พระราชินีเสด็จฯ แทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

เมื่อวันที่  12 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พุทธศักราช 2568 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จขึ้นชานหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับการถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตญวนและจีน แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย

สร็จแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่บูชาพระรัตนตรัยที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงจุดเทียนที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ จากนั้น พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระราชอาส์น แล้วทรงจุดเทียนพระมหามงคลที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงจุดเทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปนพเคราะห์ที่โต๊ะหมู่ ด้านพระบรมวงศ์

จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๙ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ ๙๔ รูป เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทเสกน้ำพระพุทธมนต์

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดเทียนที่ฝาพระครอบพระกริ่งอุบาเก็ง ทรงประเคนพระครอบพระกริ่งอุบาเก็งแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ จนครบ ๙๔ รูป เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่เครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

“มิสยูนิเวิร์ส 2025” ร่วมกิจกรรมวันแม่ปลื้มเข้าพบ “พ่อเมืองภูเก็ต”

เมื่อเร็วๆนี้  ณ หอประชุมอดิศรภักดี ศาลากลางจ.ภูเก็ต บรรดาสาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 แต่งกายสวมชุดไทยสวยงาม เดินทางไปร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหา 2568

โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผวจ.ภูเก็ต ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางบุษดี สุวรรณรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจ.ภูเก็ต นำคณะร่วมถวายพระพร ก่อนที่พ่อเมืองภูเก็ตได้กล่าวต้อนรับและอวยพรให้นางงามทุกคนประสบผลสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง

จากนั้นเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงที่ ร้านตู้กับข้าว โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากพี่คิม-ธีระศักดิ์ ผลงาม และพี่กบ-ธนพัฒน์ นวลสกุล ผู้ถือสิทธิ์การประกวด และเจ้าภาพจังหวัดภูเก็ตจัดเมนูเด็ดไว้มากมาย ช่วงค่ำกับแฟชั่นโชว์ชุดราตรีผ้าไหมไทย

นอกจากกิจกรรมสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมและความกตัญญูแล้ว นางงามยังเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์ภูเก็ตในฐานะเจ้าภาพการจัดประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025” พาชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมทั้ง การแสดงที่ สยามนิรมิต นอกจากนี้ นางงามเรียนรู้การส่งเสริมความเป็นไทยอีกมากมาย

    # มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์
    # มิสยูเวิร์สไทยแลนด์ 2025 
    # MUT เก็บตัวภูเก็ต
    # สยามนิรมิต
    # จังหวัดภูเก็ต
    # MUT กิจกรรมวันแม่

ผู้การ ทพ. 35 ลงพื้นที่ท่าสองยางติดตามสถานการณ์การสู้รบเดือด เมียนมา-กะเหรี่ยง

ผู้การ ทพ. 35  ติดตามสถานการณ์การสู้รบทหารเมียนมา-กะเหรี่ยง และช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม

พ.อ.องอาจ สัมพันธ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกรมทหารพรานที่ 35 พร้อมด้วย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3506 นายทหารฝ่ายอำนวยการฯ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 305 กองกำลังนเรศวร และชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่ 3105 กอ.รมน.ภาค 3 สย.1 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง อ.ท่าสองยาง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง, ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย.ตชด.344 และส่วนราชการในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน จุดตรวจท่าข้ามธรรมชาติในพื้นที่ ริมแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-เมียนมาและฐานปฎิบัติการ

พร้อมทั้งตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในพื้นที่แก่ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ตามหลักมนุษยธรรม ณ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราววัดธรรมจาริกแม่สลิดหลวง บ้านแม่สลิดหลวง  หมู่.2 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งปัจจุบันมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว จำนวน 211 คน

สาวน้อยมหัศจรรย์ “เมกา กานเน” ผงาดคว้าแชมป์ “ยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์”

