กลัวไม่มีปั๊มเติมน้ำมัน!พ่อแม่เศร้า สงกรานต์นี้ ลูกหลานไม่กลับบ้านเล่นน้ำดำหัว

ญาติพี่น้องช่างเศร้าใจ วิกฤตน้ำมัน ลูกหลานบอกไม่กลับบ้าน ช่วงสงกรานต์ หวั่นหาปั๊มเติมยาก แถมราคาแพงขึ้น วอนรัฐบาลเร่งแก่ปัญหา ช่วยเหลือประชาชนด้วย

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขต ต.โคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางความกังวล และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน ขณะเดียวกันยังเผชิญวิกฤตน้ำมัน และราคาพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและการดำเนินชีวิตอย่างหนัก

ทั้งนี้หลายครอบครัวที่มีลูกหลานทำงานอยู่ต่างจังหวัด ต่างบอกว่าสงกรานต์ปีนี้คงไม่ได้กลับบ้าน เพราะกลัวหาที่เติมน้ำมันลำบาก และราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จึงตัดสินใจไม่กลับบ้าน

นางบัวลม โคตรโสภา อายุ 58 ปี ชาวบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ลูกทำงานอยู่ จ.ระยอง ปกติจะมาหาแม่ช่วงปีใหม่หรือสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ครอบครัวจะได้เจอกันพร้อมหน้า แต่สงกรานต์ปีนี้ลูกบอกว่าไม่ได้กลับ เนื่องจากวิกฤตน้ำมัน กลัวว่าถ้ากลับมาจะหาปั๊มลำบาก ไม่รู้ระหว่างทางจะมีน้ำมันให้เติมไหม ประกอบกับค่าน้ำมันก็แพงขึ้น

นางบัวลม กล่าวต่อว่า เสียใจที่ลูกไม่ได้กลับมาหา คิดถึงเขา แต่อีกใจก็สงสาร อยากให้เขาเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัว จากผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อยากให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาและหามาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วย

ด้านนางปาริชาติ มาตรวงษ์ อายุ 60 ปี ชาวบุรีรัมย์ กล่าวว่า ปกติลูกจะมาเยี่ยมทุกเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ แต่ปีนี้ลูกโทรมาบอกว่าจะไม่ได้กลับ เพราะกลัวจะไม่มีที่เติมน้ำมันและแพงขึ้นด้วย จึงคุยกับสามีว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจซบเซาค้าขายลำบาก ขายของชำก็มีกำไรพอเลี้ยงปากท้องจึงอาจจะเดินทางไปหาลูกเอง อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทั้งวิกฤตน้ำมัน เศรษฐกิจ และปากท้องประชาชนด้วย

หนีกบดานเงียบ!สืบสวนห้วยขวาง บุกรวบ “อาตี๋จีน” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คาคอนโดหรูย่านรัชดา

ปฏิบัติการร่วมวางแผนสืบสวนระว่างตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และตำรวจนครบาลห้วยขวาง นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์รายสำคัญ หลังกบดานเงียบในคอนโดมิเนียมย่านรัชดา – ห้วยขวาง

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยชุดสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง นำโดย พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง และ พ.ต.ต.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง สั่งการ พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ห้วยขวางนำกำลังเข้าร่วมตรวจสอบเป้าหมายตามเบาะแสจากสายลับ

โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้สนับสนุนข้อมูลพื้นที่และร่วมวางกำลังปิดล้อมบริเวณคอนโดมิเนียมหรู แห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นจุดที่ MR.JIANFENG SUN (นายเจี้ยนเฟิง ซุน) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เข้ามาพักอาศัยเพื่อกบดานหลบหนีคดี

บุกรวบชั้น 20 คาห้องพัก

เวลาประมาณ 12.10 น. กำลังผสมจาก กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, สตม. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้เข้าตรวจสอบห้องพัก คอนโดหรู บนชั้น 20 โดยประสานผู้ดูแลอาคารและรปภ. เข้าเคาะประตูเรียก เมื่อผู้ต้องหาเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนห้วยขวางและชุดจับกุมได้แสดงตัวพร้อมหมายจับผ่านล่ามภาษาจีน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น MR.JIANFENG SUN ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำและจัดทำบันทึกการจับกุม ณ ห้องปฏิบัติการฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง โดยมีการบันทึกภาพและเสียงตามขั้นตอน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) อย่างเคร่งครัด และเตรียมขยายผลต่อเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์

หลังเสร็จสิ้นการทำบันทึกจับกุมที่ สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามท้องที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งจะนำข้อมูลจากการเข้าตรวจค้นห้องพักในครั้งนี้ ไปขยายผลร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดูความเชื่อมโยงว่ามีเพื่อนร่วมขบวนการรายอื่นกบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกหรือไม่

ปคบ.บุกทลายแหล่งจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีย่านเสรีไทย ยึดกว่า 1.2 หมื่นซอง มูลค่า 5 แสนบาท

บก.ปคบ.แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาลักลอบขายบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย บริเวณซอยเสรีไทย 11 พร้อมขยายผลตรวจค้นหอพัก ยึดของกลางรวมกว่า 12,000 ซอง เตรียมออกหมายเรียกเจ้าของห้องเช่าดำเนินคดี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. มอบหมายให้ พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่เสียภาษีอย่างถูกต้องภายในซอยเสรีไทย 11 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม จึงได้ทำการเฝ้าสังเกตการณ์และพบ นายบังชู่ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี กำลังจำหน่ายสินค้าบริเวณแผงค้าริมถนน โดยมีการนำกระดาษทิชชู่วางปิดบังสินค้าอำพรางไว้ เจ้าหน้าที่จึงทำการล่อซื้อและแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจยึดบุหรี่ของกลางจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับสินค้ามาจาก นายณัฐภัทร หรือแม็ค โดยใช้ห้องเช่าภายในซอยเสรีไทย 41 เป็นสถานที่เก็บสินค้า เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังร่วมกับ สน.บึงกุ่ม เข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบว่าถูกปิดล็อคไว้และไม่สามารถติดต่อผู้เช่าได้ จึงขออนุญาตเจ้าของหอพักเข้าตรวจค้น

ผลการตรวจสอบภายในห้องพัก พบของกลางรวม 19 รายการ ประกอบด้วยบุหรี่ต่างประเทศหลากหลายยี่ห้อ รวมทั้งสิ้น 12,702 ซอง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500,000 บาท 

นอกจากนี้ยังตรวจยึดทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ แหวนทองฝังเพชร นาฬิกา และอุปกรณ์บันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิด เพื่อนำไปตรวจสอบความเชื่อมโยงเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ดำเนินคดีในข้อหา “ขายและมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560” 

สำหรับ นายณัฐภัทร และ น.ส.ฮาวา ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องพักและอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนีไม่พ้น!หนุ่มเดนคุกถูกรวบคาบ้านคดีกระชากทอง 10 บาท อ้างหาเงินเล่นพนัน-เปย์สาว

จากกรณีคนร้ายขี่จยย.ตามประกบตุ๊กตุ๊ก กระชากสร้อยทอง 10 บาท ช่างตัดผมชาวจ.นครสวรรค์ บริเวณแยกมหานคร ถนนพระราม 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ผู้เสียหายเดินทางมากับครอบครัวมาสอบเก็บพ็อตที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยพักอยู่ที่โรงแรมมารวยการ์เดนท์ ก่อนมาเกิดเหตุดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ที่คอเป็นรอยบาดแผล เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมาพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.บก.น.6 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.กก.สส.บก.น.6 พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน สั่งการให้ ชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน และชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.6 ร่วมกันจับกุมนายนิรุตม์ วงค์สิงห์โต อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลาง  รถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่น คลิก 125 ไอ สีเดิม ดำ/แดง ป้ายทะเบียน 8 ขล 2535 กรุงเทพมหานคร  1 คัน ขับขี่ขณะก่อเหตุ

หลังจากก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุได้นำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวทำสีใหม่เป็นสีน้ำเงิน-ดำ ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 0221/2569 ลงวันที่ 23 ก.พ. 2569 ข้อหา “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยวุฒิกาศ 43 แขงจอมทอง เขตบางค้อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 มี.ค.  2569 เวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา

ภายหลังจากเหตุดังกล่าว ชุดสืบสวนสน.ปทุมวัน และ ชุดสืบสวนนครบาล 6  ได้ไล่ติดตามรวบพยายามหลักฐาน ผู้ก่อเหตุจนทางพนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ขออนุมัติหมายจับนายนิรุตม์ ต่อมาสืบทราบว่าจะมาปรากฏตัวที่บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยวุฒิกาศ 43 แขงจอมทอง เขตบางค้อ กรุงเทพมหานคร ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนกระทั่งพบผู้ก่อเหตุดังกล่าว จากการสอบสวนทราบว่า ภายหลังจากก่อเหตุดังกล่าวได้นำทองคำไปหลอมที่บ้านดังกล่าว

จากนั้นได้นำไปขายที่ร้านแห่งหนึ่งที่รับซื้อเศษทอง นาค เงิน โดย แบ่งขายเป็น 2 รอบ รอบแรก ประมาณ 200,000 กว่าบาท รอบที่ 2 ประมาณ 100,000 กว่าบาท ใช้บัญชีโอนเล่นเว็บพนัน เงินเข้าออก 240,000 บาท และเอาไว้เลี้ยงสาวคนสนิทกินดื่ม

จากการตรวจสอบประวัติเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์พื้นที่สน.จักรวรรดิ สน.พลับพลาไชย 1 เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนต.ค.ปี 67 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัว ผู้ถูกจับมาที่ ห้องสืบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน  สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

เดินหน้าผลักดันปราจีนบุรีก้าวสู่เมือง “Smart City”นำร่องใช้รถ EV ประหยัดพลังงาน- ลดมลพิษ

ปราจีนบุรี –“รองอุ๊”นายกอบจ.ปราจีนบุรีลงนามเอ็มโอยูกับ “ม.ชินวัตร” ขยับโปรเจคยักษ์ก้าวสู่ Smart City

นำร่องใช้รถ EV  ประหยัดพลังงาน-ลดมลพิษ-ส่งเสริมสุขภาพ และเปิด”ศูนย์ฟอกไต & Hub พลังงานสะอาด”แบบครบวงจร ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อวันที่19 มีนาคม 2569   ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี   นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ “รองอุ๊” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) พร้อมทีมฝ่ายผู้บริหาร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ มหาวิทยาลัยชินวัตร   เพื่อทดสอบการใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) ในงานบริการสาธารณะแบบเต็มรูปแบบ  ยกระดับบริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีสะอาด

จากนั้น ได้นำทีมฝ่ายบริหารเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยชินวัตร   และ สื่อมวลชนเยี่ยมชม สถานีขนส่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ. )ใกล้ศูนย์ราชการใหม่ ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ปัจจุบันได้ถ่ายโอนภารกิจการดูแลและบริหารจัดการจากกรมการขนส่งทางบก มาอยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ. ปราจีนบุรี)    สถานที่ใช้เป็นศูนย์ฯใช้รถ EV และ  สถานีชาร์จ” ได้ปรับปรุงเป็น  1. ศูนย์ฟอกไตครบวงจร

นายกฤษฎิ์ หรือ รองอุ๊   กล่าวว่า    โครงการวิจัยนี้ไม่ได้มีดี   แค่เรื่องรักษ์โลก แต่เป็นการนำนโยบาย Smart City ของรัฐบาลมาปรับใช้จริง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวปราจีนบุรี     โดยแผนในระยะแรกประกอบด้วย  รถทันตกรรมเคลื่อนที่ EV  บริการทำฟันถึงที่ด้วยรถไฟฟ้าทันสมัย   รถบัสรับ-ส่งนักเรียน EV เดินทางปลอดภัย ลดมลพิษ PM 2.5 เพื่อสุขภาพของลูกหลาน

Integrated Charging Station: ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบบูรณาการในพื้นที่ภาครัฐ  โดยเริ่มนำร่องที่ เขตพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรีก่อน  จากนั้น จะขยายต่อมาพื้นที่ เขต อ.กบินทร์บุรี และ รายอำเภออื่น ครบ 7 อำเภอต่อไป   นอกจากนี้  ยังตรียมบริการด้านสาธารณะสุข  จัดบริการ “ศูนย์ฟอกไต & Hub พลังงานสะอาด”พื้นที่ สถานีขนส่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ. ) ใกล้ศูนย์ราชการใหม่ ซึ่งในสถานีขนส่งฯ นอกจากเป็นศูนย์ฯใช้รถ EV และ  สถานีชาร์จ” ได้ปรับปรุงเป็น  1. ศูนย์ฟอกไตครบวงจร: เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยในพื้นที่   2. ศูนย์รวมจุดชาร์จรถ EV   จุดเช็คอินพลังงานสะอาดแห่งใหม่   และ  3. บริการรับ-ส่งผู้ป่วยฟอกไตด้วยรถ EV  สะดวก ปลอดภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

ฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ “รองอุ๊” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

ในตอนนี้กำลังทำเรื่องกับกรมการขนส่งอยู่ อยู่ในขั้นตอนการออกแบบ และคิดว่าจะใช้พื้นที่บริเวณหน้าอบจ. ตรงนี้ เพื่อให้บริการประชาชนด้วย

ความเป็นมารถพลังงานไฟฟ้า (EV) สถานีชาร์จ”คือตอนนี้นโยบายรัฐบาลมีเรื่อง “Go Green” เข้ามา เกี่ยวกับเรื่องพลังงานประหยัด ยิ่งเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้ที่มีเรื่องสงคราม เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทำให้น้ำมันขาดแคลนและราคาแพง โครงการนี้จึงสอดคล้องกับนโยบายหลักของทางรัฐบาล

การดำเนินการ   หลังจากเซ็น MOU (บันทึกข้อความตกลงความร่วมมือ) วันนี้เสร็จแล้ว ก็จะเริ่มบรรจุเข้าแผนภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ อย่างเช่น กองการศึกษา ว่าจะใช้รถกี่คัน ก็นำไปบรรจุในแผนในโรงเรียนในสังกัดทั้ง 6 แห่ง  ต่อไปก็จะทำสัมปทานบริการประชาชนในเส้นทางขนส่ง เพื่อใช้ในการบริการประชาชนด้วย โดยเบื้องต้นเราจะนำมาทดลองใช้กับเด็กนักเรียนก่อน ในส่วนของงบประมาณมีการจัดการโดยเป็นการเช่าซื้อ   ต้องดูเงินก่อนว่าในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ จะเหลือเงินตรงไหนบ้าง   ถ้าไม่พอจริงๆ ก็ต้องขอทางสำนักงบประมาณหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต่อไป

ทั้งนี้ด้านส่งเสริมสุขภาพ อบจ. ปราจีนบุรี มี รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) ในสังกัด ทั้งหมด 94 แห่งมากที่สุดในประเทศ   ซึ่งก็เกี่ยวเนื่องกับวันนี้ที่ได้ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยชินวัตร ถือเป็นโอกาสดี   ที่ต่อไปเด็กนักเรียนของเราจะได้ทุนการศึกษาไปเรียนทั้งพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลที่มหาวิทยาลัยแถวปทุมธานี แล้วกลับมาทำงานที่ รพ.สต. ของเรา    เพราะตอนนี้ตำแหน่งพยาบาลของ รพ.สต. แต่ละแห่งขาดแคลน และมีการเกษียณอายุในทุกปี เราจะได้มีกำลังคนไม่ขาดแคลน เพื่อบริการประชาชนได้ครบทุกมิติและเต็มรูปแบบ

และกล่าวต่อไปว่า   สำหรับศูนย์ฟอกไต    “ศูนย์ฟอกไต” ที่เราจะทำที่สถานีขนส่ง อบจ.ปราจีนบุรี  เป็นศูนย์พัฒนาสุขภาพขนาด 50 เตียง โดยจะมีการ MOU ให้มีนักลงทุนมาลงทุนให้ โดยเราให้เช่าสถานที่ เราไม่ต้องใช้งบประมาณของตนเอง แต่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด

ฝากถึงพี่น้องประชาชน เรื่องสุขภาพ  รู้ว่าประชาชนอาจจะเข้าไม่ถึงภาษีที่ท่านเสียมาให้ทาง อบจ. ต่อไป จะคืนเรื่องสุขภาพที่ดีให้กับพี่น้องชาวปราจีนบุรี  เป็นสิ่งที่ผมกับท่านนายกสุนทร วิลาวัลย์ ได้เคยคาดหวังไว้เมื่อตอนดำรงตำแหน่ง    คือเรื่องการฟอกไตและการดูแลประชาชนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึง   โดยจะมีรถรับ-ส่งให้ตาม รพ.สต. แต่ละพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ   และที่เคยดำริไว้คือจะทำให้ครบทั้ง 3 อำเภอ รวม 4 แห่ง    ให้สำเร็จภายในสมัยนี้

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดพลิก –  ก้าวสำคัญที่ทำให้ “ปราจีนบุรี” กลายเป็นจังหวัดต้นแบบ!  ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและบริการสาธารณะที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในไทย!   นายกฤษฎิ์ หรือ รองอุ๊   กล่าวในที่สุด

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ ณัฐนันท์ – ภาพ /ปราจีนบุรี– ปราจีนบุรี   ###

อำเภอปรางค์กู่ ปูพรมกวาดล้างยานรก เข้ม.!รายย่อย-รายใหญ่จับให้เหี้ยน

ภายใต้การอำนวยการ ของนายมะสักรี ขาลี นายอำเภอปรางค์กู่ นายมนัสพล ไชยโยธา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองได้มอบหมายให้นายฉัตรชัย อินตา ปลัดอำเภอ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส หมายเลข 6803254 พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ปรางค์กู่ ที่ 8 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปรางค์กู่ ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้ดำเนินการตามมาตรการ ปราบปรามในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

ผลการปฏิบัติได้จับกุมผู้ต้องหา ดังนี้

โดยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบ  ได้จับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลสมอ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 106 เม็ด

1. โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน)โดยการมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย

2. มีอาวุธปืนสั้น ไทยประดิษฐ์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จำนวน 2 กระบอก 

พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 2 นัดจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปรางค์กู่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ชาวสวนมะพร้าวร้องปชน.ปมราคาตก อัดรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ขู่บุกทำเนียบภายใน 30 วัน

“เดชรัตน์”ชี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมไม่มีความชัดเจน ยืนยันพรรคประชาชนพร้อมดำเนินการทุกช่องทางเพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตร


เมื่อ
วันที่ 19 มีนาคม 2569 ตัวแทนเกษตรกรมะพร้าวน้ำหอมได้เดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้กับพรรคประชาชน ต่อสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่กำลังตกต่ำ โดยมี อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส. สมุทรสงคราม เขต 1 พรรคประชาชน, สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต พรรคประชาชน เป็นตัวแทนในการรับหนังสือในครั้งนี้

โดยตัวแทนเกษตรกรมะพร้าวน้ำหอม กล่าวว่า ณ ตอนนี้ราคามะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของประเทศ อยู่ที่ลูกละ 3–4 บาท ซึ่งเกษตรกรต้องแบกรับภาระมาตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ พวกตนเคยยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมายังไม่ได้แก้ปัญหาเท่าที่ควร ปัจจุบันเกษตรกรยังต้องแบกรับต้นทุนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ ค่ายา หรือค่าปุ๋ย อีกทั้งสถานการณ์ที่ตึงเครียดในปัจจุบันทำให้ค่าปุ๋ยและค่ายาปรับตัวสูงขึ้น

แต่ราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวและพืชชนิดอื่น ๆ ยังตกต่ำ อีกทั้งในวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเคยกล่าวว่าจะมีการตั้งล้งกลาง รวมถึงนำมะพร้าวน้ำหอมไปจำหน่ายตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นผลที่เป็นรูปธรรม โดยสิ่งที่เกษตรกรต้องการมากที่สุดในขณะนี้คือความเอาจริงเอาจังของหน่วยงานรัฐในการแก้ปัญหา

