ตำรวจมอบเงินคืน2เหยื่อถูกแก๊งตุ๋นหลอกลงทุนกว่า 1.7 ล้านบาท

ศูนย์ War Room ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่าเอาเงินคืนให้ผู้เสียหาย “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ส่งมอบให้ 2 เหยื่อ รวมกว่า 1.7 ล้านบาท

วันนี้ (21 สิงหาคม 2568) เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) และผู้อำนวยการศุนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) แถลงข่าว “ศูนย์ Warroom ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามล่าเอาเงินคืนให้ผู้เสียหาย MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผบ.ศกค., พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท./รอง ผบ.ศกค., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ณ ห้อง “Warroom IAC” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 7 อาคารศูนย์ฝึกอบรมตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็น ผบ.ศกค. ได้เดินหน้าขับเคลื่อน “Warroom IAC” ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและการเงินทั้งในประเทศ และหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ UNODC, FBI และ Interpol เพื่อจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างบูรณาการ โดยครอบคลุมตั้งแต่การกวาดล้างเครือข่าย การระงับบัญชี ติดตามเส้นทางการเงิน ไปจนถึงการคุ้มครองเหยื่อ โดยเน้นมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” เพื่อมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 3 เดือน โดยเฉพาะการตัดวงจรเครือข่ายใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการหลอกลวงประชาชนไทยและต่างประเทศ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดดำเนินการตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่า 232.2 ล้านบาท โดยล่าสุด สามารถติดตามอายัดเงินของผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

กรณีที่ 1 รวบเครือข่ายหลอกเทรดหุ้นออนไลน์ ลวงอดีตข้าราชการลงทุนสูญเงินกว่า 8 ล้าน อายัดทัน 1.2 ล้าน นำคืนผู้เสียหายสืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ธ.ค.67 ผู้เสียหายเป็นอดีตข้าราชการได้พบเพจเฟซบุ๊กปลอมบัญชีหนึ่ง ได้โฆษณาเกี่ยวกับการลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ จึงเกิดความสนใจ ต่อมาได้ถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ (LINE Globaledgemax)โดยช่วงแรกเริ่มจากลงทุนจากยอดจำนวนน้อย ปรากฏว่าสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง จึงได้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อโอนเงินลงทุนในยอดเงินที่สูงขึ้น กลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ รวมมูลค่าความเสียหาย จำนวน 8,076,559.46 บาท จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ บช.สอท. ในเวลาต่อมา

ตำรวจสกัดจับหนุ่มรับจ้างขนยาบ้าลงใต้ยึดของกลาง 1 ล้านเม็ด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.2 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมตัว นายสุริยาฯ อายุ 49 ปี ในความผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือประชาชนทั่วไป, เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย แชะ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย พร้อมยึดของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด สถานที่จับกุม บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ( เอเชีย ) กม.18+400 (ขาล่องใต้) ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ช่วง กม.18+400 ขาล่องใต้ พื้นที่ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็น รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์น้ำตาล มีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากติดฟิล์มดำทึบผิดปกติ คาดว่าจงใจจะใช้รถยนต์ในการอำพรางบรรทุกสิ่งของผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงท้ายรถคันดังกล่าวมีลักษณะห้อยต่ำ คล้ายบรรทุกสิ่งของที่มีน้ำหนักจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวในระบบฐานข้อมูล Big Data ของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ต่อมาเมื่อผู้ขับขี่รถคันต้องสงสัยได้พบกับรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ขับขี่กลับชะลอความเร็ว แสดงอาการพิรุธจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงทำการเรียกตรวจสอบ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรถยนต์คันดังกล่าวให้หยุดได้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่พบพิรุธว่าผู้ขับขี่มีอาการรีบเดินลงมาจากรถทันที ซึ่งคาดว่าเป็นการพยายามที่จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปที่รถ จากพิรุธดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวอย่างละเอียด โดยพบกระสอบปุ๋ยสีขาว 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในห้องโดยสารและท้ายรถ ซึ่งเมื่อเปิดกระสอบออกมาพบเป็น “ยาบ้า” บรรจุแท่งพลาสติกอย่างแน่นหนา จำนวน 100 มัด หรือ 1,000,000 เม็ด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามนายสุริยาฯ ผู้ขับขี่ โดย นายสุริยาฯ รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงยาเสพติด จากนายเอ (นามสมมติ) ซึ่งเป็นคนที่จะคอยมอบงานรับ-ส่งยาเสพติดในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ให้กับตนเอง โดยครั้งนี้นายสุริยาฯ ได้รับงานให้ขึ้นไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่ จากพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อนำไปส่งทางภาคใต้ โดย นายสุริยาฯ ให้การว่าได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 60,000 บาท แต่ยังไม่ทันส่งของถึงที่หมายกลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังยอมรับว่า ตนเองได้เสพยาบ้าระหว่างการเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงตรวจปัสสาวะ พบมีสีม่วงชัดเจน และเมื่อส่งตรวจที่โรงพยาบาลผลยืนยัน “เป็นบวก” มีสารเสพติดจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งดำเนินคดีกับ พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ตามกฎหมายต่อไป

