คณะสว.ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยี่ยมศูนย์อพยพ–แนวปะทะ มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

คณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยี่ยมศูนย์อพยพที่วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์  ดูจุดแนวปะทะ ตลอดทั้ง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา นายธวัช  สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเยี่ยมศูนย์อพยพชั่วคราว ที่วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบเงินจำนวน 100,000 บาท สนับสนุนค่าอาหารให้กับผู้พักพิงชั่วคราว

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน คณะ ส.ว. ได้เดินทางต่อไปยังแนวชายแดนในเขตกันทรลักษ์. เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยง พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น รายละ 10,000 บาท แก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง. การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน” โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และจ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

สำหรับคณะ ส.ว. ที่ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ อาทิ นายกิตติพันธ์ อนันตกูลจิรโชติ, นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว, นายอิสระ บุญสองชั้น, นายธนชัย แซ่จึง, นายธนภัทร ตวงวิไล, นางสุมิตรา จารุกำเนิดกนก และนายจรุณ กลิ่นตลบ  คณะ ส.ว. ย้ำว่า จะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่จริง รวมถึงเสียงสะท้อนของประชาชน ไปสู่การขับเคลื่อนในระดับนโยบาย เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดความต่อเนื่อง ยั่งยืน และทั่วถึง

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

สกัดเขมรสอดแนม!ศรีสะเกษห้ามบินโดรนเพื่อความมั่นคงขั้นสูงสุด

จังหวัดศรีสะเกษ ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากายนอก(Drone)ในพื้นที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา

นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีหนังสือด่วนที่สุด
ที่ ศก ๐๐๑๘.๒/ว ๑๖๗๐๓
ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ
ถนนเทพา ศก ๓๓๐๐๐
ถึง นายอำเภอทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง

เรื่อง แนวทางการดำเนินการต่อ”อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน” ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone) ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

อ้างถึง แผนปฏิบัติการเฉพาะกิจพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังจังหวัดศรีสะเกษสิ่งที่ส่งมาด้วย ประกาศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา

ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘
จำนวน ๑ ฉบับ

สุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ 

ตามที่กองทัพภาคที่ ๒ ตรวจพบการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ปรากฏขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงในห้วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สำนักงานการบินพลเรือนจึงออกประกาศ เรื่อง ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยแม่ทัพภาคที่ ๒ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๒ ได้จัดการประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ทั้ง ๒๐ จังหวัด ตำรวจภูธร ภาค ๓ ภาค ๔ และ กสทช. ซึ่งได้กำหนดมาตรการในการป้องกันทั้งเชิงรับและเชิงรุก นั้นเพื่อเป็นการยกระดับมาตรการรับมือภัยคุกคามจากอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง จังหวัดศรีสะเกษ จึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

๑. การดูแลสถานที่ในเขตราชการให้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่รักษาความปลดภัยประจำสถานที่ราชการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เขตสถานที่ราชการ และเฝ้าระวังการกระทำที่อาจจะส่งผลต่อความมั่นคง

๒. การดูแลสถานที่ในเขตเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ชุมชน/หมู่บ้าน/ตำบล) ให้สั่งใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อพปร.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในขั้นต้นและให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดศรีสะเกษ ที่รับผิดชอบในเขตเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่พิพิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่เขตเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยทำหน้าที่เป็นกำลังสายตรวจ จุดตรวจ การรักษาเส้นทางคมนาคมการจัดระบบการจราจร การระงับการแตกตื่นเสียขวัญของประชาชนตลอดจนการบำรุงขวัญของประชาชนในเขตพื้นที่ ที่รับผิดชอบ

๓. เขตอุตสาหกรรมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่ในเขตอุตสาหกรรมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตสถานที่อุตสาหกรรมและเฝ้าระวังการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

๔.ให้เข้มงวด

๔.ให้เข้มงวดกวดขันและเฝ้าระวังสถานที่ราชการที่เกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค เช่น สถานีจ่ายไฟฟ้า สถานีโทรคมนาคม หรือสถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น

๕. ให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานีจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ ด้วยการติดตั้งตาข่ายดักจับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) และจัดเวรยามเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยให้บูรณาการกำลังในพื้นที่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีจ่ายไฟฟ้า รวมทั้งการปรับมุมมกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในสถานีจ่ายไฟฟ้า ขึ้นบนท้องฟ้าเพื่อตรวจจับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) หรือสิ่งผิดปกติบนท้องฟ้า

๖. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจ จุดสกัดและจัดสายตรวจ ตรวจตรา สถานีจ่ายไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภค เพื่อเฝ้าระวังป้องปรามการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงในกรณีประชาชนพบเห็นอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ให้แจ้งที่สายด่วน ๑๙๑ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินสถานการณ์และตรวจสอบ

๗. กรณีพบเห็นอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก(Drone) ในพื้นที่ความมั่นคงหรือสถานีจ่ายไฟฟ้า ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ความมั่นคงสามารถใช้อาวุธปืน (ลูกชอง) ยิงทำลายได้ทันที โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบที่อาจได้รับผลกระทบจากลูกกระสุนในวิถีการยิงและลูกกระสุนที่ตกลงมา

๘. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่พบเห็นอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุบคุมการบินจากภายนอก (Drone) ไม่ให้ตื่นตระหนกตกใจ หากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (สายด่วน ๑๙๘)เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)หรือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณใกล้เคียง ทราบ

๙. กรณีมีการยิงทำลายอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (Drone) หรือมีการจับกุมผู้กระทำความผิดขอให้รายงานจังหวัดศรีสะเกษ ทราบโดยด่วน

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

สดุดีทหารกล้า! ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ 5 วีรชน ปูนบำเหน็จ-เลื่อนยศ สมเกียรติ

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้กองทัพบกสูญเสียทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จำนวน 15 นาย ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพแก่เหล่าทหารหาญ  โดยในวันนี้ (2 ส.ค.68) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบให้คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานเพลิงศพของทหารหาญ จำนวน 5 นาย ดังนี้

พิธีพระราชเพลิงศพ จ.ส.อ.ธีระยุทธ์ สีจุ้ยจ้าย ตำแหน่งรองผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดเนินนิมิต อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยมี พล.ท.เกรียงไกร ปราสาฑสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก (2) เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น ” พลตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 3,569,461 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก ตำแหน่งพลซุ่มยิง กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ (28 ก.ค.68) ณ วัดบูรพาราม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมี พล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (1) เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น”พันตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,629,538 บาท

พิธีพระราชเพลิงศพ ส.ท.ต่อพงษ์ พันดวง ตำแหน่งเสมียน กองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่  16 กองพลทหารราบที่ 6 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดสุริโย (กำแมด) อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยมี พล.อ.ไกรภพ ไชยพันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (2) เป็นประธานในพิธีโดยกองทัพบกได้ดำเนินการมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,238,905 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหาร สิรวิทย์ พิณโญสุข ตำแหน่งพลปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ (28 ก.ค.68) ณ วัดสายทอง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น โดยมี พล.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น “ ร้อยตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,083,750 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง ตำแหน่งพลประจำปืน ปตอ.2 พัน.2 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดบ้านยางโป่งสะเดา อ.ระหานทราย จ.บุรีรัมย์ โดยมี พล.อ.ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น “สิบเอก“ พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาทรวม 2,118,305 บาท

กองทัพบกขอสดุดี ทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินเกิดด้วยชีวิต เป็นวีรบุรุษของชาติที่จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของคนไทยตลอดไป ทั้งนี้ กองทัพบกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาท เพื่อเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละอันยิ่งใหญ่อย่างดีที่สุด

จีนเผยภาพการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งประวัติศาสตร์ ยืนยันพร้อมเชิงยุทธศาสตร์ของกองทัพ

กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) เปิดเผยภาพและเบื้องหลังการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) จากหน่วยรบของกองกำลังจรวด (Rocket Force) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นครั้งแรก นับเป็นภารกิจในครั้งนี้มีความซับซ้อนและท้าทายกว่าครั้งก่อน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทดสอบขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความแม่นยำและอัจฉริยะมากขึ้น ตลอดจนการยกระดับความสามารถของกำลังพลให้ทันสมัยสอดรับกับเทคโนโลยี