โดยเดชรัต กล่าวว่า พรรคประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมาเป็นเวลานาน และได้มอบหมายให้ตนในฐานะที่ปรึกษาของหัวหน้าพรรค รับเรื่องและดำเนินการต่อไป โดยระบุว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่พรรคประชาชนมองว่ามาตรการแก้ไขของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนและไม่มีประสิทธิผล พร้อมเสนอข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่

1. หากกระบวนการรับซื้อและกระจายสินค้า ไม่ว่าจะผ่านสถานีบริการน้ำมันหรือช่องทางอื่น ไม่สามารถยกระดับราคาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างที่คาดหวัง ขอให้รัฐบาลพิจารณาทางเลือกในการรับซื้อผลผลิต ของเกษตรกรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเสนอให้มีการรับซื้อเพื่อนำไปแปรรูป เนื่องจากผลผลิตบางส่วนแม้มีขนาดเล็ก แต่ยังมีคุณภาพภายในที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งหากรัฐสามารถรับซื้อได้ ก็จะช่วยยกระดับราคาผลผลิตได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

2. ในประเด็นของล้งกลางที่กระทรวงพาณิชย์ได้กล่าวถึงนั้น เกษตรกรให้ความสนใจว่าเป็นแนวทางที่จะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2–3 สัปดาห์ ก็ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินการ ไม่มีการระบุผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาในการดำเนินการ หากยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ขอให้เปิดโอกาสให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด

3. ประเด็นเรื่องมาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อชื่อเสียงสินค้าเกษตรของไทย จากกรณีการปลอมปนน้ำมะพร้าวเทียมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยืนยันว่ามะพร้าวน้ำหอมของไทยยังคงมีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งในเวทีโลก


ในส่วนของต้นทุนทางการเกษตรที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง พรรคประชาชนได้รับทราบปัญหา ทั้งในเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะมีการแถลงรายละเอียดในโอกาสต่อไป

สุดท้าย พรรคประชาชนยืนยันว่าจะดำเนินการในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร การส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมาธิการการเกษตร และกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงการตรวจสอบการทุจริตในประเด็นต่าง ๆ และการยื่นญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยมะพร้าวน้ำหอมเป็นหนึ่งในพืชสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมขอบคุณเกษตรกรที่ให้ความไว้วางใจ และจะเร่งผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ตัวแทนเกษตรกรได้กล่าวปิดท้ายว่า จะให้โอกาสรัฐบาลภายใน 30 วัน หากสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมยังไม่ดีขึ้น จะยกระดับการเคลื่อนไหว โดยเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล พร้อมนำรถขนมะพร้าวจำนวนมากไปรอต้อนรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป

ไม่รอด! สืบ สตม.บุกจับสาวจีนหนีคดีหลอกขายสินค้าบนโซเชียลกบดานย่านลาดพร้าว

ตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำหนดเพิ่มความเข้มข้นปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีหมายจับผู้กระทำผิดตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน หมายจับที่มีคนต่างด้าวกระทำความผิด อีกทั้งรัฐบาลยังมุ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำชับและเร่งรัดการปฏิบัติ เพื่อให้ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 19 มี.ค.69 เวลา 13.30 น. ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม./กรรมการและเลขานุการ ศปชก.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม.

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญของทางการจีน ตามที่ สอท. สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มีหนังสือ แจ้งข้อมูลบุคคลสัญชาติจีน ซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน และหลบหนีอยู่ในประเทศไทย

MISS LEI  สัญชาติจีน เป็นผู้กระทำความผิดฐานหลอกลวงผู้บริโภค และได้มีการออกหมายจับโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะมณฑลเหอเป่ย ซึ่ง พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้สืบสวนทราบว่า บุคคลดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน  ซ.ลาดพร้าว 101  แขวงคลองจั่น  เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้เดินทางไปตรวจสอบ ปรากฏว่า พบบุคคลลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกับ MISS LEI  โดยใช้วีซ่า THAILAND PRIVILEGE CARD (PE) แต่วีซ่าได้หมดอายุไปนานแล้ว กก.1 บก.สส.สตม. จึงดำเนินการส่งตัวให้ พงส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สตม. เร่งรัดการขับเคลื่อน ประสานงานกับตำรวจสากล และองค์กรต่าง ๆ เช่น Interpol Europol และ ASEANAPOL เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล อันจะช่วยเสริมศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายของ ผบ.ตร. อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง  สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมั่นคงให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการล่าเปโดออนไลน์รวบ 4 หนุ่มภัยสังคม ทั้งถ่ายทั้งขายคลิปอนาจารเด็ก