เมกา กานเน จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด คว้าแชมป์ยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์ ที่รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเอาชนะ บรูค ไบรเออร์แมนน์ เพื่อนร่วมชาติไป 4 และ 3 ในรอบชิงชนะเลิศแมตช์เพลย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2568
รายการยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์ ครั้งที่ 125 แข่งขันที่ แบนดอน ดูนส์ กอล์ฟ รีสอร์ต (แบนดอน ดูนส์ คอร์ส) เมืองแบนดอน รัฐโอเริกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคม 2568

โดยรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง เมกา กานเน วัย 21 ปี จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมือวางอันดับ 11 กับ บรูค ไบรเออร์แมนน์ วัย 22 ปี จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตทมืออันดับ 41 เพื่อนร่วมชาติ

รอบชิงชนะเลิศแข่งขันแมตช์เพลย์ 36 หลุม ซึ่ง กานเน เอาชนะไปได้ 4 และ 3 คว้าแชมป์ไปครองในการเล่นครั้งที่ 7 เธอรายการนี้ และเป็นครั้งที่ 15 รายการของสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา

กานเน กลายเป็นนักกอล์ฟจากมหาวิทยลัยสแตนฟอร์ดคนที่ 4 ที่คว้าแชมป์ ยูเอส  วีเมนส์ อเมจอร์ ต่อจากแอนน์ แซนเดอร์ ปี 1958, 1961, 1963 โจแอนน์ พาซีโย ปี 1983 และโรส จาง ปี 2020 

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ทำให้ เมกา กานเน ได้รับสิทธิ์เข้ารับแข่งขันรายการเมเจอร์ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ที่เดอะ ริเวรา คันทรี คลับ ในแปซิฟิก พาลาซาเดส รัฐแคลิฟอร์เนีย ปีหน้า พร้อมกับอีกสามเมเจอร์ ได้แก่ เชฟรอน แชมเปียนชิพ, เอวิยอง แชมเปียนชิพ และ วีเมนส์ โอเพ่น

รวมทั้งได้รับสิทธิ์แข่งขัน ยูเอส วีเมนส์ เวิลด์ อเมเจอร์ ทีม 2025 ซึ่งจะแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนตุลาคมนี้ และได้เข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่น ออกัสตา เนชันแนล วีเมนส์ อเมเจอร์ ปีหน้าอีกด้วย 

  เครดิตภาพ: USGA

ยกความอร่อยจากร้านหรูสู่ริมทาง “ร้านแกงไวน์พอร์ท”ขวัญใจคนแรงงาน

หลังจากมีเสียงล่ำลือกันปากต่อปาก ว่า ทานอิ่มท้อง แกงอร่อยถูกปาก ราคาถูกโดนใจมาก จึงลงพื้นที่เดินทางไปยัง “ร้านแกงไวน์พอร์ท” ตั้งอยู่ริมปากซอยธรรมสุธีร์ ถนนปทุมสายใน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เมื่อสั่งอาหารรับประทานแล้วต้องยอมรับว่าอร่อยสมกับคำล่ำลือจริงๆ

ร้านแห่งนี้บริการจัดการโดย “คุณประทุมวัลย์ วราศรี” หรือ มะเหมี่ยว นักธุรกิจร้านอาหารไวน์พอร์ท ริมน้ำเจ้าพระยา ที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หันมาลุยธุรกิจทำแกงริมทางอย่างเต็มตัวและต่อยอดมาถึงทุกวันนี้ เปิดใจว่า เมื่อปี 2562 เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนให้เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในเรื่องของอาหารการกินนั้น เนื่องจากร้านอาหารโดนปิดหมดตามมาตรการของรัฐบาล หลายคนหันมาใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อลดการเดินทางออกนอกบ้าน อันเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค

ร้านไวน์พอร์ท ริมน้ำเจ้าพระยา ก็เป็นร้านอาหารอีกร้านที่โดนผลกระทบ เป็นช่วงที่สาหัสที่สุดในชีวิต เพราะต้องประคองธุรกิจร้านอาหารและพนักงานให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ จึงผุดไอเดีย ทำแกงทำข้าวแกงขายและบริการส่งอาหารให้ถึงหน้าบ้าน และเป็นที่มาของ “ร้านแกงไวน์พอร์ท” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องหยุดอยู่ที่บ้านและอยากรับประทานอาหารอร่อยราคาย่อมเยา และต้องพยายามดูแลพนักงานให้ดีที่สุด ต้องไม่เอากำไรจากการขายของในช่วงนั้น แต่ต้องเลี้ยงพนักงานทุกคนให้อยู่รอด การสร้างขวัญและกำลังใจให้พนักงาน ว่าเราไม่ทิ้งพวกเขาแน่นอนแถมสนุกกับการทำงาน และทำให้เรายังมีรายได้ในการหล่อเลี้ยงพนักงานในช่วงนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

เมนูที่ร้านมีหลากหลายเมนู ประมาณ 40 เมนูต่อวัน อาทิ หมูผัดใบยี่หร่า พะแนงหมู พะแนงเนื้อ พะโล้ แกงคั่วหอยขม แกงหน่อไม้ แกงมัสมั่นไก่  ข้าวคลุกกะปิ ข้าวน้ำพริกปลาทู คั่วกลิ้งหมู หมูผัดไข่เค็ม ต้มจืดมะระ ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดผัก หอยตลับ ต้มกะทิสายบัวปลาทู แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงคั่วปลาดุก ผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวหมูทอด ข้าวไข่ข้นปูอัด ข้าวผัดกระเพรา ยำต่างๆ  ฯลฯ ขายในราคาไม่แพง

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ขายแกงริมทางมา 6 ปีแล้ว เป็นรายได้เสริมที่ดีเลย เริ่มเอาแกงมาวางขายประมาณ บ่าย 3 ถึง 3 ทุ่ม หยุดวันอาทิตย์วันเดียว ซึ่งตอนนี้ก็ขายแกงริมทางควบคู่กับการเปิดร้านอาหารไวน์พอร์ทไปด้วย เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

“ร้านแกงไวน์พอร์ท”คัดสรรเมนูเด็ดหลากหลายเมนู เหมือนสั่งจากร้านไวน์พอร์ท ริมน้ำเจ้าพระยา  ทุกเมนูจะต้องเต็มไปด้วยคุณภาพ รสชาติดี ราคาไม่แพง แม้วันนี้ร้านอาหารไวน์พอร์ทจะกลับมาเปิดบริการเป็นปกติแล้วก็ตาม แต่(มะเหมี่ยว)ยังคงเดินหน้าลุยธุรกิจแกงริมทางต่อไป เพราะนอกจากจะทำให้มีรายได้เพิ่มอีกหนึ่งช่องทางแล้วยังมีโอกาสได้เรียนรู้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มอีกด้วย

สนใจสั่งอาหาร Lineแอด @ wineport หรือโทร 095-9505150

“ฟาร์มหมอต้น” ตัวอย่าง เกษตรกรแนวหน้า คว้ารางวัล SME

“ฟาร์มหมอต้น”  ผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสุกร ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ที่วันนี้ดำเนินงานมาแล้ว 11 ปี  และสามารถพาธุรกิจขึ้นแท่นผู้ประกอบการยอดเยี่ยมระดับชาติ คว้า 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 SME National Awards 2025 และอีก 2 รางวัลพิเศษ คือ รางวัล SME แห่งชาติยอดเยี่ยม และรางวัล SME Sustainability & ESG Excellence ภายใต้โครงการ MSME National Awards 2025 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17

สะท้อนความสำเร็จในการบริหารจัดการ ที่ปฏิบัติตามแนวทาง TQA และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผ่านกระบวนการ “คิดและเติบโตไปด้วยกัน” ส่งต่อองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการแบบมืออาชีพอย่างเป็นระบบ