“อาวุธชิ้นนี้จะบินได้ไกลแค่ไหน ยิงได้แม่นยำเพียงใด นั่นหมายถึงความมั่นคงของชาติและประชาชน” ทหารนายหนึ่งกล่าว

ในวันยิงขีปนาวุธ กระทรวงกลาโหมจีนได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า การซ้อมยิงในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการฝึกประจำปี และไม่ได้มีเป้าหมายต่อประเทศใดโดยเฉพาะ พร้อมทั้งย้ำว่าการทดสอบดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ

ในวันต่อมา กระทรวงกลาโหมยังเผยแพร่ภาพถ่ายความละเอียดสูงของการยิง ICBM ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่จีนเผยภาพขีปนาวุธรุ่นใหม่ในภารกิจจริง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสี่ทศวรรษที่จีนยิงขีปนาวุธลงสู่แปซิฟิก โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อปี 2523 ในภารกิจวิจัยเพื่อทดสอบขีปนาวุธตงเฟิง-5 โดยในครั้งนี้เป็นการฝึกซ้อมเชิงปฏิบัติการของหน่วยทหารจริง ไม่ใช่ของศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่าสหรัฐฯ ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธของจีนล่วงหน้า และถือว่านี่เป็นพัฒนาการเชิงบวกที่ช่วยลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดหรือความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด

แห่อาลัยเหยื่อบึ้มเขมร!หลั่งไหลวางดอกไม้หน้าปั๊มน้ำมันบ้านผือศรีสะเกษ

ประชาชนชาว ศรีสะเกษทจากทั่วสารทิศแห่ร่วมอาลัย สูญเสียไม่สูญเปล่า ประชาชนหลั่งไหลร่วมวางดอกไม้หน้าปั๊มน้ำมันบ้านผือ หลังเหตุการณ์ยิงจรวด BM-21 คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์”

บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า และความรู้สึกอาลัยจากประชาชนในทุกสารทิศ เกิดขึ้น ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่กองทัพกัมพูชายิงจรวด BM-21 ตกลงมา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบ สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนไทยทั้งประเทศ

เช้าวันนี้ (2 สิงหาคม 2568) ตั้งแต่เวลา 09.30 น.  ประชาชนชาวอำเภอกันทรลักษ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยและส่งดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ ประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ รวมถึงผู้คนจากจังหวัดใกล้เคียง ต่างเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยหัวใจเปี่ยมด้วยความรัก ความเห็นอกเห็นใจ สื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศก็เข้าร่วมสังเกตการณ์และบันทึกภาพแห่งความสูญเสีย ที่ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นต่อผู้บริสุทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของบาดแผลที่กระทบต่อสังคมไทยในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์และชาวเน็ตจากทั่วประเทศ ต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อันโหดร้ายครั้งนี้ ด้วยการโพสต์ข้อความ ร่วมไว้อาลัย และติดแฮชแท็ก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

วานนี้ คณะผู้แทนจากนานาชาติ รวมทั้งเอกอัครราชทูต และทูตทหารจาก 23 ประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศกว่า 150 คน ได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับประชาชน โดยผู้แทนหลายประเทศได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และยืนยันให้การสนับสนุนแนวทางของประเทศไทย ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

แม้เหตุการณ์ในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสูญเสีย แต่ในความเศร้า ก็ยังมีแสงแห่งความหวัง เมื่อคนไทยทั่วประเทศต่างร่วมแรง ร่วมใจ ส่งกำลังใจและยื่นมือเข้ามาโอบอุ้มครอบครัวผู้สูญเสีย ความสูญเสียในครั้งนี้  จะไม่มีวันถูกลืม และจะกลายเป็นพลังในการเดินหน้าสู่สันติภาพเพื่อให้แผ่นดินไทยยังคงเป็นที่พำนักแห่งความสงบสุข สำหรับคนไทยทุกคนตลอดไป

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ปัตตานีเมืองคลั่งกีฬา ดันธุรกิจ “ขายเสื้อผ้ากีฬามือสอง” โตสวนกระแสตลาด

“ปัตตานี” เป็นจังหวัดที่มีการค้าเสื้อผ้ามือสองระดับแถวหน้าของประเทศ จนกลายเป็นธุรกิจใหญ่ที่มีมายาวนาน จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบการขายและการทำตลาดที่ทันต่อโลกธุรกิจยุคสมัย โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้ารุ่นใหม่ เริ่มหันมาสนใจขายช่องทางออนไลน์มากขึ้น นอกเหนือจากการออกไปเร่ขายตามตลาดนัดชุมชนต่างๆเหมือนในอดีต
     
ตลอดทั้งสัปดาห์  “ปัตตานี” ไม่มีวันหลับ จะมีแหล่งขายเสื้อผ้ามือสองแถบทุกตลาดนัด อย่างแหล่งใหญ่ ตลาดรูสะมิแล ,ตลาดใจกลางเมือง, ตลาดแถวหมู่บ้านชาวประมง,ตลาดตอนเย็นด้าน หน้ามัสยิดกลาง ว่ากันว่า แทบทุกวันมีตลาดเสื้อผ้าให้เลือกช้อปกันมากมาย

ที่น่าสนใจ กลุ่มเสื้อผ้ากีฬามือสอง เสื้อสโมสรต่างๆ เสื้อกีฬาอเมริกันฟุตบอล เสื้อกีฬานำจากเกาหลี และญี่ปุ่น ยังเป็นที่นิยมกลุ่มลุกค้าวัยรุ่นและคนรักกีฬา ที่เป็นแฟนฟุตบอลสโมสรจากยุโรปตัวยง รวมทั้ง เสื้อเจลีก จากญี่ปุ่น ที่พ่อค้าคัดมาจำหน่ายกันในราคาที่ถูก
     
บางครั้งเสื้อผ้ากีฬาฟุตบอลสโมสรเก่าๆ อาจหลงอยู่ในกระสอบมาบ้าง จะเป็นสโมสรยุคเก่าเมื่อสมัย 20-30 ปีก่อน เป็นที่นิยมชองนักสะสมเสื้อเก่าจะรู้จักกันในกลุ่ม ราคาหลักพันถึงหมื่น เพราะว่าเป็นสินค้าหายาก ย้อนยุค อย่างเสื้อทีมชาติ เสื้อบอลโลก และที่นิยมกันมาก คือเสื้อรุ่นเก่าๆสโมสรลิเวอร์พูล แมนยูฯ ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด

ลูกค้าตาถึงบางคนที่มาเลือกหาสินค้ารุ่นเก่าๆ มีความความต้องการตลาดสูง บางคนซื้อไปสะสม หรือขายต่อตามช่องทางออนไลน์จะได้ราคาดี ทั้งประเภทเสื้อวอร์ม เสื้อซ้อม และเสื้อแข่ง และเสื้อในวาระต่างๆ แต่นานทีจะเจอของดี เนื่องจากว่าหัวกระสอบสมัยนี้ถูกคัดมาหลายน้ำแล้ว (ถูกคัดมาหลายรอบตั้งแต่เปิดกระสอบ) 
     
ส่วนเสื้อประเภทเกรดบี เกรดซี พ่อค้าจะมาแขวนราวขายกันตามตลาดนัด ในราคาตัวละ 100-120 บาท ส่วนเสื้อกีฬาทั่วไปที่มีตำหนิหน่อยจะขายกัน 20-40 บาท บางครั้งพ่อค้าต่างจังหวัดมากว้านซื้อไปทำราคา ขายต่อวางราคาเพิ่มขึ้น มีกำไรเล็กน้อย หากสังเกต ปัจจุบัน พ่อค้าขายเสื้อกีฬามือสอง ยังมีน้อยอยู่ เพราะว่าการเลือกของมาขายอาจมีข้อจำกัดลูกค้าที่เป็นคอกีฬาเท่านั้น ไม่ใช่ตลาดแมสทั่วไป

ยิ่งปัตตานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่คลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลมาก ไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ การสวมใส่แฟชั่นเสื้อกีฬา เสื้อสโมสร ยังเป็นแฟชั่นยอดฮิตและเป็นอมตะ ด้วยความที่นักเรียน นักศึกษา คนทำงานเลือกที่สวมใส่กันมากกว่าแฟชั่นดีไซน์ทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้หญิงยุคนนี้ยังหันมาสนใจกีฬาฟุตบอลกันเป็นจำนวนมาก
     
ยิ่งยุคนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬายังพอไปได้ และยังขายได้ราคาอยู่ต่อเนื่อง  แต่ต้นทุนเสื้อผ้าจากกระสอบสูงขึ้น หัวผ้าราคาหลักหมื่น เกรดปานกลางหลักหมื่นต้นๆ ซึ่งนับวันหาของยากมากขึ้น เนื่องจากมีพ่อค้ามาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะไปซื้อเสื้อกระสอบจากแหล่งใหญ่ที่มาเลย์ ต้องบวกภาษีอีกระดับหนึ่ง สินค้าเสื้อผ้ากีฬา จะมาจากเกาหลี ญี่ปุ่นและยุโรปคละกันไป บางครั้งมีของเก่าหลงมาในกระสอบสัก 10ตัว ก็สุดคุ้ม เป็นที่ต้องการของกลุ่มพ่อค้าขายออนไลน์กัน ยิ่งปัจจุบันพ่อค้ามีการเปิดเพจขายเสื้อผ้ากีฬากันเป็นจำนวนมาก ยิ่งยุคนี้เป็นช่องทางที่เข้าถึงคอกีฬากว้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเสื้อผ้ามือกีฬามือสอง ยังพอไปได้ เพราะว่ากลุ่มลูกค้าขาจร ยังหาซื้อกันตามร้านค้าขาประจำกันอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ จะขายได้ราคาดีกว่าเสื้อผ้าและเสื้อยืดทั่วไปที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย แต่เสื้อกีฬายังมีน้อย ซึ่งคอกีฬายังนิยมเลือกซื้อหากันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่มีราคาถูก จูงใจลูกค้าให้มีอำนาจการตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว
       
ยิ่งภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แค่ไหน เสื้อผ้ากีฬามือสองไม่มีวันตาย

    # เสื้อผ้ามือสอง
    # เสื้อผ้ากีฬามือสอง
    # เสื้อสโมสรอังกฤษมือสอง
    # ตลาดนัดรูสะมิแล
    # ตลาดต้นมะพร้าว  

ศวข.สุรินทร์ลุยผลิตข้าวหอมมะลิดีที่สุดในประเทศ

ศูนย์เรียนรู้การทำนาแบบครบวงจรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ภายในโครงการเกษตรอทิตยาทร (ซแรย์อทิตยา) ในพระราชดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยใช้หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ การดำเนินงานจะเน้นให้ความสำคัญกับการเกษตรที่หลากหลายครบวงจร ซึ่งรวมถึงการเพาะปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวตามแนวทางของพระราชดำริที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

จังหวัดสุรินทร์ มีชื่อเสียงในการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง โดยพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดนี้มีประมาณ 3 ล้านไร่ และเกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิมากกว่าร้อยละ 99 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด แม้ว่าจังหวัดสุรินทร์ จะมีการผลิตข้าวหอมมะลิที่ดี แต่เกษตรกรยังคงประสบกับปัญหาหลายประการที่ส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพข้าว โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเนื่องจากฝนตกไม่สม่ำเสมอและปัญหาการกระจายน้ำที่ไม่ทั่วถึงในพื้นที่นา ซึ่งส่งผลให้ต้นข้าวเจริญเติบโตไม่ดี อีกทั้งยังมีการแข่งกับวัชพืชที่งอกขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำขัง รวมทั้งการจัดการปุ๋ยที่ไม่ถูกต้องทำให้ประสิทธิภาพของปุ๋ยลดลง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวที่ได้ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น อีกทั้งยังมีปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพและการมีเมล็ดข้าวแดงปนในผลผลิต ทำให้ผลผลิตถูกกดราคาเมื่อจำหน่าย

ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ กรมการข้าว ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพ ภายใต้ โครงการศูนย์เรียนรู้การทำนาแบบครบวงจรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภายในโครงการเกษตรอทิตยาทร (ซแรย์อทิตยา) ในพระราชดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ จังหวัดสุรินทร์

ธานี ชื่นบาน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ เล่าว่า ศูนย์เรียนรู้การทำนาแบบครบวงจรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ได้รับการสนับสนุนจากโครงการซแรย์อทิตยา ในพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิตติคุณ ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของพระองค์ที่ทรงเห็นว่าเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำ และขาดความรู้ในการทำนา จึงทรงจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำนา โดยศูนย์นี้จะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ศูนย์วิจัยข้าวจะมุ่งเน้นในเรื่องของข้าวโดยเฉพาะ

ในศูนย์เรียนรู้จะมีการจัดตั้งโรงเรียนชาวนาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำนา ทั้งในด้านประเพณีและวัฒนธรรม เช่น การทำผีตาแห้งและการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางก่อนลงทำนา รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับพระแม่โพสพ นอกจากนี้ ยังมีการสอนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เนื่องจากเกษตรกรในสุรินทร์ประสบปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งส่งผลให้ข้าวที่ปลูกมีข้าวปนและถูกตัดราคาเมื่อนำไปขาย

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ยังมุ่งเน้นในการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายข้าวได้ราคาดี โดยการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยและการป้องกันโรคแมลงในข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง การสอนการใช้เครื่องมือในการเก็บข้าวและการตัดข้าวปนยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

ศูนย์เรียนรู้ยังมีแปลงทฤษฎีใหม่ ซึ่งเกษตรกรสามารถเรียนรู้การจัดสรรพื้นที่การทำนาและการปลูกข้าวสองรอบต่อปี เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีแปลงเมล็ดพันธุ์ที่มีพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งใช้พันธุ์ข้าวจากศูนย์วิจัยข้าวในการปลูกเพื่อเป็นแหล่งเชื้อพันธุ์สำหรับเกษตรกร โดยศูนย์จะช่วยปักดำและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวข้าว

ในส่วนของการดำเนินงานศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรที่เข้ามาศึกษาในโครงการ และพบว่าเกษตรกรที่มาดูงานสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการปรับปรุงการทำนาของตนเอง โดยการผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เองก็ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมาก สำหรับปีนี้เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตจากโครงการจะจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาถูก เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้เมล็ดพันธุ์คุณภาพดีในการทำนา

ในอนาคต ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ตั้งเป้าหมายที่จะจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและจะซื้อคืนจากเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์เองในครัวเรือนได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดข้าว

“ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ยังพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ที่มีคุณสมบัติต้านทานโรคและแมลง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและเพิ่มความสามารถในการผลิตข้าวคุณภาพสูง ตลอดจนสร้างความรู้ให้กับเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตและทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งจะช่วยให้จังหวัดสุรินทร์ยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในประเทศได้อย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

น้ำท่วมเหนือครั้งใหญ่ แต่ “น้ำใจ” คนไทย…ใหญ่กว่า

พายุโซนร้อน “วิภา” ทิ้งร่องรอยไว้ในหลายจังหวัดของภาคเหนือ บ้านจม น้ำหลาก ชีวิตผู้คนต้องหยุดชะงัก แต่ในวิกฤติ … ยังมีความห่วงใยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เครือซีพี-ซีพีเอฟ ร่วมร้อยเรียงความดี ลงพื้นที่ประสบภัยทันที เพื่อมอบวัตถุดิบอาหารสด ทั้งเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ น้ำดื่ม และอาหารพร้อมรับประทานแบรนด์ CP ส่งตรงถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งโรงครัวพระราชทาน โรงครัวกลาง และหน่วยงานจิตอาสา ในพื้นที่ 5 จังหวัด น่าน พะเยา เชียงราย แพร่ และลำปาง เพื่อเปลี่ยนเป็นมื้ออาหารเติมเมพลังใจให้ทั้งผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า

ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การ “ส่งของ” แต่คือการ “ส่งใจ” เพราะการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาชน คือพลังที่ทำให้ความช่วยเหลือไปถึงมือผู้ที่ต้องการอย่างรวดเร็วที่สุด

ทีมจิตอาสาซีพีและซีพีเอฟ พร้อมใจลงเรือ ลุยน้ำ เดินเท้า ฝ่าทุกอุปสรรค เพื่อส่งมอบกำลังใจผ่านทุกมื้ออาหารที่ปรุงด้วยหัวใจ

เครือซีพีและซีพีเอฟ จะยังอยู่ตรงนี้ พร้อมจับมือกันเดินต่อไป…จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย

น้ำใจคนไทยไม่มีหมด แนะเลือกวัตถุดิบอาหารที่มีคุณภาพดีส่งมอบอาหารปลอดภัยแก่ผู้ประสบภัย

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ แนะภาครัฐ-เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในภาวะฉุกเฉินควรคำนึงถึงความปลอดภัยในอาหารเป็นสำคัญ หลีกเลี่ยงมอบอาหารบูดและเสียง่ายแก่ผู้ประสบภัย ให้เลือกอาหารที่เก็บได้นาน และควรตรวจสอบคุณภาพอาหารก่อนนำไปมอบ เพื่อป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางอาหาร

ดร.วนะพร ทองโฉม นักสุขศึกษา (นักกำหนดอาหารวิชาชีพ) งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทางจังหวัดภาคเหนือในขณะนี้ พร้อมเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหารการกิน ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ประสบภัยไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ และไม่สะดวกออกไปซื้อ จึงจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ทั้งในรูปแบบอาหารที่ปรุงสำเร็จ และอาหารแห้งที่สามารถกักตุนไว้กินได้หลายวัน

แม้ในภาวะฉุกเฉิน เรื่องอาหารยังคงจำเป็นต้องใส่ใจถึงความสะอาด สุขอนามัย และความปลอดภัยเป็นหลัก ที่สำคัญวัตถุดิบอาหารต้องมีคุณภาพดี เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและมีผลต่อสุขภาพของผู้บริโภค หน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงต้องระมัดระวังและตรวจสอบคุณภาพตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงผู้รับ เพื่อให้อาหารปลอดภัยต่อการบริโภคและดีต่อสุขภาพ ในขณะเดียวกัน น้ำดื่มควรเลือกจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางอาหาร

ดร.วนะพร แนะนำว่า คุณสมบัติที่สำคัญของผลิตภัณฑ์อาหารในยามฉุกเฉิน (Emergency Food Products-EFPs) ต้องมี 5 คุณสมบัติ ดังนี้
1. สะอาดปลอดภัย (Safe): ไม่มีสิ่งปนเปื้อน ไม่หมดอายุ และบรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพดี
2. อร่อย เป็นรสชาติที่สามารถยอมรับได้ (Palatable)
3. ขนส่งง่าย (Easy to deliver): บรรจุภัณฑ์ควรทนทานไม่แตกหักง่าย และอยู่ในรูปทรงที่สามารถเรียงเพื่อขนส่งได้ครั้งละมากๆ เช่น เป็นทรงสี่เหลี่ยม
4. พร้อมบริโภค (Easy to use) : เปิดบรรจุภัณฑ์สามารถกินได้โดยไม่ต้องนำไปปรุงประกอบโดยใช้ความร้อน
5. มีสารอาหารครบถ้วนและพลังงานที่เพียงพอสำหรับมื้อหลัก (Nutritionally complete) โดยมีพลังงาน 700 กิโลแคลอรี่/หน่วยบริโภค และมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม

สำหรับอาหารปรุงสุกที่ควรหลีกเลี่ยงในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย คือ อาหารที่เสียง่ายหรือบูดง่าย ได้แก่
1. อาหารคาวที่ปรุงด้วยกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน แกงพะแนง หรือ อาหารหวาน ที่มีส่วนผสมของกะทิ ซึ่งกะทิมีองค์ประกอบของสารอาหารที่เอื้อต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ที่เป็นตัวการทำให้อาหารเสียง่าย
2. อาหารประเภทลาบหรือยำ เนื่องจากวัตถุดิบผ่านการลวกหรือรวน ซึ่งเป็นการผ่านความร้อนเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ไม่สามารถทำลายจุลินทรีย์ก่อโรคได้
3. อาหารที่ใส่ผักและผักลวกหรือผักต้ม เพราะการใส่ผักลวกหรือผักต้มในกับข้าวจะทำให้อาหารมีความชื้นและเสียง่าย
4. ข้าวผัด เนื่องจากข้าวผัดจะมีความชื้น และข้าวเป็นอาหารกลุ่มที่มีความเป็นกรดต่ำ ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค

ส่วนอาหารปรุงสดที่ควรเลือกนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย คือ อาหารที่ไม่เสียง่ายหรือบูดยาก เก็บไว้ได้นาน และมีคุณค่าโภชนาการ โดยแนะนำให้แยกข้าวออกจากกับข้าว เพื่อทำให้อาหารบูดช้าลง อาทิ
1. ข้าวสวยหรือข้าวเหนียว + เนื้อสัตว์ (หมู/ไก่/เนื้อ/ปลา) ทอด/ย่าง/อบ หรือ ไข่เจียว/ไข่ต้ม + ผัดผัก
2. ข้าวสวย + กับข้าวประเภทผัดหรือต้มที่ใส่เนื้อสัตว์และผัก (ไม่มีส่วนผสมของแป้งและกะทิ)
3. ผลไม้ที่ยังไม่ได้ปลอกเปลือกหรือยังไม่หั่น เช่น กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะม่วง แตงโม

สำหรับอาหารที่เก็บไว้ได้นาน และเหมาะสำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย อาทิ
1. ปลากระป๋อง เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล  
2. อาหารปรุงสำเร็จบรรจุกระป๋อง
3. ไข่สด
4. ผักสดที่เก็บได้นาน เช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือ
5. นมพลาสเจอร์ไรซ์
6. ขนมปังกรอบหรือเครกเกอร์

ลักษณะอาหารที่ไม่ควรบริโภค เสี่ยงเป็นอาหารที่เสีย สามารถสังเกตจาก 3 สัญญาณต่อไปนี้
1. กลิ่นของอาหารเปลี่ยน เช่น กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นหืน กลิ่นบูด
2. เนื้อสัมผัสอาหารเปลี่ยนไป เช่น เป็นเมือก เป็นฟอง
3. รสชาติเปลี่ยน เช่น เปรี้ยว ขม

ข้อสังเกตอาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารบรรจุกระป๋อง ที่ไม่ควรรับประทาน ได้แก่
1. อาหารที่หมดอายุแล้ว
2. อาหารที่บรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย เช่น กระป๋องเป็นสนิม ถุงฉีกขาดมีรอยรั่ว
3. อาหารที่ขึ้นรา เช่น มีใยสีขาว มีจุดสีดำบนอาหาร

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม สุขภาพยังเป็นสิ่งที่ทุกคนควรคำนึงอยู่เสมอ หากเจ็บป่วยในขณะที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะยิ่งสร้างความลำบากในการเดินทางไปสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษา จึงจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของอาหารที่รับประทานเป็นลำดับแรก ควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่กินในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เป็นการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ดร.วนะพร กล่าว

โดย…งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ฮิตติดลมบน ต่างชาติแห่ล่องแก่งผจญภัยที่คลองสองแพรก พังงา

แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเผชิญภัย สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ สูบฉีดหัวใจ ที่กำลังกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติถวิลหา คือ บ้านสองแพรก อ.เมืองพังงา จ.พังงา ท่ามกลาง บรรยากาศการท่องเที่ยวได้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

บ้านสองแพรกแห่งนี้เป็นจุดท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและการผจญภัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในจังหวัดพังงา มีกิจกรรมนั่งแพยางล่องแก่งในคลองสองแพรก กิจกรรมขี่เอทีวี กิจกรรมซิปไลน์และทำกิจกรรมกับช้าง ซึ่งในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งที่เดินทางมาจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และกลุ่มที่มาพักในพื้นที่จังหวัดพังงา แห่เข้ามาท่องเที่ยวทำกิจกรรมโดยเฉพาะการล่องแก่งในคลองสองแพรกกันอย่างสนุกสนาน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามากเป็นพิเศษในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอาหรับ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัย โดยให้เหตุผลที่มาล่องแก่งที่นี่เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยวระหว่างทางผ่านโขดหิน และแก่งต่างๆ มากมาย สร้างความตื่นเต้นท้าทายให้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เส้นทางสนุกเร้าใจ และมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามให้ชมตลอดการล่องแก่งในระยะทาง 4 กิโลเมตร และ 8 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำยังมีมาก จะเปิดให้ล่องแก่งได้วันละ4 รอบ รอบเช้า 11.00 น.-13.30 น.15.00 น.-16.30 น.