กก.สืบสวนบช.ทท.บุกรวบแก๊ง “เขมร-เวียดนาม”ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว

กก.สืบสวน บช.ทท. จับกุมแก๊ง  กัมพูชา ล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ขยายผลพบ เวียดนาม ร่วมก๊วน ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 กก.สืบสวน บช.ทท. นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บช.ทท. ได้เข้าจับกุมนาย ลี (สัญชาติกัมพูชา ) และนาย ล็อค (สัญชาติเวียดนาม) ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ นำตัวส่ง สภ.สำโรงใต้ ดำเนินคดี

ทั้งนี้จากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายลี และ นายล็อค เป็นกลุ่มบุคคล กลุ่มเดียวกับผู้ต้องสงสัย ที่ก่อเหตุ ลักทรัพย์ล้วงกระเป๋าผู้เสียหาย ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568  โดยจากเหตุการณ์ดังกล่าว กก.สืบสวน บช.ทท. ได้ร่วมกับ ทีมรักษาความปลอดภัยของ BTS สืบสวนติดตามตัว 10 วัน กระทั่งพบตัวผู้ต้องหา และเข้าทำการจับกุมได้สำเร็จ

จากการจับกุมพบ พยานหลักฐานที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวนฯ จะได้รวบรวมหลักฐานใช้ประกอบการสืบสวน นำตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สองตายาย!พลิกวิกฤติอินทผาลัมราคาตกต่ำเปิดสวนขายผลผลิตสร้างรายได้งาม

อุทัยธานี -สองตายายวัยหลังวัยเกษียณ พลิกชีวิตสู่เกษตรกร หันมาปลูกอินทผาลัมพันธุ์บาฮี ในพื้นที่บ้านเกิด อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี พื้นที่ 2 ไร่เศษ เปิดสวนให้ชมพร้อมจำหน่ายผลสดรสหวาน กรอบหอม สร้างรายได้ยามเกษียณ

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ไร่อินทผาลัม ต.ทุ่งนาไทย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานีได้พบกับ “คุณตาดำรง “หรือ ดำรง จันทวรรณ อายุ 83 ปี และ “คุณยายอำไพ” หรือ อำไพ จันทวรรณ วัย 76 ปี หลังวัยเกษียณ พลิกชีวิตสู่เกษตรกร หันมาปลูกอินทผาลัมพันธุ์บาฮี ในพื้นที่บ้านเกิด อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี พื้นที่ 2 ไร่เศษ

คุณยายอำไพ เล่าว่า ได้เริ่มพลิกชีวิตสู่เกษตรกร หันมาปลูกอินทผาลัมพันธุ์บาฮี พื้นที่ 2 ไร่เศษ เปิดสวนให้ชม พร้อมจำหน่ายผลสดรสหวาน กรอบหอม สามารถเลือกหยิบผลสด ชิมจากต้นได้เลย เนื่องจากที่ไร่ ไม่ได้ฉีดสารเคมีแต่อย่างใด โดยเน้นปลูกแบบธรรมชาติ

