หรอยแรง! ” จำปาดะ ทองตาปาน”เบอร์ 1 พังงา ออกสู่ท้องตลาดแล้ว

จำปาดะ เป็นผลไม้ที่ชาวปักษ์ใต้นิยมรับประทาน มีลักษณะผลคล้ายกับขนุนแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลจำปาดะเป็นรูปทรงกระบอก ผลอ่อนจะมีสีน้ำตาลปนเหลืองเปลือกแข็งมียางมาก เมื่อผลสุกเปลือกจะนิ่มและมียางน้อยลง เนื้อมีกลิ่นหอมแรงและมีรสชาติหวานจัด จำปาดะจะมีเนื้อนิ่ม ไม่แข็งกรอบเหมือนขนุน เนื้อจำปาดะจะเหนียวเคี้ยวไม่ค่อยขาด รสชาติหวานจัดกว่าขนุน และกลิ่นจะแรงกว่าขนุน ในพื้นที่จังหวัดพังงา ถ้าพูดถึงเรื่องจำปาดะต้องยกให้ จำปาดะ “ทองตาปาน” ของ ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา

 ถือเป็นจำปาดะ เบอร์ 1 ของจังหวัดพังงา ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรครอบครัวละหลายแสนบาทต่อปี จำปาดะทองตาปานเป็นผลไม้อัตลักษณ์อีกชนิดหนึ่งของจังหวัดพังงา มีจุดเด่นที่ผลใหญ่สีทอง  เนื้อหนาสีเหลืองทอง รสชาติหอมหวาน กลิ่มหอมละมุน จึงได้รับความนิยมรับประทานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ว่ากันว่าเป็นจำปาดะชั้นดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย

น.ส.ศุภิสรา หนูนุ้ย หรือน้องปอ พร้อมด้วยคุณพ่อ นายจรัญ หนูนุ้ย เจ้าของสวนจำปาดะทองตาปาน ในพื้นที่ ม.1 ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา ได้นำผู้สื่อข่าวไปเยี่ยมชมสวนพร้อมเก็บผลผลิตที่กำลังแก่จัด ลักษณะสวนเป็นเนินสูงพื้นที่9ไร่ ปลูกจำปาดะทองตาปานประมาณ 200 ต้น อายุกว่า30ปี มีการดูแลจัดการสวนเป็นอย่างดี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจำปาดะทุกลูกจะห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำป้องกันพวกสัตว์และแมลงมาทำลาย ทำให้คุณภาพจึงออกมาดีกว่าของทั่วๆไป และจะตัดออกมาจำหน่ายเฉพาะลูกที่แก่จัดเท่านั้น เมื่อได้ชิมจำปาดะลูกที่สุกคาต้น พบว่าเนื้อสีทอง รสชาติหอมหวาน อร่อย และมีเนื้อเยอะกว่าจำปาดะทั่วไป

น.ส.ศุภิสรา หนูนุ้ย เล่าถึงที่มาของจำปาดะทองตาปานว่า เกิดจากคุณพ่อและคุณลุงได้พบจำปาดะต้นหนึ่งในสวนของคุณทวด มีลักษณะที่โดดเด่น ไม่เหมือนกับจำปาดะพื้นบ้านทั่วไป จึงได้นำมาขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด และตั้งชื่อกันว่า “ทองตาปาน”ซึ่ง “ตาปาน”เป็นชื่อเล่นของพี่ชาย จุดเด่นของจำปาดะทองตาปาน มีกลิ่นหอมชวนกินไม่เหมือนจำปาดะทั่วไปที่หอมฉุน ผลและเนื้อสีทอง เนื้อหนา รสชาติหวานจัด ผมหรือซังก็หวานกินได้

สำหรับคนไม่เคยกินหรือไม่ชอบกินจำปาดะนั้น ต้องมาลองกินให้ได้เพราะเมื่อได้ลองแล้วส่วนใหญ่ต่างก็ติดใจ ปัจจุบันมีพ่อค้าขาประจำหลายรายมาซื้อไปจำหน่ายทั้งในภาคใต้และกทม. ราคาขายกิโลกรัมละ40-60 บาท  ซึ่งแต่ละปีสามารถทำรายได้มากกว่า 500,000 บาท

“ลานจามจุรี”จุดเช็กอิน แลนด์มาร์กแห่งใหม่ แห่เที่ยวฮิตติดลมบนบ่อแสนพังงา

บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลบ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา คึกคักเป็นพิเศษ ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแห่เช็กอิน “ลานจามจุรี” ภายในพื้นที่ของบ่อแสนวิลล่า แอนด์ สปา ที่กลายเป็นจุดท่องเที่ยวใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในโลกโซเชียล

ท่มกลางบรรยากาศร่มรื่นจากต้นจามจุรีและวิวภูเขาโดยรอบที่สวยงาม สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนอย่างต่อเนื่อง ทำให้แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปเช็กอินกันอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงวันหยุด ทำให้ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับลานจามจุรีนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งภายในรีสอร์ต ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวติดภูเขา  ทางรีสอร์ตได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ฟรีโดยไม่จำเป็นต้องเข้าพัก นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งปิกนิก ถ่ายภาพ หรือเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอย่างสงบ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและสายชิลที่มองหาสถานที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในบริเวณดังกล่าว ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร บริการนำเที่ยว และการจำหน่ายสินค้าชุมชน สะท้อนถึงแนวโน้มการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT) ที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนเตรียมผลักดันให้ลานจามจุรีเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของอำเภอทับปุด พร้อมวางแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดรับกับจุดท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว

“ภูมิธรรม”ชื่นชม วปอ.บอ. รุ่น 2 ชูแนวคิดผนึกทุกภาคส่วนเร่งยกระดับความมั่นคงควบคู่พัฒนาประเทศ

“ภูมิธรรม” เป็นประธานงาน “FUTURE READY, FUTURE LEADER FORUM 2025” พร้อมกล่าวชื่นชม วปอ.บอ. รุ่น 2 นำเสนอแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ ด้วยร่วมมือจากทุกภาคส่วนสู่การปฏิบัติจริง

นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับฟังการแถลงผลการศึกษาของนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 2 ในงาน “FUTURE READY, FUTURE LEADER FORUM 2025 : สร้างความพร้อม ขับเคลื่อนอนาคต” โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.ต.ชัชวาลย์ พยุงวงศ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร วปอ.บอ. และคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 2 จำนวน 224 คน ร่วมงาน ณ อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

การแถลงผลการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปบทเรียนและนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายจากนักศึกษาซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม โดยครอบคลุมประเด็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อพัฒนาข้อเสนอที่สามารถนำไปปรับใช้จริงในการบริหารประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายผู้บริหารรุ่นใหม่ให้มีคุณธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และมีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในโลกยุคใหม่ ซึ่งได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการพัฒนาความมั่นคงของชาติในระยะ 10 ปี ด้วยแนวคิด 2P by 2P ที่มีแนวทางปฏิบัติชัดเจนทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว ภายใต้การเปลี่ยนผ่านของประเทศ โดย 2P แรก เป็นเป้าหมายระยะยาว ได้แก่ Prosperity (ความเจริญรุ่งเรืองของชาติ) และ Peace (ความสงบสุขหรือสันติภาพ) ส่วน 2P ตัวหลัง Professionalism (ความเป็นมืออาชีพ) และ Partnership (ความร่วมมือสู่พลังเชิงระบบ) ซึ่งเป็นแกนหลักในการช่วยวางรากฐานของประเทศเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงในของศตวรรษที่ 21 พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยให้กินดี อยู่ดี มีสุข และเปิดตัว 150 เยาวชนไทยกลุ่มแรกที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ‘Future Ready by Future Leader โอกาสจากพี่ เพื่อโอกาสแห่งอนาคต’ ต้นแบบโมเดลสร้างความเท่าเทียมให้เยาวชนฝึกงานกับบริษัทชั้นนำของประเทศ

นายภูมิธรรมฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสรับฟังข้อเสนอจากนักศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ลึกซึ้งและรอบด้านในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ พร้อมเชื่อมั่นว่า การรับฟังข้อเสนอเชิงนโยบายครั้งนี้จะช่วยต่อยอดแนวคิด ขยายวิสัยทัศน์ และเชื่อมโยงกับภารกิจของภาครัฐในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุเป้าหมาย

“ตนประทับใจในการนำเสนอของนักศึกษาที่แสดงถึงความกล้าคิด กล้าทำ และมองอนาคตอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมั่นว่าแนวคิดเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้ ซึ่งความคิดและวิสัยทัศน์ที่นักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. นำเสนอ เกิดจากการบ่มเพาะความคิดของผู้นำแห่งอนาคต ที่ไม่ใช่เพียงเรื่องของตำแหน่งหรืออำนาจเท่านั้น แต่คือ “ความเข้าใจในโลกยุคใหม่ ความรับผิดชอบต่อสังคม และหัวใจที่พร้อมก้าวไปสู่อนาคตอย่างแท้จริง โดยหากสามารถขยายแนวคิดเหล่านี้ออกไปในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการถกเถียง สังเคราะห์ และนำไปปฏิบัติได้จริง จะช่วยยกระดับคุณภาพนโยบายสาธารณะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และความคิดของผู้คน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างยิ่ง การเข้าใจบริบทเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการกำหนดทิศทางความมั่นคงในอนาคต” นายภูมิธรรมฯ กล่าว

นายภูมิธรรมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการเปิดโอกาสให้ทุกคนในสังคมมองเห็นปัญหาและมีส่วนร่วมเสนอแนวทางคือรากฐานของประชาธิปไตยที่แท้จริง และเป็นหนทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้ประเทศได้ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์ วิทยากร ตลอดจนถึงนักศึกษาทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และหวังว่าหลักสูตร วปอ.บอ. จะยังคงเป็นเวทีในการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ เพื่อประเทศชาติในอนาคตต่อไป

เด้งฟ้า!ผู้ว่าฯอุบลฯเข้ากรุ เซ่นเบิกจ่ายงบดูแลปชช.ชายแดนล่าช้า

“ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งด่วนย้าย “ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ” ผู้ว่าฯอุบลราชธานี ไปช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทยหลังมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยว่า ได้สั่งย้าย ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้มาช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทย

หลังมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการเบิกงบฯ ทดรองราชการจ่ายเพียง 55,600 บาท จากที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ 100 ล้านบาท ส่วนจะย้ายชั่วคราวหรือถาวรนั้นจะพิจารณาอีกที

อยุธยาจัดใหญ่มหกรรม”เห็ดตับเต่างามที่สามเรือน”กระตุ้นศก.ชุมชน

พระนครศรีอยุธยา – อบต.สามเรือน อ.บางปะอิน ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน จัดงาน “เห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ปีที่ 14 ระหว่าง 9-10 ส.ค. 2568 เชิญนักท่องเที่ยวร่วมชิมเมนูเห็ดตับเต่าสุดอร่อย ช็อปของดีราคาถูก ล่องเรือชมวิถีชาวบ้านริมคลองโพฯ ฟรี พร้อมกิจกรรมสีสันอย่างประกวด “นางงามเห็ดงอม” สะท้อนเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวา

เมื่อวันที่  8 ส.ค.2568 นายประพันธ์ ตรีบุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วย นางสมทรง พันธุ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา, นายกองตรี ดร.ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอบางปะอิน, นายอาทิตย์ ภาคอินทรีย์ นายก อบต.สามเรือน ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงาน “เห็ดตับเต่างามที่สามเรือน” ครั้งที่ 14 ระหว่าง วันที่ 9–10 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้เห็ดตับเต่าสามเรือน ที่ศูนย์การเรียนรู้เห็ดตับเต่า ริมคลองโพ ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายอาทิตย์ ภาคอินทรีย์ นายก อบต.สามเรือน กล่าวว่า งานดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยปีนี้จัดเต็มกิจกรรม อาทิ ประกวดเทพีเห็ดตับเต่า, การประกวดทำอาหารแปรรูปจากเห็ดตับเต่า, การประกวดภาพถ่าย, การประกวดร้องเพลง และไฮไลต์พิเศษ “ประกวดนางงามเห็ดงอม” ซึ่งเป็นเวทีสำหรับผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี มีอารมณ์ขัน มาโชว์ความสามารถสร้างสีสันภายในงาน

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้า OTOP, เห็ดตับเต่าสดและแปรรูป ราคาย่อมเยา พร้อมบริการรถรางและล่องเรือฟรี! ชมธรรมชาติสองฝั่งคลองโพ ชมรังนกกระจาบ และสวนโสน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะเห็ดตับเต่าตามธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของตำบลสามเรือน

นายประพันธ์ ตรีบุปผา รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรในตำบลสามเรือนกว่า 250 ราย เพาะเห็ดตับเต่าบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ โดยยึดแนวทางปลอดสารเคมี ส่งผลให้เห็ดมีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและนอกพื้นที่ พร้อมกล่าวย้ำถึงศักยภาพของตำบลสามเรือนในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ตอบโจทย์ Soft Power ท้องถิ่นได้อย่างลงตัว

ด้านนายกองตรี ดร.ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอบางปะอิน กล่าวเสริมว่า งานนี้สะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในการพัฒนาผลผลิตท้องถิ่นสู่เมนูสร้างสรรค์ ทั้งคาวและหวาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

โดยบรรยากาศภายในงานแถลงข่าวเป็นไปอย่างคึกคัก เรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่เริ่มด้วยการแสดงร้องรำทำเพลงโดยนายอำเภอร่วมกับเหล่านางรำ จากนั้นรองผู้ว่าฯ ร่วมรำวงย้อนยุค และชมการทอดแห โดยผู้แสดงคือนางรำชุดเดิม ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสาธิตทำเมนู “เห็ดตับเต่าผัดใบโหระพา” โดยมีรองผู้ว่าฯ นายอำเภอ และนายก อบต.สามเรือนร่วมกันลงมือทำอาหาร สร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจจากชาวบ้านตลอดกระบวนการ

งานนี้ไม่เพียงส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกร ยังเชื่อมโยงชุมชน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สอดรับนโยบายท่องเที่ยววิถีไทยอย่างยั่งยืน

แม่ฮ่องสอนน้ำลดแล้วเร่งสำรวจความเสียหายซับน้ำตาเหยื่ออุทกภัย

ทหาร ฉก.สิงหนาท ร้อย ร.751 ร่วม อบต. ปภ.ชาวบ้าน เข็นรถยนต์ ตัดต้นไม้กิ่งไม้ที่ล้มขวางถนนหลังน้ำป่าไหลทะลักท่วมถนน คอสะพานทรุดตัว ทางเข้าวัดป่าถ้ำวัว ส่วนนักปฏิบัติธรรมทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทย ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568  พันเอก ยอดชาย พวงวรินทร์ ผบ.ฉก.สิงหนาท มอบหมายให้ฝ่ายกิจการพลเรือน ฉก.สิงหนาท (ฝกร.ฉก.สิงหนาท) จัดกำลังชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับ กองร้อยทหารราบที่ 751 (ร้อย.ร.751) อบต.ห้วยผา และ ปภ. เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่สัญจรไปมาและได้รับผลกระทบ จากน้ำป่าไหลหลากทำให้ถนนคอสะพานทรุดตัว ต้นไม้ กิ่งไม้ เสาไฟฟ้าหักโค่นทับถนนทางเข้าวัดป่าถ้ำวัว จึงได้ช่วยกันทำการตัดต้นไม้ กิ่งไม้ เสาไฟฟ้า ที่ล้มทับกีดขวางถนน/ลำน้ำ เนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่บริเวณวัดป่าถ้ำวัว บ้านแม่สุยะ หมู่ 6 ต.ห้วยผ้า อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

จากการตรวจสอบรถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย ชาวบ้านปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่หน่วยทหาร ฉก.สิงหนาท ยังเฝ้าระวังคาดว่าหากมีฝนตกเพิ่มจะมีน้ำป่าไหลเพิ่มเติมเข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง

ส่วนที่วัดป่าถ้ำวัว บ้านแม่สุยะ ต.ห้วยผา  ซึ่งมีมีพระ  6  รูป , เณร 1  รูป , ผู้มาปฏิบัติธรรมชาวไทยประมาณ 3 คน , ผู้มาปฏิบัติธรรมชาวต่างชาติประมาณ 50 คน , แม่บ้าน 6 คน , ภารโรง 1 คน , พ่อครัว  1 คน และ แม่ครัว 1 คน รวมทั้งหมดจำนวน  65 คน ที่ติดอยู่ในวัดป่าถ้ำวัว เนื่องจากน้ำป่าที่ทะลักเข้าลงลำห้วยแม่สุยะและเอ่อล้นท่วมถนนทางเข้าเท่านั้น น้ำไม่เข้าถึงอาคารที่พักและสถานปฏิบัติธรรม ไม่ได้รับผลกระทบ ทุกคนปลอดภัย

ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม อบจ.แม่ฮ่องสอน ภายใต้การอำนวยการของนายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน  จะนำเครื่องจักรกลพร้อมพนักงานขับ เข้าพื้นที่บริเวณทางเข้าวัดป่าถ้ำวัว  บ้านแม่สุยะ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อแก้ไขปัญหาคอสะพานทางเข้าทรุดแล้ว

ไม่ใช่แค่มื้ออาหาร… แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ความทรงจำ”  ซีพีเอฟส่งความพิเศษวันแม่ ปี’ 68

ก่อนวันแม่ปีนี้จะมาถึง คุณลูกวางแผนพาคุณแม่ไปเที่ยวที่ไหนกัน? ได้เวลาสร้างโมเมนต์แห่งความสุข ที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือร้านอาหารเด็ด เมนูโดน ที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม เติมเต็มวันพิเศษให้น่าจดจำที่สุดสำหรับคุณแม่

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ขอเป็นส่วนหนึ่งในวันสุดพิเศษนี้ เราได้รวบรวมร้านอาหารที่จัดโปรโมชั่นพิเศษรับวันแม่สำหรับคุณแล้ว

++Chester’s เมนูเด็ดรับวันแม่

ล่าสุด Chester’s เสิร์ฟเมนูอร่อยชุดพิเศษ “เซตรักแม่” จากใจลูก ราคา เพียง 179 บาท ได้ครบจบคุ้ม ในเซตนี้มีทั้งข้าวเชสเตอร์ซิกเนเจอร์ (เลือกได้ 1 ที่) เอบิคัตสึ กรอบนอกนุ่มใน น้ำอัดลมเย็นซ่า 16 ออนซ์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค. 68 ที่ Chester’s ทุกสาขา

นอกจากเซตอาหารสุดพิเศษแล้ว Chester’s ยังเปิดตัว 2 เมนูใหม่ เอาใจคุณแม่คุณลูก เมนูแรก “ข้าวผัดอเมริกันไก่กรอบ” ราคา 99 บาท และสปาเกตตีอเมริกันไก่กรอบ 125 บาท

จัดเต็มความอร่อยทั้งข้าวทั้งสปา รสกลมกล่อม หอมเนยหอมซอสมะเขือเทศ เสิร์ฟคู่ไก่กรอบๆ ไส้กรอกกรุบๆ และเบคอนบิทส์รมควันหอมๆ พร้อมรับคุณแล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 ก.ย. 68 หรือจนกว่าของจะหมด หรือสั่งเดลิเวอรี www.chesters.co.th หรือโทร 1145 สุดคุ้ม ส่งฟรี! เมื่อสั่งครบ 200 บาท ขึ้นไป

++ข้าวมันไก่ไห่หนานสุดพรีเมียม

หากใครเบื่อข้าวมันไก่เดิมๆ ลองพาแม่เปิดความอร่อยที่ร้าน “ข้าวมันไก่ไห่หนาน” ที่รังสรรค์จากไก่พรีเมียม “ไก่เบญจา” จากไก่ที่เลี้ยงด้วยธัญพืช ทำให้เนื้อไก่ทั้งหอม นุ่ม ฉ่ำ พร้อมโอเมก้า 3 ที่ดีต่อกาย ดีต่อใจ

ในช่วงวันแม่นี้ทางร้าน“ข้าวมันไก่ไห่หนาน” จัดเซตเสิร์ฟคู่ “ชาน้ำผึ้งมะนาว” เย็นซ่า สดชื่นครบ พิเศษแค่ 109 บาท แถม! เติมข้าว & น้ำซุปฟรี ไม่อั้น ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค. 68 ไม่ว่าจะ ทานที่ร้าน & ซื้อกลับบ้านได้ทุกสาขา (ยกเว้นฟอร์จูน ทาวน์) จะพาแม่มา หรือจัดให้ตัวเองก็คุ้ม

++ FIVE STAR แทนความรักให้แม่

ในส่วนของ แบรนด์ FIVESTAR จัดฉลองให้สมมงคุณแม่ด้วยโปร “ชุดแม่เจ้าโว้ย” จัดเต็มให้เลือก 2 ชุดอิ่มเบิ้ม พร้อมแก้วน้ำลิมิเต็ดเริ่ดๆ ถือไปไหนใครก็รู้ว่าตัวมัม จัดเลย คุ้มชัวร์! แม่ปลื้มมมมม

สำหรับ“ชุดแม่เจ้าโว้ย1 ” อิ่มกับไก่ย่าง 1 ไก่จ๊อต้นตำรับ 2 ไม้ พร้อมเป๊ปซี่ 1 ขวด หรือ เลือก พิเศษ 269 บาท จากปกติ 279 บาท และ“ชุดแม่เจ้าโว้ย2 ” กรอบสนั่นกับไก่กรอบ 5 ไก่จ๊อต้นตำรับ 2 ไม้ พร้อมเป๊ปซี่ 1 ขวด  พิเศษ 239บาท จากปกติ 263 บาท เริ่มตั้งแต่ 8-31 สิงหาคม 2568 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

แต่ถ้าใครมีแผนพาคุณแม่ไปเที่ยว “FIVE STAR ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” สาขาใหม่ ได้เปิดรอต้อนรับคุณและคุณแม่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พาคุณแม่ไปรับชิมความอร่อยก่อนบินได้ ที่ ชั้น 2 สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 1 ฝั่งผู้โดยสารขาเข้า ตั้งแต่ 05.00-24.00 น.

ไม่ว่าจะไฟลต์เช้า หรือไฟลต์ดึก ห้าดาวพร้อมเสิร์ฟรสชาติที่คุ้นเคยให้คุณได้อิ่มก่อนบินในราคาสุดคุ้ม ด้วยเมนูไก่ย่างหอม ๆ แบบสไตล์ต้นตำรับ ไก่ทอดสุดกรอบ และของทานเล่นที่กินง่ายแต่อร่อย ทั้งเซตใหญ่ให้แชร์กันได้ หรือเซตทานคนเดียวให้เลือกแบบจุก ๆ เริ่มต้นแค่ 109 บาทเท่านั้น

++รักแม่มินิมอล ด้วยไข่ไก่เบญจา

หรือหากใครไม่ได้ไปไหน วันแม่ปีนี้…บอกรักแม่ด้วยของขวัญสำหรับดูแลสุขภาพ อย่าง “ไข่เบญจาโอเมก้า 3” ที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โอเมก้า 3 + DHA + วิตามิน E โปรตีนแน่นๆ เพื่อสุขภาพดี ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ หลอดเลือด ที่สำคัญยังเลี้ยงแบบ Cage-Free ปล่อยอิสระ ไม่เครียด และปลอดฮอร์โมน ปลอดยาปฏิชีวนะ เลี้ยงด้วยอาหารซุปเปอร์ฟู้ด ทั้งธัญพืช แฟลกซ์ซีด และน้ำมันปลา

 หาซื้อง่ายได้ที่ 7-Eleven, Lotus’s, Makro และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือคลิกซื้อผ่าน >> https://7eleventh.page.link/i6eY ด้วยราคาโปรโมชั่นพิเศษ แพ็กขนาด 4 ฟอง เพียง 35 บาท จากปกติ 39 บาท ตั้งแต่ วันนี้ – 23 ส.ค. 68  ของขวัญเรียบง่ายแต่มาจากความตั้งใจ รับรองว่าทำให้คุณแม่ยิ้มได้แน่นอน 

บุกกทลายแหล่งผลิตท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ไม่ได้มาตรฐาน มอก.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกันเข้าตรวจค้นเป้าหมาย ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สถานที่ตรวจค้น/จับกุม ทั้งหมด 5 จุด
1.โกดังในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
2.บ้านพักในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
3.บ้านพักในพื้นที่อำเภอนครหลวง จังหวักพระนครศรีอยุธยา
4.บ้านพักในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 2 จุด

ของกลาง   
1.ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์  จำนวน  32  หน่วย
2.อุปกรณ์ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ จำนวน 255 หน่วย
3.เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ จำนวน 105 หน่วย

พฤติการณ์  จากการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางฯ พบว่ากลุ่มเด็กแว้นที่มีพฤติกรรมขับขี่รถก่อความเดือดร้อนรำคาญ และอาจนำไปสู่การแข่งรถในทาง มักจะใช้รถจักรยานยนต์มีท่อไอเสียดัดแปลงให้มีเสียงดัง  และไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยจะหาซื้อท่อไอเสียที่ไม่มี มอก. มาจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งการสั่งซื้อผ่านทางสื่อโซเชียลออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก, แอปพลิเคชันไลน์, เว็บไซต์ ซึ่งมีการโฆษณาจำหน่ายท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ โดยส่วนใหญ่เป็นท่อไอเสียที่ไม่มีคุณภาพหรือคุณภาพต่ำ ไม่ได้รับการรับรองหรือผ่านการทดสอบคุณภาพมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคโดยตรง  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการล่อซื้อตัวอย่างท่อไอเสียจากเว็บไซต์ หรือโซเชียลต่างๆ เพื่อดำเนินการติดตามสืบสวนขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง

โดยการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ดังนี้
1.“ทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานโดยไม่ได้รับอนุญาต” เข้าข่ายฝ่าฝืน ม.20 โทษตาม ม.48  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.“โฆษณาเพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร” เข้าข่ายฝ่าฝืน ม.36 โทษตาม ม.55 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เตือนภัย  พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. จึงขอประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับสถานที่ลักลอบผลิต เก็บ หรือจำหน่ายท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน มอก.ตามที่กฎหมายกำหนด สามารถแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสได้ทางสายด่วน 1135 หรือ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค” หรือทางเพจ “กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค” เพื่อป้องกันและปราบปรามให้การกระทำความผิดต่อผู้บริโภค และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บพนัน 100 ล.กลางปทุมธานี ยึดทรัพย์กว่า 56 ล้าน

ตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ ประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปปง.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส./ผอ.ศตคม.ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดี ให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.68 ที่ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 (เมืองทองธานี) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ทลายเว็บพนัน 100 ล้านกลางปทุมธานี รวบผู้รับผลประโยชน์ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 56 ล้าน

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์

โดยเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (6 สิงหาคม 2568) พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 และ พ.ต.ท.ชนทัช วุฒิภัทรโสภณ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 168/2568 ลง 5 ส.ค.68 และ หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 741/2568 ลง 4 ส.ค.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุม เครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ Auto888vip.com

จากการตรวจค้นเบื้องต้น พบนายทวีศักดิ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ และคนกดเงินสดที่ได้จากขบวนการดังกล่าว

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ อาทิ
1. รถยนต์ ยี่ห้อ เบนซ์ CLS53 มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท 
2.รถยนต์ ยี่ห้อ BMW M4 มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท 
3. เงินสดประมาณ 28 ล้านบาท
4.นาฬิกายี่ห้อ PATEK ราคาประมาณ 3 ล้าน

5.นาฬิกา ยี่ห้อ ROLEX ราคาประมาณ 4 แสน 
6.เครื่องประดับ มูลค่าประมาณ 2 ล้าน 
7.เสื้อผ้า Brand name มูลค่าประมาณ 6 แสน 
8.โทรศัพท์ มือถือ จำนวนประมาณ 30 เครื่อง 
9.สมุดบัญชี จำนวน 6 เล่ม
10 บัตรกดเงิบสด จำนาน 3 ใบ

ทลายรง.ผลิตโดรน-อุปกรณ์ตัดสัญญาณเถื่อนยึดของกลาง 200 ชิ้น

ตำรวจบุกจับโรงงานผลิตโดรนและอุปกรณ์ตัดสัญญาณเถื่อน ยึดของกลาง 200 ชิ้น มูลค่ามหาศาล

ตำรวจกองปราบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กสทช. นำกำลังบุกเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งใน อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบผลิตและจำหน่าย โดรน และ อุปกรณ์ตัดสัญญาณเถื่อน โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นตามหมายศาล และพบของกลางจำนวนมาก

ภายในบริษัท เจ้าหน้าที่ได้พบกับนายกฤษนันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทชาวไทย ซึ่งได้พาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบของกลางที่ซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย:

–  โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) 29 เครื่อง

  ปืนรบกวนสัญญาณ (Signal Jammer Gun) 129 กระบอก

–  กระเป๋าตรวจจับสัญญาณ 38 ใบ

  เครื่องรบกวนสัญญาณ 16 เครื่อง

 – รถตู้สำหรับตรวจจับและรบกวนสัญญาณ 1 คัน

 – อุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกกว่า 50 รายการ

รวมของกลางทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น ซึ่งจะถูกส่งไปตรวจสอบความถี่และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อไปที่ กองบังคับการตำรวจสอบสวนกลาง

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า บริษัทดังกล่าวมีเจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ และมีกรรมการชาวไทยร่วมด้วย โดยทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตอุปกรณ์และโดรน แต่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย