สืบ ตม.3บุกรวบหนุ่มสวีเดนเครือข่ายแก๊งค้ายาแถบสแกนดิเนเวียคาหมู่บ้านหรู

สืบ ตม.3 แฝงตัวเข้าหมู่บ้านหรูล่าอาชญากรข้ามชาติ ปิดเกมหนุ่มสวีเดน ผู้ต้องหายาเสพติดออนไลน์เครือข่ายแก๊งค้ายานรกแถบสแกนดิเนเวีย หนีหมายแดง INTERPOL ซุกไทย!

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 68  ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.(สส.), พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนภาคตะวันออก กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.ฯ

และกำลังลุยปิดล้อมควบคุมตัว นายโทบี้ (นามสมมุติ) อาชญากรตัวเอ้ชาวสวีเดน หนีหมายแดง (Red Notice) จากตำรวจสากล (INTERPOL) คดียาเสพติดของกรมตำรวจสวีเดน จากการสืบสวนและติดตามอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถพิสูจน์ทราบถึงสถานที่พักอาศัยของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน จึงได้วางแผนและนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายโทบี้ (นามสมมุติ) ไว้ได้สำเร็จคาบ้านพักวิลล่าสุดหรู ย่านบางละมุง

พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ฯ เปิดเผยว่า สืบสวนพฤติกรรมของนายโทบี้ นั้นเข้าข่ายเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม โดยทางการสวีเดนต้องการตัวเขากลับไปรับโทษจากคดียาเสพติด โดยนายโทบี้ เป็นผู้ดูแลระดับโลกหรือ Global Moderator แพลทฟอร์มซื้อขายยาเสพติด ที่ใช้ชื่อว่า “Archetyp” ซึ่งเปิดให้ซื้อขายยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายแบบห้องแชทส่วนตัว (Private Room Chat) ในภูมิภาคสแกนดิเนเวียและส่วนอื่นๆของยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ ปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกำชับให้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวที่แฝงตัว ปะปนเข้ามากระทำความผิด อันเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย

สอน.เด้งรับนโยบายรัฐเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 ลุยขับเคลื่อนอุตฯอ้อย-น้ำตาล รับเทรนด์การค้าโลก

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อย ตาลทรายให้เติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขานรับนโยบายรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา สอดรับเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบัน ที่ได้นำประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทในการกีดกันทางการค้า

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ตานโยบาย”ปฏิรูปอุตสาหกรรม” ของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สอน. จึงได้จัด “โครงการประชาสัมพันธ์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้เติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เพื่อรณรงค์ลดการเผาอ้อยในภาคการเกษตร สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนให้มีการตัดอ้อยสดเพิ่มขึ้น

ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) ได้ทำการกดปุ่ม Kick off โอนเงินช่วยเหลือตัดอ้อยสด 100% ล็อตแรก ซึ่งมีพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับเงิน 77,044 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 55 ล้านตัน หรือคิดเป็น 60.94% ของเกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงินทั้งสิ้น 126,418 ราย สำหรับล็อตถัดไป คาดว่าจะสามารถโอนได้ภายในสัปดาห์หน้า

นายใบน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางที่จะส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย และผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล ประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจสู่อุตสาหกรรมสีเขียวมากขึ้น อาทิเช่น สร้างมูลค่าเพิ่มใบและยอดอ้อย : ขยายต้นแบบเครื่องอัดใบอ้อย (Wood Pellet) และใบอ้อยอัดก้อน (Wood Chip) และขยายผลไปสู่ชุมชนต้นแบบ แนวคิดการเพิ่มมูลคำใบอ้อยเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ : เพิ่มรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในการพัฒนาเครื่องผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า

สินเชื่อสีเขียวเพื่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย : จัดการแหล่งน้ำ ซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรในไร้อ้อย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อย และแก๊ขปัญหา PM 2.5 สนับสนุนการรวมกลุ่มชาวไร่อ้อย : เพื่อการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรต่าง ๆ เช่น เครื่องสางใบอ้อย เครื่องตัดอ้อยพ่วงข้าง เครื่องกวาดใบอ้อย เครื่องอัดใบอ้อย และผานสับคลุกใบอ้อย

“ผมหวังว่าการจัดโครงการนี้ จะสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรและโรงงานน้ำตาลร่วมมือกับภาครัฐ ในการลดเผาอ้อย ลด PM 2.5 และมีตัวเลขการเผาอ้อยในฤดูการผลิตหน้าที่ต่ำกว่า 1496เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับภาคการผลิตอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่จะมุ่งให้ไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608” นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้าย 

ศรีสะเกษย้ายผู้อพยพจากสถานศึกษากระจายพำนัก 4 แห่งรับเปิดภาคเรียน

จังหวัดศรีสะเกษ มีความจำเป็นต้องย้ายผู้อพยพจากสถานศึกษาเพื่อความต่อเนื่องของการเรียนการสอน ย้ำดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มอบหมายให้ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้อพยพจำนวน 820 คน ที่พักอาศัยอยู่ใน ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนเบญจลักษ์พิทยา อำเภอเบญจลักษ์ เนื่องจากโรงเรียนจะเปิดภาคเรียนในวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม 2568 นี้

สุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ มีความจำเป็นเพื่อ ให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ และเพื่อให้ประชาชนผู้อพยพได้รับการดูแลในสถานที่ที่เหมาะสมและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น  โดยผู้อพยพสามารถพักอยู่ในโรงเรียนเบญจลักษ์พิทยาได้ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 256 อำเภอเบญจลักษ์ได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงใหม่จำนวน 4 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องเคลื่อนย้าย ได้แก่:

1. วัดหนองงูเหลือมเหนือ (500 คน)

 2. วัดป่าเบญจลักษ์ (200 คน)

 3. หอประชุม อบต.เสียว (100 คน)

 4. ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเบญจลักษ์ (50 คน)

เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น ได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็น และจัดเตรียมอุปกรณ์ที่เคยได้รับไปแล้วให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้าย 
        
การบริหารจัดการในศูนย์พักพิงแห่งใหม่จะอยู่ภายใต้ การอำนวยการของนายอำเภอเบญจลักษ์ นายธนเดช พระอารักษ์ พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ ทั้งด้านอาหาร ที่พัก สุขอนามัย และความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการขอสนับสนุนงบประมาณจาก เงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาวะฉุกเฉินจากภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ

จังหวัดศรีสะเกษขอย้ำว่า การเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ รวมทั้งมีแผนการเคลื่อนย้ายในศูนย์พักพิง (ชั่วคราว) อื่น ๆ ที่ ตั้งอยู่ในสถานศึกษา โรงเรียน เป็นการจัดการตามแผนที่มีความรับผิดชอบรอบด้าน มุ่งหวังให้ทั้งนักเรียนในสถานศึกษาและประชาชนผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมขอความร่วมมือและความเข้าใจจากพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคง

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

เปิดวิสัยทัศน์”ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล” นายก ทม.เมืองกะดี ชูพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

เทศบาลเมืองบางกะดี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  ได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากเทศบาลตำบลบางกะดี เป็นเทศบาลเมืองบางกะดี ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2563 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 204 ง เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 มีพื้นที่ทั้งหมด 8.3 ตร.กม. (3.2 ตร.ไมล์) เป็นที่ตั้งของสวนอุตสาหกรรมบางกะดี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของเทศบาล

ด้วยมาดความเป็นผู้นำสมาร์ท เรามาทำความรู้จัก นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี จบการศึกษา ป.ตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ สาขาการจัดการทั่วไป ป.โท มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย สาขารัฐประศาสนศาสตร์ การเมืองการปกครอง ผ่านการอบรมหลักสูตร ผู้บริหารท้องถิ่นระดับสูง (ประธานรุ่น) และหลักสูตรการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) รุ่นที่ 26 โดยมีวิสัยทัศน์ “สังคมต้องได้รับการพัฒนา การกีฬาต้องได้รับการส่งเสริม สิ่งที่เร่งเพิ่มคือการศึกษา ปัญหาใหญ่คือคุณภาพชีวิต” “  นโยบายของเราคือเรื่องสำคัญที่ตอบโจทย์ประชาชนได้

นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี เปิดเผยว่า เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนคือเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนเป็นสำคัญ สร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจพร้อมสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติสร้างสภาพแวดล้อมเมืองให้น่าอยู่และปลอดภัย ให้เป็น “เมืองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม”

“เมืองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม” หมายถึง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของเมือง โดยยึดหลักธรรมาภิบาล หรือหลักการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและความเป็นธรรมในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยหลักการสำคัญคือการมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการรับผิดชอบต่อสังคม

ในเขตเทศบาลเมืองบางกะดีเรามีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ มากกว่า 70 โรงงาน ประชาชนต้องมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนะและตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตน การสร้างเมืองธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อให้เมืองมีความน่าอยู่ และยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งเทศบาลเมืองบางกะดี ได้ดำเนินการมาโดยตลอดจนได้รับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ เมืองสิ่งแวดล้อมน่าอยู่ คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศประจำปี 2566 ระดับ1ระดับว่งเสริม(SAR score)

นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ปี2566-2568 ระดับ5 ระดับแพลทินัม (platinum) และรางวัลเชิดชูเกียรติ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนระดับประเทศ ประเภทเทศบาลเมือง รางวัลทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเรามีความร่วมมือที่ดีต่อกันของทุกๆฝ่าย

นโยบายที่เทศบาลเมืองบางกะดีทำมาตลอดคือเรื่องการศึกษา การต่อยอดโครงการการศึกษา ให้เด็กๆมีห้องเรียนโรงเรียนปลอดฝุ่น มีโครงการอาหารเช้าสำหรับเด็กนักเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง มีเงินกองทุน CSR ส่งเด็กๆที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ทางบ้านยากจนส่งเรียนหนังสือตั้งแต่ ปวช ปวส จนจบปริญญาตรี เงินกองทุน CSR เราหามาจากสถานประกอบการในพื้นที่ ที่เขาเล็งเห็นความสำคัญเรื่องการศึกษาเขาก็สนับสนุนเงินเข้ากองทุนทุกปี หรือการจัดกอล์ฟการกุศลเพื่อหาเงินเข้ากองทุน กองทุน CSR ทำให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นมีการศึกษาที่ดี โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของเทศบาล

เทศบาลเมืองบางกระดีนั้นเรามีศักยภาพในการทำงาน ไม่ต้องเพิ่งพาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นใด บุคลากรของเทศบาลเรานั้น มีความรู้มีความสามารถ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเรามีคุณภาพทันสมัยเราพร้อมรับมือเหตุภัยพิบัติต่างๆหากมีเหตุเกิดการณ์ต่างๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้และน้ำท่วมเรามีศูนย์อบรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เราวางแผนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในชุมชน เขามีถังเก็บน้ำเป็นแสนลิตร ติดตั้งไว้ต่อท่อเข้าไปในเขตชุมชน ถ้ามีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้น รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปได้เข้ายังมีน้ำพร้อมหัวจ่ายทำการดับเพลิงเบื้องต้นได้ทันที

ด้วยความสำคัญของพื้นที่ออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เทศบาลเมืองบางกะดี ให้ความสำคัญเรื่องของการดูแลสุขภาพ เรากำลังทำศูนย์ฟิตเนส  ศูนย์กีฬาในร่ม สนามแบดมินตัน และสนามฟุตซอลในร่ม สำหรับการดูแลสุขภาพของประชาชน ด้วยจุดมุ่งหมายคือ “สุขภาพของคนบางกะดี”

เราจะมีศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุและผู้พิการแบบครบวงจร มีรถรับส่งเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน พร้อมจัดระบบเยี่ยมบ้าน–กายภาพบำบัด ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม เป็นการผสมผสานการท่องเที่ยวเข้ากับกิจกรรมทางอุตสาหกรรม โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การทำงาน และเทคโนโลยีของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรมมีประโยชน์ต่อทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ โดยสามารถสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอุตสาหกรรมและคนในชุมชน

งบประมาณท้องถิ่นเรามีความเพียบพร้อม การทำงานการบริหารงานเราใช้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า เทศบาลเมืองบางกะดีไม่เคยขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากรัฐบาลกลางมาตั้งแต่ พ.ศ.2542-ปัจจุบัน เราใช้การขับเคลื่อนชุมชนไปสู่การพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยใช้รูปแบบและกลไกการทำงานควบคู่ไปกับการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของชุมชน และภาคประชาชน ยึดหลักพัฒนาองค์กรธรรมาภิบาล ในจัดการบริหารบ้านเมืองที่ดีมีศักยภาพ และมาตรฐาน ให้บริการสาธารณะ และปฏิบัติตามหน้าที่ และพันธกิจ

ตลอดจนเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี อยากให้เมืองบางกะดี เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวทิ้งท้าย

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา 

ตำรวจปูพรมค้นวัด 200 จุดทั่วไทย 181 เป้าหมาย หาตัวผู้ต้องหาบวชหนีคดี

“พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว”รอง ผบช.ก. สนธิกำลังเข้ากวาดล้างค้นวัด 200 จุดทั่วประเทศ  181 เป้าหมาย หาผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับมาบวช

อลังการ!มหกรรมสีสันหน้ากากนานาชาติกระตุ้นศก.เมืองเลย

จังหวัดเลยจัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ  “Thailand International Mask Carnival 2025” หรือ งานสีสันเมืองเลย และการแสดงหน้ากากนานาชาติ ภายใต้แนวคิดหลัก “หลากหลาย สร้างสรรค์ ยั่งยืน” พร้อมแนวทาง “ต่าง คล้าย ใช่เลย”  สะท้อนอัตลักษณ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของไทย และอาเซียนผ่านสัญลักษณ์หน้ากากจากทั้งนานาชาติและท้องถิ่น

ทั้งนี้มีนาย ไพรินทร์ ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับ มหกรรมศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ Thailand International Mask Carnival 2025 หรือ งานสีสันเมืองเลย และการแสดงหน้ากากนานาชาติ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันนี้ – 6 สิงหาคม 2568  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว

อย่าลืมมาแวะโซน ชิมอาหารพื้นถิ่น-นานาชาติ ชิมฟรี มีแต่ของอร่อย (มีให้ชิมทุกวัน ถึงวันสุดท้าย 6 ส.ค.นี้  )

สีสัน วัฒนธรรม ความสนุก รวมไว้ที่เดียว!
5–6 สิงหาคม 2568
ณ ลานพญานาคปู่ไหลคำมา ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย จ.เลย

รวมพลหน้ากากจากทั่วโลก!
อินโดนีเซีย 🇮🇩 ลาว 🇱🇦 มาเลเซีย 🇲🇾 ฟิลิปปินส์ 🇵🇭 จีน 🇨🇳 เกาหลีใต้ 🇰🇷 อินเดีย 🇮🇳
และหน้ากากพื้นถิ่นไทยจาก 7 จังหวัด
รวมถึง 3 ผีประจำเมืองเลย: ผีตาโขน ผีขนน้ำ ผีบุ้งเต้า

 ไฮไลต์ภายในงาน:
– ขบวนพาเหรดหน้ากากสุดอลังการ
– เวิร์กช็อป DIY ทำหน้ากาก
– ชิมอาหารพื้นถิ่น-นานาชาติ
– ช้อป OTOP หัตถกรรมสุดเก๋
– การแสดงโขนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
– การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ
– วัฒนธรรมเชื่อมใจคนทั้งโลก เริ่มต้นที่เมืองเลย!
 แล้วเจอกันนะทุกคน!

#ThailandMaskCarnival2025
#มหกรรมหน้ากากนานาชาติ
#เมืองเลยต้องมา
#เที่ยวเลยม่วนหลาย
#ข่าวสารสวทเลย
#จังหวัดเลย
#ไปเลยกัน

SCB EIC วิเคราะห์อุตฯยางพาราปี 68 หด เจอปัจจัยลบศก.โลก

SCB EIC คาดว่ารายได้อุตสาหกรรมยางพาราปี 2025 มีแนวโน้มหดตัว โดยมีปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอตัวและปริมาณผลผลิตยางพาราในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2025 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.3 % ตามราคายางส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 24%

SCB EIC คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกโดยรวมปี 2025 จะหดตัว 3.8 มาอยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากในช่วง7 เดือนที่เหลือของปี ราคาส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากภาวการณ์ขาดดุล หรือภาวะการผลิตน้อยกว่าความต้องการในตลาดยางพาราโลกมีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัว ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ดร.เกียรติศักดิ์ คำสี    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ( SCB EIC) 

ผลพวงจากมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ โดยเฉพาะสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ใช้ยางรถยนต์ที่สำคัญของโลก โดยSCB EIC คาดว่า GDP ของสหรัฐขยายตัวเพียง1.5 % ในปี 2025 จากที่เคยขยายตัว 2.8 % เมื่อปี 2024 ซึ่ง GDP ที่เติบโตชะลอ ทำให้ความต้องการใช้ยางล้อรถยนต์ในสหรัฐเติบโตลดลงไปด้วย แต่ปริมาณผลผลิตยางพาราโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวดี จากปัจจัยภัยแล้งที่คลี่คลายและโรคระบาดในพืชลดลง โดยเฉพาะในไทย

นอกจากนี้ แนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มลดลงในปี 2025 ยังเป็นปัจจัยกดดันให้การส่งออกยางพาราปรับตัวลดลง ซึ่งจากข้อมูลการยางแห่งประเทศไทย พบว่าในเดือนมิถุนายน ราคาการส่งออกยางพาราลดลง 11.2 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในปีนี้ ในขณะที่ราคาส่งออกน้ำยางข้นและยางแผ่นรมควันปรับตัวลดลง 23.0 %

SCB EIC คาดว่าราคาการส่งออกยางพาราเฉลี่ยปี 2025 จะอยู่ที่ 1,737 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สำหรับปริมาณการส่งออกยางพาราในปีนี้ คาดว่าน่าจะลดลง 1.8 % มาอยู่ที่ 2.8 ล้านตัน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มเติบโตชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ยาง โดยเฉพาะยางล้อรถยนต์ มีแนวโน้มเติบโตที่ต่ำ โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการส่งออกปรับตัวลดลง 1.5 %

ซึ่งปริมาณการส่งออกที่ลดลง จะทำให้กำไรโดยรวมของอุตสาหกรรมยางพาราแปรรูปลดลงตามไปด้วย เนื่องจากผู้ประกอบการมีกลยุทธ์การตั้งราคาแบบบวกจากต้นทุน

โดย… ดร.เกียรติศักดิ์ คำสี ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ( SCB EIC)

กรุงเทพโปรดิ๊วส เปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วไทย หนุนเกษตรกรผลิตปลอดเผา-ไม่บุกรุกป่า

ซีพี เปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะออกมาในช่วงเดือนสิงหาคม โดยโรงงานอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ ประเทศ และขยายจุดรับซื้อเพิ่มเติมอีก 4 จุดใกล้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคพี ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมเปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยตรงจากเกษตรกรทั่วประเทศ รองรับผลผลิตของเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวของฤดูกาลใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้ง โรงงานอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟทั่วประเทศ โดยเริ่มเปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมเป็นต้นไป และเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกรได้จำหน่ายผลผลิตใกล้กับแหล่งปลูก บริษัทยังได้เปิดจุดรับซื้อพิเศษเพิ่มเติมอีก 4 จุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทัยธานี อุตรดิตถ์ และนครราชสีมา  ทั้งนี้ บริษัทยืนยันรับซื้อผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น

บริษัทสร้างความมั่นใจกับเกษตรกรโดยมีระบบ Fast Track ช่วยเกษตรกรรายย่อยสามารถขายผลผลิตของตนเองได้ทันทีไม่ต้องรอต่อคิวกับรถขนส่งผลผลิตของผู้ประกอบการรายใหญ่ และในทุกจุดรับซื้อยังมีทีมงานและคู่ค้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรลงทะเบียนพื้นที่เพาะปลูกเพื่อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ บริษัทรับซื้อเฉพาะผลผลิตที่ปลูกมาจากพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่า และไม่เผาตอซัง ตามนโยบายของเครือซีพี ไม่รับซื้อและไม่นำเข้าผลผลิตข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่เผาแปลง  

ฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการวัตถุดิบอาหารสัตว์ บีเคพี กล่าวว่า ซีพีให้ความสำคัญกับการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ โดยสนับสนุนคู่ค้าและเกษตรกรด้วยการรับซื้อข้าวโพดในประเทศ โดยเฉพาะผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยบริษัทรับซื้อเฉพาะผลผลิตที่ไม่มาจากพื้นที่บุกรุกพื้นที่ป่า และไม่เผาแปลง

“พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวและผู้รวบรวมผลผลิต มั่นใจได้ว่า ผลผลิตข้าวโพดที่ปลอดการบุกรุกพื้นที่ป่า และไม่เผาแปลง มีตลาดรองรับแน่นอน  กรุงเทพโปรดิ๊วสรับซื้อผลผลิตผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ มีมาตรฐาน โปร่งใสและยุติธรรม ทั้งในเรื่องราคารับซื้อ การวัดความชื้น และ การตรวจสอบคุณภาพผลผลิต” ฐิติกล่าว

ทั้งนี้ โรงงานอาหารสัตว์และจุดรับซื้อทั้ง 9 แห่งที่เริ่มเปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไป ได้แก่

  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เปิดรับซื้อตั้งแต่ วันที่ 29 กรกฎาคม 2568
  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟ ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดรับซื้อตั้งแต่ วันที่ 4 สิงหาคม 2568
  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เปิดรับซื้อตั้งแต่ วันที่ 4 สิงหาคม 2568
  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟ บางนา เปิดรับซื้อตั้งแต่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568
  • โรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟ โคกกรวด จังหวัดนครราชสีมา เปิดรับซื้อตั้งแต่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568

จุดรับซื้อพิเศษที่เปิดใกล้กับแหล่งปลูกของเกษตรกร

  • จุดรับซื้อ ลานธนากรพืชผล อำเภอชนแดน จังหวัด เพชรบูรณ์ เริ่มเปิดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568
  • จุดรับซื้อ ลาน สหกรณ์การเกษตรปฎิรูปที่ดินหนองกอก อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดรับซื้อ ต้นเดือน กันยายน 2568
  • จุดรับซื้อ ลาน พ พืชผล อำเภอด่านขุนทด จังหวัด นครราชสีมา เปิดรับซื้อต้นเดือนตุลาคม 2568
  • จุดรับซื้อ ลาน ท.เจริญลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัด อุทัยธานี เปิดรับซื้อตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2568

ทั้งนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของซีพีเอฟทุกแห่งทั่วประเทศจะทยอยเปิดรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ โดยสามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับซื้อผลผลิตของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของซีพีเอฟ และราคารับซื้อประจำวันได้ทุกวันที่แอปพลิเคชัน ฟ.ฟาร์ม ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารหลักในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสถานการณ์.

อุทัยธานีชู “เขาขี้ฝอย “โมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน : One Day Trip “เขาขี้ฝอย Model” จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model)  วัดทุ่งนาไทย ตำบลเขาขี้ฝอย อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน : One Day Trip “เขาขี้ฝอย Model” จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี นางสาวฐานิตา แจ้งชัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี นำสื่อมวลชน เครือข่ายประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมศึกษาดูงาน

และประชาสัมพันธ์ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนตำบลเขาขี้ฝอย อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนต้นแบบนำร่องขนาดเล็ก ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลเขาขี้ฝอย อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพื่อแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลายประเด็น อาทิ ปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ ปัญหาการจัดการขยะชุมชน ปัญหามลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM 2.5 หมอกควันไฟป่า ทรัพยากรป่าไม้เสื่อมโทรม เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่นี้มีทั้งทรัพยากรน้ำ ได้แก่ คลองทัพทันและแก้มลิงเขาขี้ฝอย และทรัพยากรป่าไม้ ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านเขาขี้ฝอย จึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนตามแนวทางโมเดลเศรษฐกิจใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการส่งเสริมชุมชนเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) ที่สอดคล้องตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป้าหมายที่ 3. ใช้ประโยชน์และสร้างการเติบโต บนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สมดุลภายในขีดความสามารถของระบบนิเวศ ซึ่งจะเป็นต้นทุนในการส่งเสริมการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนให้กับชุมชน ด้วยการส่งเสริมการทำระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชน ในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมชุมชนให้มีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ส่งเสริมชุมชนเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Model) สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. ส่งเสริมการทำระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้นอย่างถูกหลักวิชาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน 3. พัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคประชน ในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน 4. ส่งเสริมชุมชน ในการใช้องค์ความรู้ท้องถิ่นร่วมกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีการรักษาพื้นที่สีเขียวของป่าชุมชน และร่วมกันเฝ้าระวังการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าและการเกิดไฟป่า

อีกทั้ง ยังช่วยพัฒนาองค์ความรู้ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในชุมชน ส่งเสริมการจัดการขยะอย่างถูกต้องไม่เกิดการปนเปื้อนของสารพิษจากขยะสู่ธรรมชาติ รวมถึงพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่แห้งแล้ง ด้วยการจัดทำระบบเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น เพื่อให้น้ำในฤดูฝนซึมผ่านลงดินได้รวดเร็วขึ้น ลดการระเหยของน้ำ ในแปลงปลูกพืช ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชผัก เพื่อการบริโภคแบบปลอดภัยได้อย่างเพียงพอ และเหลือขายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ด้วยการพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ “เขาขี้ฝอย Model”

“อาฒยา” โปรกอล์ฟสาวไทย กลับขึ้นครองมือ 1 ของโลกเป็นครั้งที่สอง

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ ทัวร์ 5 รายการกลับขึ้นไปครองมือ 1 ของโลกอีกครั้ง ในการประกาศจัดอันดับคะแนนสะสมโลกกอล์ฟหญิงประจำสัปดาห์ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 หลังจบอันดับ 30 ร่วม รายการ เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น เมเจอร์สุดท้ายของปี ที่เวลส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม นับเป็นครั้งที่สองในอาชีพแซงหน้า เนลลี คอร์ดา โปรสาวชาวอเมริกันที่ครองมาตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมปี 2024 

อาฒยา ฐิติกุล วัย 22 ปี เคยก้าวขึ้นครองมือหนึ่งของโลกครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 13 พฤษภาคม ปี 2022 รวมสองสัปดาห์ ซึ่งเธอกลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สอง ที่ครองมือหนึ่งของโลกต่อจาก เอรียา จุฑานุุกาล เคยทำได้เมื่อวันที่ 12-25 มิถุนายน 2017 รวมสองสัปดาห์ และครองอยู่สามครั้งด้วยกัน

 นักกอล์ฟจากจังหวัดราชบุรี เผยหลังการได้กลับขึ้นไปครองมือหนึ่งของโลกอีกครั้งว่า “จีนรู้สึกขอบคุณอย่างมากที่ได้กลายเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของจีนคนเดียว แต่นี่คือเรื่องของครอบครัวของจีน ทีมของจีน และเพื่อน ๆ ของจีน ยังไม่รวมถึงแรงสนับสนุนอันน่าทึ่งที่ได้รับจากแฟน ๆ ในประเทศไทยและจากทั่วโลกด้วย มีนักกอล์ฟที่เก่งมากมายลงแข่งกันในทุกสัปดาห์ และจีนจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นตัวแทนของกีฬานี้ที่เข้มแข็งและน่าภาคภูมิใจ” 

ปีนี้ อาฒยา สร้างผลงานในแอลพีจีเอได้ค่อนข้างดี จบใน 10 อันดับ 8 ครั้งแรก มากที่สุดในทัวร์ รวมทั้งคว้าแชมป์ มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น และยังจบอันดับ 2 เอวิยอง แชมเปียนชิพ เมเจอร์ที่สี่ของปีที่ประเทศฝรั่งเศสแพ้เพลย์ออฟ และจบอันดับสองร่วม รายการ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อต้นปี

นอกจากนี้แล้วยังนำอันดับหนึ่งคะแนนสะสมเรซทู เดอะ ซีเอ็มอี โกลบ รวม 2,204.950 คะแนน และนำอันดับหนึ่งคะแนนสะสมนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (Rolex Player of the Year) รวม 104 คะแนน และนำสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุด 69.511 

ส่วนผลงานในปี 2024 อาฒยา คว้าแชมป์สองรายการจากทีมดาว แชมเปียนชิพ คู่กับ หยิน ยัวหนิง เพื่อนสนิทจากจีน และคว้าแชมป์ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพปิดท้ายฤดูกาลรับเงินรางวัล 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์กอล์ฟหญิง 

สำหรับผลงานก่อนที่อาฒยา จะเข้าร่วมแอลพีจีเอ ทัวร์นั้นเธอเคยสร้างสถิติกลายเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ค้าแชมป์ในทัวร์กอล์ฟอาชีพด้วยอายุ 14 ปี 19 วันเมื่อครั้งที่คว้าแชมป์เลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ไทยแลนด์ แชมเปียนชิพ เมื่อปี 2017 และต่อปี 2021 เธอสร้างสถิติกลายเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดที่ครองมือหนึ่งเลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ และควบรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และรุกกี้แห่งปี

ขณะที่ เนลลี คอร์ดา ก้าวขึ้นครองมือหนึ่งของโลกครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 และครองหลายครั้งรวม 108 สัปดาห์เป็นนักกอล์ฟคนที่หกที่ครองมือหนึ่งเกิน 100 สัปดาห์ ร่วมกับ โค จิน-ยอง จากเกาหลีใต้ 163 สัปดาห์ ลอเรนา โอโชอา จากเม็กซิโก 158 สัปดาห์ ลีเดีย โค จากนิวซีแลนด์ 125 สัปดาห์ เจิ้ง หยาหนี จากจีนไทเป 109 สัปดาห์ และ พัค อินบี จากเกาหลีใต้106 สัปดาห์ 

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images