อลังการ!วิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรังกระตุ้นศก.ชุมชน

จังหวัดอุทัยธานีจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เพื่อรักษาเอกลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี และส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี กระจายรายได้สู่ชุมชน

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี  นางสาวอังศนา ลุยจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี นายสิทธิชัย เทพภูษา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต. ชัยรพ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมงานที่วัดอุโปสถาราม ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี

 จังหวัดอุทัยธานีถือเป็นจังหวัดทางประวัติศาสตร์ และการท่องเที่ยวจังหวัดหนึ่ง โดยสถานที่หนึ่งที่มีเอกลักษณ์ริมฝังแม่น้ำ นั่นคือ “แม่น้ำสะแกกรัง” มีชุมชนชาวแพที่มีวิถีชีวิตผูกพันสายน้ำแห่งนี้ โดยการจัดงานวิจิตรธานี ถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง เพื่อเป็นการรักษาความเป็นเอกลักษณ์คุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุทัยธานี เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน และเนื่องด้วยจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีการย้ายที่ตั้งเมืองจาก “เมืองอุไทยธานีเก่า” (อำเภอหนองฉาง) มาอยู่บ้านสะแกกรัง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ใกล้กับริมน้ำสะแกกรังมีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านคมนาคมขนส่งและการค้าขาย มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2376 โดยนับถึงปีปัจจุบันนี้จะมีอายุครบ 192 ปี

จังหวัดอุทัยธานี ขอเชิญเที่ยวงานวิจิตรธานีถิ่นนี้อุทัย 192 ปี บ้านสะแกกรัง สัมผัสวิถีชีวิตสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นนุ่งผ้าไทยดื่มด่ำมุมมองใหม่แห่งแม่น้ำสะแกกรัง ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณวัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี

ภายในงานจะพบกับสินค้าของดีของเด่นจากจังหวัดอุทัยธานี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยจีน การเดินแบชุดไทยย้อนยุค รำวงย้อนยุค การแสดงละครประกอบเพลง(The Musical) การแสดงดนตรี ชมหนังกลางแปลง3D กิจกรรมล่องเรือท่องเที่ยวชมวิถีแห่งสายน้ำสะแกกรัง กิจกรรมนั่งรถรางเที่ยวชมการประดับตกแต่งไฟ และพบกับ ศิลปินดังมากมาย

ภายในงาน

15 สิงหาคม 2568 อ๊อดโฟร์เอส การแสดงโขนตอนศึกนาคบาศ การแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้าและมายากล

16 สิงหาคม 2568 การแสดงแดงลิเกกุ้ง สุธิราช รำวงวาไรตี้ แนนซี่ท็อปไลน์คอมโบ การแสดงเชิดสิงโตกวางตุ้งโดดโต๊ะดอกเหมยต่อตัว

17 สิงหาคม 2568 ต่าย อรทัย คู่หูรำวงสามช่า ร่วมสมัย ฟิวส์กิติกรและหน่อย สุธิษา การแสดงเชิดมังกรทองเล่นภาคพื้นดินพลุโอ่งขึ้นเสาพ้นพลุพ่นไฟ

ฮือฮา!!ชาวบ้านเจอแม่ตะเคียนโผล่กลางน้ำ แห่ตีเลขเด็ด

อุทัยธานี- ฮือฮา!!ชาวบ้านเจอแม่ตะเคียนโผล่กลางน้ำ แห่ตีเลขเด็ดเสี่ยงดวงในวันหวยออก

วันหวยออกงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้พบกับชาวบ้าน หมู่ 2 ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ฮือฮาหลังพบต้นตะเคียนโผล่ขึ้นกลางน้ำ เส้นผ่าศูนย์กลางราว 50 เซนติเมตร ยาวกว่า 12.6 เมตร โผล่ลอยอยู่ในแม่น้ำแควตากแดด อ.ทัพทัน