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามสื่อลามกอนาจารเด็กที่กำลังแพร่ระบาดบนอินเตอร์เน็ตและเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกสืบสวนติดตามเพื่อกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดกรณีดังกล่าว โดย พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต    บก.ตอท. หรือ TICAC ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำผิดที่พบตามสื่อโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ นำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นจากศาลได้สำเร็จ

โดยล่าสุด พ.ต.ท.พิชิต เอียงสา รอง ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท.พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิเชียร คำชุมภู, พ.ต.ท.เขมอธิษฐ์ ทองคำ, พ.ต.ท.หญิง ณิธิชา กลิ่นทอง และ พ.ต.ต.วันเฉลิม นาคราช ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด TICAC กระจายกำลังเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย จำนวน 4 จุด ทั้งในพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา ดังนี้

จุดที่ 1 บ้านพักหลังหนึ่งย่าน ถนนลาดกระบัง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ ค 83/2569

สามารถจับกุม ว่าที่ร้อยตรี นิธิพัฒน์ อายุ 37 ปี แอดมินกลุ่มเทเลแกรม “What The Fuck” พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ iPhone 17 Pro Max จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบภายในโทรศัพท์มือถือ พบข้อมูลการเข้าสู่ระบบแอดมินกลุ่มเทเลแกรมดังกล่าว ที่ใช้เผยแพร่คลิปวิดีโอลามกอนาจารจำนวนมาก รวมทั้งสื่อลามกอนาจารที่เป็นของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นอกจากนี้ยังพบสื่อลามกที่คาดว่าเป็นการแอบถ่ายจากในห้องน้ำสาธารณะอีกด้วย รวมทั้งหลักฐานการรับเงินจากการให้คนทั่วไปสมัครสมาชิกเข้ากลุ่มดังกล่าว

ควบคุมตัวดำเนินคดีฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” และ “เพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน”
       
จุดที่ 2 ห้องพักของชั้น 7 ในคอนโดแห่งหนึ่งย่านสำโรง ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 140/2569

สามารถจับกุม นายธฤตกมล อายุ 30 ปี เจ้าของบัญชี X ชื่อบัญชี “ta_rittv2” พร้อมด้วยของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 17 Pro Max จำนวน 1 เครื่อง, IPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (M4) จำนวน 1 เครื่อง พร้อมด้วย เสื้อยืดและกางเกงบ็อกเซอร์ของเจ้าตัวที่สวมใส่ขณะถ่ายคลิปวิดีโอลามกอนาจาร

ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือและไอแพด พบคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารของบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนมาก ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่า คลิปวิดีโอลามกของเด็กบางส่วน ตนเองเป็นผู้ถ่ายไว้เองจากภายในห้องพักดังกล่าวที่ตรวจค้น ก่อนนำไปเผยแพร่ผ่านบัญชีแพลตฟอร์ม X (หรือ twitter เดิม) ของตนเอง

ควบคุมตัวดำเนินคดีฐาน “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น” และ “นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” 

จุดที่ 3 บ้านพักหลังหนึ่งพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา ที่ 66/2569

สามารถจับกุม นายเกรียงศักดิ์ อายุ 30 ปี เจ้าของเทเลแกรมชื่อ “Peter O0zet” พร้อมด้วยของกลางได้แก่ โทรศัพท์มือถือ iPhone 6s Plus จำนวน 1 เครื่อง และ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ  จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลภายในพบสื่อลามกอนาจารจำนวนมาก รวมทั้งของบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา ในคดีอาญาที่ 105/2569 ลง 23 ม.ค.69 ของ สภ.วังน้อย ซึ่งพบว่าเจ้าตัวได้ขายคลิปวิดีโอลามกอนาจารของผู้เสียหายรายหนึ่งที่เป็นเด็กผู้หญิงอายุเพียง 16 ปี

ควบคุมตัวดำเนินคดีฐาน “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก”, “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก” และ “เพื่อประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน หรือทำให้ แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก”

จุดที่ 4 บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 48/2569

สามารถจับกุม นายภานุพงศ์ อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลภายในพบสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนมาก พร้อมทั้งภาพถ่ายของเด็กหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งที่สามารถระบุตัวตนได้ว่ามีอายุเพียง 14 ปี

โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่า ตนเองเคยถ่ายภาพขณะเปลือยกายของเด็กหญิงวัย 14 ปี ดังกล่าวไว้ เมื่อประมาณปี 2562 ด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าของตน จากนั้นได้บันทึกภาพและเก็บไว้ตลอดมา จึงควบคุมตัวดำเนินคดีฐาน “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ตามข้อกำชับจากนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.  เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชนจากโลกอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันต่อไป

สืบห้วยขวาง!ตามรวบโจรพ่อ – ลูก ตระเวนลักทรัพย์ สารภาพหาเงินประทังชีวิต

ตำรวจสืบสวน สน.ห้วยขวาง โชว์ผลงานตามลากคอหัวขโมยย่องเบาบ้านพักย่านรัชดานิเวศน์ พบพฤติกรรมสุดแสบ “พ่อพาลูกชาย” ขี่จักรยานยนต์ตระเวนลักทรัพย์กลางดึก กล้องวงจรปิดจับภาพชัดตามรวบได้คาบ้านพัก

พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง สั่งการให้  พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง ควบคุมตัวนายนุกูล (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.ณิชกานต์ (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง หลังกลับเข้าบ้านเลขที่ 509 ซอยรัชดานิเวศน์ 8 แล้วพบว่ากุญแจบ้านหายไป เมื่อเช็กกล้องวงจรปิดย้อนหลังต้องตกใจ พบคนร้ายสวมหมวกแก๊ปและเสื้อฮู้ดสีดำ แอบเข้ามาในบ้านช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. รื้อค้นทรัพย์สินไปหลายรายการ ก่อนจะหลบหนีไปในความมืด

โดยจากการตรวจสอบทรัพย์สินเบื้องต้นมี สูญหายไป 6 รายการ ได้แก่ 1. สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น , 2. สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น , 3. แหวนทองคำเกลี้ยง น้ำหนัก 0.50 สตางค์ จำนวน 1 วง , 4. แหวนทองคำ น้ำหนัก 1 บาท ฝังทับทิม จำนวน 1 วง , 5. สร้อยทองคำขาว จำนวน 1 เส้น 6. จี้เพชรรูปใบไม้ รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 700,000 บาท

หลังรับแจ้งเหตุ ชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดอย่างละเอียด จนพบเบาะแสสำคัญเป็นชาย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น GIORNO สีขาว เป็นยานพาหนะ โดยเส้นทางหลบหนีมุ่งหน้าซอยลาดพร้าว 64 เลี้ยวเข้าลาดพร้าว 71 และไปสิ้นสุดที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในซอยนาคนิวาส 44

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่ จึงแสดงตัวเข้าสอบถามนายพัฒนา (เจ้าของรถและผู้เช่าบ้าน) ซึ่งให้การยืนยันว่า บุคคลในภาพวงจรปิดที่ตำรวจนำมาให้ดูคือ นายนุกูล (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี และ นายอนุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นลูกชายของนายนุกูลเอง

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ นายนุกูล อยู่ภายในบ้านพักพอดี เมื่อเห็นหลักฐานทั้งภาพวงจรปิดและเสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จึงยอมจำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่าตนเป็นบุคคลในภาพที่เข้าไปลักทรัพย์จริง โดยมีลูกชายร่วมเดินทางไปด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายนุกูลส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหาหนัก “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป”

ส่วนนายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุดต่อไป

.