ด้านคุณตาดำรง บอกว่า ในช่วงแรกทดลองปลูก สายพันธุ์บาฮี ผลสีเหลือง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมจากต่างประเทศ และหลังๆมาก็เริ่มเพิ่มสายพันธุ์ พันธุ์โคไนซี พันธุ์นาวาเดอร์ พันธุ์อัมเอ็ดดาฮาน ส่วนพันธุ์บาฮีนั้น เป็นที่นิยมของลูกค้าเนื่องจากมีกลิ่นหอมกรอบ ไม่ฝาด และที่สำคัญ จะใช้วิธีกำจัดไล่ศัตรูสัตว์ตามต้น โดยจะใช้ลูกเหม็นใส่ในขวดแล้วนำไปแขวนที่ส่วนบนของต้นก็สามารถไล่ด้วงออกไปได้

คุณตาดำรง  บอกต่อว่า  ก่อนหน้านี้ ช่วงกำลังฮิตอินทผาลัม โลละ400-500 บาท พอมาช่วงนี้ ที่ไร่ตาเองลดลงมาเหลือโลละ 100-200 บาท หากใครสนใจสามารถมาเลือกซื้อได้ที่ไร่หรือติดต่อมาที่เบอร์ 095-9223922 และ 093-5855066

หัวหินคึก!เนรมิตเทศกาลอาหารริมทะเล กระตุ้นศก.คาดเงินสะพัด 100 ล้าน

ประจวบคีรีขันธ์ – เทศบาลนครหัวหินผนึกภาคี จัดเทศกาลอาหารริมทะเล 3 วันเต็มช่วงโลว์ซีซั่น โชว์ Soft Power ด้านอาหาร กิจกรรมบันเทิง–เวิร์กช็อปเพียบ ไฮไลท์เมนูยักษ์ “กุ้งผัดพริกเกลือ” 88 ปีหัวหิน แจกชิมฟรี คาดดึงนักท่องเที่ยวเพียบ เงินสะพัดทะลุร้อยล้าน

นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน น.ส.วรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นายบุญยืน พูลลาภ ประธานชมรมเชฟชะอำ/หัวหิน นายวรพจน์ พฤกษ์วิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเดอะเกษตร หัวหิน และนายสุพจน์ ภู่ตะวนิชย์ ตัวแทนจำหน่ายเครื่องดื่มตราช้าง อ.หัวหินจัดงาน “เทศกาลอาหารหัวหิน 2025 Hua Hin Food Fest on the beach 2025” ระหว่างวันที่ 22–24 สิงหาคม 2568 บริเวณหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ อ.หัวหิน

การจัดงานมุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น พร้อมนำเสนอ Soft Power ด้านอาหาร และตอกย้ำภาพลักษณ์หัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) โดยมีพิธีลงนาม MOU การจัดงานท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การออกร้านอาหารท้องถิ่นและอาหารชื่อดังจากโรงแรม 5 ดาว ในราคาพิเศษกว่า 100 บูธ การแข่งขันแกะสลักผักและผลไม้ การประกวดตกแต่งบูธและจานอาหาร การแข่งขัน “ส้มตำลีลา” การแสดงบาร์เทนเดอร์โชว์ กิจกรรมเรียนรู้การผสมเครื่องดื่ม เวิร์กช็อป Art & Craft เพ้นท์กระเป๋าผ้าฟรี การแสดงบอลลูนหลากสี โชว์น้ำพุประกอบแสงสีเสียง การจุดพลุ และการประดับไฟกว่า 1 ล้านดวงให้เป็นแลนด์มาร์กเช็กอิน

กิจกรรมบันเทิงบนเวทีตลอด 3 วัน ได้แก่ 22 ส.ค. “สิงโต นำโชค” 23 ส.ค. “The Richman Toy” และ 24 ส.ค. “อ๊อฟ ปองศักดิ์”

ไฮไลท์วันเปิดงาน 22 ส.ค. พบกับเมนู “กุ้งผัดพริกเกลือ” ปรุงจากกุ้งสด 88 กิโลกรัม ใน 88 กระทะ สื่อถึงวาระครบรอบ 88 ปีการก่อตั้งเทศบาลนครหัวหิน โดยเชฟจากโรงแรมดังร่วมปรุงแจกนักท่องเที่ยวฟรี

ด้านนายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วม “ชม ช็อป ชิม แชะ” และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ปิดฉาก อว.แฟร์ – มหกรรมวิทย์ ’68 สร้างปรากฏการณ์ ผู้เข้าชมงานตลอด 9 วัน

เสร็จสิ้นไปอย่างสวยงามสมกับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่สุดในรอบปี  97 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศขนคลังความรู้มาร่วมจัดแสดงกับงานมหกรรม อว.แฟร์ 2025 และ NST Fair 2025 เปิดประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานเต็มอิ่มตลอด 9 วัน ตอกย้ำความสำคัญวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ  พบกันใหม่ปี 2569

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวปิดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ หรือ อว.แฟร์ 2025 :SCI POWER FUTURE THAILAND และงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568 หรือ NST Fair 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 ส.ค. 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “SCIENCE IN ACTION FOR SUSTAINABLE COMMUNITIES” ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 9 วัน มีประชาชน เด็กและเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม

สะท้อนถึงความสำเร็จการจัดงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ปลุกกระแสความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในสังคมไทย ตามเป้าหมายที่มุ่งหวังให้งานมหกรรมในครั้งนี้เป็นมากกว่านิทรรศการวิชาการ แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า ความสำเร็จของการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ร่วมงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ อว. ในการขับเคลื่อนนโยบาย “สร้างปัญญา เปิดโอกาส สร้างอนาคตไทย” ให้เป็นรูปธรรม พร้อมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมต่อไป

“ ท้ายสุดแล้ว การจัดงานทั้ง 9 วัน ได้แสดงศักยภาพของประเทศที่มุ่งการพัฒนาคนและสหวิทยาการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนของโลกในอนาคต นับเป็นความสำเร็จของทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันจัดงานในครั้งนี้ที่เราจะร่วมกันขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป” น.ส.สุดาวรรณ กล่าวตอนท้าย

ด้านนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า การจัดงานอว.แฟร์ และงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผนึกการจัดงานร่วมกัน เพื่อแสดงพลังยกระดับการเรียนรู้สู่สังคมไทย เป็นการสร้างปรากฏการณ์ ผู้เข้าชมงานตลอด 9 วันที่ครอบคลุมนักสร้างสรรค์ไทยทุกช่วงวัย

 “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์สร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศในอนาคต เมื่อเยาวชนได้สัมผัสกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ พวกเขาจะมองเห็นโอกาสในการนำความรู้ไปต่อยอด สร้างสรรค์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน”  

สำหรับ 4 นิทรรศการหลัก ในงาน NST Fair2025 ได้แก่ นิทรรศการควอนตัมเปลี่ยนโลก QUANTUM QUEST นิทรรศการส่งสมอง BRAIN: INSIDE OUT นิทรรศการคลังเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต Mystery of Svalbard และนิทรรศการดินแดนนักประดิษฐ์ตัวน้อย Little Inventor ได้รับความสนใจ เข้าเยี่ยมชมแน่นทุกจุด  รวมถึงกิจกรรมการเรียนรู้และห้องทดลองวิทยาศาสตร์  พื้นที่แห่งการฝึกฝนกระบวนการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์

การจัดแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ของเยาวชน  ที่สะท้อนถึงศักยภาพของเยาวชนไทยในด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม และบูธนิทรรศการ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม” จากกระทรวงกลาโหม ที่เด็กและเยาวชนได้สัมผัสนวัตกรรมและผลงานวิจัยเพื่อความมั่นคงของกองทัพไทย เป็นต้น

แรงไม่หยุด!!! “วีน่า” คว้า 3 รางวัลใหญ่ เวทีมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025

ผ่านพ้นไปแล้ว!!! ไฟลุกรันเวย์ เมื่อ 77 สาวงามMUT 2025 โชว์สเต็ปชุดว่ายน้ำ อุ่นเครื่องก่อนรอบตัดสิน 23 สิงหาคมนี้ ล่าสุด “วีนา”สปอนด์รัก ประเดิม 3 รางวัลใหญ่ ภายใต้ภารกิจค้นหาตัวแทนของไทยไปจักรวาล 2025 ใกล้สิ้นสุด บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ถือสิทธิ์การประกวด “มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025” โดยณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานการประกวดฯ

ช่วงแรกเริ่มด้วยการเปิดตัว แฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ จากแบรนด์ ATIPA นางงามแต่ละคนจัดเต็มลีลาการเดิน การโพสท่า เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมสนั่นฮอลล์ จากนั้นกองประกวดเผยโฉมอีกครั้งในรอบชุดราตรี โดยผลงานดีไซน์เนอร์ฝีมือขั้นเทพในวงการฯออกแบบแฟชั่น

ซึ่งการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 : เดอะ นิว เอร่า ในรอบอุ่นเครื่อง เพื่อเก็บคะแนน คัดเลือกสาวงามเข้าสู่รอบ 18 คนสุดท้าย  ผลปรากฏว่า อันดับ 1 สาวงาม MUT สระบุรี “ปวีนา ซิงห์” และ อันดับ 2 MUT ปทุมธานี “อมอมองดีน กลาสเซต์” และอีก 2 คนมาจากการคัดเลือกจากคณะกรรมการ คือ MUT สุราษฎร์ธานี “ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร” MUT กรุงเทพมหานคร “แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง”

สำหรับ 4 คนสุดท้าย จะประกาศผลผู้ชนะในรอบตัดสิน ซึ่งสาวงามจะได้รับเงินรางวัล 1 แสนบาท   พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 18 คนสุดท้ายอัติโนมัติ

มทภ. 4 สั่งปิทุกช่องทางล่าคนร้ายคาร์บอมบ์ฐานชคต.ศาลาใหม่-คุมเข้มตลอดแนวชายแดนใต้

คนร้ายใช้รถยนต์ประกอบระเบิดแสวงเครื่องฐาน ชคต.ศาลาใหม่ นราธิวาส บาดเจ็บ 4 นาย – แม่ทัพภาคที่ 4 รุดตรวจที่เกิดเหตุ สั่งปิดช่องทางหลบหนี คุมเข้มแนวชายแดน

เมื่อคืนที่ผ่านมา (20 ส.ค. 68) คนร้ายไม่ทราบจำนวนก่อเหตุใช้รถยนต์ Toyota Yaris สีดำ บรรทุกวัตถุระเบิด ขับเข้าพุ่งชนแนวกระสอบทรายบริเวณ จุดตรวจ/จุดสกัด ฐาน ชุดคุ้มครองตำบลศาลาใหม่ หมู่ที่ 1 บ้านโคกมะเฟือง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ก่อนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไปทางซอยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเล จังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้ เจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดได้รับบาดเจ็บ 4 นาย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ในฐานได้ยิงตอบโต้เพื่อสกัดกั้นเส้นทางของคนร้าย หลังเกิดเหตุ พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการเร่งด่วนให้หน่วยกำลังในพื้นที่ปฏิบัติตามแผนสกัดกั้น ประสานทุกภาคส่วนร่วมปิดล้อมตรวจสอบเส้นทาง โดยเฉพาะแนวลำน้ำชายแดนไทย–มาเลเซีย เพื่อป้องกันการหลบหนี พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ณ จุดเกิดเหตุในช่วงเช้าวันนี้ (21 ส.ค. 68)

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เมืองและชุมชนสำคัญ รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำอีก

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

“ผศ.ดร.วราวุธ” ร่วมพิธีฉลองประกาศตั้ง “วัดสวนธรรมปิติ “และยกเสาเอก เสาโท

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ วัดสวนธรรมปิติ ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดพิธีฉลองประกาศตั้งวัดสวนธรรมปิติ และพิธียกเสาเอก เสาโท เจดีย์โนนสาวเอ้ โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ภายในพิธีได้รับเกียรติจากนายสนั่น  พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วราวุธ ตีระนันทน์ สมาชิกวุฒิสภา และพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมในพิธี

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน(ขอร้อง)(ขอร้อง)(ขอร้อง)

ช่อง 3 เตรียมปล่อยซีรีส์น้ำดี “คู่เตะแข้งบิน” สานฝัน ”เมื่อเด็กไทยจะไปบอลโลก”เริ่มออนแอร์ 22 ส.ค. นี้

“คู่เตะแข้งบิน” ภาพยนตร์ซีรี่ส์ เรื่องราวของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่กล้าจะก้าวเพื่อไปตามหาและคว้าความฝันในกีฬาฟุตบอลที่เขารัก กำกับโดย บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานเด่นอย่าง “ถอดรหัสวิญญาณ” และ “มึง กู เพื่อนกันจนวันตาย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่เป็นกองหลังผลักดันให้เกิดการสร้างซีรีส์สร้างสรรค์สังคม แนว Sport and Inspiration

เรื่องราวของ : พลุ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ผู้มีพรสวรรค์ ในเชิงลูกหนังขั้นเทพ ตัดสินใจเดินตามความฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ รับทุนเรียนฟรีจากโรงเรียนเอกชนในตัวจังหวัดนครศรีฯ แต่ด้วยเป็นเด็กบ้านนอกทำให้พลุโดนดูถูก กลั่นแกล้ง ปัญหาใหญ่คือการปิดบังความลับ เรื่องต้องใส่รองเท้าข้างเดียวในการเตะฟุตบอล จนทำให้พลุไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้เก่งเหมือนเคย แต่ความอดทนไม่ย่อท้อ อีกทั้งได้การช่วยเหลือจาก โค้ชดำ ยอดโค้ชที่กำลังสร้างทีมนักเตะเยาวชนกับ อาริม เพื่อนชาวมุสลิม เลยทำให้พลุสามารถก้าวผ่านปัญหาต่างๆ ไปได้โดยเฉพาะได้เรียนรู้การให้อภัย “ศัตรู” จนทำให้เกิดมิตรภาพและสามัคคีจนนำมาสู่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

โดย ภ.ซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” นำแสดงโดย โก๊ะตี๋ ชัยกฤต อ่อนละม้าย ที่รับบทเป็นโค้ชดำ ผู้ที่จะผลักดันและสานความฝันของเด็กๆให้เป็นเรื่องจริง นอกจากนี้ ยังรวมดาราอีกมายมาย อาทิ จิ้ม ชวนชื่น, ต็อก ศุภกร,จุ๊บแจง ชาลีจังหาญ,เอ-วีระชัย หัตถโกวิท, อาเกรียง-พันธมิตร,สนธยา ชิดมณี,แจ็ค ไอเฟล ,ปู-ปริศนา ,โก้-ธีระศักดิ์ และยังได้รับเกียรติจาก “โจนาธาร เข็มดี” กองหลังทีมชาติไทยจากสโมสร Ratchaburi FC ที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกการแสดงเป็นครั้งแรก  

นอกจากนี้ยังรวบรวมดาวเด่นตัวจริงเสียงจริง ฝีเท้าขั้นเทพจากทีมบอลเยาวชนทั่วประเทศมาร่วมแสดงอาทิ วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข รับบทพลุ (นักฟุตบอลเยาวชน ทีม การท่าเรือ) ,อิท- ขจรศักดิ์ สักกะณรงค์(นักฟุตบอลโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี), พีค-พิชญะ  ชัยวรางกุล นักฟุตบอลเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกร่วมทีมชาติไทย U17,สแนค-ธีรเดช ชนะสุวรรณดำรง ฯลฯ และนางเอกดาวรุ่งหน้าใหม่ ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล

โดยจะออกอากาศทุกวันศุกร์ ในเวลา 22.25- 23.25 น.

เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม นี้ ทาง ช่อง 3HD    

ห้ามพลาด “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

** ชิมลางตัวอย่างของความสนุกก่อนใครได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=3AdUpWum9-0

#FlyingShootTheSeries    #SportInspiration     #คู่เตะแข้งบินเดอะซีรีส์      #คู่เตะแข้งบิน

#3HD     #ภาพยนตร์ซีรีส์เพื่อแรงบันดาลใจที่อยากเห็นนักฟุตบอลไทยไปบอลโลก

#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์     #เสือสยามสตูดิโอจำกัด