น.สพ.วรวุฒิ ศิริปุณย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟาร์มหมอต้น จำกัด กล่าวว่า “ฟาร์มหมอต้น” มุ่งมั่นผลิตสุกรครบวงจรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ใส่ใจความยั่งยืนระดับโลก การผลิตอยู่ภายใต้มาตรฐานทั้งด้านสุขอนามัย สวัสดิภาพสัตว์ และกระบวนการผลิต โดยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความยั่งยืนระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับชุมชน สังคมได้ จากจุดเด่นในการนำหลักการจัดการฟาร์มแบบบูรณาการมาประยุกต์ใช้จริง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนี้

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นยังได้แรงผลักดันจากซีพีเอฟ พันธมิตรที่ช่วยคิด พัฒนา และเติบโตไปด้วยกัน ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และระบบต่างๆ จากการที่ซีพีเอฟมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เช่น ไบโอแก๊ส  โซลาร์ รูฟท็อป รวมทั้งการสนับสนุนจากหน่วยงานพัฒนาศักยภาพลูกค้าและทีมขายอาหารสัตว์ภาคตะวันออก ทีมผู้เชี่ยวชาญบริการวิชาการ ทีมการตลาด ทีมสนับสนุน ที่สำคัญ คือ การถ่ายทอดแนวทางการบริหารองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (CP Excellence) จนฟาร์มสามารถยกระดับการจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้ง Supply Chain  สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG” น.สพ.วรวุฒิ กล่าว

บจ.ฟาร์มหมอต้น ผ่านการประเมินจากผู้สมัครกว่า 200 รายทั่วประเทศ สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการ SME ไทย ที่สามารถยกระดับธุรกิจเทียบเท่ามาตรฐานสากลได้ด้วยตนเอง โดยมีซีพีเอฟเป็นพันธมิตรร่วมทางสู่เป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืน แบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการที่ทันสมัย

สำหรับรางวัล SME National Awards มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจ MSME ให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยการปรับใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) เป็นฐานการพิจารณาให้เข้ากับบริบทของ MSME ครอบคลุมการบริหารจัดการ 7 ด้านสำคัญ ได้แก่ บทบาทของผู้บริหารในการนำองค์กร การวางแผนการดำเนินธุรกิจ การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด การวัด วิเคราะห์และจัดการความรู้ การบริหารทรัพยากรบุคคล  การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ปีนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ ร่วมกับ นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. โดยมี นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ และทีมงานฯ ร่วมแสดงความยินดี

จู่โจมตรวจ 2 วัดที่พิจิตร พระฉี่ม่วง 5 รูป จับสึก-ส่งบำบัด ขยายผลหาคนขายยาเสพติดให้วัด

พิจิตร-เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังตำรวจสภ.ตะพานหินลุยตรวจหาสารเสพติด2วัดเจอพระฉี่สีม่วง 5 รูปจับสึกทันที เตรียมขยายผลคนขายยาเสพติดให้ผู้ต้องหา

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ความคืบหน้าจากนโยบายของ นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในการปราบปรามยาเสพติดและจัดระเบียบวัด ซึ่งได้มอบหมายให้ นายสุพจน์  รัตนรุ่งเรือง  นายอำเภอตะพานหิน  ร่วมกับตำรวจ สภ.ตะพานหิน โดยให้ นายวงศธร บุตรเสน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลัง อส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะพานหิน กว่า 10 นาย เข้า ดำเนินการตามแผนปฎิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

โดยมีแผนการปฏิบบัติการตรวจปัสสาวะพระภิกษุสงฆ์และสามเณรในพื้นที่อำเภอตะพานหินจำนวน 36 วัด ซึ่งมีพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 232 รูป

โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เข้าทำการจู่โจมเข้าตรวจหาสารเสพติดที่วัด 2 แห่ง คือ วัดพฤกษะวันโชติการาม , วัดสันติพลาราม (หลวงพ่อศรี)  ผลการตรวจทั้ง 2 วัด คือ ที่ วัดพฤกษะวันโชติการาม พบพระฉี่สีม่วง 4 รูป ,  ที่ วัดสันติพลาราม (หลวงพ่อศรี) พบพระฉี่สีมม่วง 1 รูป สรุป 2 วัด รวมเจอพระฉี่สีม่วง 5 รูป

เบื้องต้นจึงได้พาตัวไปทำการสึกและได้นำตัวเข้าบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน รวมถึงตำรวจ สภ.ตะพานหิน จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาแหล่งผู้จำหน่ายยาเสพติดที่เข้ามาแพร่ระบาดในวัดดังกล่าวต่อไปอีกด้วย

‘หวาน หมูอบโอ่ง’สูตรเด็ด อร่อยถูกปาก ราคาโดนใจ เมนูฮิตคู่เมืองเชียงใหม่

กำลังกลายเป็นเมนูฮิตประจำจังหวัดเชียงใหม่ โดนใจทุกเพศวัย สามชั้นแดงไข่เค็มอบโอ่งสูตรเด็ด พร้อมหมูกรอบ-ไก่อบโอ่ง ของ “ร้านหวานหมูอบโอ่ง” หน้าตลาดแม่กวง อ.สันทราย จ. เชียงใหม่  ลูกค้าแห่ต่อคิวยาวเหยียดตั้งแต่เช้า หลังมีคลิปไวรัลบน #TikTok ส่งต่อความอร่อยจนต้องแจกบัตรคิว

ทุกวันทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าร้านต่างเต็มไปด้วยลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ รวมถึง ยังมีบางรายมายืนรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อให้ทันรอบแรกหลังโอ่งมังกรเปิดฝากลิ่นหอมฉุยกระจายไปทั่ว บางรายเผยว่า เป็นลูกค้ามานานกว่า 2 ปี เพราะติดใจหมูกรอบที่กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ด กลายเป็นความลงตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น แถมราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋า

คุณ สมศักดิ์ สุขเสริม หรือ “คุณอั่ว” วัย 38 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เดิมเคยเปิดคาร์แคร์ แต่ธุรกิจซบเซาหลังวิกฤตโควิด-19 จึงหันมาหัดทำหมูอบโอ่งจากคลิปยูทูบ ทดลองปรับสูตรจนได้รสชาติถูกปากเพื่อนฝูง ก่อนจะเริ่มเช่าที่เปิดร้านเล็กๆ หน้าตลาดแม่กวง จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเพิ่มเมนูข้าวราด ทำให้ลูกค้าขาจรมากขึ้นแบบปากต่อปาก

จากวันแรกที่ใช้หมูเพียง 50 กิโลกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันนี้ต้องเพิ่มเป็น 300 กิโลกรัมต่อวันแล้ว ขณะที่ไก่อบโอ่งจาก 30 ตัว ก็ขยับเป็น 60 ตัวต่อวันเช่นกัน พร้อมเพิ่มโอ่งอบจากไม่กี่ใบเป็น 8 ใบ และจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ส่วนเคล็ดลับของร้าน จะอยู่ที่การคัดวัตถุดิบดี บวกกับกรรมวิธีอบในโอ่งด้วยไฟ 200–300 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง ทำให้เนื้อหมูและไก่นุ่มฉ่ำ ไม่อมน้ำมัน และได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว

โดยเฉพาะเมนู #สามชั้นแดงไข่เค็ม” ที่หั่นเป็นเส้นก่อนอบในโอ่ง กลายเป็นเมนูขายดีสุดในช่วงนี้ หลังมีคลิปรีวิวแพร่ในโซเชียล ลูกค้าแห่จองคิวแน่นทุกวันจนทำแทบไม่ทัน แม้ไม่มีที่ให้นั่งกินในร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยินดีรอกลับบ้าน

ขณะที่เมนูอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน อาทิ หมูกรอบอบโอ่ง ขีดละ 60 บาท, ซี่โครงอบโอ่ง ขีดละ 50 บาท, หางหมูอบ 45–60 บาท, ไก่อบโอ่งตัวละ 160 บาท หรือแบบราดข้าวกล่องละ 50–70 บาท

“ไม่คิดเลยว่า การแค่ลองดูคลิปแล้วหัดทำ จะกลายมาเป็นร้านที่มีคนพูดถึงขนาดนี้” คุณอั่วกล่าว พร้อมชวนให้ทุกคนมาลองด้วยตัวเอง โดยที่ตั้งและเวลาเปิดบริการของร้าน “หวาน หมูอบโอ่ง” ตั้งอยู่หน้าตลาดสดแม่กวง ถนนเชียงใหม่–เชียงราย ขาออก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และเปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00–17.00 น.

สามชั้นแดงไข่เค็มติดเทรนด์! “หวาน หมูอบโอ่ง”อร่อยโดนใจคู่เมืองเชียงใหม่

กำลังกลายเป็นเมนูฮิตประจำจังหวัดเชียงใหม่ โดนใจทุกเพศวัย สามชั้นแดงไข่เค็มอบโอ่งสูตรเด็ด พร้อมหมูกรอบ-ไก่อบโอ่ง ของ “ร้านหวานหมูอบโอ่ง” หน้าตลาดแม่กวง อ.สันทราย จ. เชียงใหม่  ลูกค้าแห่ต่อคิวยาวเหยียดตั้งแต่เช้า หลังมีคลิปไวรัลบน #TikTok ส่งต่อความอร่อยจนต้องแจกบัตรคิว

ทุกวันทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าร้านต่างเต็มไปด้วยลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ รวมถึง ยังมีบางรายมายืนรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อให้ทันรอบแรกหลังโอ่งมังกรเปิดฝากลิ่นหอมฉุยกระจายไปทั่ว บางรายเผยว่า เป็นลูกค้ามานานกว่า 2 ปี เพราะติดใจหมูกรอบที่กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ด กลายเป็นความลงตัวที่หาไม่ได้จากที่อื่น แถมราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋า

คุณ สมศักดิ์ สุขเสริม หรือ “คุณอั่ว” วัย 38 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เดิมเคยเปิดคาร์แคร์ แต่ธุรกิจซบเซาหลังวิกฤตโควิด-19 จึงหันมาหัดทำหมูอบโอ่งจากคลิปยูทูบ ทดลองปรับสูตรจนได้รสชาติถูกปากเพื่อนฝูง ก่อนจะเริ่มเช่าที่เปิดร้านเล็กๆ หน้าตลาดแม่กวง จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเพิ่มเมนูข้าวราด ทำให้ลูกค้าขาจรมากขึ้นแบบปากต่อปาก

จากวันแรกที่ใช้หมูเพียง 50 กิโลกรัมต่อวัน แต่ปัจจุบันนี้ต้องเพิ่มเป็น 300 กิโลกรัมต่อวันแล้ว ขณะที่ไก่อบโอ่งจาก 30 ตัว ก็ขยับเป็น 60 ตัวต่อวันเช่นกัน พร้อมเพิ่มโอ่งอบจากไม่กี่ใบเป็น 8 ใบ และจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ส่วนเคล็ดลับของร้าน จะอยู่ที่การคัดวัตถุดิบดี บวกกับกรรมวิธีอบในโอ่งด้วยไฟ 200–300 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง ทำให้เนื้อหมูและไก่นุ่มฉ่ำ ไม่อมน้ำมัน และได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว

โดยเฉพาะเมนู #สามชั้นแดงไข่เค็ม” ที่หั่นเป็นเส้นก่อนอบในโอ่ง กลายเป็นเมนูขายดีสุดในช่วงนี้ หลังมีคลิปรีวิวแพร่ในโซเชียล ลูกค้าแห่จองคิวแน่นทุกวันจนทำแทบไม่ทัน แม้ไม่มีที่ให้นั่งกินในร้าน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยินดีรอกลับบ้าน

ขณะที่เมนูอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน อาทิ หมูกรอบอบโอ่ง ขีดละ 60 บาท, ซี่โครงอบโอ่ง ขีดละ 50 บาท, หางหมูอบ 45–60 บาท, ไก่อบโอ่งตัวละ 160 บาท หรือแบบราดข้าวกล่องละ 50–70 บาท

“ไม่คิดเลยว่า การแค่ลองดูคลิปแล้วหัดทำ จะกลายมาเป็นร้านที่มีคนพูดถึงขนาดนี้” คุณอั่วกล่าว พร้อมชวนให้ทุกคนมาลองด้วยตัวเอง โดยที่ตั้งและเวลาเปิดบริการของร้าน “หวาน หมูอบโอ่ง” ตั้งอยู่หน้าตลาดสดแม่กวง ถนนเชียงใหม่–เชียงราย ขาออก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และเปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00–17.00 น.

เปิดตัว! 3 แคนดิเดตว่าที่ “แม่ทัพภาคที่ 2” คนใหม่

นับถอยหลังอีก 50 วัน หลัง พล.ท.บุญสิน เกษียณ เราคงได้เห็นแม่ทัพภาค 2 คนต่อไป  ซึ่งเต็งหนึ่ง และอาวุโสอันดับ 1 คือ “รองเติ่ง” พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์  รองแม่ทัพภาค 2  เพื่อน ตท.26 ของ พลโท บุญสิน  และ เป็น เพื่อนของ บิ๊กปู พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์  ผู้บัญชาการทหารบก  พลตรี วีระยุทธ เติบโตจาก อิสานใต้  และเคยผ่านตำแหน่งหลักในสายกำลังรบ มาจนเป็น ผบ.พล ร.6 และ ผบ.กกล.สุรนารี มีประสบการณ์ในพื้นที่อิสานใต้มากมาย บุคคลิกนิ่งๆพูดน้อยตามสไตล์ทหารนักรบ   และการสู้รบกับกัมพูชารอบนี้ รองเติ่งก็เป็นผู้สั่งการรบอยู่ส่วนหน้า

อันดับ 2 คือ พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค 2 เตรียมทหารรุ่น 26 รุ่นเดียวกับ ผบ.ทบ.ปู และ แม่ทัพกุ้ง เช่นเดียวกับ พล.ต.วีระยุทธ รักศิลป์ แต่ลำดับอาวุโสน้อยกว่า พล.ต.วีระยุทธ  โดย พล.ต.นรธิป ขยับจากขึ้นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นรองแม่ทัพภาค 2 เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา จึงเป็นรองแม่ทัพภาค 2 และมีอาวุโสลำดับที่ 2

อันดับ 3 คือ “รองณัฏฐ์”  พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์  รองแม่ทัพภาค2  เตรียมทหารรุ่นที่ 27 ที่เติบโตจากอิสานใต้ ผ่านมาทุกตำแหน่ง คุมกำลัง  ทั้งผู้การทหารพราน และทหารหลัก แถมเป็นคนสุรินทร์ พูดภาษาเขมร สื่อสารได้ เคยได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว ศิษย์เก่าดีเด่นโรงเรียนเตรียมทหาร

ต้องจับตาดูอีก 50 วัน ว่าผู้ที่จะขึ้นมาทำหน้าที่แม่ทัพภาคที่2คนต่อไป จะมีการพลิกโผหรือไม่ หลังจากหลายฝ่ายมั่นใจว่า ณ นาทีนี้ แม่ทัพภาค2คนใหม่จะเป็นใครไม่ได้ นอกจากพลตรี วีระยุทธ รักศิลป์

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน