครองอำเภอแม่สะเรียง และองค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน พร้อมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เข้าสำรวจความเสียหาย.

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ ประสานการปฏิบัติ  ระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

1.เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษให้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

2.เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เครื่องมือเครื่องจักรกลสาธในการให้ความช่วยเหลือได้ทันที

3.กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

4.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและจะส่งผลกระทบให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและดูแลกลุ่มเปราะบาง

5.การใช้เส้นทางสัญจรให้ระมัดระวังดินสไลด์และต้นไม้ใหญ่ล้มหักโค่นบริเวณเส้นทางสัญจร

และ 6.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอโดยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมช่วยเหลือตามแผนปฏิบัติการฯ
      
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน  โทร 053-614-313

Cr.ภาพและข้อมูลข่าวจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ฝนตกหนัก ดินถล่มบ้านปางอุ๋งดับ 2 สูญ 1 เจ็บนับ 10 บ้านพังยับ 5 หลัง

เชียงใหม่-พายุฝนตกหนักทำน้ำป่าหลากดินสไลด์บ้านเรือนประชาชนพื้นที่ปางอุ๋ง คนถูดน้ำพัดเสียชีวิต 2 ราย สูญหายอีก 1 เป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี ทางเจ้าหน้าที่เร่งออกค้นหา

เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 27 ส.ค.68 มีรายงานเกิดเหตุฝนตกหนัก จนเกิดน้ำป่าหลากและดินสไลด์ ในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง ม.1 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำพัด และดินโคลนถล่มทับพังเสียหายหลายหลัง และมีรายงานที่โดนหนักสุดถึง 7 หลังด้วยกัน นอกจากนี้น้ำป่าที่ไหลเชี่ยวและมาอย่างกระทันหัน ยังส่งผลทำให้มีประชาชนถูกน้ำพัดสูญหายไปด้วยกัน 3 คน ในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และได้มีการนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหาทั้งคืนจนกระทั่งพบแล้ว 2 ราย โดยมีรายงานว่าเสียชีวิตทั้งคู่

ขณะที่ผู้สูญหายอีก 1 รายที่เหลือยังอยู่ในระหว่างการค้นหา ทราบว่าเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เร่งช่วยกันดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง และเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยความยากลำบาก

เนื่องจากถนนถูกดินโคลนถล่มปิดกั้นเส้นทางการจราจร และการสื่อสารขัดข้อง ซึ่งเบื้องต้นทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่แจ่ม อยู่ระหว่างสำรวจและได้มีการประสานทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้านนอกพื้นที่นำกำเจ้าไปสมทบเพื่อให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกในขณะนี้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โก๋ แม่แจ่ม

ตร. เปิดยุทธการ “พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี” ยึดอาวุธเถื่อนล็อตใหญ่กว่า 6 พันกระบอก

ตำรวจตร. เปิดยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” 10 วัน ยึดอาวุธปืนกว่า 6 พันกระบอก ผู้ต้องหารวมเกือบ 2 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เป้าหมายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน และสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ ระหว่างวันที่ 15 – 24 สิงหาคม 2568 ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจากในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก สร้างความไม่สงบในสังคม โดยผู้ก่อเหตุมักใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุหลายคดี ประชาชนเกิดความหวาดกลัวภัย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย ทั้งหน่วยปฏิบัติการและสนับสนุน ปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่จะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยมีเป้าหมายในการระดม

ได้แก่ การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รักษาราชการแทน ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมสั่งการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แผนยุทธการ “พิชิตคนพาล  อภิบาลคนดี” ระหว่างวันที่ 15 – 24  สิงหาคม 2568 รวม 10 วัน

โดยจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิด 6,338 คดี ผู้ต้องหา 5,261 คน พร้อมของกลาง แบ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั่วไป ของกลางอาวุธปืน จำนวน 6,218 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน จำนวน 36,718 นัด, วัตถุระเบิด จำนวน 6,359 ลูก (วัตถุระเบิดแบบมาตรฐานที่ใช้ในราชการทหาร จำนวน 1,898 ลูก และวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง/ประกอบเอง ได้แก่ ระเบิดปิงปอง ระเบิดไปท์บอม จำนวน  4,461 ลูก) และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทางออนไลน์ (Online) ของกลางอาวุธปืน จำนวน  293 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน จำนวน 11,458 นัด, วัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก (ระเบิดปิงปอง)

ขณะเดียวกันจับกุมบุคคลกระทำความผิดตามหมายจับค้างเก่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึง 30 กันยายน 2567, หมายจับใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน และหมายจับศาลคดีอาญา รวมทั้งสิ้น 20,030 หมาย ผู้ต้องหา จำนวน 14,639 คน

พล.ต.อ.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการก่อเหตุด้วยอาวุธปืนบ่อยขึ้นผู้บัญชาการตำรวจแห่ฃชาติจึงสั่งการให้ทุกหน่วยเปิดยุทธการครั้งนี้ซึ่งเน้นหนักในเรื่องของอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิดและกระสุนปืน รวมถึงบุคคลที่มีหมายจับที่ยังคงค้างอยู่ เพื่อลดความหวาดระแวงให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผลการจับกุมในครั้งนี้มีผลการดำเนินการที่มากกว่าการปฏิบัติการในครั้งก่อน เนื่องจากว่าระยะเวลาในการดำเนินการใช้ระยะเวลา 10 วันมากกว่าครั้งที่แล้วซึ่งใช้ระยะเวลา 7 วัน

อีกทั้งการระดมกวาดล้างทุกครั้งฝ่ายสืบสวนจะทำการบ้านก่อน ถึงทำให้การจับกุมมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอาวุธปืนสงกรานต์ที่ตรวจยึดได้สำหรับอาวุธปืนที่มีทะเบียนจากนั้นไปเปรียบเทียบกับคดีที่เคยเกิดขึ้น สวนอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนจะนำเข้าสู่การทำลาย

อย่างไรก็ตามขอฝากประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแส เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาชญากรรมหรือเรื่องอื่นๆ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง