ทีมแพทย์ ม.กาญจนา ศรีสะเกษ ลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบภัยสู้รบชายแดน

มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ศรีสะเกษ ส่งทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดน ให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา

ศรีสะเกษ – จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ชายแดนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา จังหวัดศรีสะเกษ นำโดย ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ อธิการบดี และ ดร.พอพันธ์ สนเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย พร้อมคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาจิตอาสาคณะพยาบาลศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ณ อำเภอกันทรารักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ภารกิจในครั้งนี้ ทีมอาสาได้ให้การดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งสนับสนุนเวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม และให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว

มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนายังเน้นย้ำถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการรับใช้สังคม โดยเฉพาะในภาวะวิกฤต พร้อมเดินหน้าส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยขอเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่อยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมร่วมฟื้นฟูชุมชนให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว.

เปิดวิสัยทัศน์! “ไกรสร ฉัตรเลขวนิช” ปธ.หอการค้าชลบุรีคนใหม่ ลุยยกระดับSMEs ก้าวสู่เวทีโลก

สมรภูมิการค้ายิ่งท้าทาย ผู้ประกอบการยิ่งต้องปรับตัวให้ไว การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (คอนเนคชั่น) เพื่อคว้าโอกาสใหม่ๆ จึงยิ่งทวีความจำเป็น ด้วยตัวแปรเหล่านี้​ ภายใต้วิสัยทัศน์ของประธานหอการค้าชลบุรีคนใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายนักธุรกิจที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง สะท้อนผ่าน 3 นโยบายสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนหอการค้าชลบุรีฯ ให้สามารถฝ่าโลกธุรกิจที่เผชิญกับความไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการเดินเครื่องติดอาวุธความรู้และทักษะจำเป็นให้สมาชิกหอการค้าฯ​ ผ่าน Learning Center สร้างเครือข่าย Young Business Network ดึงศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มาร่วมเสริมเกราะธุรกิจไทย ก้าวข้ามขีดจำกัดและเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

นายไกรสร ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี คนใหม่ในวาระปี 2568 – 2569 กล่าวถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ของหอการค้าจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1) พัฒนาหอการค้าจังหวัดชลบุรี ให้เป็น Learning Center สำหรับผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2) ผลักดันเครือข่าย Young Business Network (YBN) ให้เป็นรูปธรรมและมีความแข็งแกร่ง โดยจะนำร่องจากสมาชิกภายในหอการค้าจังหวัดชลบุรี ก่อนจะขยายผลไปสู่สมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ และต่างประเทศ 3)ร่วมผลักดันนโยบายที่สามารถเกิดได้จริงและยั่งยืน กับนักธุรกิจ ให้กับภาครัฐ โดยจะเริ่มต้นจากการผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก เนื่องจากอาหารเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทย ที่สำคัญยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น ภาคการท่องเที่ยวและการบริการ

ไกรสร ฉัตรเลขวนิช ประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี คนใหม่

“ปัจจุบันผู้ประกอบการ SME ไทยทำธุรกิจเก่ง แต่สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อน คือ ไม่ค่อยใส่ใจระบบหลังบ้าน คุณภาพคงที่ และให้ความสำคัญของการสร้าง Branding ให้กับสินค้าหรือการสร้าง Personal Branding ให้กับตัวผู้ประกอบการเอง เราจึงตั้งใจขยายของเขตการทำงาน Learning Center ของหอการค้าฯให้ครบทุกมิติยิ่งขึ้น ด้วยการส่งเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ โดยจะมีทั้งรูปแบบการเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญมาให้ความรู้ หรือการพาคณะไปศึกษาดูงาน หรือศึกษาระบบขององค์กรขนาดใหญ่​

อีกส่วนสำคัญที่จะผลักดัน คือ การตั้งเครือข่าย Young Business Network (YBN) จากที่ผ่านมา หอการค้าฯ มีการทำงานเพื่อขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้มีการวางระบบที่ชัดเจน ในปีนี้ จึงได้เชิญคุณกอล์ฟ – ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล อดีตประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี มาร่วมเป็นประธานกิตติมาศักดิ์ เพื่อบุกเบิกการสร้างเครือข่าย YBN ให้เป็นรูปธรรม พร้อมกับผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ไปสู่เวทีโลก เพื่อรับมือกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เหมือนประเทศญี่ปุ่น ด้วยการวางรากฐานให้ผู้ประกอบการไทยสร้างเครือข่ายทางธุรกิจตั้งแต่วันนี้ เพื่อต่อยอดธุรกิจให้ออกไปสู่ต่างประเทศ พร้อมก้าวทันไปกับโจทย์ใหญ่ของการทำธุรกิจวันนี้ ที่ไม่ใช่การมองหาสิ่งใหม่เพื่อเป็น First Mover แต่หัวใจสำคัญ คือ การเปลี่ยนวิธีการหรือหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมให้สามารถไปต่อได้”

ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดชลบุรี 

ด้านนายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดชลบุรี อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะมาร่วมขับเคลื่อนเครือข่าย YBN ฉายภาพให้เห็นการทำงานที่จะเข้มข้นขึ้นว่า ในอดีตเครือข่ายของสมาชิกหอการค้าฯ จะเน้นไปที่การทำงานเพื่อสังคม แต่ในปีนี้ทางหอการค้าฯ ตั้งใจปรับรูปแบบการทำงาน ด้วยการนิยามตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์ม ที่มาช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือในกลุ่มสมาชิกหอการค้าฯ ครอบคลุม ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การรวมตัวกันเพื่อเสนอนโยบายหรือแนวทางของกลุ่มไปยังภาครัฐ ตลอดจน การร่วมกันในเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม นายธีรินทร์ มองว่า ความร่วมมือทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากการสร้างมิตรภาพ ความเป็นเพื่อน และการมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงมีวางกรอบการทำงานที่ชัดเจน ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า BUILD ประกอบด้วย B (Business) หรือธุรกิจ โฟกัสใน 4 เซกเมนต์  หลัก ได้แก่ กลุ่มอาหาร (Food), กลุ่มค้าส่งและค้าปลีก(Retail &Wholesale), กลุ่มดิจิทัลและโลจิสติกส์ (Digital&Logistic) และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ครอบคลุมฐานสมาชิกหอการค้าจังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน

ดร.ภัฏฐกรณ์ วรายนต์พินิจ ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดชลบุรี

ส่วนในอนาคตอาจจะมีการขยายเซ็กเมนต์อื่นๆเพิ่มเติม U (Unity) หรือการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียว I (International) ธุรกิจวันนี้อยู่แค่ในประเทศอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างความยั่งยืน ด้วยการขยายเครือข่ายนักธุรกิจไปทั่วโลก อาจจะเริ่มต้นจากในอาเซียน จีน ไต้หวัน L (Learning) ส่งเสริมให้เครือข่ายมีการเรียนรู้ตลอดเวลา ก้าวให้ทันโลกที่หมุนเร็ว T (Trade) แน่นอนว่า ธุรกิจอยู่ได้ด้วยการค้าขาย แต่เครือข่ายของเรา จะเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้โฟกัสแค่การค้าขายอย่างเดียว แต่อาจจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ หรือการร่วมมือข้ามสายธุรกิจ เช่น ธุรกิจอาหารกับธุรกิจอสังหาฯ เป็นต้น
 
“เป้าหมายของ Young Business Network คือ การสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เพราะเราเชื่อว่าก่อนที่จะช่วยเหลือสังคมได้ ภาคธุรกิจต้องเข็มแข็งก่อน ซึ่งความเข็มแข็งในที่นี้ ไม่ได้วัดที่มูลค่าของธุรกิจ แต่วัดจากศักยภาพในการพึ่งพาตัวเองของแต่ละธุรกิจ นอกจากนี้ เรายังภายใต้ชื่อ Young Business Network ยังซ่อนความหมายอันทรงพลัง เพราะคำว่า Young ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า จะโฟกัสเฉพาะผู้ประกอบการที่อายุน้อย แต่หมายถึงผู้ประกอบการที่มีมายด์เซ็ทที่สดใหม่ พร้อมที่จะพัฒนาและเรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเอาตัวรอดในโลกธุรกิจยุคนี้ที่โลกหมุนไวขึ้น ความรู้ที่เคยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในวันนี้ พรุ่งนี้อาจหมดอายุหรือไม่ได้ผลอีกต่อไป

ขณะที่ ดร.ภัฏฐกรณ์ วรายนต์พินิจ ประธาน YEC หอการค้าจังหวัดชลบุรี เสริมถึงความพร้อมของสมาชิกหอการค้ารุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมขับเคลื่อนนโยบายของหอการค้าชลบุรี พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างคอนเนกชั่น ซึ่งเป็น Key Success สำคัญในโลกธุรกิจ
 
“จุดเด่นของ YBN คือ แม้จะจัดกลุ่มธุรกิจเป็น 4 เซกเมนต์ก็จริง แต่ทุกเซกเมนต์ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น กลุ่มค้าส่งและค้าปลีก จะเป็นการรวมตัวของทุกธุรกิจที่มีหน้าร้าน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ก็มีตั้งแต่กลุ่มดีเวลลอปเปอร์ โรงแรม โรงพยาบาล การที่ได้มาสร้างเครือข่ายกับธุรกิจข้ามสาย และเรียนรู้จากผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในวงการ ล้วนเป็นสิ่งที่นักธุรกิจรุ่นใหม่มองหาอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญในการจะต่อยอดคอนเนกชั่น ให้ไม่ใช่แค่รู้จัก ต้องสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้จริง ต้องเริ่มจากการหา Core Value ของธุรกิจให้เจอ เพื่อไปคอนเนกกับธุรกิจอื่น

ดังนั้น การแบ่งกลุ่มเป็นเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และทักษะแบบนี้ จะช่วยให้การหา Core Value หรือ ต่อยอดไปสู่การร่วมมือใหม่ๆ ง่ายขึ้น และตอบโจทย์กับโลกธุรกิจยุคนี้ ที่นอกจากทุกคนจะต้องพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต มุมมองที่มีต่อผู้ประกอบการด้วยกันยังเปลี่ยนไป เพราะทุกคนไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นพันธมิตร ที่สามารถนำจุดแข็งที่มีมาต่อยอดให้กลายเป็นสิ่งใหม่ จากในอดีต ที่หากอยากเป็น First Mover ต้องอาศัยการค้นคว้าและวิจัย (R&D) แต่ตอนนี้โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการ C&D หรือ Copy and Development การคัดลอกแล้วพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสร้างสิ่งใหม่ที่เร็วที่สุด ประหยัดมากที่สุด และสำเร็จง่ายที่สุด ”
 
สุดท้ายนี้ ทั้งสามผู้บริหารเห็นพ้องว่า การสร้างคอนเนกชั่น คือ หนึ่งในหัวใจสำคัญ ในการเสริมเกราะให้ผู้ประกอบการสามารถยืนหยัดในใบเดิมที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป โดย YBN พร้อมเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มของการสร้างเครือข่าย ที่ตั้งต้นจากภายในสมาชิกหอการค้าจังหวัดชลบุรี แล้วค่อยๆ ขยายผลออกไปสู่ภายนอก

ชลบุรีรวมใจตักบาตรถวายพระราชกุศลเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงร.10

เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณหอพระพุทธสิหิงค์ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีทางศาสนามหามงคล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โดยมี นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี, นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์, นายอดิเรก อุ่นโอสถ และนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานประกอบด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีพระชลธารวชิรคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรีรูปที่ 2 (ธ) เจ้าอาวาสวัดตาลล้อม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 74 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้ ยังได้จัดพิธีทางศาสนาอันเป็นสิริมงคลจากศาสนาต่าง ๆ ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร, ศาสนาคริสต์ ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนาขอพร, ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ประกอบพิธีสวดมหามนต์ และศาสนาซิกข์ ประกอบพิธีสวดอัรดาสขอพรจากพระศาสดา

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมทั้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอุทิศพระวรกายทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย โดยผู้ร่วมพิธีทุกคนได้ตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญและร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป

ยิ่งใหญ่!ตะกร้อทีมชุดชาย ทีมชาติไทย ผงาด คว้าแชมป์โลก สมัยที่ 36

การแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก 2025 ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 38 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาเข้าชมเกมในสนามเต็มความจุ 1,600 ที่นั่ง 
 
ไฮไลท์อยู่ที่ตะกร้อทีมชุดชาย เป็นการชิงถ้วยพระราชทาน ทีมชาติไทย แชมป์ 35 สมัย (ชุดสีแดง)พบกับ คู่ปรับตลอดกาล มาเลเซีย

ทีมเอ.ไทยส่ง พรเทพ ถิ่นบางบน, มฤคินทร์ พันธ์มกร และ แสนไกร ดาวเรือง ลงสนาม โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม เอาชนะไปก่อน 2-0 เซต 15-12 และ 15-12 ขึ้นนำ 1-0 ทีม
 
ทีมบี. ไทยส่ง ศิริวัฒน์ สาขา, ทวีศักดิ์ ทองสาย และ ราชัน วิพันธ์ ส่วนมาเลเซีย ส่งซาเฮียร์ รอสดี้ จอมเสิร์ฟตัวเก่ง ลงสู้

ปรากฎว่า คู่นี้สุดมัน ผลัดกันเสิร์ฟทำแต้ม แต่หนุ่มไทยชัวร์กว่า เอาชนะไป 2-0 เซต 17-16 และ 15-4 
 
สรุปผลการแข่งขัน ไทยเอาชนะมาเลเซีย 2-0 ทีม คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ พร้อมกับได้ครองถ้วยพระราชทาน สมัยที่ 36

ลูกค้าบริจาคเลือดช่วยชาติ ทานฟรีเตี๋ยวเนื้อพิษณุโลกถึงสิ้นเดือนนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยสุด หรือ เนื้อคำพิษณุโลก จัดโปรโมชันพิเศษแก่ลูกค้าผู้บริจาคเลือดช่วยชาติในการสู้รบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถรับประทานอาหารฟรีที่ร้านได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2568

ภายใต้เงื่อนไข คนที่มารับประทานฟรี ต้องบริจาคเลือด สามารถนำบัตรบริจาคเลือดเดินทางไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยสุด หรือ เนื้อคำพิษณุโลก เลขที่ 151/3 หมู่ 5 ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถนนทางเข้า ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม ประตู 2 ก่อนถึง สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย สวท.พิษณุโลก เล็กน้อย และใช้โปรโมชันไปจนสิ้นเดือนนี้

คุณวิวัฒน์ชัย ก้อนจันทร์เทศ  เจ้าของร้านก๋วยเตี่ยวเนื้ออร่อยสุด บอกว่า เป็นโปรโมชันเร่งด่วนไปถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น เพราะมั่นใจว่าทหารไทยต้องเอาชนะเขมรในเวลารวดเร็ว เมื่อบริจาคเลือดแล้วเสร็จ ยื่นบัตรบริจาคเลือดพร้อมบัตรประชาชน ก็สามารถเลือกรับประทานเมนูก๋วยเตี๋ยวเนื้อคุณภาพสูง หรือหมูอนามัย พร้อมกาแฟพรีเมียมได้ทันที

ทั้งนี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อคำที่เปิดมาได้ 6 เดือนแล้ว ได้เปิดโรงทานกินขนมจีนฟรี ขนมถ้วยหรือผลไม้ตามฤดูทุกวันพระ หากกินก๋วยเตี๋ยวไม่อิ่ม เนื่องจากร้านเนื้อคำ เปิดบริเวณทางเข้าออกประตูหลักของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว เห็นพฤติกรรมของนักศึกษาว่า มีรายได้น้อย ทางร้านจึงให้รับประทานขนมจีนฟรีเสริมเมนูก๋วยเตี๋ยว ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวที่ร้านราคาก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 50 (หมู)-60 (เนื้อ) บาท

ร้านเนื้อคำมีจุดขายอันโดดเด่น คือ เนื้อเปื่อย ลูกชิ้นและวัตถุดิบใช้เกรดพรีเมียม เป็นเนื้อโคขุนและเนื้อโพนยางคำ วิธีการตุ๋น ใช้ระยะเวลานาน นำมาลวก และล้าง น็อกด้วยน้ำเย็น จึงไม่มีกลิ่นคาว เนื้อที่ออกมาจึงนุ่มลิ้น หอมอร่อย แน่นด้วยคุณภาพและเน้นความสะอาด โดยเฉพาะเกาเหลาราคาเพียง 60 บาท พิเศษเนื้อเยอะๆ ราคาเพียง 70 บาทเท่านั้น เติมด้วยข้าวเปล่าถ้วยละ 10 บาทเท่านั้นก็อิ่มแล้ว นอกจากนี้ยังมีอาหารคาว-หวานหลายเมนูไว้บริการ อร่อยคุ้มค่าราคาแน่นอน

คุณวิวัฒน์ชัย บอกต่อว่า เปิดร้านเนื้อคำ แต่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ จึงนำกาแฟ พันธุ์จากเคนยา กัวเตมาลา มาให้บริการที่ร้านด้วยในราคาเริ่มต้น 75 บาท ส่วนกาแฟน่าน มีราคาเริ่มต้น 55 บาทเท่านั้น สามารถนั่งภายในห้องแอร์หรือเลือกซุ้มแคร่ใต้ต้นไม้อันร่มรื่น มีที่จอดรถสะดวก

ส่วนนักศึกษาท่านใดสนใจทำงาน Part Time ก็ช่วยเหลือชั่วโมงละ 45 บาท เพื่อสร้างรายได้ และยังเปิดโอกาสให้ นักศึกษาที่คิดจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ สามารถนำสินค้ามาฝากขายได้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่นักศึกษา พร้อมย้ำว่า..ถ้าสนใจหารายได้ ให้วางสินค้าฝากขาย ยินดีไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

สุโขทัยระทม!กระสอบทรายกั้นน้ำแตกทะลักท่วม “วัดคูหาสุวรรณ-ชุมชนวังหิน”

สุโขทัย – กำแพงกระสอบทรายกั้นริมน้ำยมสุโขทัยแตกซ้ำ..มวลน้ำล้นทะลักท่วมจุดเดิมทั้งย่านวัดคูหาสุวรรณ-ชุมชนวังหิน ซอยดำริพัฒนา (หลังโรงเบียร์) ลุ้นสร้างพนัง-อุดเพิ่มเอาอยู่อีกครั้งหรือไม่ ขณะที่น้ำเหนือกำลังหลากเพิ่มล้นท่วมสวรรคโลกก่อนถึงหาดสะพานจันทร์บางจุดแล้ว

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระสอบทรายริมฝั่งน้ำยมล้มจนมวลน้ำล้นทะลักอีกแล้ว แม้เจ้าหน้าที่จะทำแนวกระสอบทรายอุดไปวานนี้ ส่งผลให้น้ำไหลท่วมวัดคูหาสุวรรณ ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัยอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดแรกที่น้ำยมทะลักเป็นเวิ้งหน้าวัดคูหาฯ เนื่องจากมวลน้ำอีกระลอกจากจังหวัดแพร่เข้าสุโขทัยซ้ำ

ก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัยก็ต้องระทึกอีก เพราะแนวกระสอบทรายที่ตั้งเป็นกำแพงริมฝั่งหลังโรงเบียร์พังทลายจุดเดียวกับที่เกิดขึ้นวานนี้ (26 ก.ค.) ทำให้มวลน้ำทะลักซ้ำอีก

ขณะที่นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ที่รุดตรวจสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ณ ชุมชนวังหิน ซอยดำริพัฒนา (หลังโรงเบียร์) ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ร่วมกับ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท.(ท.) ฯลฯ

ประเมินปัญหาพนังกั้นริมฝั่งน้ำยมที่ต้องแก้ไข ประกอบด้วย พื้นที่ตำบลวังใหญ่ ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 ตำบลปากแคว, ชุมชนวัดคูหาสุวรรณ, ชุมชนพระแม่ย่า, หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด และหมู่ 11 ต.คลองยาง อำเภอสวรรคโลก เพื่อรองรับ มวลน้ำอีกระลอกถึงจังหวัดสุโขทัย

ส่วนพื้นที่ตอนเหนือตัวเมืองสุโขทัย คือ อำเภอสวรรคโลกนั้น เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ผ่านมา มวลน้ำยมได้ทะลักแนวกัน ล้นไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ปริมาณน้ำของแม่น้ำยมก่อนถึงหาดสะพานจันทร์ ที่เพิ่มขึ้นจากน้ำเหนือที่ไหลบ่ามา ทะลักเข้าบริเวณพื้นที่หมู่ 4 ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก มวลน้ำหลากท่วมพื้นที่การเกษตร-ไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้าน หลายคนกำลังกรอกกระสอบทรายป้องกันจุดน้ำทะลักกันอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม นายก อบต.ป่าคุ้มเกาะลงดูพื้นที่สั่งการร่วมกับเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายอุด แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาอยู่หรือไม่ เนื่องจากบางจุดปริมาณน้ำเริ่มไหลเข้าหมู่บ้านแล้ว

เกษตรฯศรีสะเกษนำสิ่งของ-วัตถุดิบ ร่วมสมทบโรงครัวสนามกันทรารมย์

สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะพาเหรดเอาสิ่งของไปร่วมสมทบสนับสนุนการช่วยเหลือผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา สร้างขวัญกำลังและรอยยิ้มชาวบ้านกลับคืนมา

นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันดำเนินกิจกรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยการ จัดตั้งโรงครัวภาคสนาม และรวบรวม สิ่งของจำเป็น เพื่อสนับสนุนการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้อพยพ ณ ศูนย์พักพิงในพื้นที่อำเภอกันทรารมย์ และอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

สุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ

สิ่งของที่นำไปสนับสนุน ได้แก่
อาหารปรุงสุก
ผักสด
อาหารแห้ง
เครื่องปรุง
น้ำดื่ม
เครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

การร่วมแรงร่วมใจในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงพลังของข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในยามเกิดวิกฤติ ทั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษขอส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยทุกคน

อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการนั่งพักเพียบไข่ถามสารทุกข์สุขดิบของชาวบ้านที่อพยพออกจากบ้านมา พบว่ายังขาดแคลนผ้าห่มประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนที่มีอากาศหนาวซึ่งมีความต้องการนอกจากนี้ยังมีการขาดแคลนนมสำหรับเด็กอีกด้วย จึงขอแจ้งมายังหน่วยงานราชการให้รับทราบเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจและเสียสละในการปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคมในครั้งนี้

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

“ทรัมป์”เชื่อ”ไทย-กัมพูชา”ต้องการคลี่คลายขัดแย้ง “ภูมิธรรม-ฮุน มาเนต”คุยหยุดยิงเย็นนี้

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าทั้งประเทศไทยและกัมพูชา ต่างต้องการคลี่คลายความขัดแย้ง หลังได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำของทั้ง 2 ชาติ ซึ่งระหว่างพูดคุยกันนั้นเขาขู่ว่าจะไม่ปิดดีลข้อตกลงการค้ากับทั้ง 2 ประเทศ จนกว่าจะเกิดสันติภาพ

“ผมพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 และผมคิดว่าพวกเขาต้องการคลี่คลายความขัดแย้งแล้วในตอนนี้” ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าว ในช่วงต้นของการพบปะหารือทางการค้ากับ อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ในวันอาทิตย์(27ก.ค.)ที่ผ่านมา

ขณะที่ สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย เบอร์นามา รายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน กล่าวว่า การประชุมระหว่างผู้นำไทยและกัมพูชาที่เมืองปุตราจายา (Putrajaya) ในวันที่ 28 ก.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการหยุดยิงระหว่างสองประเทศ โดยจัดขึ้นในเวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ ตัวแทนรัฐบาลไทยและกัมพูชา ได้ขอให้ตนพยายามเจรจาหาข้อยุติความขัดแข้ง ดังนั้นมาเลเซียจึงขอเป็นเจ้าภาพ โดยจะหารือเกี่ยวกับขอบเขตและเงื่อนไขต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคือการหยุดยิงทันที โดยคาดว่าการเจรจาระหว่างตัวแทนของทั้งสองประเทศ รวมถึงเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยื่น

โดยฝ่ายไทยนำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการนายกรัฐมนตรี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนผู้แทนรัฐบาลกัมพูชา รำโดยนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ยังไม่ยอมหยุด!ทหารเขมรยิงจรวด BM-21 ใส่หมู่บ้าน อ.กันทรลักษ์ เสียชีวิต 1 เจ็บ 1

เจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนจากเหตุกระสุนจรวด BM-21 ตกใส่ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พบบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้เกิดเหตุจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 1 ราย ได้แก่

– นายสมศรี ลาภบุญ อายุ 59 ปี เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด

– นายใจ ธารน้ำเที่ยง อายุประมาณ 48 ปี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ

โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีสะเกษเพื่อทำการรักษาต่อไป

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บต่างเป็นประชาชนจิตอาสา ซึ่งได้อาสาเฝ้าระวังหมู่บ้านในช่วงสถานการณ์ไม่สงบตามแนวชายแดน

กองทัพบกขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชาในการใช้อาวุธสู้รบที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจนถึงขณะนี้ มีประชาชนเสียชีวิตจากกรณีการสู้รบรวมทั้งสิ้น 14 ราย

ไทยยึดหลักมนุษยธรรม!ส่งมอบศพทหาร 12 นายกลับแผ่นดินเกิด

ไทยส่งมอบศพทหารกัมพูชาจำนวน 12 นาย กลับแผ่นดินเกิดตามหลักมนุษยธรรม แสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิตในสมรภูมิไม่ว่าฝ่ายใด

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งมอบศพทหารกัมพูชาจำนวน 12 นาย ซึ่งเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ภูมะเขือ ให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาในภูมิลำเนาต่อไป

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักมนุษยธรรมสากล และถือเป็นการให้เกียรติแก่ทหารที่เสียชีวิตในสมรภูมิ ไม่ว่าจะสังกัดฝ่ายใด สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความเป็นทหารที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ซึ่งเข้าใจถึงหัวอกของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งล้วนปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทเพื่อประเทศของตน

สำหรับทหารกล้าของกองทัพบกไทย ผู้ที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยจะไม่ถูกลืม ความเสียสละของพวกเขาจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย และจะมีผู้สานต่อภารกิจอันทรงเกียรตินี้ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยต่อไป