นายสังเวียน พิลึก ชาวบ้านผู้พบเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างออกไปทำนาซึ่งพื้นที่ติดกับริมลำน้ำ ได้สังเกตเห็นตอตะเคียนสีดำโผล่พ้นน้ำขึ้นมาจึงลงไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นต้นตะเคียนเก่าแก่อายุนับร้อยปี ล่าสุดได้ไปแจ้งกับชาวบ้านด้วยกันให้ช่วยกันนำต้นตะเคียนขึ้นมาจากน้ำ แล้วได้อัญเชิญไปยังวัดท่ามะขามป้อม เพื่อจัดพิธีบวงสรวงตามความเชื่อ

โดยมีคนเข้าทรงระบุว่าร่างวิญญาณหญิงสถิตในต้นตะเคียนนี้คือ เจ้าแม่แก้วพิกุล พร้อมกับจุดธูปกราบไหว้กับเจ้าแม่และได้นำแป้งมาทาถูได้เลข 75 และ 80 ชาวบ้านจะนำเลขที่ได้ไปเสี่ยงดวงในวันหวยออก

เกษตรกรภูเรือวิกฤต! ‘แก้วมังกรราคาดิ่ง’ ท้อแท้!โค่นทิ้งหวนกลับปลูกยางพารา

เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกรในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย กำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก โดยราคาขายจากสวนไม่ถึงกิโลกรัมละ 3 บาท ทำให้หลายรายตัดสินใจไม่เก็บเกี่ยวเพราะขาดทุนตั้งแต่วางแผน

นายสมศักดิ์ เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่มาก ราคานี้ยังไม่คุ้มกับค่าปุ๋ยด้วยซ้ำ หากพ่อค้าไม่มารับซื้อ ผลผลิตก็จะเน่าเสียภายในไม่กี่วัน ทำให้ต้องเร่งหาทางระบายผลผลิตอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะได้ราคาที่ดีกว่ามาก คือประมาณ 30-35 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้องเป็นลูกที่สวยและคัดมาอย่างดี

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ยอมรับว่า แม้จะพยายามขายออนไลน์ แต่ผลผลิตที่ออกมาจำนวนมากก็ไม่สามารถระบายได้ทัน ทำให้เกษตรกรบางส่วนต้องนำแก้วมังกรไปทิ้งหรือทำปุ๋ยหมัก ทั้งที่อยากขายเพื่อนำเงินมาใช้มากกว่า ซึ่งสถานการณ์ราคาที่ไม่แน่นอนนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมา 1-2 ปีแล้ว ทำให้เกษตรกรบางส่วนถึงขั้นตัดสินใจไถพื้นที่ปลูกแก้วมังกรทิ้งและหันกลับไปปลูกยางพาราแทน

ปัจจุบัน อำเภอภูเรือมีพื้นที่ปลูกแก้วมังกรกว่า 7,500 ไร่ ผลผลิตต่อปีประมาณ 33,750 ตัน หรือคิดเป็นจำนวนเกษตรกรประมาณ 1,310 ครัวเรือน ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตราคาผลผลิตในขณะนี้

ชัยภูมิเตรียมจัดใหญ่งานบุญเดือนสิบ “แห่ผีสุ่ม” หนึ่งเดียวในโลก

ชัยภูมิ – จังหวัดชัยภูมิร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดแถลงข่าวความพร้อมงานประเพณี “ผีสุ่ม” บุญเดือนสิบ หนึ่งเดียวในโลก ที่สืบทอดกันมาช้านานของชุมชนบ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยปีนี้กำหนดจัดระหว่างวันที่ 13–15 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สาขาชัยภูมิ

นายนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานแถลงข่าว ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนองค์กรท้องถิ่น อาทิ นางสาวสุกัญญา กุลสุวรรณ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ, นางบำเพ็ญพร สุริยกมล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ, นางกนกนภัส พิมพา วัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ, นางเภาลีนา โล่ห์วีระ นายก อบต.บ้านเล่า, นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.สำนักงานนครราชสีมา, นายวรวุฒิ วรแสง ประธานพื้นที่เขต 5 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

งานจะเริ่มวันที่ 13 กันยายน ด้วยพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแล และขบวนแห่ผีสุ่มบอกบุญในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมทำบุญด้วยการใส่ข้าวสารอาหารแห้งในตะกร้าผีสุ่ม เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษที่วัดสมศรี
วันที่ 14 กันยายน จะมีขบวนแห่ผีสุ่มจากหมู่บ้านต่าง ๆ ไปยังวัดสมศรี ก่อนประกอบพิธีบวงสรวงและถวายข้าวสากโดยพระครูสุนทร ชัยรังษี พร้อมชมการแสดงผีสุ่ม การละเล่นพื้นบ้าน และการแสดงช้างแสนรู้ วันที่ 15 กันยายน ปิดงานด้วยพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา โดยพระครูสุนทร ชัยรังสี เจ้าอาวาสวัดรังษี

“ผีสุ่ม” เป็นความเชื่อดั้งเดิมช่วงบุญเดือนสิบของชาวอีสาน เพื่ออุทิศบุญให้บรรพบุรุษและผีไร้ญาติ ตามตำนานเล่าว่าผีที่ไม่มีญาติไปทำบุญจะต้องนำ “สุ่มไก่” มาคลุมหัวเพื่อปิดบังความอาย กลายเป็นสัญลักษณ์เตือนใจลูกหลานให้ระลึกถึงบรรพบุรุษ และเป็นสายใยสร้างความสามัคคีในชุมชน

มัฆวาน   วรรณกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

สร้างดาวรุ่ง “ธอส.” หนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท จัดแข่งขันเพื่อสร้างนักหวดอาชีพ

“ธอส.” ใจดีหนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท จัดการแข่งขันเทนนิส G H BANK ITF World (จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ เวิลด์) ทั้งระดับเยาวชน และ เทนนิส ทัวร์ เพื่อพัฒนาและสร้างนักเทนนิสอาชีพ

“บิ๊กสุชัย” นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมัยที่ 2 เปิดเผยว่า ในการพัฒนากีฬาเทนนิสของประเทศไทยนั้น มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ล่าสุด สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จำนวน 10 ล้านบาท

สมาคมฯ วางแผนใช้งบประมาณที่ได้รับจาก ธอส. นำไปจัดการแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ และเทนนิสอาชีพนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับโลก ภายใต้การรับรองของ สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้นักกีฬาไทยได้แข่งขันกับต่างชาติ ได้สร้างอันดับโลก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเหมือนกับการเดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศ

“ในนามของนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ ผมขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาเทนนิสในประเทศไทย โดยรายการที่ ธอส. ให้การสนับสนุนในระดับเยาวชน ก็เป็นรากฐานที่สำคัญ ส่วนรุ่นทั่วไปเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของนักกีฬาในการใช้กีฬาเทนนิสก้าวสู่กีฬาอาชีพด้วย”

การแข่งขันเทนนิสระดับเยาวชน ที่ ธอส. ให้การสนับสนุนคือ รายการ G H BANK ITF Juniors World Tennis Tour 2025 จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ จูเนียร์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ ซึ่งกำลังแข่งขัน ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี

ส่วนรายการอาชีพคือ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ มีการชิงเงินรางวัล รวม 6 รายการอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท โดยใช้ชื่อว่า G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 จี เอช แบงค์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จัดระหว่างวันที่ 17 ส.ค. – 7 ก.ย. 2568 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม และการแข่งขัน ธอส. – เทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 85 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20 ก.ย. – 2 ต.ค.นี้

กากถั่วเหลืองลด ต้นทุนเนื้อสัตว์ไทยแข่งขันได้ คุณภาพสูง ผู้บริโภคได้เต็มคำ

ราคากากถั่วเหลืองที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคปศุสัตว์ไทย หลังจากที่เคยแตะระดับสูงสุดที่ 18 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2566 วันนี้ราคากลับมาอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 14 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงกว่า 21% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่ผู้ผลิตเนื้อสัตว์ไทยสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ภาคปศุสัตว์ไทยต้องเผชิญกับวิกฤตโรค ASF ในสุกรและไข้หวัดนก ราคาวัตถุดิบและพลังงานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากสงครามรัสเซียและยูเครน รวมถึงภาวะโลกร้อนที่เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาวะร้อนแรง สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตการเกษตร เหล่านี้ส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตอย่างหนัก และราคาที่ผู้บริโภคยากจะเข้าถึง

การลดลงของราคากากถั่วเหลืองไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาดวัตถุดิบ แต่คือ “แรงหนุน” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของห่วงโซ่เนื้อสัตว์ไทยทุกภาคส่วน เริ่มจากเกษตรกรจะมีแรงจูงใจการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิต, ผู้ผลิตอาหารสัตว์ สามารถปรับสูตรให้ใช้กากถั่วเหลืองมากขึ้น ซึ่งมีโปรตีนสูงและต้นทุนต่ำกว่าธัญพืชทดแทน, ฟาร์มปศุสัตว์ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ไก่ และไก่ไข่ ได้ลดต้นทุนการเลี้ยงอย่างมีนัยสำคัญ จนถึงผู้บริโภค ได้รับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพดีขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ ได้ประโยชน์แบบ win-win ทั้งห่วงโซ่การผลิต 

เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักย้อนหลัง 5 ปี – ปัจจุบัน (2563–2568)
       ปี    กากถั่วเหลือง (บาท/กก.) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (บาท/กก.)     ปลาป่น (บาท/กก.)
     2563                 12.50                     8.50                     35
     2564                 14.00                    9.50                     38
     2565                 16.00                  11.00                     40
     2566                 18.00                  13.00                     42
     2567                 14.00                  13.80                     41
     2568               ~14.00          ~13.80–14.00                  ~41.00–42.00
         ที่มา : รวบรวมจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย 
หมายเหตุ : ปี 2567–2568 ราคากากถั่วเหลืองโลกลดลง จากผลผลิตล้นตลาดและภาษีการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ 
                   ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และปลาป่นมีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ถึงวันนี้ ต้นทุนเริ่มคลี่คลาย นี่คือโอกาสในการปรับโครงสร้างการผลิต จากผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่เนื้อสัตว์ไทยหันมาใช้กากถั่วเหลืองในประเทศมากขึ้น ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการนำเข้า ทั้งยังเป็นปัจจัยผลักดันในการส่งเสริมการเพาะปลูกถั่วเหลืองในประเทศ, เกษตรกรสามารถปรับสูตรอาหารสัตว์ให้ใช้กากถั่วเหลืองมากขึ้น แทนธัญพืชที่ต้นทุนสูง, พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอาหารสัตว์ที่ยั่งยืน, ลดการใช้วัตถุดิบจากการเผา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดฝุ่น PM2.5 และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

ส่วนผู้บริโภคไทยจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ คือ เนื้อสัตว์คุณภาพดีขึ้นจากการใช้วัตถุดิบโปรตีนสูง ราคาผลิตภัณฑ์มีเสถียรภาพมากขึ้น อาหารปลอดภัยจากการตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ ตลอดจนสนับสนุนการผลิตอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำคัญที่สุด คือ เมื่อต้นทุนลดลง คุณภาพเพิ่มขึ้น และการผลิตมีความยั่งยืนมากขึ้น จะเป็นการยกระดับความสามารถแข่งขันของเนื้อสัตว์ไทยในตลาดโลกพร้อมส่งต่อโปรตีนคุณภาพให้คนไทยทุกคนได้ “เต็มคำ” อย่างแท้จริง

โดย… แทนขวัญ มั่นธรรมะ นักวิชาการอิสระ

ยกของดีจากสวนสู่เมือง “เพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน”เซ็นทรัล ปากเกร็ด

“นิทรรศการและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เด่นองค์กรเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรีโครงการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีกิจกรรมหลักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตไม้ผล (มะนาว ทุเรียน กล้วยหอม)

จังหวัดเพชรบุรี เชิญชวนเที่ยวงาน “เพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน”ยกของดีจากสวนสู่เมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมจัดกิจกรรมภายใต้ “โครงการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี”จัดงานนิทรรศการและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เด่นองค์กรเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี “เพชรบุรี ฟรุ๊ต เฟส อร่อยทุกคำ ฉ่ำยกสวน” ระหว่างวันที่ 14 – 19 สิงหาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ภายในงานรวบรวมสุดยอดผลไม้ตามฤดูกาลและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปคุณภาพ จากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี กว่า 30 ร้านค้า โดยมีสินค้าที่ได้รับการรับรองคุณภาพและสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มาจัดแสดงและจำหน่ายอย่างครบครัน อาทิ ผลไม้เด่นประจำถิ่น สินค้าแปรรูป และของดีขึ้นชื่อที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี

นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว งานนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ อาทิ กิจกรรมนาทีทอง การแสดงดนตรีสด กิจกรรม “เพชรบุรีฟรุ๊ตชาเลนจ์”การแข่งขัน กินของเด่นเพชรบุรี การสาธิตการทำอาหาร เคล็ดลับทำอาหารเมือง 3 รสจากของดีเพชรบุรี รวมถึงนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งเพาะปลูกและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปจากจังหวัดเพชรบุรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหิ้วถุงผ้าแลกสินค้าเด่นและกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลมากมาย เพื่อสร้างความสนุกสนานและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง“ต้นข้าว อาร์ สยาม” เพื่อสร้างสีสันและความบันเทิงให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมาได้มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพของจังหวัดเพชรบุรี พร้อมสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นให้เข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี

ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมสัมผัสความอร่อยและคุณภาพของผลไม้ท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนสินค้าการเกษตรของดีเมืองเพชรบุรี พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกสนานมากมายภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 14 – 19 สิงหาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นบข.เคาะช่วยเหลือเกษตรกรนาปี-ปรังไร่ละพันกู้วิกฤติราคาตกต่ำ

‘นบข.’เคาะจ่าย​‘ไร่ละพัน’ทั้งข้าว​นาปรัง​-นาปี ช่วย​ชาวนา​ เหตุ​ราคา​ข้าว​ในตลาดโลก​ตกต่ำ​ ผลผลิต​ล้น​ เตรียม​แผนระยะยาว​ ปรับเปลี่ยนการผลิต​ภาคเกษตร​ ลดการอุดหนุน​ ให้​เกษตรกร​ยืนได้​

นายพิชัย ชุณหวชิร รอง​นายก​รัฐมนตรี​และรมว.​คลัง ​เป็น​ประธาน​การประชุม​คณะกรรมการ​นโยบาย​ข้าว​แห่งชาติ​ (นบข.) โดยมีวาระสำคัญ​ในการ​พิจารณา​ช่วยเหลือ​ชาวนาที่ประสบปัญหา​ราคา​ข้าว​ตกต่ำ​ ตามที่​กระทรวงพาณิชย์​เสนอ

นายพิชัย กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรัง จ่ายเงินสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังได้ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้วประมาณ 850,000 ราย คาดใช้งบประมาณราว 7,200 ล้านบาท พร้อมวางเงื่อนไขชัดเจนว่า ปีหน้ารัฐบาลจะไม่สนับสนุนการปลูกพันธุ์ข้าวที่ตลาดไม่ต้องการ และขอให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม โดยถือเป็นการช่วยเหลือ “ครั้งสุดท้าย” สำหรับข้าวนาปรังให้โชคแน่ๆ

ขณะที่ มาตรการสนับสนุน ชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปีฤดูกาลผลิตปี 68 / 69 ก็จะช่วยสนับสนุนตามโครงการไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ เช่นกัน โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 4.7 ล้านครัวเรือน ใช้งบประมาณมากกว่า 30,000 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้การให้เงินสนับสนุนครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ ขณะที่ระยะยาวรัฐบาลได้เตรียมแผนปรับโครงสร้างการผลิต เช่น ปรับพันธุ์ข้าวให้ตรงความต้องการของตลาดโลก เพิ่มผลผลิต ส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ และพัฒนาการตลาดร่วมกับต่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการอุดหนุนและทำให้เกษตรกรยืนได้อย่างมั่นคง

ขณะที่นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวพอใจกับโครงการที่รัฐบาลผลักดัน เพราะชาวนายังคงเผชิญต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขาย หากได้รับเงินช่วยเหลือก็จะพอประคองอาชีพได้บางส่วน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาข้าวในอนาคตอย่างใกล้ชิดโดยรัฐบาลเตรียมงบประมาณรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ครอบคลุมชาวนาทั่วประเทศ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกร เพื่อให้ถึงมืออย่างรวดเร็วและโปร่งใส

ฮือฮา!ลูกวัวประหลาดมี 1 ตัว 2 หัว 3 หู 4 ตา 4 ขา ชาวบ้านไม่พลาดแห่ขอหวยคึกคัก

หลังมีการนำภาพวัว 2 หัวมาแชร์ลงเฟสบุ๊ค  เกิดความฮือฮาขอหวยแห่ขอเสี่ยงโชคหลังมีแม่วัวท้องแก่ในฟาร์มวัวนมของแสงเดือนฟาร์มคลอดลูกในวันแม่ 12 ส.ค.68 ที่ผ่านมา โดยลูกที่คลอดเป็นเพศเมีย ใน1ตัว มี2หัว 4ตา 3 หู 4ขา หลังคลอดออกมาได้สักระยะก็เสียชีวิตลงในวันดังกล่าว เจ้าของจึงนำแช่เกลือดองไว้และถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียลจากนั้นมีคนทราบข่าวต่างมีเพื่อนบ้านทยอยมาดูและทำพิธีขอโชคลาภดังกล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ฟาร์มดังกล่าวได้พบกับ น.ส.แสงเดือน แจ้งจบ อายุ25ปี บ้านเลขที่136 หมู่18 ต.วะตะแบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิเจ้าของฟาร์มซึ่งกำลังอยู่กับเพื่อบ้านพร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้ มาบูชาขอโชคลาภกับลูกวัวแปลกประหลาดดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าลูกวัวดังกล่าวจจะมาให้โชค เพราะตั้งแต่ได้ลูกวัวนี้มาหวยออกตรงๆที่หวยฮานอยและหวยลาวมาแล้ว2งวด ซึ่งงวดวันที่16 สค.68นี้ จะนำเลขจากธูปมงคลไปเสี่ยงโชคกัน 301,351ทีตนมองเห็นซึ่งแต่ล่ะคนจะเห็นแตกต่างกัน

จากนี้ไปตนเองจะตั้งชื่อให้ลูกวัวแปลกว่า ใบบุญ และจะตากให้แห้งพร้อมนำแผ่นทองมาปิดและนำไปใส่ตูดไว้บูชาขอโชคลาภต่อไป ยอมรับว่าตั้งแต่เลี้ยงวัวมายังไม่เคยเจอลูกวัวแปลกประหลาดเช่นนี้เลยนี้เป็นครึ้งแรกเชื่อว่าน้องจะมาให้โชคแน่ๆ

หลักฐานชี้ชัด! ทหารเขมรปล่อยโดรนมิกาเซ่โผล่บินว่อนเหนือเขาสัตตะโสม

นายสวัสดิ์ ลุนผง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เผยแพร่ภาพพบโดรน มิกาเซ่ของเขมร 20 ลำ บินมาจากพนมประสิทโส บินว่อนเหนือเขาสัตตะโสม ที่ทหารไทยเพิ่งยึดคืนได้จากกองทัพกัมพูชาทำให้ชาวบ้านต่างจังหวัดผวาแตกตื่นเมื่อค่ำคืนวันที่ 13 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รักษาความสงบภายในหมู่บ้านได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ราษฎรดับไฟในบ้านเรือน และเฝ้าติดตามสถานการณ์ให้ใกล้ชิดและเตรียมตัวหลบภัยหากได้ยินเสียงปืนและการปะทะด้วย

สำหรับ เขาสัตตะโสมนั้น เมื่อยืนอยู่ผาหมออีแดง ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จะมองเห็นลิบๆ คนเราฝากสั่งกับภูมิมะเขือ ซึ่งเป็นยุทธภูมิของเขมรที่ถูกทหารไทยยึดมาได้สดๆร้อนๆ ที่ทหารเขมรจ้องจะยึดคืนให้ได้

โดรน มิกาเซ่ หรือเรียกว่าโดนพลีชีพ Kamikaze UAV หรือกระสุนลอยลำ LOitering munition คืออากาศยานไร้คนขับUAV ที่ออกแบบมาเพื่อพุ่งชนเป้าหมายและระเบิดตัวเองทำลายทั้งโดนและเป้าหมายพร้อมกัน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน