มวยสากลไทยคว้า3ทองอายุรุ่น19ปีศึกมวยสากลยู19ยู22ชิงแชมป์เอเชีย

ทีมมวยสากลอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าชิง 3 คน คว้าเหรียญทองได้ครบ 3 เหรียญทองในรายการชิงแชมป์เอเชีย สมาคมพร้อมผลักดันขยับขึ้นชุดใหญ่ต่อไป 

ทีมกำปั้นไทยไทย ชกลุ้น 3 เหรียญทอง

รุ่น48 กิโลกรัมหญิง  นางสาว จีรนันท์  ดาบพลหาร มุมน้ำเงิน นักชกสาวจากบุรีรัมย์ พบ มาฟทูนา มูซูร์โมโนวา นักมวยอุซเบกิสถาน

2 ยก จีรนันท์ ออกหมัดแลกกับคู่ชก สูสี คะแนนเสมอกัน ต้องมาวัดกันในยกสุดท้าย โดยจีรนันท์ เปลี่ยนเกมมาเดินบุกรัวหมัดที่ลำตัวและเป็นฝ่ายได้รับการชูมือ เอาชนะคะแนนไป 4 ต่อ 1 เสียง คว้าแชมป์มาครองรายการแรกในชีวิต
ซึ่งเจ้าตัวตั้งเป้าหมายต่อไปคืออยากติดทีมชาติชุดใหญ่

50 กิโลกรัมชาย  เกียรติศักดิ์ สุขวี พบ
คลาร์ก วิเซร่า จากฟิลิปปินส์ 

ยกแรก  ต้นยก เกียรติศักดิ์ พลาดโดนนับ คะแนน ยกนี้แพ้ 1 ต่อ 4 เสียง

ยก 2   เกียรติศักดิ์ แก้เกม มาชิงต่อยก่อน ซึ่งก็ทำได้ดี ทำคะแนนตีตื้นมาเสมอกัน ต้องตัดสินยกสุดท้าย และเป็น เกียรติศักดื์ ที่ถอยดักจิ้มหมัดหลังเล่นงานนักชกฟิลิปปินส์เดินเบียดจะออกหมัดชุด ครบ เกียรติศักดิ์ เอาชนะคะแนน 5 ต่อ 0  คว้าเหรียญทองที่ 2 ให้กับทีมไทย

รุ่น 55 กิโลกรัม กรังปรี โบขุนทด มุมแดง พบ เผิง เจียเฟิง จากไทเป 

คู่นี้เป็น กรังปรี ที่อาศัยจัวหวะฝีมือ จิ้มหมัดใส่คู่ชกและ ได้นับในยก 2 และเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป 5 ต่อ 0 เสียง คว้าเหรียญทองที่ 3 ให้กับทีมมวยสากล อายุไม่เกิน 19 ปีไทย

กับผลงานที่ได้ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคม ค่อนข้างพอใจและชื่นชมกับฟอร์มการชกโดยเฉพาะกรังปรี หลังจากนี้ก็จะส่งเสริมพัฒนาทั้ง 3 คนต่อไป

นอกจาก 3 เหรียญทอง รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี  ในวันพรุ่งนี้ ทีมมวยสากลไทย ยังมีลุ้นแชมป์เอเชีย อีก 2 เหรียญทอง จาก  54 กิโลกรัมหญิง ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง และ 48 กิโลกรัมชาย ฐิติวัฒน์ โพล้งอุไร 

กระบี่ชวนเที่ยวเชิงเกษตรแบบมีสไตล์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงาน“Krabi Agro Fest” ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ (พืชสวน) ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมี นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย นางสาวโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกระบี่, นางอารีย์ ศิริรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน นักท่องเที่ยว และประชาชน เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ร่มรื่น เต็มไปด้วยพันธุ์พืชหลากหลายชนิด ตามแบบฉบับของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายอังกูร กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ๆ สวยงาม โอบล้อมไปด้วยภูเขาอันเป็นอัตลักษณ์ของกระบี่ ทั้งยังมีศูนย์พืชสวนที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ซึ่ง ททท. สำนักงานกระบี่ ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร “Krabi Agro Fest” ในครั้งนี้ขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวและช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือ Green Season ผ่านการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ เช่น แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร เส้นทางอาหาร นอกเหนือจากหาดทราย ชายทะเล แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลักของกระบี่อยู่แล้ว

ด้าน นางสาวโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นอีกสินค้าทางการท่องเที่ยวของกระบี่ที่สามารถสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น การจัดงาน Krabi Agro Fest ในครั้งนี้ เหมือนเป็นการยกระดับสินค้า เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ได้มีโอกาสทางการตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า ด้วย Concept การจัดงานแบบ From farm to table ต่อยอดด้วยการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางอาหาร From table back to farm

ทั้งนี้ ภายในงานมีการออกบูธมากกว่า 40 บูธ ทั้งการออกร้านจำหน่ายอาหาร การจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าเกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิค) สินค้า GI เช่น ทุเรียน กาแฟ และกิจกรรม Workshop ที่มีให้เลือกทำมากมาย เช่น การเพาะผักงอกแบบต้นอ่อน การปลูกผักสลัดในกระถาง การขยายพันธุ์สับปะรดสี การจัดดอกไม้สดสไตล์ญี่ปุ่น ช้อปปิ้งแล้วลุ้นรางวัลรายการนำเที่ยว ห้องพักสุดหรูที่เกาะลันตา เป็นต้น ซึ่งเป็นการจัดงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Krabi Go Green ซึ่งงาน Krabi Agro Fest จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–12 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 18.00 น. ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ ตลอดช่วงวันหยุดยาวอีกด้วย

“พาเลซ”แม่นโทษดับซ่า “หงส์แดง”คว้าถ้วยการกุศลครั้งแรก

“หงส์แดง”ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ ลีก 2025 ชวดครองโล่การกุศล “คอมมูนิตี ชิลด์” อย่างน่าเสียดาย หลังพ่ายดวลจุดโทษแก่ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ 2-3 (ครบ 90 นาที เสมอ 2-2) ที่สนามเวมบลีย์ วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เปิดเกมมาครึ่งแรก เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ส่งเสียงเฮลั่นสนาม เพราะแค่ 4 นาที ฮูโก เอกิติเก พลิกหาช่องแล้วกดลูกเรียดด้วยขวา เสียบมุมเสาไกลคมกริบ ขึ้นนำ 1-0 สกอร์เกือบไหลนาที 14 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดทะลุถึงเสาสอง โคดี กักโป ชาร์จจ่อๆ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวาร ป้องกันไว้ได้

นาที 17 ปราสาทเรือนแก้วได้จุดโทษ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก กัปตันทีม สกัด อิสไมลา ซาร์ ล้มลง ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา สังหารตีเสมอ 1-1 ทว่าดีใจอยู่ 4 นาที เจเรมี ฟริมปง แบ็กขวา กระชากหนีตัวประกบ ชิปเหมือนเจตนาเปิด บอลย้อยข้ามมือ ดีน เฮนเดอร์สัน จบครึ่งแรกปราสาทเรือนแก้วตามหลัง 1-2

เปิดกมใสครึ่งหลัง เกมรุก ทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กดดันจน อลิสสัน เบ็คเกอร์ นายทวาร ต้องออกแรงเซฟลูกอันตรายหลายครั้ง กระทั่งนาที 77 โคดี กักโป เสียบอลแดนกลาง อดัม วอร์ตัน ตวัดจ่ายตามน้ำให้ อิสไมลา ซาร์ ยิงตีเสมอ 2-2 ครบ 90 นาที ต้องยิงจุดโทษตัดสิน

ปรากฏว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ 3 ผู้เล่น “หงส์แดง” สังหารพลาด ขณะที่ พาเลซ ยิงเข้าเป้า 3 จาก 5 คน จึงเอาชนะไป 3-2 ครองแชมป์คอมมูนิตี ชิลด์ ครั้งแรกของสโมสร และเป็นแชมป์หน้าใหม่ครั้งแรก ตั้งแต่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ปี 1978

สกัดแรงงานเถื่อน!ตร.จับ 9 แรงงานกัมพูชาลอบเข้าไทย

พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. (ปราจีนบุรี-สระแก้ว)กล่าวว่า ชุดจับกุมสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ตำรวจทางหลวงปราจีน – สระแก้ว )หน่วยฯสระแก้วได้ทำการจับกุม 9 กัมพูชา 1ไทย!   เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขับขี่รถวิทยุตรวจการณ์ออกตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องอาชญากรรมในเขตพื้นที่รับผิดชอบบริเวณ ทล.33 (หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีสระแก้ว) กม.232-233 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิชิ  สีดำ (เทา-ดำ) หมายเลขทะเบียน ฒฉ 7973 กรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะขนของต้องสงสัย และมีเงาบุคคลภายในรถเยอะผิดปกติ ลักษณะผิดสังเกต จึงได้ส่งสัญญาณให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุด เพื่อขอทำการตรวจสอบ โดยก่อนทำการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจ จึงเริ่มทำการตรวจสอบด้วยความสมัครใจของผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว

ผลการตรวจสอบพบ นายสาธิต จันทะศรี แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจสอบภายในรถ พบชาวกัมพูชา 9 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 2 คน     จากการตรวจสอบชาวกัมพูชาทั้ง 9 คน  ( นายวันนี   อายุ 19 ปี    สัญชาติ กัมพูชา  นายเชิน  อายุ 50  ปี    สัญชาติ กัมพูชา  นายชาน  อายุ 23  ปี    สัญชาติ กัมพูชา   นายเจียน  อายุ 30  ปี    สัญชาติ กัมพูชา   นายเผือก  อายุ 25  ปี    สัญชาติ กัมพูชา   นายปอด  อายุ 21  ปี    สัญชาติ กัมพูชา นายทูน  อายุ 30  ปี    สัญชาติ กัมพูชา   นางนา   อายุ 37  ปี     สัญชาติ กัมพูชา  น.ส.นิด  อายุ 18  ปี    สัญชาติ กัมพูชา )   ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ นายสาธิตหรือธิต (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 49 ปี   ม.3 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ    ทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดต้องถูกจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้ นายสาธิตหรือธิต จันทะศรี (ผู้ถูกจับที่ 1) ทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำ นายสาธิตหรือธิต ฯ และชาวกัมพูชา พร้อมรถยนต์คันดังกล่าวมาที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว    เพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง โดยได้ให้นายเผือก (ล่ามแปลภาษา) ที่สามารถสื่อสาร และเข้าใจภาษากัมพูชาและภาษาไทยได้ดี เป็นล่ามแปลภาษา จากการสอบถามทราบชื่อผู้ถูกจับที่ (2)นายวันนี (3)นายเชิน  (4)นายชาน (5)นายเจียน (6)นายเผือก (7)นายปอด (8)นายทูน (9)นางนา (10)น.ส.นิด ไม่มีเอกสารหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับว่าเดินทางมาจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทยผ่านทาง ชายแดนจังหวัดสระแก้ว   เพื่อไปทำงานก่อสร้างที่ จังหวัดสมุทรปราการ และ  จากการสอบถาม นายสาธิตหรือธิต ฯ ผู้ถูกจับที่ (1) ให้การว่าตนเป็นผู้รับจ้างมาจากบุคคลชื่อ เบ้น โดยได้รับค่าว่าจ้าง จำนวน 1,500บาท ให้มารับชาวกัมพูชา ผู้ถูกจับที่(2-10) จาก ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ไปส่งที่ด่านถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

โดยทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับที่  (2-10) ทราบผ่านล่ามว่า     การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิให้ทราบตามกฎหมาย ผู้ถูกจับที่ 1-10 ทราบ   และเข้าใจเป็นอย่างดี โดยผู้ถูกจับที่ (2-10) มี นายเผือก เป็นล่ามแปลภาษาให้เข้าใจในข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ จากนั้นจึงได้ตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดย… มานิตย์ สนับบุญ  / ปราจีนบุรี  

“สิบโท ปรีชา เสือบัว”เล่านาทีชีวิต รอดตายปาฎิหาริย์บนยอดภูมะเขือเชื่อคุณพระคุ้มครอง

อุทัยธานี-“สิบโท ปรีชา เสือบัว” หัวหน้าชุดประจำยอดภูมะเขือ เล่าวินาทีชีวิต ทหารกัมพูชายิงเครื่องระเบิด ค.82 ตกใส่บังเกอร์ร่างลอยกระเด็นรอดตายปาฎิหาริย์เชื่อหลวงพ่อเดิม-หลวงพ่อยูรที่ห้อยคอคุ้มครองชีวิต ขณะที่พ่อแม่ญาติ ถือธงชาติไทยให้กำลังใจลูกชายที่ปลอดภัย

เมื่อเวลา 16.00.น.ของวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 12 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี บ้านของทหารอายุ 24 ปี ยศสิบโท ชื่อปรีชา เสือบัว หัวหน้าชุดหมู่ปืนเล็กหมวดปืนเล็ก สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายจิรประวัตินครสวรรค์ โดยได้พบกับพ่อและแม่ของ ทหารปรีชา ชื่อนายเพลิน เสือบัว อายุ 55 ปี และนางระพีวรรณ นาคบุตร อายุ 50 ปี พร้อมกับญาติๆได้ถือธงชาติไทย ให้กำลังใจ  ทหารปรีชา ซึ่งเป็นทหารมาได้เพียง 4 ปี

และรักอาชีพของการเสียสละเพื่อประเทศชาติ ได้ดำรงตำแหน่งอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา สถานที่ช่องบกยอดภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องระเบิดค.82 ของฝั่งทางกัมพูชายิงเข้ามา ในวันที่ 28 ก.ค.68 จนได้รับบาดเจ็บที่ตาข้างซ้าย รวมเพื่อนอีกสามคนได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย ตอนนี้ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว จนทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง และได้วีดีโอคอล สอบถามเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา

ล่าสุดวันนี้ทางพ่อแม่และญาติๆได้ถือธงชาติไทยยืนหยัดให้กำลังใจทหารผู้กล้าของอ.ลานสัก  พร้อมกับวีดีโอคลอ ไปหาทหารปรีชา ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยทหาร ปรีชา ได้เปิดเผยอย่างสุดระทึก ขณะนั้นได้ประจำการอยู่ที่หน่วยดังกล่าว ได้ยินเสียงเครื่องระเบิดของทางฝั่งกัมพูชายิงเข้ามา จังหวะนั้นตนเองอยู่ที่บังเกอร์ และได้ถอยตัวออกมาครึ่งหนึ่ง เพื่อให้ลูกน้องเข้าไปหลบอยู่ในบังเกอร์

ขณะเดียวกันเครื่องกระสุนทางฝั่งกัมพูชานั้นได้ถล่มเข้ามาทันที จนทำให้ร่างของตนเองนั้นลอยกระเด็นออกไป โดยไม่รู้สึกตัว จนมาทราบอีกทีว่าตนเองนั้นได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาข้างซ้าย และที่ตนเองรอดตายมาได้ตนเองพกของขลัง หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อยูร และหนังเสือ วัดพนมเศษเหนือ จ.นครสวรรค์ และหลวงพ่อเคลือบ วัดหนองกระดี่ จ.อุทัยธานี ที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา และเชื่อว่าที่น่าจะแคล้วคลาดเพราะสิ่งนี้

นอกจากนี้ทหารปรีชายังกล่าวทิ้งท้ายว่า หากตนเองต้องบาดเจ็บอวัยวะส่วนไหน ตนเองก็ยอม แต่จะไม่ยอมเสียชาติ และพยายามติดต่อไปทางหัวหน้าเพื่อไปขอรับใช้ชาติต่อ แต่ทางหัวหน้าขอให้ตนเองนั้นรักษาตัวก่อน เนื่องจากตอนนี้ ได้มีกำลังเพียงพอ หากต้องการตนเอง ตนเองก็พร้อมจะไปต่อสู้เพื่อชาติต่อไป

บอลหญิงไทยติวเข้มหวังล้มเจ้าถิ่น “เวียดนาม”คว้าแชมป์กลุ่มอาเซียน2025

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนาม VIN 1 เมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ลงฝึกซ้อมต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแข่งขัน ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2025 (ASEAN Women’s MSIG Serenity Cup 2025) รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่สาม พบกับ เวียดนาม ในวันที่ 12 สิงหาคม นี้

สถานการณ์ในรอบแบ่งกลุ่ม ของกลุ่มเอ หลังจบสองนัดแรก ไทย และ เวียดนาม ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเก็บหกแต้มเต็ม โดยจะวัดแชมป์กลุ่มกันในนัดสุดท้าย 

การฝึกซ้อมครั้งนี้ “ฟูโตชิ อิเคดะ” หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น เน้นไปที่การแบ่งผู้เล่นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและแก้ไขข้อผิดพลาดจากเกมที่แล้ว ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที

ก่อนการฝึกซ้อม “ธวันรัตน์ พรมทองมี” กองกลางจากสโมสรฟุตบอลหญิงจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “เกมกับกัมพูชาเมื่อวานนี้เป็นเกมที่สนุกถึงแม้อากาศจะร้อนแต่ทุกคนช่วยกันทำได้ดี เราสามารถเก็บชัยชนะได้สองนัดติดต่อกัน ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้พอสมควร อยากให้ทุกคนมั่นใจในตัวเองเวลาลงไปเล่นค่ะ”

“ส่วนตัวสามารถทำประตูได้สองทั้งสองเกมแรกรู้สึกดีใจและมีความมั่นใจมากขึ้นในการลงเล่นนัดต่อๆไปค่ะ เกมนัดที่สามที่เราจะเจอกับเวียดนามหนูคิดว่าเรายังต้องปรับเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ และการจบสกอร์ที่ต้องเฉียบคมกว่านี้”

“หนูไม่ได้กังวลกับการเจอเจ้าภาพอย่างเวียดนามที่แฟนบอลจะเข้ามาเยอะ อยากให้เสียงเชียร์นั้นเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนอยากที่จะเก็บชัยชนะ เป้าหมายของหนูในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มคือต้องเก็บสามแต้มและเป็นแชมป์กลุ่มให้ได้ อยากแฟนบอลชาวไทยเป็นกำลังใจให้พวกหนูด้วยนะค่ะ”

โปรแกรมการแข่งขันของฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย มีดังนี้

🗓 12 สิงหาคม 2568
🇻🇳 เวียดนาม พบ ไทย 🇹🇭
⏰ 19.30 น. 
🏟️ ลัช ไช สเตเดียม

📺 ถ่ายทอดสดทาง : ททบ.5 HD, AIS PLAY, BG Sports, True Visions Now, เพจ FA Thailand, Thai Women’s Football และ Youtube ช้างศึก

📷 : Sony Alpha 1, Gmaster Lens Sony – Digital Camera Thailand

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #Chabakaew #Womensfootball #ฟุตบอลหญิง #ชบาแก้ว #ทีมชาติไทย #ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย #บอลหญิง #ฟุตบอลไทย #บอลไทย #ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน #ASEANWomensMSIGSerenityCup2025 #MSIGSerenityCup #ASEANWomensChampionship #ASEANUtdFC

ชายแดนคลายตึงเครียด!ปิดศูนย์อพยพกันทรลักษ์ส่งผู้ลี้ภัยกลับภูมิลำเนา

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ”ปิดศูนย์อพยพ”อำเภอกันทรลักษ์พร้อมจัดรถนำส่งกลับบ้านอย่างอบอุ่น  

นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายท้องที่ท้องถิ่นได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจศูนย์อพยพอำเภอกันทรลักษ์แห่งใหม่ ซึ่งจัดขึ้นภายในวัดบ้านนากันตม ตำบลสังเม็ก มีประชาชนจากตำบลเสาธงชัยและตำบลภูผาหมอก ได้ย้ายออกจากวิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ มาพักประมาณ 600 คน   ก่อนที่จะปิดศูนย์อพยพอำเภอกันทรลักษ์อย่างเป็นทางการ ทางเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดได้ให้ความรู้ในการสังเกตุถึงความผิดปกติของบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย

โดยเฉพาะร่องรอยหรือการทะลุของเพดานบ้าน  อาจมีวัตุอันตายตกค้างอยู่ภายในบ้าน ให้รีบแจ้งฝ่ายท้องที่ท้องถิ่นได้ประสานหน่วยเก็บกู้มาตรวจสอบและนำไปทำลายต่อไป โดยห้ามไปแตะต้องหรือจัดการเองอย่างเด็ดขาด 

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนหนีภัยอันตรายมาพักพิงในศูนย์ผู้อพยพอย่างอบอุ่น ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือและพลัง “บวร” บ้าน วัด ราชการ โรงเรียน ได้ดูแลความเป็นอยู่ทั้งด้านอาหาร ด้านสุขภาพกายและใจ ด้านความปลอดภัย ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่างอบอุ่นจนกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมกับได้ร่วมกันส่งผู้อพยพเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยกันทุกคน    

นับเป็นบรรยากาศแห่งความสุขและความดีใจสุดๆ ที่ผู้อพยพทุกครอบครัวจะได้เดินทางกลับบ้านตนเอง เพื่อไปดูแลบ้านเรือนและทรัพย์สินต่างๆ ตลอดจนสัตว์เลี้ยง  ซึ่งหลายครอบครัวยังคงวิตกกังวลเรื่องภาระค่าใช้จ่าย ทั้งหนี้สิน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อีกทั้งรายได้ที่ต้องสูญเสียไปในช่วงเกิดเหตุการณ์สู้รบ ทั้งร้านค้าขายของชำ สินค้าภายในร้านเสียหายหมด หรือ ยางพาราไม่ได้กรีด เป็นปัญหาที่หลายครอบครัวต่างสะท้อนให้รัฐบาลและทางจังหวัดเร่งหาทางช่วยเหลือด้วย

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ต้องมนต์เสน่ห์ “พะเยา”เที่ยวไหว้พระอิ่มบุญ ชมวัดงามสไตล์เมืองล้านนา

ททท.ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวพะเยา ชวนเปิดประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวมุมมองใหม่กับแกรนด์โมเมนต์แห่งความทรงจำ ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาขอพร “หลวงพ่อศิลา” กลางกว๊านพะเยา (ทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ของทุกเดือน) ณ วัดติโลกอารามอ.เมือง จังหวัดพะเยา “เมืองทะเลสาบน้ำจืด”

เที่ยวจังหวัดพะเยา 9 หน้าตลอดปี 2569 กับ “เที่ยว9อำเภอ9วัด9สิ่งต้องมาทำ ณ วัดเก่า-เกาะกลางกว๊านพะเยา”

นายสมชาย  ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กิจกรรมแกรนด์โมเมนต์แห่งความทรงจำ ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาขอพร “หลวงพ่อศิลา” กลางกว๊านพะเยา นี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year ปี 2568 และสานงานต่อยอดสู่ปี 2569

ภายใต้แนวคิด Change Unknown to Unforgettable จากแคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” สู่ “สุขทันที ฤดูนี้ ฤดูเหนือ NORTHERN GREEN 2026” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆมุมมองใหม่ที่ดีๆ ในช่วงเวลาสุดพิเศษ มีความหมายและสร้างความประทับใจมิรู้ลืม Grand Moment ได้ออกแบบไว้ 3 Theme คือ

#Grand Moment of Giving โมเมนต์ความสุขในการให้ และประทับใจที่ได้รับจากการให้ตนเอง สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม 

#Grand Moment Of Memory โมเมนต์แห่งความทรงจำ และความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

#Grand Moment Of Miracle โมเมนต์แห่งความมหัศจรรย์ จากการพบเจอธรรมชาติที่น่าทึ่ง  ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนงานประเพณีเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา “หนึ่งเดียวในโลก”ที่จัดขึ้นปีละ 3 ครั้งในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ที่มีอยู่เดิม เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกับประสบการณ์ ใน Moment แห่งความทรงจำ “ครั้งหนึ่งในชีวิต”

ที่ได้มาไหว้พระขอพร “หลวงพ่อศิลา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อายุเกือบ 1,000 ปี ที่มีความสง่างาม และเลื่องชื่อในด้านความศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดติโลกอาราม เกาะกลางกว๊านพะเยา-ทะเลสาบน้ำจืด เพื่อกระตุ้นให้เกิดความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวและกระจายตัวนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดพะเยาได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา จึงได้มีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายศรัทธามาร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา “เมืองทะเลสาบน้ำจืด” ภายใต้แนวคิด Grand Moment แห่งความทรงจำ

โดยส่งมอบประสบการณ์ครั้งใหม่ ไปพร้อมๆ กับสัมผัสความงดงามตามธรรมชาติของกว๊านพะเยาและวัฒนธรมของจังหวัดพะเยา ททท.จึงได้ร่วมกับจังหวัดพะเยา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรมนี้ ในทุกวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน ในช่วงเวลา 17.00 -19.00 น. ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา  อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ขับเคลื่อน “ท่องเที่ยวเมืองพะเยา9หน้าตลอดปี2569” กับ“เที่ยว9อำเภอ9วัด9สิ่งต้องทำ ณ วัดเก่า-เกาะกลางกว๊านพะเยา” ทุกเดือนต่อไป

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 นางธนัญญา  เชิดโฉม หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม Kick Off เปิดตัว “ครั้งแรก” กิจกรรม Grand Moment แห่งความทรงจำ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ต้องมาขอพร “หลวงพ่อศิลา” ทุกวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ ของทุกเดือน  โดยได้รับเกียรติจาก  นายกิจภพ  กัณฑ์มิตร รองนายกเทศมนตรีเมืองพะเยา ผู้แทนนายกเทศมนตรีเมืองพะเยา เป็นประธานเปิดงานฯ  พร้อมด้วย นางสาว ธนวันต์  ชุมแสง ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา, นางมุกดารัตน์ สุวรรณรัตน์ สถิติจังหวัดพะเยา

 นางธนพรรธน์  สุขตั๋ว หัวหน้าสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา, นางสาวตฤนภร  กันทะโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนจังหวัด, นายณรงค์ชัย สุทธิกุลบุตร  ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดพะเยา, นางธนัยนันท์ พัฒน์จิรวัชร ประธานชมรมวิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์เชียงราย, นายกันตพลษ์  ธนเนืองโรจน์  ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (TTPA)

นายสัญญาพุฒิ  เกิดบัณฑิต รองนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)

นางสาวสุมาลี  ว่องเจริญกุล สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.),

นางสาววัลย์ณัฐ  บุญประเสริฐ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.)

 นางนายจักรแก้ว ดุเหว่า  ประธานวิสาหกิจชุมชนวิถีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวจุดกำเนิดอาณาจักรภูกามยาว และ ดร.ทัศนีย์  สมธิ ประธาน CBT จังหวัดพะเยา  ร่วมเปิดตัวกิจกรรมนี้  ณ วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา พร้อมด้วยประชาชนชาวพะเยา ผู้ประกอบการนำเที่ยว สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวทั่วไป มาร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 99 คน

กิจกรรมภายในงานฯ ช่วงเวลา 17.00 – 18.00 น. นักท่องเที่ยวล่องเรือจากท่าเรือกว๊านพะเยาไปวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา ร่วมกิจกรรม 9 สิ่งต้องทำบนวัดติโลกอาราม ( ประกอบด้วย 1.บูชาชุดดอกไม้ธูปเทียน 2.ตักบาตรข้าวสาร 3.สรงน้ำหลวงพ่อศิลา 4.เติมน้ำบ่อน้ำทิพย์ และเติมน้ำลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา 5.บวชต้นไม้ 6.บูชาพญานาคีณีศรีปทุมมา 7.ปล่อยปลา(สัตว์น้ำ)ลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา 8.ลอยเทียนวันเกิด 9.เติมน้ำมันตะเกียง) จากนั้น เวลา 18.00 น.เริ่มพิธีสงฆ์ จุดธูปเทียนไหว้พระหลวงพ่อศิลา ทำวัดสวดมนต์-นั่งสมาธิ-ร่วมพิธีบูชาเทียนสืบชะตา-ลดเคราะห์-รับโชค  พิธีสวดมนต์ทำน้ำมนต์ (รับน้ำทิพย์กลับบ้านเสริมสิริมงคล) บ่อน้ำอยู่ด้านหลังหลวงพ่อศิลา และเวียนเทียน 3 รอบ บนวัดติโลกอาราม

กิจกรรมนี้กำหนดจัดขึ้นทุกเดือน ในวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน และในเดือนต่อๆ ไป ในช่วงปี 2568 -2569 ททท.ศูนย์ฯพะเยา จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมกิจกรรม Grand Moment แห่งความทรงจำ 

“ครั้งหนึ่งในชีวิต” ต้องมาขอพร “หลวงพ่อศิลา” และร่วมเจ้าภาพในการจัดกิจกรรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเกิดการบูรณาการกิจกรรมร่วมกัน 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :- ททท.ศูนย์ฯพะเยา โทร.054430400 เพจ : ททท.ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา

หมายเหตุ :-

ททท.ศูนย์ฯพะเยา บูรณาการทำงานส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา “เที่ยวได้ทุกวัน เที่ยวได้ทั้งปี“ กับ Theme “ เที่ยวพะเยา9หน้าตลอดปี2569” กับ“เที่ยว9อำเภอ9วัด9สิ่งต้องทำ ณ วัดเก่า-เกาะโลว์คาร์บอน(Low Carbon Tourism)กลางกว๊านพะเยา-ทะเลสาบน้ำจืด“
.แหล่งท่องเที่ยวอำเภอจังหวัดพะเยาที่แนะนำ

ไหว้พระ9วัดดังจังหวัดพะเยา ดังนี้
1.วัดติโลกอาราม
2.วัดศรีโคมคำ
3.วัดพระธาตุจอมทอง
4.วัดห้วยผาเกี๋ยง
5.วัดอนาลโยทิพยาราม
6.วัดนันตาราม
7.วัดแสนเมืองมา
8.วัดม่อนพญานาค
9.วัดศรีชุม

.กิจกรรม 9 สิ่งต้องทำบนวัดติโลกอาราม ดังนี้
 1.บูชาชุดดอกไม้ธูปเทียน
 2.ตักบาตรข้าวสาร 
 3.สรงน้ำหลวงพ่อศิลา
 4.เติมน้ำบ่อน้ำทิพย์ และเติมน้ำลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา
 5.บวชต้นไม้
 6.บูชาพญานาคีณีศรีปทุมมา
 7.ปล่อยปลา(สัตว์น้ำ)ลงสู่ทะเลสาบน้ำจืดกว๊านพะเยา
 8.ลอยเทียนประจำวันเกิด
 9.เติมน้ำมันตะเกียง-เติมพลัง

ข้อมูลวันพระขึ้น 15 ค่ำ จัดกิจกรรม Grand Moment แห่งความทรงจำ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ขอพร “หลวงพ่อศิลา” ทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ของทุกเดือน ปี 2568-2569 ดังนี้
วันเสารที่ 9 สิงหาคม 2568
วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568
วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 (วันลอยกระทง)
วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568
วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569
วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569
วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569
วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569
วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2569


#สุขทันทีที่เที่ยวพะเยา #เหนือพร้อมเที่ยว
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

รวดเร็วทันใจ!ด่านบ้านแหลมใช้เวลา 20นาทีส่งกัมพูชา 1 พันคนกลับมาตุภูมิ

ด่านบ้านแหลม จันทบุรี อำนวยความสะดวกแรงงานกัมพูชา 1,000 คนกลับประเทศ เจ้าหน้าที่จัดระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเดินทางผ่านด่านแค่ 20 นาที หมด รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ แม้สภาพอากาศจะร้อนจัด

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 เจ้าหน้าที่ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ได้ใช้เวลาเพียง 20 นาที ในการอำนวยความสะดวกให้แก่แรงงานกัมพูชาจำนวน 1,000 คนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้การจัดการระบบที่ดีของเจ้าหน้าที่ ทำให้การผ่านแดนเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น โดยเฉพาะการจัดลำดับให้ผู้ป่วย เด็ก และสตรีมีครรภ์ได้เดินทางผ่านออกไปก่อน รวมถึงการช่วยแยกสิ่งของสัมภาระจำนวนมาก เพื่อป้องกันผลกระทบทางสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

โดยวันนี้จำนวนแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับลดลงจากเมื่อวาน อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ นายกองเอก ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร, นาวาเอก สยาม เชิดชิด หน.นปพท.จันทบุรี, นายไทยพิชิต ดวงตา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเทพนิมิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จว.จันทบุรี, ตชด., เจ้าหน้าที่ สภ.บ้านแปลง, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, สาธารณสุขอำเภอโป่งน้ำร้อน, อบต.เทพนิมิต และเจ้าหน้าที่ตลาดบ้านแหลม ทำให้การบริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ.

ทั้งนี้จุดผ่านแดนยังคงเปิดทำการตามเวลาปกติคือ 09.00-15.00 น. โดยเปิดให้แรงงานเดินทางผ่านได้เฉพาะประตูเล็ก ส่วนประตูใหญ่ยังคงปิดอยู่เหมือนเดิม..

ปิดฉากมหกรรมของดีอีสาน เงินสะพัดเฉียด 100 ล.คนทะลักแห่ชม”หมอลำ-มวยไทย”

ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” นุ่งผ้าซิ่น กินข้าวปุ้น บุญผะเหวด จัดขึ้นเป็นปีแรก ที่อาคารพลศึกษา (ม.ใหม่) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568  ดร.สุทิน คลังแสง  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานมูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนา เป็นโต้โผใหญ่ในการจัดมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” นุ่งผ้าซิ่น กินข้าวปุ้น บุญผะเหวด โดยผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา (ซอฟต์พาวเวอร์) ผ่านการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการให้การสนับสนุนให้เกิดมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” ซึ่งได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดภาคอีสานของประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และกิจกรรมวิถีชีวิตอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นดนตรีพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม มวยไทยพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเป้าหมายในการนำเสนอเสน่ห์ของอีสานผ่านกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างความบันเทิง ความรู้ และกิจกรรมกีฬา แถมยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอีสานมีการจำหน่ายสินค้าโอท็อปของดีแต่ละจังหวัด

กิจกรรมวันแรก มีการจำหน่ายสินค้า OTOP, พิธีสวดมงคลอีสาน, การแสดงหมอลำกลอน และกิจกรรมเสวนา, การแสดงโปงลางศิลป์อีสาน, กราบรับพร หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์, ขบวนแห่กลองยาวแชมป์ประเทศไทย คณะจอกขวางคำ, การเดินแฟชั่นโชว์ผ้าไหมธีมอีสาน จากทีมนายกสมาคมส่งเสริมผ้าไทย จ.มหาสารคาม นำโดย นางดาริน ติระพงศ์ไพบูลย์, การประกาศรางวัลเพชรแห่งอีสาน  (PRECIOUS ESAN) ปิดท้ายที่การแสดงหมอลำคณะระเบียบวาทะศิลป์

วันที่สอง มีการแสดงหมอลำคณะใจเกินร้อย บอย ศิริชัย และหมอลำคณะสาวน้อยเพชรบ้านแพง ท่ามกลางแฟนคลับชาวอีสานเข้าชมแน่นขนัด

วันสุดท้ายเป็นไฮไลต์ มีเทรนนิ่งมวยไทยให้เด็กๆ ชาวอีสาน โดยมี บัวขาว บัญชาเมฆ และแสนชัย พี.เค.แสนชัย มวยไทยยิม 2 เพื่อนซี้นักมวยไทยเป็นวิทยากร และการโชว์ไหว้ครูของทั้ง บัวขาว และแสนชัย ก่อนทั้งคู่จะเปิดศึกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดด้วยการแข่งขันมวยไทยโชว์ 1 ยก และทั้งคู่ยังรับรางวัล “เพชรแห่งอีสาน” หลังการชกอีกด้วย

อีกไฮไลต์ที่ทำเอาอาคารพลศึกษา (ม.ใหม่) มหาวิทยาลัยมหาสารคามแตกคือ แฟนหมัดมวยกว่า 6,000 คน ทะลักเข้าชมการแข่งขันศึกยอดมวยอีสานสะท้านแผ่นดิน 10 คู่รวด คู่เอกรุ่น 147 ปอนด์ เป็นการพบกันระหว่าง “ขุนเข่าเมืองมหา” ชูเจริญ อบจ.มหาสารคาม ปะทะกับ กัปปิตัน เพชรยินดีอะคาเดมี่ จอมเก๋าแห่งยุค ซึ่งผลปรากฏว่า กัปปิตัน ออกหมัดหนักหน่วงก่อนเหวี่ยงหมัดซ้ายเข้าเต็มกรามชูเจริญหลับกลางอากาศเอาชนะน็อกไปในช่วงต้นยกที่ 2 

ดร.สุทิน คลังแสง เปิดเผยความสำเร็จการจัดงานว่า ภูมิภาคอีสานมีของดีๆ เยอะมาก อีสานมีทรัพยากรมนุษย์ที่เก่ง อีสานมีอาหารดีๆ อีสานมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว เรามีดีด้านวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร กระแสตอบรับมหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เราหวังว่าเราจะจัดในปีต่อๆ ไปต่อเนื่องทุกๆ ปี ขณะเดียวกันเรายังอยากเห็น และอยากผลักดันให้มหกรรมของดีอีสาน “Esan Fest” มาจัดที่กรุงเทพมหานคร และต่อไปไปจัดที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย และต่อไปก็ไปจัดที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และขยายไปทั่วโลกในเมืองใหญ่ๆ

ดร.สุทิน คลังแสง กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จในปีแรกถือว่าน่าพอใจอย่างมาก ช่วงเตรียมงานมหกรรมของดีอีสานเราประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน คนรุ่นใหม่ นักศึกษาได้รับทราบว่างานนี้คืออะไร พอถึงวันงาน เรารวบรวมของดีทุกๆ ด้านในภูมิภาคอีสานมารวมกันไว้ สินค้าต่างๆ มีการจับจ่ายใช้สอยสูงมาก โดยรวมทุกๆ ด้านคิดว่างานนี้ได้สร้างเงินสะพัดรวมๆ ประมาณ 60-70 ล้านบาท สินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง รวมถึงสินค้าที่เป็นวัฒนธรรมคนอีสาน คนมาร่วมงานในวันเปิด วันมหรสพอีสานถือว่าเกินเป้า โดยเฉพาะมวย เรามีแม่เหล็กอย่าง บัวขาว และแสนชัย ที่ดึงคนมาจากหลายจังหวัดทั่วอีสาน ทุกคนที่มางานเขาได้รู้ว่าอีสานของเขามีของดี คนทั่วประเทศก็รู้ว่าอีสานมีของดี

ดร.สุทิน คลังแสง กล่าวต่อไปว่า ตั้งใจจะจัดงานมหกรรมของดีอีสานเป็นประจำทุกปี ในปีหน้าอาจจะเป็นรูปแบบเดิมแต่จะเพิ่มขนาดการจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีนี้เรามีประกาศรางวัลเพชรแห่งอีสานในด้านต่างๆ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอีสานรุ่นใหม่ได้มีไอดอล ปีหน้าเราจะเชิญทุกคนที่ได้รับรางวัลมาร่วมงาน ฉะนั้นงานของดีอีสานจะเริ่มจากท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติยิ่งใหญ่ขึ้นรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

“ปีหน้าเราได้ประสานงานไว้เบื้องต้นแล้วว่าจะเชิญคุณลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) ซึ่งเป็นศิลปินระดับโลกลูกหลานชาวอีสานมารับรางวัลในฐานะคนอีสานด้วย ซึ่งทางคุณลิซ่าตอบรับว่าจะพยายามหาเวลามาร่วมงานรับรางวัลดังกล่าวให้ได้” ดร.สุทิน คลังแสง กล่าวทิ้งท้าย