เสียหายหนัก!เขมรยิง จรวด BM-21ถล่มรพ.พนมดงรัก 141 ลูก เดี้ยง 5 ลูก

เสียหายหนัก! รพ.พนมดงรัก-พื้นที่รอบๆ พบรอยถล่มถูกถล่มด้วย จรวด BM-21 ตก 141 ลูก ยังไม่ระเบิด 5 ลูก เจ้าหน้าที่เร่ง ตรวจสอบ-เก็บกู้

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.พนมดงรัก นายอำเภอและฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ หลังจากได้รับรายงานว่ามีจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกลงในพื้นที่

หลังจากนี้นายอำเภอและฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ให้ประชาชนที่ยังอพยพอยู่อย่าเพิ่งเข้าพื้นที่ รอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ทหารก่อนเนื่องจากในสถานที่ยังไม่ปลอดภัย 100% และถ้าหากเจอหลุมหรือสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

หมวดทางหลวงแม่สอดเร่งกดเหล็กชีทไพล์ แก้ถนนทรุดตัว

นายช่างโยธาอาวุโส  ผอ.หมวดทางหลวง   อัพเดทสถานการ์เหตุผิวทางทรุดตัว -พร้อมยืนยันถนนทรุดตัวไม่มีผลกระทบกับถนนที่ทำการเบี่ยงถนนรถวิ่งสวนทาง ทางแขวงได้ดำเนินการป้องกัน โดยการกด เหล็กชีทไพล์ (sheet pile) พร้อมลงทรายอุดช่องว่างใต้ผิวคอนกรีต และจัดการการระบาย

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568. นายธนิต ศรีโลทก  นายช่างโยธาอาวุโส ผู้อำนวยการหมวดทางหลวงอาวุโสแม่สอด  หมวดทางหลวงแม่สอด  นายช่างหมวดอาวุโส แขวงการทางตากที่ 2. (แม่สอด)  ได้หลวง   อัพเดทสถานการ์เหตุผิวทางทรุดตัว เส้นทางทางหลวงแผ่นดิน จาก อ.แม่สอด – อ.เมืองตาก ทางหลวงหมายเลข 12 ตอนควบคุม 0100 ตอน กลางสะพานมิตรภาพที่แม่สอด (เขตแดนไทย/พม่า) – แม่ละเมา ระหว่าง กม.24+620 – กม.24+700 (ด้านซ้ายทาง) ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก  ขณะนี้ แขวงทางหลวงตากที่ 2 (แม่สอด) ได้ลงทรายอุดช่องว่างใต้แผ่นพื้นคอนกรีตเพื่อลดการทรุดตัวแล้ว

การจราจรสามารถผ่านทางได้โดยใช้เส้นทางเบี่ยง  ขอให้ผู้ใช้เส้นทางเดินทางด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด ขออภัยในความไม่สะดวก ส่วนที่ถนนทรุดตัวไม่มีผลกระทบกับถนนที่ทำการเบี่ยงถนนรถวิ่งสวนทาง ทางแขวงได้ดำเนินการป้องกัน โดยการกด เหล็กชีทไพล์ (sheet pile) พร้อมลงทรายอุดช่องว่างใต้ผิวคอนกรีต และจัดการการระบาย

รายงานข่าวแจ้งว่า นายธนิต ศรีโลทก  นายช่างโยธาอาวุโส ผู้อำนวยการหมวดทางหลวงอาวุโสแม่สอด  หมวดทางหลวงแม่สอด  นายช่างหมวดอาวุโส แขวงการทางตากที่ 2. (แม่สอด)   ได้นำคนงาน พร้อมเครื่องมือ  เร่งเข้าดำเนินการป้องกันแก้ไข เหตุทางหลวงหมายเลข 12 (กม.24+620 – กม.24+700) –  เส้นทาง ทางหลวงสายเอเชียหลัก หมายเลข 12. บริเวณกลางสะพานมิตรภาพแม่สอด – แม่ละเมา ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก

เนื่องจากผิวทางทรุดตัวจากเหตุภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจร 2 ช่องทาง โดยเจ้าหน้าที่ช่างหมวดทางหลวงแม่สอด  ได้ทำการแก้ไขด้วยการป้องกันไม่ให้จุดที่ดินทรุดตัวขยายวงกว้างออกไป ก่อนที่จะออกแบบ สำรวจ เพื่อเสนอของบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแก้ไข อย่างเร่งด่วน ต่อไป

นราธิวาสเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนบางนรา กระตุ้นศก.-บูมท่องเที่ยว-สร้างรายได้ชุมชน

ผู้ว่าฯนราธิวาสพร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนบางนรา  เสริมสร้างภาพลักษณ์ผลไม้คุณภาพดีของจังหวัดนราธิวาส สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าการเกษตรที่มีคุณภาพ

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.68 ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , นายจตุรงค์ พรหมวิจิต เกษตรจังหวัดนราธิวาส , นางนฤมล แก้วมุกดากุล พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส, นายวิมุตติ อำนักมณี นายอำเภอระแงะ และนางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส  ร่วมแถลงข่าวกิจกรรมประชาสัมพันธ์” เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนบางนรา จังหวัดนราธิวาส ประจำปี พ.ศ. 2568 ” ณ สวนทุเรียนพิธานนราธิวาส ตำบลบาโงสะโต อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส  โดยมี นางพนาวรรณ์ โทธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส  ตลอดหัวหน้าส่วนราชการ  เจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตทุเรียนในพื้นที่ฯ เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  กล่าวว่า การส่งเสริมทุเรียนบางนรา เป็นการยกระดับผลไม้คุณภาพของจังหวัดนราธิวาสให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพปลอดภัย รวมถึงการบริหารจัดการสวนทุเรียน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตอบรับความต้องการของตลาด เกิดการสร้างเครือข่ายด้านการตลาด การผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งผู้ผลิตทุเรียน และผู้ซื้อในพื้นที่ฯ อีกทั้งเน้นย้ำการป้องกันปัญหาทุเรียนคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน)ออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต ในปี 2568 และการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิต ผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อีกด้วย

ด้านนางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สวนแห่งนี้ได้มีการนำองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสวนทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรีมาปรับใช้กับสวนทุเรียนในจังหวัดนราธิวาส เพื่อพัฒนาคุณภาพทุเรียนให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศจีน นอกจากนี้ “สวนทุเรียนพิธานนราธิวาส” ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีหน่วยงานราชการในพื้นที่ ได้เข้ามาให้คำแนะนำและสนับสนุน อีกด้วย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การตัดทุเรียนบางนรามีดแรก จากต้นในสวนทุเรียนพิธานนราธิวาส และการรับ-ส่งทุเรียนฯ , การมอบเกียรติบัตรแก่นักคัด นักตัดทุเรียน จำนวน 20 ราย , การสาธิตการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน , การจัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับทุเรียนบางนรา อาทิ การขึ้นทะเบียน สินค้า GI ใหม่ ร่วมกับการส่งเสริมสินค้าออนไลน์ , การบวนการจัดการทุเรียนคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตทุเรียน เป็นต้น

นอกจากนี้มีการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและการแข่งขันการกินผลไม้ตามฤดูกาล ตลอดจนชิมฟรีผลไม้ (ทุเรียนบางนรา มังคุด เงาะ) จากสวนที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ส่วนไฮไลท์ของกิจกรรมนี้ มีการ ชม ช๊อป แชะ  เยี่ยมชมนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับทุเรียนบางนรา และการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างดี

สำหรับทุเรียนบางนรา” (Bang-Nara Durian) ทุเรียนบางนรา เป็นทุเรียน สายพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว พันธุ์ชะนี และพันธุ์มูซังคิง จะต้องมาจากแหล่งปลูกทุเรียนในแถบพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรี และบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรีของ จังหวัดนราธิวาส โดยเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายบุรีและแหล่งทำเหมืองแร่ ทองคำในอดีต สำหรับการ ผลิตทุเรียนบางนราที่มีคุณภาพ เพราะได้รับอิทธิพลของแหล่งน้ำจากภูเขา ป่า แหล่งแร่ และยังได้รับอิทธิพลจากป่าฮาลาบาลาที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งได้รับ การขนานนามว่าเป็น “อเมซอนแห่งเอเชีย” โอบล้อมพื้นที่ และจะต้องมีกระบวนการ ผลิตที่ผ่านการควบคุมตรวจสอบ

โดยมีการขึ้นทะเบียนสมาชิกผู้ปลูกทุเรียนบางนรา และได้รับมาตรฐานการผลิตพืชที่ดีและเหมาะสม (GAP) โดยลักษณะพิเศษของทุเรียนนราธิวาส สายพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว พันธุ์ชะนี และพันธุ์มูซังคิง จะมีผิวเปลือกสีเขียวจนถึงสีน้ำตาลเข้ม หนามแหลมแข็ง และลักษณะของเนื้อทุเรียนค่อนข้างแห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย สีเหลืองเข้ม และมีรสชาติหวานมัน

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

เปิดภาพความเสียหาย รพ.พนมดงรักฯ จ.สุรินทร์ หลังถูกเขมรโจมตี

ความเสียหายของโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ หลังวันนี้ (24 ก.ค.) ถูกโจมตีจากการปะทะกับฝ่ายกัมพูชา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และต้องเร่งอพยพผู้ป่วย ทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างของโรงพยาบาล

ล่าสุดวันนี้ 31 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ได้สังเกตได้ว่าด้านหน้ารพ.มีจนท.ทหารและหน่วยงานความมั่นคงยังคงดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ไปสังเกตความเสียหาย หลังจากนี้จะเป็นการเยียวยาความเสียเพื่อให้ปชช.มาใช้บริการได้ต่อไป

เริ่มแล้ว! แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร 2025 ผู้ประกอบการชาวโคราชแห่ร่วมสัมมนา ร่วมชอปโปรคุ้มกันอย่างคึกคัก

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}

บรรยากาศภายในงาน “แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร 2025” ณ แม็คโคร สาขาโคราช 1 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เช้า โดยมีผู้ประกอบการร้านโชห่วยทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่จากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ตั้งแต่เวิร์กช็อปการจัดร้าน เทคนิคเพิ่มยอดขาย ไปจนถึงการสัมมนาให้ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจค้าปลีกในยุคดิจิทัล ภายในงานยังจัดเต็มสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำและสินค้า Own Brand ของแม็คโคร อย่าง aro, Savepak และ Q-Select ในราคาพิเศษสุดคุ้ม พร้อมโซน Pop-up Store จากร้านโชห่วยต้นแบบที่มาร่วมแชร์ไอเดียตกแต่งร้านและจัดโปรโมชั่นจริงให้ชม ในบรรยากาศการชอปและสัมมนาอย่างมีชีวิตชีวา ตอกย้ำภาพของ “แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร” ที่เป็นมากกว่างานส่งเสริมการขาย แต่คือแพลตฟอร์มเสริมพลังให้โชห่วยไทยอย่างแท้จริง

“แม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร 2025” ครั้งที่ 16 ส่งต่อความสนุกไปทุกภูมิภาคที่ แม็คโคร สาขาชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 28 – 31 สิงหาคม, แม็คโคร สาขาหาดใหญ่ 25 – 28 กันยายน และปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ที่ แม็คโคร สาขาเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 23 – 26 ตุลาคม นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Makro – แม็คโคร

รายชื่อผู้บริหารเรียงจากซ้ายไปขวาดังนี้

  1. คุณชุลีวัณย์ อู่ขลิบ ผู้จัดการสาขาแม็คโคร โคราช 1
  2. คุณผ่องสิรี คำแสงดี ผู้จัดการเขต 2 บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
  3. คุณจีรวัฒน์ ศิริวิกุล รองประธานฝ่ายกิจกรรมภาครัฐและเอกชน หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
  4. คุณสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา (ประธาน)
  5. คุณเจษฎางค์ สิงห์คุ้ม ประธานการจัดงานแม็คโคร โชห่วยออนทัวร์ครั้งที่ 16 (ประธาน)
  6. คุณเสาวนีย์ รัตนสุภา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา
  7. คุณศรมงคล ชัยยะรัตน์ผู้จัดการอาวุโสแผนกบริหารสินค้าอาหารสด

กองทัพบก แจงปม “ปราสาทตาควาย” ยืนยันได้พื้นที่เพิ่ม แต่ยึดเนิน 350 ไม่ได้

โฆษก ทบ. แถลงปม “ปราสาทตาควาย” ยอมรับการบาดเจ็บของกำพลจากสนามทุ่นระเบิด มีผลต่อการรุกคืบในคาบสุดท้าย ยืนยันสามารถคุมพื้นที่ได้มากกว่าเดิม เพียงแต่ไม่มีกำลังประจำอยู่ที่ตัวปราสาท

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในพื้นที่ที่มีปฏิบัติการทหารทั้งหมด มีเพียงปราสาทตาควายที่เดียวที่มีข้อจำกัดหลายสิ่งหลายอย่าง การควบคุมพื้นที่ ถือว่าพื้นที่ทั้งหมดสามารถควบคุมได้ตามแผนทางทหารที่วางไว้ แต่ตาควายเป็นความพยายามสุดท้าย ทั้งฝ่ายไทยเราควบคุมได้ด้วยอาวุธยิง โดยปราสาทตาควายอยู่ทางด้านกลาง พื้นที่สำคัญทางการทหารไม่ใช่พื้นที่ปราสาท เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ เราจึงให้ความสำคัญกับการคุมพื้นที่บริเวณ

สำหรับในห้วงสุดท้ายที่มีการใช้กำลัง เราพยายามที่จะกระทำต่อเป้าหมายจุด 06 ทางการทหาร คือเนิน 350 อาจจะมองว่าอยู่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นจุดสำคัญที่มีผลกระทบต่อทางปฏิบัติทางการทหาร ตรงนี้เป็นความสำคัญสูงสุดที่เราจะต้องยึดที่หมายนี้ไว้ให้ได้ แต่เนื่องจากเวลาที่มีไม่เพียงพอ อย่างน้อยเราก็ใช้พื้นที่การควบคุมพื้นที่ในส่วนรวม โดยการควบคุมใช้อาวุธ

โดยเนิน 350 เป็นที่วางกำลังกัมพูชา ซึ่งจากเนินนั้น ใช้อาวุธยิงมาบริเวณตัวปราสาทด้วย ทำให้เราไม่สามารถวางกำลังประจำได้ กลายเป็นเป้าหมายทางทหารที่นิ่ง ค่อนข้างมีความอ่อนแอ ไม่เหมือนเนิน 350 เป็นภูมิประเทศที่แตกต่างจากที่อื่น เรามีข่าวสารว่า หากเคลื่อนที่ไปโดยผลีผลามในปราสาทตาควาย ก็จะถูกยิงด้วยอาวุธ BM-21 ซึ่งพร้อมจะจู่โจมเรา แต่ในห้วงสุดท้ายเราก็ยังมีความพยายามที่จะเข้าสู่ที่หมาย ทั้งเนิน 350 และปราสาทพร้อมๆ กัน แต่เนื่องจากการดำเนินการห้วงเย็น ได้เจอสนามทุ่นระเบิดในรอบปราสาทตาควาย ทำให้เหตุนั้นทำให้กำลังพบสำคัญ คือ “หมวดบุ๊ค” บาดเจ็บสาหัส ยอมรับว่าการบาดเจ็บจากสนามทุ่นระเบิด มีผลต่อการรั้งหน่วงที่จะรุกคืบในคาบสุดท้ายของเรา ซึ่งเราก็มีความพยายามที่จะสร้างสมดุลในภารกิจสุดท้าย ทั้งกำลังใจของกำลังพล และภารกิจของเรา จนในท้ายที่สุดเมื่อเวลาหมด เราก็สามารถคุมพื้นที่ได้มากกว่าเดิม เพียงแต่ว่า เราอาจจะไม่มีกำลังประจำอยู่ที่ปราสาทตาควาย

สรุปแล้วตอนนี้ จริงๆ ปฏิบัติการทางทหาร ทางเราไม่ได้หมายถึงสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว หมายถึงองค์ประกอบโดยรอบ เรียกว่าเป็น “พื้นที่” ถ้าพูดถึงพื้นที่ปราสาทตาควาย เราได้พื้นที่เพิ่มเติม และในพื้นที่ที่เราได้ ก็ถือว่าเราสามารถควบคุมตัวปราสาทได้ เพียงแต่ว่าที่เราเห็นทหารกัมพูชาอยู่ที่บริเวณตัวปราสาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการหยุดยิง จึงหยุดปฏิบัติการทางทหารไว้เท่านั้น แต่เชื่อว่าไม่ได้หมายความว่าใครที่เดินในปราสาทจะเป็นผู้แพ้ผู้ชนะในการต่อสู้บริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย

โดยตาควายเป็นพื้นที่เดียวที่มีการวางกำลังของทหารทั้ง 2 ฝ่าย และให้ข้อมูลมาตลอดว่า ปราสาทตาควาย ยังเป็นพื้นที่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ความสำคัญ เพราะมันอยู่ที่มุมมองว่าจะพูดตัวพื้นที่ปราสาทอย่างไร ทหารไม่ได้มองเฉพาะตัวปราสาท เรามองว่าอาจจะเป็นเป้าหมายด้วยซ้ำไป พื้นที่การควบคุมทางการทหารแบบอื่น อาจจะมีความสำคัญมากกว่า

โดยเรื่องทุ่นระเบิดที่ละเมิดสัญญา มีความชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ 2 ที่พยานที่ช่องบก ตรงนี้เป็นเชิงประจักษ์ที่ชัดเจน เพราะเป็นผู้ประสบเหตุจริงๆ ซึ่งจะเห็นว่าตอนที่มีคนพาชมปราสาท จะเป็นสิ่งบอกเหตุว่า มีพวงทุ่นระเบิดแบบ PMN – 2 ว่าไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว เป็นลักษณะพวง เป็นสิ่งบอกเหตุว่าจำนวนมันเยอะจริงๆ แม้ในปัจจุบันการต่อสู้ทางการทหารจะคลี่คลายลงไปบ้าง แต่ในการต่อสู้เวลาต่างประเทศเรายังคงดำเนินการต่อ ซึ่งหลักฐานและข้อพิสูจน์เหล่านี้ เรายังเก็บไว้ทั้งหมด

ยกทัพสินค้าคุณภาพจากยอดดอยขายกลางกรุงตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

“โครงการหลวง56” งานใหญ่แห่งปีที่หลายคนรอคอย ชวนสัมผัสเรื่องราว “Farm To City–Farmtime Storiesน้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” ตั้งแต่วันที่1-12ส.ค. 68ณ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเต็มไฮไลต์มากมาย อาทิ สัมผัสสุดยอดกาแฟของพ่อ…จากดอยสู่เมือง, 12 เมนูไกด์ Ready to Cook โดย MasterChef และ Iron Chef ช้อป-ชิมผลิตผลจากยอดดอยกว่า 3,000 รายการ

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต, บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น และ บริษัท ภัณฑ์ดีพลาสติก จำกัด แถลงข่าวการจัดงาน “โครงการหลวง 56” ภายใต้แนวคิด “Farm To City–Farmtime Stories น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” โดยจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง นอกจากนี้ ยังร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568

โดยภายในงานเตรียมพบกับผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรบนพื้นที่สูง กว่า 3,000 รายการ ส่งตรงจากยอดดอย นำโดย 9 สินค้าไฮไลต์ ได้แก่ 1)ข้าวโพดข้าวเหนียวสวีทแฟนตาซี, 2) องุ่น 3 สี 3) เห็ดพ็อตโตเบลโล่ 4) กุหลาบพันธุ์รอยัล 7 5) ชุดปลูกผักไฮโดรโพนิคส์ครบเซ็ตพร้อมปลูก 6) กุหลาบกระถางดอกหอม 7) น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง 8) ผลิตภัณฑ์จากกัญชง ผสมฝ้าย/เส้นใยรีไซเคิล 9) กรีกโยเกิร์ตนมแพะ พลาดไม่ได้ เมนูอร่อยจาก Royal Project Kitchen, The Royal Project Ice Cream Parlour & Caféส่งตรงจากยอดดอย 39 แห่ง ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ตลอดการจัดงาน 12 วัน ระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ปีนี้ไฮไลต์ต่างๆ สอดคล้องกับ Global Trends อาทิ

1. สุขภาพและนวัตกรรมอาหาร Innovative Food & Beverage Wellness” เทรนด์ที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ภายในงานพบกับ “The Legend of Royal Coffee” ตามรอยเรื่องเล่ากาแฟของพ่อ สู่การสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ชิมกาแฟเมนูพิเศษจากแชมป์บาริสต้า, ครั้งแรก เมนู Ready to Cook คิดสูตรโดย Celebrity Chef จัดเป็นเซ็ตพร้อมปรุง 12 เมนูให้ซื้อกลับไปทำที่บ้านได้สะดวกและอร่อย

2. ด้าน Sustainability เซ็นทรัลพัฒนา และกลุ่มเซ็นทรัล มีปณิธานอันแน่วแน่ในการสนับสนุนการจัดงาน ร่วมส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยบนพื้นที่สูงและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องวิสัยทัศน์ “The Place Making for Sustainable Future” โดยให้พื้นที่ศูนย์ฯ เป็นที่ที่จำหน่ายผลิตผลโครงการหลวง จากเกษตรกรบนพื้นที่สูง 39 แห่ง ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา ลำปาง และ ตาก สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรชาวไทยกว่า 12,000 ชีวิตบนพื้นที่สูง ในงานยังใช้ถุง Bio Compostable ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจาก บริษัท ภัณฑ์ดีพลาสติก เป็นปีที่ 2 ย้ำภารกิจสร้าง Sustainable Ecosystem และเดินหน้า NET Zero อย่างเป็นรูปธรรม ของเซ็นทรัลพัฒนา

3. Immersive Experiences ผสานศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติ กับงาน Royal Bistro โดยเชฟเตย–สหรัฐ ผู้ชนะการแข่งขันรายการ MasterChef The Professionals Thailand คนแรกของประเทศไทย และเชฟอาร์–ธีรภัทร ผู้ชนะจากการแข่งขัน จาก The Next Iron Chef Season 2 ครั้งแรก Royal Bistro Gala Night กับ Fine Dining เรื่องเล่าจากยอดดอยสู่ปลายช้อน Royal Bistro ปีที่ 3 ที่โซน Urban Balance และRoyal choice menu เมนูพิเศษจากวัตถุดิบโครงการหลวง ที่ร้านดังในศูนย์ฯ อาทิ จินเจอร์ ฟาร์ม คิทเช่น, ฮั่วเซ่งฮง, โซซากุ, บีนส์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ และ ฮอกไกโด ราเม็ง ซันโตวกะ เป็นต้น

4. Artistic Collabs กับ ‘จูน–จิรภาส’ ศิลปิน Illustrator ไทยดีไซน์ธีมงานให้มีความร่วมสมัยเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยลายเส้นแบบตะวันตก และนำเอาสินค้าไฮไลต์มาดีไซน์เป็น Decoration พร้อม Art Installation จุด Photo Landmark บริเวณทางเชื่อม อีเดน 1

สำหรับ นิทรรศเฉลิมพระเกียรติ 4 ชุด จัดให้ชมตลอดระยะเวลาการจัดงาน 12 วันเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโครงการหลวง ผู้ทรงมีพระบรมราโชบายในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานโครงการหลวง

ชุดที่ 1 “ธ สืบสานงานพ่อ จากภูผาสู่มหานคร” ถ่ายทอดเรื่องราวภายใต้กรอบแนวคิดการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านโครงการหลวงที่เริ่มต้นจากดอยอ่างขาง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตบนพื้นที่สูง ลดการปลูกฝิ่น และฟื้นฟูผืนป่า แนวพระราชดำริดังกล่าวขยายผลสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดงานของโครงการหลวง ก่อเกิดศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ สถาบันการเรียนรู้ และสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง พร้อมผลักดัน “กาแฟโครงการหลวง” จากพืชพระราชดำริ สู่การวิจัยพัฒนาพันธุ์ การแปรรูป สร้างแบรนด์ และยกระดับสู่มาตรฐานโลก

ชุดที่ 2 “เอเดลไวส์…ดอกไม้แห่งพระเมตตา นำพาสู่งานวิจัย” เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานต้นเอเดลไวส์แก่มูลนิธิโครงการหลวง นำไปสู่การวิจัย ทดลองขยายพันธุ์พืชต่างถิ่นชนิดนี้เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชม สัมผัส ต้นเอเดลไวส์ ดอกไม้สายใยแห่งรัก โดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ ด้วยศักยภาพเฉพาะของเอเดลไวส์ ก่อให้เกิด “นวัตวิจัย” ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ สร้างอาชีพแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง เปิดโอกาสและอนาคตต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ของคนไทย

ชุดที่ 3 “ศิลปาชีพพื้นที่สูง สืบสานใต้ร่มพระบารมี” ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง งานผ้าทอจากภูมิปัญญา ชนเผ่าพื้นถิ่นบนดอยสูง จึงได้รับการส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาต่อยอดอย่างยั่งยืน ผืนผ้าที่ถักทอด้วยเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและแฝงไว้ด้วยวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และต่อยอดสู่หัตถกรรมร่วมสมัยที่หลอมรวมความงดงามของอดีตเข้ากับความต้องการของโลก ปัจจุบัน หัตถกรรมและผ้าทอเหล่านี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องนุ่งห่ม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของพระบารมีที่ปกเกล้าชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ชุดที่ 4 นิทรรศการ “กาแฟโครงการหลวง ต้นน้ำแห่งความยั่งยืน” เรื่องราวการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่น จากต้นกาแฟเพียงไม่กี่ต้นในแปลงของชาวปกาเกอะญอ ณ บ้านหนองหล่ม ดอยอินทนนท์ สู่เส้นทางกาแฟโครงการหลวงพืชเศรษฐกิจของราษฏรบนพื้นที่สูง สืบสานให้เกิดความยั่งยืนของชุมชน

ส่วนสินค้าเด่นภายในงานกว่า 22 ชนิดที่ไม่ควรพลาด อาทิ มะเขือเทศเชอร์รี่สีเขียว, ฝรั่งเนื้อแดง, น้ำผึ้งสวนบ๊วย, ชาเขียวป่าดอกเก็กฮวย, กาแฟชุด Royal Coffee The Legend และโลชั่นกันแดดเอเดลไวส์ พร้อมสินค้าแนะนำ 10 รายการ อาทิ องุ่น 3 สี, กุหลาบกระถางดอกหอม, น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง และผลิตภัณฑ์จากกัญชงผสมฝ้าย/เส้นใยรีไซเคิล ชิมเมนูเครื่องดื่มเย็นสูตรเฉพาะของโครงการฯ พร้อมบูธอาหารจากครัวโครงการหลวง 6 แห่ง ได้แก่ ทุ่งเริง, อินทนนท์, ห้วยลึก, อ่างขาง, ตีนตก และครัวโครงการหลวง

สินค้าแนะนำ : Highlight เป็นทั้งสินใหม่และสินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาโดยตลอด ประกอบด้วย พืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก และสินค้าอื่นๆ ดังนี้

1. ข้าวโพดข้าวเหนียว : ข้าวโพดข้าวเหนียวสวีทแฟนตาซี เมล็ดเหนียว นุ่ม หวาน เพราะมีเมล็ดหวานแทรกถึง 25% เมื่อนำไปต้มจะได้เมล็ดที่มีสีใส 3 สีในฝักเดียว คุณสมบัติพิเศษคือ เมล็ดไม่แข็งแม้จะทิ้งไว้ค้างคืน นอกจากความนุ่ม หวาน และสีสันสวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งพลังงานของคาร์โบไฮเดรต วิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบีรวม ธาตุเหล็กและสังกะสี

2. องุ่น (มีเมล็ด) : องุ่นที่นำมาจำหน่ายภายในงาน มี 3 สี ซึ่งมีรสชาติที่แตกต่างกัน ดังนี้ องุ่นแดง ผลใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อนุ่ม ผิวหนา มีกลิ่นหอม องุ่นเขียว ผลใหญ่ รสชาติหวานกรอบ เนื้อแน่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสายพันธุ์ องุ่นดำ ผลใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อนุ่ม มีกลิ่นหอม มีผิวหนา นอกจากความสวย และรสชาติที่หลากหลายแล้ว องุ่นยังมีคุณสมบัติในการลดระดับคลอเรสเตอรอล ช่วยระบบย่อยอาหาร ระบบการมองเห็น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และช่วยให้กระดูกแข็งแรง

3. เห็ดพ็อตโตเบลโล่ : เห็ดพ็อตโตเบลโล่หรือครีมินี่เป็นเห็ดที่ต้องเพาะเลี้ยงในสภาพอากาศหนาวเย็น เป็นเห็ดที่มีคุณประโยชน์สูง เนื้อสัมผัสหนานุ่ม เนื้อแน่นหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ ปราศจากไขมันอิ่มตัว ไม่มีคลอเรสเตอรอล ให้แคลอรรี่ต่ำ อีกทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด ได้แก่ วิตามินบีรวม ธาตุซิลิเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เสริมการทำงานของวิตามินอื่นๆ ปกป้องเซลล์ร่างกายจากการถูกทำลาย และปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็ก และทองแดงอีกด้วย เห็ดพอตโตเบลโล่นี้สามารถนำไป ย่างเนย อบชีส ซุปเห็ด หรือผัดกระเทียม ได้อีกด้วย

4. กุหลาบพันธุ์รอยัล7 : กุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่วิจัยและขยายพันธุ์ ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ โดยมีคุณสมบัติเด่น คือ ดอกสีชมพูสดใส มีจำนวนดอกมาก และได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรในปี 2567

5. กุหลาบกระถางดอกหอม : วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง และทุ่งเรา คุณลักษณะเด่น คือ ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนถึงหอมแรง สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี และปลูกเลี้ยงง่าย

6. น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง

: น้ำแร่จากแหล่งน้ำสะอาดธรรมชาติ ในพื้นที่โครงการหลวงที่ปราศจากมลพิษและสารเคมี อุดมด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และซิลิกา เสริมสุขภาพและสมดุลของร่างกาย รสชาตินุ่มละมุน ดื่มง่าย ให้ความสดชื่นทุกช่วงเวลา สนับสนุนความยั่งยืน รายได้ส่งเสริมชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง บรรจุด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย จึงมั่นใจได้ในความสะอาดตลอดขั้นตอนการผลิต

7. กรีกโยเกิร์ตนมแพะ : ผลิตจากน้ำนมแพะ 100%:เนื้อโยเกิร์ตมีความเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่ม มีไขมันและโปรตีนที่ย่อยง่าย แคลเซียมสูง จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว

8. ชุดปลูกผักไฮโดรโพนิคส์ครบเซ็ตพร้อมปลูก : เป็นชุดปลูกขนาดเล็กกะทัดรัด สำหรับใช้ปลูกผักทานภายในครอบครัว ปลอดภัยไร้สารพิษ ประหยัดพื้นที่ สะอาด ไม่ต้องรดน้ำ สามารถปลูกประดับริมหน้าต่าง ภายในห้องทำงานได้

9. ผลิตภัณฑ์จากกัญชง ผสมฝ้าย/เส้นใยรีไซเคิล : กัญชงเป็นพืชที่มูลนิธิโครงการหลวงได้ส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ทดแทนการปลูกข้าวโพดและฝิ่นมาอย่างยาวนาน ซึ่งกระบวนการแปรรูปเป็นเส้นใยให้สีธรรมชาติจากพันธุ์ไม้ท้องถิ่น เส้นด้ายกัญชงเป็นเส้นใยธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะทางอากาศ PM 2.5 สร้างคาร์บอนเครดิต ดูดซับโลหะหนักในดิน อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดแบคทีเรียในร่มผ้าให้ความรู้สึกเย็นสบายเมื่อสวมใส่ เส้นใยกัญชงผสมเส้นใยรีไซเคิล ได้รับการสนับสนุนจาก PTTGC ในพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำเส้นด้ายกัญชงมาทอร่วมกับเส้นด้ายรีไซเคิลจากขวดพลาสติกใสเพชรที่มีความเหนียวแข็งแรงทนทานไม่เปราะแตกง่าย ทนต่อความเป็นกรด มีความแวววาวเป็นพิเศษทอโดยกี่เอวดั้งเดิมของชนเผ่ากะเหรี่ยง

พร้อมพบโปรโมชั่นพิเศษ Royal choice ซื้อครบ 500 บาท รับฟรี น้ำแร่, ซื้อครบ 1,000 บาท รับฟรี ข้าวเกรียบทอด, ซื้อครบ 1,500 บาท รับฟรี ถั่วอะซูกิ, ซื้อครบ 2,000 บาท รับฟรี กระเป๋าผ้าโครงการหลวง 56 limited Edition สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ใช้คะแนน Smile point แลกรับไอศกรีมกะทิอะโวคาโด (รสดั้งเดิม) มูลค่า 65 บาท จำกัด 500 สิทธิ์ตลอดโครงการ รับสิทธิ์ผ่านช่องทาง MTL Click Application แสดงรหัสรับสิทธิ์ ณ จุดแลกรับของสมนาคุณโซน Eden ชั้น 2 และโปรโมชั่นวันแม่ 11 – 12 สิงหาคม 2568 ซื้อครบ 800 บาท รับฟรี กระเป๋าอเนกประสงค์ มูลค่า 99 บาท จำกัดวันละ 100 สิทธิ์ ซื้อครบ 1,500 บาท รับฟรี รอยัลโปรเจค เวจจี้พลัส มูลค่า 189 บาท จำกัดวันละ 200 สิทธิ์ สามารถรวมใบเสร็จได้ 2 ใบ จำกัด 1 ท่าน 1 สิทธิ์

“กองทัพภาคที่ 2” โต้เดือด “กัมพูชา” ลวงโลกกล่าวหาไทยทำลายชุมชน “ช่องอานม้า”

“กองทัพภาคที่ 2” โต้ “กัมพูชา” กล่าวหาไทยทำลายชุมชน “ช่องอานม้า” พร้อมซัดกลับกัมพูชาละเมิด MOU 43 นำครอบครัวทหารมาสร้างชุมชน-ตลาด

จากกรณีที่กองทัพกัมพูชานำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่บริเวณฝั่งตรงข้ามช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เพื่อให้เห็นความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน โดยกล่าวหาฝ่ายไทยว่าทำลายพื้นที่พลเรือนจากการปะทะ 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคง กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงคือกองทัพกัมพูชาได้นำครอบครัวทหารไปตั้งชุมชนและตลาด ซึ่งละเมิด MOU 2543 ที่ทำการปลูกสิ่งก่อสร้างใกล้เส้นเขตแดนที่ MOU ห้ามไว้ ซึ่งพบว่าไม่มีประชาชนในพื้นที่เสียชีวิต เพราะก่อนการปะทะฝ่ายกัมพูชาได้อพยพคนออกจากพื้นที่ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบมี 400 ครัวเรือน โดยบริเวณช่องอานม้าแต่เดิมเป็นด่านชายแดนชั่วคราว ซึ่งนับจากนี้ไปช่องอานม้าจะปิดพื้นที่เพื่อไม่ให้มีการตั้งชุมชน-ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป.

“บิ๊กเล็ก”เผยรัฐบาลเตรียมจัดงบหนุนจัดซื้อยุทโธปกรณ์เชิงรุกปกป้องอธิปไตย

กองทัพประชุมเปิดยุทธการ”ยุทธการบดินทร์”ในการจัดหายุทโธปกรณ์ทดแทนหลังการสู้รบมาแล้วรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและเพิ่มการเสริมสร้างความพร้อมรบให้สูงขึ้น

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ ร่วมประชุมสภากลาโหม โดยมี พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช กลาโหม รักษาการรมว กลาโหมเป็นประธาน  พร้อม ผบ.เหล่าทัพ

หลัง เปิดยุทธการ “ยุทธบดินทร์”รบเขมร 24-29 กค.2568 โดย“บิ๊กเล็ก” สั่งใน สภากลาโหม สั่งระงับความช่วยเหลือกัมพูชาในทุกด้าน และให้กรมพระธรรมนูญ สนับสนุนด้านกฎหมาย ในการปฎิบัติภารกิจ ละเร่ง ในการจัดหายุทโธปกรณ์ทดแทน

หลังจากได้มีการสู้รบมาแล้วรัฐบาลพร้อมสนับสนุน และเพิ่มการเสริมสร้างความพร้อมรบให้สูงขึ้น จากการสู้รบที่ผ่านมายุทโธปกรณ์ที่จัดหาเป็น ยุทโธปกรณ์ เชิงรับต่อไปเราต้องมียุทโธปกรณ์ เชิงรุกด้วย

ไม่ปักใจเชื่อเขมร!เกษตรกรเร่งลงแขกใส่ปุ๋ยนาข้าวแข่งกับเวลา หวั่นพลิกลิ้นอีก

ชายแดนสุรินทร์หยุดยิง ชาวนาเร่งลงแขกใส่ปุ๋ยนาข้าวแข่งกับเวลา เพราะไม่เชื่อใจเขมรจะหยุดยิงจริงหรือไม่

หลังไทย-กัมพูชา มีการเจรจาหยุดยิงในพื้นที่ตามแนวชายแดนตลอดแนว ผู้สื่อข่าวพบชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก จำนวน 5 คน ที่ได้นัดหมายกันมาลงแขกใส่ปุ๋ยในนาข้าว ซึ่งครบกำหนดช่วงของการใส่ปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตของต้นข้าวเพื่อให้ได้ผลิตตามฤดูกาล โดยการพากันขนกระสอบปุ๋ยบรรทุกใส่รถอีแต๊กเข้าพื้นที่แปลงนาอย่างเร่งรีบ ก่อนแกะกระสอบเทเม็ดปุ๋ยใส่เครื่องพ่นปุ๋ย และรีบลงแปลงนาพ่นปุ๋ยอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เสร็จเร็วที่สุดตามกำหนดและจะได้ไปแปลงนาอื่นต่อ

จากการสอบถามทราบว่า หลังจากที่มีการเจราจหยุดยิงระหว่างทหารไทยกับทหารฝั่งกัมพูชา และวันนี้เสียงปืนเงียบสงบ เลยได้นัดหมายพากันมาลงแขกใส่ปุ๋ยในนาข้าวกัน และที่ต้องเร่งรีบก็เพราะต้องไปใส่ปุ๋ยแปลงนาของเพื่อนอีกหลายแปลง เพื่อให้เสร็จทันในวันนี้ เพราะไม่เชื่อในคำพูดของฝั่งประเทศกัมพูชา ที่ไม่เคยทำตามสัจจะสัญญามาตลอดที่ผ่านมา ชาวบ้านกล่าวอย่างเร่งรีบก่อนจะนำเครื่องพ่นปุ๋ยขึ้นหลังเดินลงแปลงนาไป